ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 457 ชำติหน้ำเป็นของข้ำได้หรือไม่
ตอนที่ 457 ชำติหน้ำเป็นของข้ำได้หรือไม่
สุราช่างเป็นสิ่งที่ดี นึกไม่ถึงว่าเรื่องที่ไม่กล้าทำ เมื่อดื่มสุราแล้วก็
เกิดกล้าขึ้นมา นี่คงเป็นครั้งแรกและครั้งเดียว นางอยากจะอยู่เป็น
เพื่อนมู่หรงนี่อวิ๋นเช่นนี้
นางมองมู่หรงนี่อวิ๋นที่อยู่บนเตียง สายตาอ่อนโยนมาก ยื่นมือ
ออกไปลูบไล้ใบหน้าของมู่หรงนี่อวิ๋น วาดไล้ไปตามคิ้วและตาของ
เขา
เขามีอะไรดีตรงไหน เห็นอยู่ว่าเป็นคุณชายเจ้าสำราญแห่งเมือง
หลวง เป็นผู้ชายที่เมื่อก่อนนางเกลียดที่สุด ตอนนี้กลับชอบเสียได้ ก็
เห็นอยู่ว่าพบหน้ากันทีไรต้องทะเลาะกันทุกครั้ง
“น ้า น ้า…”
ได้ยินเสียงของมู่หรงนี่อวิ๋น จูจิ่นก็ลุกขึ้นรินน ้าให้มู่หรงนี่อวิ๋น
หนึ่งแก้ว แล้วยังช่วยประคองให้เขาลุกขึ้นด้วย ป้อนน ้าให้เขา ดื่ม
น ้าแล้ว มู่หรงนี่อวิ๋นก็เหมือนจะฟื้นคืนสติขึ้นมาเล็กน้อย เขาลืมตา
ขึ้น แววตาเลื่อนลอย แล้วจู่ๆ ก็กอดจูจิ่นแน่น แล้วเรียกเสียงต ่าๆ
ข้างหูนางว่า
“อวี้จื้อ อวี้จื้อ เจ้ามาได้อย่างไร”
“ข้าไม่ใช่อวี้จื้อ มู่หรงนี่อวิ๋น เจ้าดูให้ดี ๆ”
จูจิ่นผลักมู่หรงนี่อวิ๋น น ้าเสียงโมโหขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ
ถลึงตาใส่เขา
“ข้าคงฝันไปแน่ๆ มีเพียงในฝันเท่านั้นที่ท่านเทวดาจะสามารถ
สงเคราะห์ข้าได้”
มู่หรงนี่อวิ๋นกอดจูจิ่นอีกคนั้ง
“ชาติหน้าเป็นของข้าได้หรือไม่”
ประโยคนี้แทงใจดำจูจิ่น นางเกร็งตัวแข็ง ชาติหน้าของเขาก็ยัง
ไม่มีนาง
จู่ๆ มู่หรงนี่อวิ๋นก็โน้มตัวลงมาจุมพิตริมฝีปากของจูจิ่น ริมฝีปาก
ของเขาเย็นเฉียบ สมองของจูจิ่นว่างเปล่า ลืมผลักมู่หรงนี่อวิ๋นออก
ไป ได้แต่ปล่อยให้มู่หรงนี่อวิ๋นจูบอยู่อย่างนั้น
เรื่องที่เกิดขึ้นต่อมาเหนือจินตนาการของจูจิ่น ด้วยพลังของสุรา
จูจิ่นมิได้ปฏิเสธมู่หรงนี่อวิ๋น นางลืมขนบธรรมเนียมประเพณี
ทุกอย่าง จวบจนมู่หรงนี่อวิ๋นผล็อยหลับสนิท
จูจิ่นหยิบเสื้อผ้าที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา สวมเสื้อผ้า มองดู
มู่หรงนี่อวิ๋นที่นอนอยู่บนเตียงอย่างอาลัยอาวรณ์ สุดท้ายก็หมุนตัว
จากไป
เรื่องนี้นางไม่คิดจะบอกให้มู่หรงนี่อวิ๋นรู้ และไม่เสียใจภายหลัง
ด้วย
นางไม่อยากเอาเรื่องนี้มาบีบบังคับให้มู่หรงนี่อวิ๋นมาสู่ขอนาง
ถึงเวลานั้นทั้งสองคนต่างฝ่ายต่างก็เจ็บปวด ตอนนี้มู่หรงนี่อวิ๋น
ไม่ได้เกลียดนางจริงๆ หากทำเช่นนี้ เขาจะเข้าใจนางผิด ถึงเวลานั้น
จะกลายเป็นเกลียดนางจริง ๆ
ถูกคนที่ชอบเกลียดเป็นเรื่องที่เจ็บปวดที่สุด นางยอมเก็บเรื่อง
ทั้งหมดนี้ไว้ในใจ ให้กลายเป็นความลับไปตลอดชีวิตดีกว่า
วันต่อมาหลิงอวี้จื้อตื่นขึ้นมาปวดหัวมาก เธอกุมหัว เมื่อวานดื่ม
เหล่าไปเท่าไรกันแน่ พูดอะไรออกไปบ้าง เธอจำอะไรไม่ได้เลย
อาการเมาค้างช่างทรมานจริง ๆ
เพิ่งคลานขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ หรูเยียนก็เข้ามารายงาน
“คุณหนูเจ้าคะ เพิ่งมีข่าวมาจากในวังเจ้าค่ะ สามวันจากนี้ ไทเฮา
จะจัดงานเลี้ยงในวัง ถึงเวลาให้คุณหนูเข้าวังไปร่วมงานเลี้ยงด้วยเจ้า
ค่ะ”
หลิงอวี้ลูบๆ หัว
“รู้แล้ว หรูเยียน ให้คนไปทำน ้าแกงแก้เมาค้างให้ข้าหน่อย มิ
เช่นนั้นจะปวดหัว”
หรูเยียนพยักหน้าแล้วออกไป หลิงอวี้จื้อหาวขณะล้างหน้าล้าง
ตา ไทเฮาเรียกเธอเข้าวังตอนนี้จะต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ คงไม่ใช่จะ
โจมตีเธออีกหรอกนะ!
หากไปร่วมงานเลี้ยง เช่นนั้นต้องไม่ใช่เธอแค่คนเดียวแน่ หาก
เดาไม่ผิด เฉินปี้ก็คงไปด้วย คราวนี้จะมาไม้ไหนอีก
เซียวเหยี่ยนออกจากวังแล้วก็ไปจวนตระกูลเฉินด้วยตนเอง ทุก
คนในจวนตระกูลเฉินต่างให้ความสำคัญกับเขามาก ท่าน
มหาบัณฑิตเฉินพาคนทั้งจวนมารอต้อนรับเซียวเหยี่ยนที่ประตู
เซียวเหยี่ยนโบกมือ ให้พวกเขาออกไป เฉินปี้อยู่ข้างๆ เซียวเห
ยี่ยน ทั้งสองคนนั่งอยู่ในศาลากุยอวิ๋นที่เรือนด้านหลัง
ศาลากุยอวิ๋นสร้างริมทะเลสาบ บนโต๊ะมีผลไม้และเครื่องดื่ม
เฉินปี้สวมชุดสีฟ้าน ้าทะเล ดูเป็นการเป็นงานมาก ปลายแขนเสื้อปัก
ลายดอกกล้วยไม้วิจิตรบรรจง ลมอ่อนๆ พัดผมดำสลวยของนาง
กลิ่นหอมจางๆ คละเคล