Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

หนูน้อยผู้นี้คือสมบัติล้ำค่าของตระกูลซู - บทที่ 255 น้องชายดวงซวย บุกเข้าไป!

  1. Home
  2. หนูน้อยผู้นี้คือสมบัติล้ำค่าของตระกูลซู
  3. บทที่ 255 น้องชายดวงซวย บุกเข้าไป!
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

บทที่ 255 น้องชายดวงซวย บุกเข้าไป!

เป้ยเฉินอวี่กลับมาถึงบ้าน ปัจจุบันครอบครัวของเธอเช่าห้องอยู่ในอพาร์ตเมนต์ซอมซ่อในย่านชุมชนแห่งหนึ่ง มีเพียงสองห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น และคับแคบจนน่าอึดอัด

ทันทีที่ก้าวพ้นประตูห้อง หญิงสาวก็รู้สึกแน่นหน้าอกขึ้นมาจนต้องยกมือขึ้นกุมหน้าอก ภาพคฤหาสน์อันโอ่อ่าของตระกูลซูที่เพิ่งจากมา ที่แห่งนี้ช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว จนเธอไม่อาจยอมรับความจริงอันโหดร้ายได้ในทันที

แม่ของเป้ยเฉินอวี่เพิ่งเดินออกมาจากครัว เมื่อเห็นสภาพกึ่งเป็นลมของลูกสาวก็รีบเข้าไปประคอง “ลูกรัก เป็นอะไรไป? รู้สึกไม่สบายขึ้นมาอีกแล้วเหรอ นั่งลงพักก่อนเร็วเข้า…”

เป้ยเฉินอวี่ร้องไห้โฮออกมา “แม่คะ… คนตระกูลซูเขาดูถูกหนู พวกเขาไล่หนูออกมาเหมือนหมูเหมือนหมา แถมยังบังคับให้หนูคืนเงินห้าล้านบาทนั่นด้วย!”

“ทั้งหมดมันเป็นความผิดของหนูเอง… หนูมันไร้ค่า ทำได้แค่สร้างความลำบากให้พ่อกับแม่ แล้วตอนนี้เราจะไปหาเงินมหาศาลขนาดนั้นจากไหนมาคืนเขาล่ะคะ…” เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นจนแทบขาดใจ

ผู้เป็นแม่ถึงกับหน้าถอดสีด้วยความตกใจ ลูกสาวของเธออุตส่าห์แบกความกตัญญูไปขอบพระคุณถึงที่ หากตระกูลผู้ดีพวกนั้นไม่ยอมรับก็แล้วไปเถอะ แต่นี่ถึงขั้นมาทวงเงินคืนจากคนหมดเนื้อหมดตัวเชียวหรือ?

เธอรู้สึกขมขื่นใจจนน้ำตาซึมพลางตัดพ้อโชคชะตาว่าเหตุใดการเป็นคนจนมันถึงได้ทุกข์ยากแสนสาหัสเช่นนี้ สวรรค์ช่างกลั่นแกล้งคนหาเช้ากินค่ำเสียเหลือเกิน!

แม่ของเป้ยเฉินอวี่ปาดน้ำตาแล้วถอนหายใจยาว “เฮ้อ… คนยากจนอย่างเราก็คงได้แค่นี้แหละ จะไปหวังให้คนมั่งมีเขานับถือเราจริงใจได้ยังไงกัน ช่างมันเถอะลูก ต่อให้ต้องทำงานหนักไปทั้งชีวิตแม่ก็จะหาเงินมาคืนเขาให้ได้ ขอแค่ลูกมีชีวิตอยู่ต่ออย่างปลอดภัย แม่ก็พอใจแล้ว” สองแม่ลูกต่างสวมกอดกันร้องไห้อย่างน่าเวทนา

ซูจิ่นอวี้พาวิญญาณโชคร้ายลอยละล่องมาถึงอพาร์ตเมนต์แห่งนี้ ก่อนอุทานออกมาเบา ๆ “เอ๊ะ! นี่มันตึกที่พ่อแม่ของซูเสี่ยวอวี้ทิ้งไว้ให้เธอนี่นา!”

