Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

หนูน้อยผู้นี้คือสมบัติล้ำค่าของตระกูลซู - บทที่ 270 ไฟกองนั้น... ใครเป็นคนจุด?

  1. Home
  2. หนูน้อยผู้นี้คือสมบัติล้ำค่าของตระกูลซู
  3. บทที่ 270 ไฟกองนั้น... ใครเป็นคนจุด?
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

บรรยากาศในที่นั้นเต็มไปด้วยความสงสารระคนขบขัน ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าซู่เป่าจะนำเรื่องความตายของเหล่านักแสดงสมทบมาคิดเป็นจริงเป็นจังถึงเพียงนี้

ผู้กำกับลอบถอนหายใจโล่งอก ก่อนเอ่ยกลั้วหัวเราะ “ไม่ใช่อย่างนั้นนะ พวกเขาไม่ได้ตายเสียหน่อย! เป็นเพียงการแสดงท่าทางว่าตายเท่านั้นเอง ดูสิ ตอนนี้ก็เดินออกมากันหมดแล้ว ทุกคนปลอดภัยดี!”

เหล่านักแสดงตัวประกอบที่รับบททหารญี่ปุ่นต่างทยอยเดินออกมาจากฉากด้วยท่าทางปกติ

คุณนายเฒ่าซูช่วยปลอบอีกแรง “การฉีกทหารญี่ปุ่นเป็นเพียงการแสดงลูก นั่นก็แค่เศษผ้าทำเลียนแบบขึ้นมา แม้แต่การยิงปืนก็เป็นของปลอม ทุกคนปลอดภัยดี ไม่ต้องกังวลนะลูก”

แต่ซู่เป่ายังคงน้ำตาคลอเบ้า เธอแย้งขึ้นเสียงสั่น “แต่ตอนที่ไฟเผาพี่ชีชีนั่นเป็นเรื่องจริงนะคะ! พี่เขาถูกไฟไหม้จริง ๆ นะ!”

‘เรื่องนี้เธอมั่นใจเหลือเกินว่าตนเองมองไม่ผิด’

‘พี่ชีชีถูกไฟล้อมไว้จริง ๆ หากไม่ใช่เพราะเธอทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้าไว้ก่อน’

‘พี่ชีชีคงได้รับบาดเจ็บสาหัสไปแล้ว’

ซู่เป่าคำนวณดวงชะตาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนมั่นใจว่ากู้ชีชีจะประสบเคราะห์ร้าย จึงตัดสินใจเข้าแทรกแซงเสียก่อน พี่สาวคนสวยถึงได้รอดพ้นมาได้

ในขณะที่คนอื่นมองไม่เห็นผีเคราะห์ร้ายตนหนึ่งกำลังเดินคอตกกลับมาด้วยสีหน้าเศร้าหมองพลางพึมพำ “คราวหน้าถ้าจะโยนฉันออกไป ช่วยให้เวลาฉันตั้งตัวหน่อยเถอะ!”

“แย่จริง ๆ ไฟตั้งใหญ่ ผีเนี่ยกลัวไฟจะตาย… ถ้าฉันไม่ใช่ผีร้าย ป่านนี้หายไปแล้ว…”

“พี่ชีชีถูกไฟเผาจริง ๆ ใช่ไหม?” ซู่เป่าแอบถามเสียงเบา

“เมื่อกี้ใช่ เกือบไปแล้ว… ดีที่ฉันเตะเธอกระเด็นออกมาก่อน” ผีเคราะห์ร้ายพยักหน้าหงึกหงัก

“คุณลุงผู้กำกับดูสิคะ มันเป็นเรื่องจริงนะ!” ซู่เป่าหันไปมองผู้กำกับตาแป๋ว

คำพูดของเด็กน้อยทำให้ผู้กำกับเริ่มใจคอไม่ดี เขาหันไปจ้องมองกู้ชีชีด้วยความตระหนก

กู้ชีชีเพิ่งก้าวเท้าออกจากกองถ่าย ใบหน้าของเธอเปรอะเปื้อนควันจนดำมิดไปหมด มือข้างหนึ่งยกขึ้นกุมใบหน้าซีกหนึ่งไว้ราวกับกำลังได้รับบาดเจ็บ

ผู้กำกับรู้สึกเสียวสันหลังวาบ หากนางเอกของเรื่องเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจริงๆ นั่นย่อมเป็นเรื่องใหญ่โตมโหฬารแน่ เขาจึงรีบปรี่เข้าไปหาพลางถามด้วยความห่วงใย “ชีชี! เธอไม่เป็นไรใช่ไหม?”

