หนูน้อยผู้นี้คือสมบัติล้ำค่าของตระกูลซู - บทที่ 248 วิ่งสิ! วิ่งให้รองเท้าขาดก็ไม่มีทางหนีพ้น
- Home
- หนูน้อยผู้นี้คือสมบัติล้ำค่าของตระกูลซู
- บทที่ 248 วิ่งสิ! วิ่งให้รองเท้าขาดก็ไม่มีทางหนีพ้น
บทที่ 248 วิ่งสิ! วิ่งให้รองเท้าขาดก็ไม่มีทางหนีพ้น
เกาหยวนหางไม่เคยฝันมาก่อนว่าตนเองจะได้รับโอกาสเข้าทำงานที่นี่! มิหนำซ้ำยังเป็นคำสั่งรับเข้าทำงานโดยตรงจากประธานซู ทำเอาพนักงานคนอื่นถึงกับตะลึงค้าง
ชวี่เซี่ยงยื่นแบบฟอร์มให้เขาพลางเอ่ย “กรอกข้อมูลให้เรียบร้อย แล้วเริ่มงานวันนี้เลย ไม่มีปัญหาใช่ไหม?”
“ไม่มีปัญหาแน่นอนครับ!” เขาตอบรับทันควัน
หลังถูกไล่ออกจากบริษัทเดิม ใครจะคิดว่าเขาโชคดีถึงขั้นได้งานใหม่ซึ่งมีสวัสดิการดีกว่าเดิมหลายเท่า ซูกรุ๊ป คือบริษัทในฝันที่ใครต่อใครต่างดิ้นรนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งแต่ก็ทำไม่สำเร็จ ดูเหมือนว่าช่วงนี้เขาคงไม่ได้โชคร้ายอย่างที่คิด!
ชายหนุ่มรับเอกสารกลับมาที่โต๊ะด้วยความดีใจ แต่พอเริ่มจรดปากกาเขียนข้อความหนึ่งก็เด้งขึ้นมา
[อพาร์ตเมนต์ของคุณถูกขโมยงัด ความเสียหายหนักมาก หลังเลิกงานโปรดมาให้ปากคำที่สถานีตำรวจด้วย]
ขณะนั้นเอง โทรศัพท์พลันแผดเสียงดังสนั่น เมื่อคืนเขาเพิ่งร่วมกิจกรรมชิงโชคของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ และเขาก็เป็นผู้โชคดี!
[ยินดีด้วยครับ คุณได้รับจอคอมพิวเตอร์แบบโค้งรุ่นพิเศษ 1 เครื่อง ขณะนี้สินค้าอยู่ระหว่างการจัดส่ง]
เกาหยวนหางเผลอร้องว้าวออกมาด้วยความดีใจ จอโค้งรุ่นนี้เขาหมายปองมานาน แต่เพราะราคาสูงถึงสองหมื่นหยวนจึงไม่กล้าซื้อเสียที ความสุขยังไม่ทันพ้นสองวินาที ข้อความจากบริษัทขนส่งก็แจ้งเตือนตามมาติด ๆ
[ขออภัยครับ จอโค้งของคุณเกิดอุบัติเหตุแตกระหว่างขนส่งเนื่องจากเหตุสุดวิสัย ทางบริษัทจึงไม่สามารถรับผิดชอบค่าเสียหายได้ โปรดติดต่อทางร้านค้าโดยตรง]
ครั้นพอกดดูรายละเอียดจากร้านค้า สิ่งซึ่งปรากฏคือภาพกติกการรับรางวัลที่มีข้อความระบุชัดเจนว่า ‘กรณีเกิดเหตุสุดวิสัย จะไม่มีการชดเชยหรือทดแทนสินค้าทุกกรณี’
“…”
ติ๊ง!