แม้ไม่ใช่อพาร์ตเมนต์หรูหรา แต่มันก็ดูดีกว่าสลัมกลางเมืองอยู่มาก เป็นตึกเก่าคลาสสิกที่ยังต้องเดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์

“ซู่เป่ารออยู่ในรถก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวแม่เข้าไปดูข้างในให้เอง!” ซูจิ่นอวี้ตบไหล่ลูกสาวเบา ๆ

ซู่เป่านั่งนุ่มนิ่มดูน่าเอ็นดูพลางส่งยิ้มกว้างจนตาหยี “ได้เลยค่ะคุณแม่~”

จี้ฉางจ้องมองอาคารหลังนี้ด้วยแววตาครุ่นคิด เขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างลอยวนอยู่รอบตึกเก่าแห่งนี้ ท่ามกลางตึกรอบข้างดูปกติดี กลับมีเพียงตึกนี้ ที่มีกระแสพลังอาถรรพ์อันน่าสะพรึงล้อมรอบไว้…

“ฉันจะเข้าไปตรวจสอบข้างในสักหน่อย ซูจิ่นอวี้… อย่าทำอะไรวู่วามเด็ดขาดนะ”

“โธ่… ยังไม่ไว้ใจคนอย่างฉันอีกเหรอ?” ซูจิ่นอวี้เอ่ยเสียงใส

จี้ฉางกระตุกมุมปาก ทำหน้าเหมือนจะเชื่อ ก่อนลอยจากไปโดยไม่ทิ้งคำพูดใดไว้อีก

ซูจิ่นอวี้ไม่รอช้า รีบพาผีดวงซวยลอยมุ่งหน้าขึ้นไปยังชั้นบนทันที

“มาเถอะน้องชาย เดี๋ยวพี่สาวคนนี้จะพาไปเดินเที่ยวเอง!”

ผีดวงซวยเริ่มหน้าเสีย “พี่สาว… อย่าทำร้ายผมเลยนะ!”

“จะเป็นไปได้ยังไงกัน? ฉันดูเหมือนผีใจร้ายแบบนั้นเหรอจ๊ะ?”

วิญญาณตนนั้นมองหน้าเธอด้วยสายตาที่ตะโกนออกมาว่า ‘ใช่นั่นแหละ!’

ซูจิ่นอวี้กำลังแกล้งหยอกต่อ แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นร่างคุ้นตามายืนอยู่หน้าประตูห้องพอดี “โอ้โห! นั่นมันซูเสี่ยวอวี้นี่นา!”

ซูจิ่นอวี้แกล้งทำตัวสนิทสนมเข้าไปลูบหัวอีกฝ่าย “เห็นว่าโชคดีของเธอกำลังใกล้หมด พี่สาวคนนี้เลยจะช่วยเติมให้เพิ่มอีกนิด ไม่ต้องขอบคุณหรอกนะ!” เธอว่าพลางใช้นิ้วเกี่ยวคางซูเสี่ยวอวี้ด้วยความเอ็นดู

ซูเสี่ยวอวี้จามออกมาเสียงดังพร้อมบ่นพึมพำกับตัวเอง “เป็นอะไรไปนะ… ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงได้รู้สึกหนาวสั่นแปลก ๆ ดูท่าวันนี้คงจะเก็บค่าเช่าไม่ได้อีกตามเคย”

หญิงสาวตัดสินใจเคาะประตู ไม่นานนักแม่ของเป้ยเฉินอวี่ก็เดินมาเปิด

เมื่อเห็นว่าเป็นซูเสี่ยวอวี้ ผู้เป็นแม่ก็รีบโค้มตัวลงต่ำแล้วส่งยิ้มแห้ง ๆ “เจ้าของตึกมาพอดีเลย เชิญเข้ามานั่งก่อนสิคะ พวกเรากำลังจะตั้งโต๊ะกินข้าวกันพอดีเลย!”