โจวอวี่รีบถลาตัวลุกขึ้นยืนพร้อมกับอุทานด้วยน้ำเสียงตกใจเกินเหตุ “ว้าย! พี่ชีชีบาดเจ็บแล้วเหรอคะ! โอ้พระเจ้า พี่ชีชีถูกไฟเผาเข้าให้แล้ว!”

ทุกคนต่างกรูเข้าไปห้อมล้อมด้วยความวุ่นวาย และพบว่าใบหน้าของเธอถูกเขม่าควันรมจนดำปืดจริงๆ ไม่ใช่เพียงการแต่งหน้าจากแผนกเมคอัพเท่านั้น

วินาทีนั้นทุกคนถึงกับตกตะลึง

‘นี่มันความผิดพลาดร้ายแรงเข้าขั้นวิกฤตชัด ๆ!’

“พี่ชีชีคะ พี่ไม่เป็นไรใช่ไหม? หน้าไม่ได้เสียโฉมไปแล้วใช่ไหมคะ? พระเจ้า… มันร้ายแรงมากเลยนะนั่น!” โจวอวี่แสดงสีหน้ากังวลสุดขีด แม้ภายนอกดูห่วงใย แต่ดวงตาของเธอกลับจับจ้องใบหน้าของกู้ชีชีเขม็ง ในใจพลันรู้สึกขัดเคืองอย่างหนัก

‘เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมยัยนี่ถึงไม่ถูกไฟคลอกจนเสียโฉมไปเลย?’

‘เมื่อครู่เปลวไฟโหมเข้าหาขนาดนั้นแท้ ๆ!’

โจวอวี่จ้องมือกู้ชีชีกำลังปิดหน้าไว้พลางเริ่มมีความหวังขึ้นมาใหม่ บางทีอาจเสียโฉมไปแล้วจริงๆ แต่คงกลัวคนอื่นเห็นเลยต้องรีบปิดบังไว้!

‘เพราะหากใบหน้าเสียหายไปแล้ว… จุ๊ ๆ ตำแหน่งนางเอกเรื่องนี้คงต้องเปลี่ยนมือแน่นอน!’

เธอปักใจเชื่อว่ากู้ชีชีคงกำลังขวัญเสีย แม้บาดเจ็บก็คงไม่กล้าเอ่ยปากบอกใครว่าตนเองเสียโฉม

“เกิดอะไรขึ้นกันแน่ เธอเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” ผู้กำกับยังคงถามย้ำด้วยความร้อนใจ

“ไม่เป็นไรค่ะผู้กำกับ ฉันโอเค ไม่ต้องกังวลนะคะ” กู้ชีชียังคงกุมหน้าไว้แน่นไม่ยอมถอนมือออก เธอเอ่ยเพียงสั้น ๆ “แค่โดนควันรมนิดหน่อยเท่านั้นเอง ฉันยังเล่นต่อได้ค่ะ เดี๋ยวพักสักเดี๋ยวก็คงหาย…”

โจวอวี่จับจุดบกพร่องในคำพูดนั้นได้อย่างรวดเร็ว ยังเล่นต่อได้งั้นเหรอ…

ทำไมต้องย้ำว่ายังเล่นต่อได้ด้วยล่ะ แสดงว่าหน้าต้องพังไปแล้วแน่ ๆ!

“พี่ชีชี พี่ต้องเป็นอะไรแน่ ๆ เลยค่ะ เอามือออกเร็วเข้า ให้พวกเราดูหน่อยว่ามันหนักหนาแค่ไหน?” เธอแสร้งทำเป็นกระวนกระวายใจ “เมื่อกี้ฉันเห็นเปลวไฟลวกถึงหน้าพี่เลยนะ พี่ชีชีอย่าฝืนเลยค่ะ!”