ข้อความจากร้านอาหารเดลิเวอรี
[อาหารเช้าที่คุณสั่งจัดส่งถึงที่หมายแล้ว]
ติ๊ง! ข้อความจากคนส่งอาหาร
[ขอโทษครับพี่ ผมจอดรถทิ้งไว้ข้างทาง แป๊บเดียวอาหารพี่โดนหมาคาบไปกินหมดเลย]
“…” สีหน้าของเกาหยวนหางเริ่มชาหนึบไปทีละน้อย
สิ่งที่เขามองไม่เห็นคือ ยามนี้มีวิญญาณผีดวงซวยเกาะอยู่บนหัว และมีผีอีกตนเดินตามติดอยู่ข้างกาย ทางด้านเจ้าผีดวงซวยก็กำลังต่อล้อต่อเถียงกับซูจิ่นอวี้อย่างเอาเป็นเอาตาย “พี่สาว… เรียกพี่สาวได้ไหมครับ? ได้โปรดปล่อยผมไปเถอะ คิดซะว่าผมเป็นแค่ตดลอยผ่านไปก็ได้ ปล่อยผมไปเถอะนะ!”
“ฝันไปเถอะ!” ซูจิ่นอวี้ตอบกลับทันควัน เธอคว้าคอเสื้อเจ้าผีร้ายดึงกลับมา
เกาหยวนหางตกอยู่ในวังวนของโชคดีและโชคร้ายที่สลับกันไปมา วินาทีแล้วเหมือนดวงดี แต่วินาทีถัดมากลับดิ่งลงเหว หรือบางทีโชคร้ายสุดขีดแต่ก็มีเรื่องดี ๆ พลิกกลับมากะทันหัน
ซู่เป่าจ้องมองชายหนุ่มพลางทำท่าครุ่นคิด “อืมมม…”
เกาหยวนหางรีบกรอกแบบฟอร์มให้เสร็จ แต่เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งดันทำน้ำหกใส่จนเปียกโชก เขาจึงต้องไปพิมพ์เอกสารใหม่ แต่พอสั่งพิมพ์ปุ๊บ เครื่องพิมพ์กลับมีควันสีดำพวยพุ่งออกมา ก่อนหยุดทำงานดื้อ ๆ
“ยังโชคดีแฮะ…” เขาพึมพำ เพราะอย่างน้อยเครื่องก็ดับหลังจากเขาพิมพ์เสร็จพอดี ไม่ทันขาดคำ ลมแรงก็พัดวูบผ่านหน้าต่าง หอบเอาแบบฟอร์มใบนั้นปลิวหายไปกับตาทันที!
มู่กุยฝานมองดูเหตุการณ์จึงเอ่ยถาม “คนนี้โดนวิญญาณโชคร้ายเข้าสิงหรือเปล่า?”
ซู่เป่าหันมองพ่อด้วยความประหลาดใจ “คุณพ่อรู้ได้ยังไงคะ!”
“เดาเอาน่ะ” เขาตอบเรียบ ๆ เห็นความซวยซ้ำซากขนาดนี้ก็คงเป็นอย่างลูกสาวบอก แม้เป็นแค่การคาดเดา แต่ซู่เป่ากลับส่งสายตาชมเชยเป็นประกาย “เก่งจังเลยค่ะ!”
“แน่นอนอยู่แล้ว” มู่กุยฝานกระตุกยิ้มมุมปากด้วยความภูมิใจ
ซูอีเฉินสั่งให้ชวี่เซี่ยงพาตัวเกาหยวนหางเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัว ทันใดนั้น เสียงซุบซิบจากพนักงานด้านนอกก็ดังขึ้นเกรียวกราว
“เฮ้! นายว่าหน้าเขาเหมือนคนในคลิปฉาวนั่นไหม?”
“ว้าว! ใช่คนที่บอกว่าเป็นผู้ช่วยชายแอบจองห้องคู่รักกับท่านประธาน แล้วไปนัวเนียกันในออฟฟิศจนถูกคู่หมั้นจับได้คาหนังคาเขาหรือเปล่า?!”