ซูเสี่ยวอวี้ไม่อาจปฏิเสธความกระตือรือร้นนั้นได้จึงเดินเข้าไปข้างใน เธอเหลือบมองอาหารบนโต๊ะที่มีเพียงจานผักใบเขียวเหี่ยว ๆ เพียงจานเดียว กับน้ำซุปกระดูกหมูถ้วยเล็ก ๆ วางอยู่ตรงหน้าเป้ยเฉินอวี่…

ช่างเป็นภาพน่ารันทดใจยิ่งนัก

เป้ยเฉินอวี่แสดงท่าทางบอบบางราวกับนางเอกนิยายดราม่า เธอเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “น้องเสี่ยวอวี้… มาแล้วเหรอคะ”

ซูเสี่ยวอวี้ขมวดคิ้ว “พวกคุณกำลังกินข้าวกันอยู่เหรอ… เพิ่งจะหายป่วยไม่ใช่เหรอคะ ทำไมถึงกินน้อยแค่นี้ล่ะ?”

แม่ของเป้ยเฉินอวี่ยิ้มขื่นทำท่าเช็ดน้ำตาไปด้วย “เป็นเพราะฉันเอง ไร้ความสามารถ หาเงินมาดูแลลูกไม่ได้ หมอบอกว่าต้องให้เขากินอาหารที่มีสารอาหารเยอะ ๆ แต่ฉันกลับ…”

เป้ยเฉินอวี่รีบเอ่ยตัดบท “แม่คะ ทำอะไรน่ะ! วันนี้น้องเสี่ยวอวี้ตั้งใจมาเก็บค่าเช่าใช่ไหมคะ?”

“ใช่ ๆ ฉันเกือบลืมไปเลย เดี๋ยวไปหยิบเงินมาให้ก่อนนะ…” ผู้เป็นแม่รีบหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาเปิดดู แต่กลับพบธนบัตรเพียงใบละหนึ่งร้อยหยวนแค่ใบเดียวเท่านั้น…

ประจวบเหมาะกับพ่อของเป้ยเฉินอวี่กลับเข้าห้องมาพอดี เมื่อเห็นซูเสี่ยวอวี้เขาก็เงียบขรึมพลางล้วงกระเป๋าทุกใบในตัวเพื่อรวมเงินออกมาได้อีกเพียงสองร้อยหยวน…

แม่ของเป้ยเฉินอวี่ยิ้มแห้งแล้ง “เจ้าของตึก… ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ นะคะ หรือจะให้ฉันจ่ายมัดจำไว้ก่อนสามร้อยหยวน…”

เป้ยเฉินอวี่น้ำตาคลอเบ้า “ขอโทษด้วยนะคะ เป็นเพราะหนูแท้ ๆ ทำให้ทุกคนต้องลำบาก… เดือนหน้าหนูจะไม่กินยากดภูมิคุ้มกันแล้วล่ะค่ะ จะได้ไม่ต้องเปลืองเงิน…”

ผู้เป็นแม่บีบชายเสื้อแน่นด้วยความประหม่า ส่วนผู้เป็นพ่อก็ได้แต่นั่งยอง ๆ อยู่มุมห้องและสูบบุหรี่เงียบ ๆ อย่างอัดอั้นตันใจ

ครอบครัวนี้ค้างค่าเช่าเธอมานานหลายเดือน แม้กระทั่งค่าน้ำค่าไฟเธอก็ยังเป็นคนช่วยแบกรับภาระให้ เมื่อนึกถึงว่า เป้ยเฉินอวี่เพิ่งผ่านการผ่าตัดเปลี่ยนไขกระดูก

และยังต้องต่อสู้กับโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว เธอก็ไม่กล้าใจร้ายบีบคั้นให้พวกเขาหยุดยา เพราะหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา เธอคงรู้สึกผิดเหมือนเป็นคนปลิดชีวิตพวกเขาด้วยมือตัวเอง