เมื่อจินตนาการว่าหากกู้ชีชีเสียโฉมและต้องหลุดจากบทนางเอก โจวอวี่ก็เริ่มร้อนรนจนทนไม่ไหว เธออยากให้ทุกคนประจักษ์ชัดว่าใบหน้าของกู้ชีชีพังพินาศไปแล้ว

ในที่สุดเธอก็ระงับความอยากรู้ไม่ได้ ยื่นมือไปหมายจะกระชากมือของกู้ชีชีออก “พี่ชีชี ให้ฉันดูหน่อยเถอะค่ะ พี่ไม่ต้องกังวลนะ ถึงมันจะร้ายแรงแต่ถ้าเรารีบรักษาก็อาจกลับมาหายดีได้…”

ทุกคนรอบข้างเริ่มรู้สึกตะขิดตะขวงใจ เหตุใดโจวอวี่ถึงดูมั่นใจนักว่าใบหน้าของกู้ชีชีถูกไฟลวก?

ทั้งที่เจ้าตัวก็บอกอยู่ ว่าแค่โดนควันรมเท่านั้น

ในจังหวะนั้นเอง กู้ชีชีก็ยอมละมือออก เผยให้เห็นใบหน้าอีกซีกหนึ่งชัดเจน

ผิวพรรณของเธอยังคงเรียบเนียนไร้รอยแผล มีเพียงคราบเขม่าดำจาง ๆ จากควันไฟเท่านั้น

เธอนิ่งเงียบพลางจ้องไปที่โจวอวี่ ก่อนเอ่ยถามเสียงเย็น “ฉันแค่โดนควันเข้าตาจนเคืองเท่านั้นเอง ทุกคนต่างก็เป็นห่วงว่าฉันจะเป็นอะไร แต่ทำไมโจวอวี่ถึงดูมั่นใจนักล่ะ ว่าฉันถูกไฟลวกจนเสียโฉมไปแล้ว?”

สีหน้าของโจวอวี่แข็งค้างไปชั่วขณะ ภายในใจเต็มไปด้วยความเกลียดชังพุ่งพล่าน

‘ยัยกู้ชีชีกำลังใส่ร้ายเธออย่างนั้นหรือ?!’

เธอเม้มริมฝีปากแน่น แสร้งทำสีหน้าลำบากใจราวกับคนทำตัวไม่ถูก “พี่ชีชี… พี่พูดอะไรออกมาคะนั่น? ฉันเห็นว่าพี่โดนไฟลวกก็แค่นึกเป็นห่วง กลัวว่าพี่ได้รับบาดเจ็บเข้าจริง ๆ เท่านั้นเอง!”

กู้ชีชีแค่นหัวเราะเย็นชา “งั้นเหรอ ถ้าห่วงฉันขนาดนั้น ตอนฉันโดนไฟทำไมไม่ตะโกนให้หยุด?”

“ฉัน… ฉันไม่ได้เห็นแบบนั้นนะคะ ฉันแค่…” โจวอวี่ถึงกับผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง

กู้ชีชีมิรอให้อีกฝ่ายได้แก้ตัว เธอสืบเท้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีก “อีกอย่าง ทุกคนยังไม่รู้เลยว่าฉันโดนไฟ เธอกลับรู้ล่วงหน้าเหมือนเห็นกับตา?”

โจวอวี่อ้าปากค้างจนคำพูดติดอยู่ในลำคอ เธอหาข้ออ้างใดมาหักล้างไม่ได้เลย ขอบตาของเธอเริ่มแดงก่ำ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น “พี่ชีชี… นี่พี่หมายความว่าอย่างไรคะ? จะบอกว่าฉันเป็นคนทำ?”