“ชัดเลย! คราวนี้เขามาสมัครเป็นผู้ช่วยที่นี่ หรือเป้าหมายต่อไปจะเป็นประธานซูของพวกเรากันแน่?!”
“ลำพังผู้หญิงยังสู้ไม่ไหว นี่ยังต้องมาแข่งกับผู้ชายอีกเหรอเนี่ย”
“ประธานซูไม่เคยมีผู้หญิงข้างกายมาตั้งหลายปี หรือข่าวลือที่ว่าจะเป็นเรื่องจริง…”
สายตาทุกคู่เต็มไปด้วยความตื่นตะลึงระคนสงสัย การสัมภาษณ์งานซึ่งดูเหมือนจะปกติ กลับกลายเป็นว่าประธานซูเรียกตัวเขาเข้าไปเป็นการส่วนตัวเสียอย่างนั้น
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อครู่ยังมีชายหนุ่มรูปงามร่างสูงโปร่งจูงมือหลานสาวคนโปรดเข้าไปหาท่านประธานด้วย หรือที่จริงแล้วประธานซูผู้เย็นชา… ‘จะนิยมไม้ป่าเดียวกันจริง ๆ?!’
สายตาทุกคู่มองตรงไปยังชวี่เซี่ยงพลันเปลี่ยนสีหน้าไปในพริบตา…
จากผู้ช่วยมือขวา ยามนี้ในสายตาพนักงานทุกคน เขากลับกลายเป็นหนึ่งใน “ผู้ต้องสงสัย” ที่อาจมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเจ้านายเสียอย่างนั้น
แล้วสรุปว่าในบรรดาผู้ชายพวกนี้ ใครกันแน่ที่เป็น ‘ตัวจริง’ ของท่านประธาน?!
เขามองเกาหยวนหางซึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาอยู่ข้าง ๆ พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงกำกวม “ตำแหน่งของคุณคือผู้ช่วยงานภายนอก ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม?”
“วางใจได้เลยครับ ไม่มีปัญหาแน่นอน” เนื่องจากชวี่เซี่ยงได้เลื่อนขั้นเป็นผู้ช่วยอาวุโส จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนกำลังคนในสำนักงาน เกาหยวนหางเดินตามเข้าไปในห้องประธานด้วยความตื่นเต้น
แต่พอชวี่เซี่ยงก้าวพ้นประตู เขาก็ได้ยินเสียง คลิก ประตูถูกล็อกจากด้านนอกตามคำสั่งของท่านประธาน… ซึ่งตัวผู้ช่วยเองก็ไม่เข้าใจเหตุผลนัก
เกาหยวนหางใจหายวาบ รีบคว้าลูกบิดประตูเหนี่ยวรั้งไว้ “เดี๋ยวก่อนครับ! ผมไม่ได้เป็นอย่างที่พวกคุณคิดนะ!” ชายหนุ่มทั้งตื่นตระหนกและงุนงงจนสมองขาวโพลนไปหมด
ทันใดนั้น เสียงเนือย ๆ ก็ดังขึ้นจากด้านใน “อย่าเสียแรงเปล่าเลย”
ตามด้วยเสียงเด็กน้อย “วิ่งสิคะ! ต่อให้วิ่งจนรองเท้าพังก็หนีออกไปไม่ได้หรอกค่ะ!”