“ช่าง… ช่างมันเถอะค่ะ” ซูเสี่ยวอวี้ยอมจำนนต่อโชคชะตา นึกเสียว่าเป็นการทำบุญสุนทานไปก็แล้วกัน

แต่เป้ยเฉินอวี่ยังคงยืนกรานด้วยสีหน้ามุ่งมั่น “ไม่ได้หรอกค่ะ หนู… หนูจะลองค้นดูว่าพอจะมีเงินเหลืออยู่บ้างไหม พวกเราค้างค่าเช่าคุณมามากเกินไปแล้ว…”

เธอคว้ากระเป๋าของตัวเองขึ้นมาค้นหาอย่างเอาเป็นเอาตาย ก่อนหยิบธนบัตรใบละสิบหยวนออกมาหนึ่งใบ…

“…เอ่อ ไม่เป็นไรจริง ๆ ค่ะ…”

ซูจิ่นอวี้เฝ้ามองอยู่ลอบหรี่ตาลงราวกับจับผิด กระเป๋าของเป้ยเฉินอวี่ดูพองผิดปกติ เห็นแม่สาวคนนี้ทำทีเป็นค้นหาจนทั่ว แต่เหตุใดถึงไม่ยอมเปิดช่องลับด้านในกันนะ?

“เจ้าดวงซวย ลุย!”

วิญญาณร้ายถึงกับชะงัก… ที่แท้เขาก็เป็นเพียงเครื่องมือของเธอเท่านั้นสินะ

เขายอมจำนนต่อคำสั่ง และคลานขึ้นไปนั่งยอง ๆ บนศีรษะของเป้ยเฉินอวี่ทันที

ในจังหวะที่เป้ยเฉินอวี่กำลังง่วนกับการหาเศษเหรียญอยู่นั้น หนังยางมัดผมบนข้อมือของเธอเกิดไปเกี่ยวเข้ากับซิปช่องลับด้านข้างกระเป๋าโดยไม่ตั้งใจ…

แคว่ก!

เสียงซิปรูดเปิดออกมา ก่อนเจ้าของกระเป๋าจะทันตั้งตัว ธนบัตรปึกใหญ่ที่ซุกซ่อนอยู่ในนั้นก็ร่วงพรูลงมากระจายเต็มพื้น! เป้ยเฉินอวี่หน้าถอดสี ทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ

ทุกคนในห้องตกตะลึง แม้แต่พ่อแม่ของเธอก็ไม่เคยระแคะระคายเลยว่าลูกสาวจะมีเงินเก็บมากมายขนาดนี้ เมื่อความแตก เป้ยเฉินอวี่จึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องแสร้งทำเป็นตกใจสุดขีด “อ้าว! เงินพวกนี้มาอยู่ในนี้ได้ยังไงกันคะ?”

“อ๋อ… หนูจำได้แล้ว! เมื่อวานตอนไปตรวจที่โรงพยาบาล มีป้าท่าทางใจดีคนหนึ่งเดินเข้ามาดึงตัวหนูไว้… ต้องเป็นคุณป้าคนนั้นแอบเอาเงินใส่กระเป๋าให้หนูแน่ ๆ เลยค่ะ!”

ซูจิ่นอวี้เห็นแล้วก็ได้แต่หมดคำจะพูด… ช่างเป็นการแสดงสมบทบาทเสียจริงนะ

เมื่อเงินร่วงออกมาประจักษ์แก่สายตาเช่นนี้ เป้ยเฉินอวี่จึงจำใจต้องทำใจดีสู้เสือ นำเงินก้อนนั้นมาจ่ายค่าเช่าพร้อมค่าน้ำค่าไฟที่ติดค้างไว้หลายเดือนให้แก่ซูเสี่ยวอวี้จนครบถ้วน

ซูเสี่ยวอวี้เดินออกจากห้องมาด้วยความมึนงง… ค่าเช่าที่เคยคิดว่าคงสูญเปล่า กลับได้รับคืนมาอย่างง่ายดายเสียอย่างนั้น? มันราบรื่นเสียจนเธอเริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจแปลก ๆ

ซูจิ่นอวี้ถอนหายใจเบา ๆ “ในเมื่อเขาให้มา เธอก็รับไว้เถอะ ไปกันได้แล้ว!”