“ฉันนั่งพักอยู่ตรงนี้ตลอดเวลา จะเป็นฉันไปได้ไง… พี่จงใจใส่ร้ายฉันชัด ๆ…”

โจวอวี่ทำทีเป็นน้อยเนื้อต่ำใจสุดขีด เธอแสดงท่าทางเหมือนคนถูกรังแก แต่ไม่กล้าโต้ตอบ เพื่อจงใจทำให้คนรอบข้างมองว่ากู้ชีชีกำลังใช้อำนาจบีบคั้นเธอ

กู้ชีชีเพียงแสยะยิ้มหยัน ไม่ได้ซักไซ้ต่อให้เสียเวลา เธอเอ่ยเสียงเรียบทิ้งท้ายว่า “เธอทำหรือไม่ทำ ใจเธอย่อมรู้ดีที่สุด”

ทุกคนรู้ดีว่ากู้ชีชีกับโจวอวี่ขัดแย้งกันมานาน บางคนเริ่มสงสัยโจวอวี่ บางคนคิดว่ากู้ชีชีแค่เล่นงานคู่แข่ง

โจวอวี่หันไปมองซูโล่วด้วยสายตาขอความช่วยเหลือ “คุณซูคะ…”

ซูโล่วที่เพิ่งดึงสติกลับมาจากเหตุการณ์ฉากฉีกร่างผีอันประหลาด เมื่อได้ยินเสียงเรียกจึงก้มลงมองแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น “ฉันเชื่อชีชี”

คำยืนยันนั้นทำให้โจวอวี่ปล่อยโฮออกมาทันที

แม้ภายนอกจะแสร้งทำตัวน่าสงสารเพียงใด ทว่าในใจกลับริษยาจนแทบบิดเบี้ยว ทั้งที่ไม่มีหลักฐานมัดตัวสักชิ้น แต่ซูโล่วกลับเลือกเข้าข้างกู้ชีชีอย่างไร้เงื่อนไข!

ผู้กำกับเริ่มรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าจนแทบจะทนไม่ไหว เขาตัดบทขึ้นว่า “เอาละ อย่าเพิ่งร้องไห้กันเลย ในกองถ่ายเรามีกล้องหลายตัว แถมยังมีกล้องเบื้องหลังอีก ลองไปตรวจสอบภาพฟุตเทจทั้งหมดดูเถอะ”

ผลการตรวจสอบออกมาด้วยความรวดเร็ว ในกองถ่ายไม่มีกล้องตัวใดบันทึกความผิดปกติได้เลย แต่ว่าในจุดพักนักแสดง กลับมีแฟนคลับของโจวอวี่ถ่ายภาพเธอไว้ได้ ซึ่งในภาพปรากฏว่าเธอยังคงนั่งพักอยู่ที่เดิมไม่ได้ลุกไปไหน

“คนในภาพนี้คือเธอจริง ๆ งั้นหรือ?” กู้ชีชีจ้องมองหน้าจอนิ่ง

ภาพแฟนคลับถ่ายไว้นั้นค่อนข้างเบลอ เห็นเพียงแผ่นหลังของโจวอวี่ที่กำลังกางร่มนั่งอยู่ตามลำพังในมุมมืดห่างไกลผู้คน นอกจากเสื้อผ้าเหมือนกันแล้ว ก็ยากจะยืนยันตัวตนจากส่วนอื่นได้

โจวอวี่กัดริมฝีปากพร้อมกับเอ่ยเสียงเบา “พี่ชีชี ฉันรู้ว่าพี่ไม่ชอบฉัน แต่หลักฐานก็อยู่ตรงหน้าแล้ว… ทำไมพี่ยังไม่เชื่ออีก…”

กู้ชีชีไม่ได้แสดงท่าทีออกมา เธอทำเพียงแค่เอ่ยลอย ๆ “วันฟ้ามืดครึ้มแบบนี้นั่งในมุมอับยังจะกางร่ม ฉันแค่รู้สึกว่ามันแปลกเท่านั้นเอง”

เธอรู้ดีว่าคราวนี้คงไม่อาจพลิกสถานการณ์ได้ง่าย ๆ โจวอวี่กล้าลงมือย่อมต้องเตรียมการไว้อย่างรัดกุม แม้แต่หลักฐาน เธอก็ยังจัดฉากไว้เสร็จสรรพ