ปิดท้ายด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบไร้อารมณ์ “นั่งลง”
เกาหยวนหางหันขวับไปมอง จึงพบว่ามีชายหนุ่มสองคนกับเด็กหญิงตัวน้อยอีกหนึ่งคนกำลังจ้องมองเขา ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาราวกับกำลังโล่งอก เมื่อเห็นซู่เป่าอยู่ด้วย
อย่างน้อยมีเด็กอยู่คงไม่มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นหรอก เขาตัดสินใจเลือกนั่งห่างจากมู่กุยฝานและซูอีเฉินให้มากสุด ทว่ากลับอยู่ใกล้ซู่เป่าแทน
“ท่านประธานซู… เรียกผมมามีธุระอะไรหรือครับ?” เขาเอ่ยถามเสียงเบา
“เมื่อวันก่อนคุณเดินทางไปเมือง X มาใช่ไหม?” ซูอีเฉินถามกลับ
“ครับ” เกาหยวนหางแปลกใจแต่ก็พยักหน้ารับ
“ได้ข่าวว่าคุณเข้าพักห้องเดียวกับประธานบริษัทเดิมของคุณงั้นเหรอ?”
มู่กุยฝานเริ่มรู้สึกสนใจขึ้นมา เขาหัวเราะหึในลำคอ “มีอะไรเกิดขึ้นงั้นเหรอ? ไหนลองเล่ามาให้ละเอียดซิ”
ซู่เป่าพยักหน้าสนับสนุน “อื้ม! เล่าให้ละเอียดเลยนะคะ”
เด็กน้อยพูดพลางทำท่าพับแขนเสื้อทั้งที่ไม่มีอยู่จริง… เตรียมตัวจัดการผีร้ายเต็มที่
‘พวกเขาจริงจังกันใช่ไหม?’
ซูอีเฉินเงยหน้ามองเขาแวบหนึ่ง น้ำเสียงยังคงเยือกเย็นไร้ความรู้สึก “วางใจได้ พวกเราแค่อยากรู้ความจริง เพื่อตัดสินว่าจะเก็บคุณไว้ทำงานต่อหรือไม่”
เกาหยวนหางฟังแล้วก็เข้าใจไปอีกทาง ดูเหมือนบริษัทซูอาจกำลังพิจารณารับเขาเข้าทำงานจริง แต่ก็กังวลเรื่องข่าวฉาว ว่าเขาจะมีเจตนาไม่บริสุทธิ์กับเจ้านาย “คุณซูวางใจได้เลยครับ ทั้งหมดเป็นเพียงความเข้าใจผิด!”
เขาเริ่มเล่าเหตุการณ์ในคืนวันเดินทางธุรกิจกับเจ้านายเก่าอย่างคร่าว ๆ แต่จงใจข้ามช็อตเด็ดตอนอาบน้ำแล้วพลาดไปเปิดม่านไฟฟ้าจนเกิดภาพบาดตาออกไป…
แต่ว่าเจ้าผีดวงซวยซึ่งเกาะอยู่บนหัวเขากลับไม่ได้มีความกังวลเช่นนั้น ภายใต้แรงกดดันจากซูจิ่นอวี้มันจึงจำใจถ่ายทอดวีรกรรมความซวยที่ตนเองก่อไว้ในคืนนั้นอย่างละเอียดไม่มีตกหล่นแม้แต่คำเดียว
ซูจิ่นอวี้และจี้ฉางยืนอ้าปากค้างดวงตาแทบถลนออกจากเบ้า ความจริงที่ได้รับรู้ช่างเหนือชั้นกว่าจินตนาการไปไกลโข
“แล้ว… เตียงน้ำคืออะไรเหรอคะ?” ซู่เป่าเอียงคอถามด้วยความสงสัย
เกาหยวนหาง “เอ่อ…” ซูอีเฉิน: “เอ่อ…” มู่กุยฝาน: “เอ่อ…”
“เอ่อ…” ชายหนุ่มทั้งสามคนหน้าถอดสี ลำพังแค่จะอธิบายเรื่องนี้ให้ผู้ใหญ่ฟัง ยังอยากมุดแผ่นดินหนี แล้วจะให้พวกเขาอธิบายความหมายของ ‘เตียงน้ำ’ ในโรงแรมม่านรูดให้เด็กสี่ขวบฟังได้อย่างไรกัน!