เธอเอื้อมมือไปลูบหน้าผากซูเสี่ยวอวี้เบา ๆ เป็นการปลอบขวัญ ซูเสี่ยวอวี้จึงเดินจากไปคล้ายคนละเมอ

แต่เป้ยเฉินอวี่กลับรู้สึกเจ็บปวดเจียนตายราวกับมีเลือดหยดออกจากหัวใจ เงินก้อนนี้เธออุตส่าห์รวบรวมมาด้วยความยากลำบาก…

เดิมทีเธอตั้งใจนำเงินจำนวนนี้ไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และเครื่องสำอางราคาแพง…

เธอลำบากมาหลายปีจึงโหยหาอยากแต่งตัวให้งดงามเหมือนเด็กสาวทั่วไป เพื่อให้ดูคู่ควรพอยืนเคียงข้าง ซูอีเฉินได้บ้าง…

“ลูกรัก… เงินพวกนี้มีคนให้เธอมาจริง ๆ เหรอจ๊ะ?” แม่ของเธอถามย้ำด้วยความสงสัย

“ค่ะ… มีคุณป้าคนหนึ่งมอบให้หนูมา” เป้ยเฉินอวี่ก้มหน้าต่ำเพื่อซ่อนแววตาบางอย่าง

ผู้เป็นแม่ยิ้มกว้าง…

ช่างโชคดีเหลือเกิน หากทุกครั้งที่ไปโรงพยาบาลแล้วได้ลาภลอยเช่นนี้ก็คงดีไม่น้อย

เธอรีบออกไปทำงานด้วยความเบิกบานใจ ผิดกับเป้ยเฉินอวี่ที่หมดสิ้นเรี่ยวแรง เธอกำลังนั่งลงพักผ่อนทว่าเก้าอี้กลับหงายหลังคว่ำลงกะทันหัน ส่งร่างของเธอลงไปกระแทกกับพื้นจนน้ำตาเล็ด

แม่ของเธอเห็นดังนั้นจึงรีบถลาเข้ามาช่วยประคอง แต่ดันทำชามน้ำซุปกระดูกหมูหกรดศีรษะลูกสาวจนเหนียวเหนอะหนะไปทั้งตัว

พ่อของเป้ยเฉินอวี่เห็นเมียซุ่มซ่ามก็ขมวดคิ้วทำท่าจะเอ่ยปากตำหนิ ทว่าตัวเขาเองกลับก้าวพลาดไปเหยียบไม้แขวนเสื้อที่วางอยู่บนพื้น จนมันดีดผางขึ้นมาฟาดเข้าใบหน้าของเป้ยเฉินอวี่เต็ม ๆ

เพียงพริบตาเดียว ใบหน้าที่เธอเคยหวงแหนก็บวมแดงทันที…

ณ มุมมืดมุมหนึ่งของห้อง เจ้าดวงซวยลอยตัวอยู่เงียบเชียบ

วิญญาณร้ายลอบมองผลงานตรงหน้าพลางยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย แววตาฉายชัดถึงความพึงพอใจในอานุภาพแห่งความซวยที่ตนเพิ่งสำแดงออกไป

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 255 น้องชายดวงซวย บุกเข้าไป!"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

60965443MuDePq1r
เกรียนแบบนี้ ก็ศิษย์พี่ใหญ่นี่แหละ
15/11/2022
6285dc52fibkLeLk (1)
หนีชะตานางร้าย ไปเป็นเจ้าหญิงขนมหวาน
23/07/2022
62a31afafXRc2lUM
อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว [ 坑爹儿子鬼医娘亲 ]
23/06/2024
61d5850drMG2fe58
ศิษย์พี่ของข้าจะมั่นคงเกินไปแล้ว
10/10/2024

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.