สิ่งเดียวที่พอจะปลอบใจได้คือเธอปลอดภัยดี แต่หนี้แค้นครั้งนี้เธอสลักไว้ในใจเรียบร้อยแล้ว และคนอย่างกู้ชีชีไม่ใช่พวกที่จะยอมถูกรังแกฝ่ายเดียวเสียด้วย

เมื่อเห็นโจวอวี่ยังคงบีบน้ำตาแสร้งทำเป็นผู้ถูกกระทำ กู้ชีชีก็หมดความอดทนในการสวมบทบาทแม่นางผู้อ่อนหวานอีกต่อไป เธอเตรียมอ้าปากตอกกลับให้หงายหลัง

ในตอนนั้นเอง เสียงเล็กๆ ของซู่เป่าก็ดังแทรกขึ้น “พวกคุณกำลังตามหาคนที่จุดไฟอยู่ใช่ไหมคะ? ซู่เป่ารู้นะว่าใครทำ!”

ทุกคนต่างหันขวับไปมอง เห็นซู่เป่ากำลังจูงมือนักแสดงสมทบคนหนึ่งเดินเข้ามา

นักแสดงคนนั้นสวมชุดเนื้อผ้าสีเทาเก่าสกปรก ผมเผ้ายุ่งเหยิงปรกลงมาปิดบังใบหน้าไปกว่าครึ่ง เธอยืนนิ่งสงบไร้เสียงฝีเท้า จนทุกคนเริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศบางอย่างที่ผิดปกติ แต่ก็บอกมิถูกว่าคือสิ่งใด…

ซู่เป่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงใสซื่อ “ป้าคนนี้บอกว่า เห็นป้าที่มีรองเท้าแตะติดคอเป็นคนทำค่ะ!”

โจวอวี่ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความฉงน เด็กคนนี้ไปลากใครมาจากไหน แล้วเหตุใดถึงได้มาชี้หน้าใส่ร้ายเธอหน้าด้าน ๆ?

ยิ่งไปกว่านั้น เธอไม่เคยเห็นผู้หญิงคนนี้ในกองถ่ายมาก่อนเลย เป็นไปได้อย่างไรที่อีกฝ่ายจะเห็นการกระทำของเธอ!

ความไม่พอใจเริ่มก่อตัวขึ้นในใจโจวอวี่ เธอคิดว่าซู่เป่าก็แค่เด็กเล็ก ๆ ไร้เดียงสา ย่อมต้องมีผู้ใหญ่สั่งสอนให้พูดจาเลอะเทอะแบบนี้เป็นแน่ หรือจะเป็นคุณนายเฒ่าตระกูลซู?

หรืออาจเป็นซูโล่วที่อยากจะช่วยกู้ชีชีจนตัวสั่น?

โจวอวี่ทั้งอิจฉาทั้งขุ่นเคือง!

เธอจำต้องตีบทแตกต่อด้วยการทำสีหน้าหม่นหมอง “ช่างเถอะค่ะ… คุณซูคงอยากช่วยพี่ชีชีมากสินะคะ? ก็จริง ฉันเป็นใครกัน… ในเมื่อพวกคุณยืนยันเช่นนั้น ฉันก็คงไม่มีปัญญาโต้แย้งอะไรได้…”

น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความตัดพ้อ ใบหน้าดูเหมือนคนต้องจำใจกล้ำกลืนความอยุติธรรมไว้เพียงลำพัง ช่างน่าเวทนาเป็นที่สุด

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 270 ไฟกองนั้น... ใครเป็นคนจุด?"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

20228319-member-193×278
ทะลุมิติทั้งครอบครัว
29/07/2023
novelpds955
คุณหนูใหญ่ผู้นี้กลับมาเพื่อแก้แค้น
08/07/2026
ef001c104ec4
คุณหนูใบ้หัวใจแกร่ง
14/09/2024
2020328295-member-193×278-1
ช้าก่อนคุณป๋อ! ครั้งนี้ขอเป็นรักสุดท้าย
06/03/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.