Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

หนูน้อยผู้นี้คือสมบัติล้ำค่าของตระกูลซู - บทที่ 273 เข้าใจผิดกันไปใหญ่โต

  1. Home
  2. หนูน้อยผู้นี้คือสมบัติล้ำค่าของตระกูลซู
  3. บทที่ 273 เข้าใจผิดกันไปใหญ่โต
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ซู่เป่านิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกย้อนถึงบทสนทนาเรื่องหลุมศพ เธอเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริง “ได้เลยค่ะ หนูจดใส่สมุดไว้แล้ว ในอนาคตหนูจะสร้างหลุมศพทรงนั้นให้พี่จื่อซีแน่นอน!”

ซูจื่อซีพยักหน้า แสดงสีหน้าพึงพอใจสุดขีด ส่วนซูเหอเวิ่นซึ่งนั่งฟังอยู่ข้างกันกลับรู้สึกราวกับหลุดเข้าไปในโลกแฟนตาซีอันบิดเบี้ยว

‘เดี๋ยวก่อน… จะพอใจอะไรกันขนาดนั้น? นี่มันใช่เรื่องเด็กวัยอย่างพวกเราควรมานั่งวางแผนกันจริงจังหรือไงกันเนี่ย!?’

ซูเหอเวิ่นรีบเปลี่ยนประเด็นเพื่อกู้คืนบรรยากาศ “จริงสิซู่เป่า เมื่อกี้ที่กองถ่ายพี่เห็นผีตั้งหลายตน ผีพวกนั้นไม่ต้องจับเหรอ?”

‘เขานับดูแล้วมีตั้งเจ็ดแปดตนเชียวนะ!’

‘มีเป้าหมายเยอะขนาดนี้ หากไม่ลงมือสักครั้งย่อมไม่คุ้มกับที่เขาลงแรงทำตาข่ายจับผีมาตั้งนาน’

ซู่เป่าส่ายหน้าหวืดพลางตอบว่า “ผีพวกนั้นไม่ได้ทำร้ายใคร ไม่จำเป็นต้องจับหรอกค่ะ”

ผีที่นั่งยอง ๆ ในห้องขังนั่นก็แค่ทำให้คุณลุงพนักงานตกใจเล่น พอมันหัวเราะ ‘เฮอะ ๆ’ เสร็จก็ลอยจากไปแล้ว ส่วนพวกผีเร่ร่อนที่เกาะอยู่ตามตัวนักแสดงสมทบ หรือพวกที่ชอบเขย่งเท้าเดิน บางทีพวกเขาอาจจะเบื่อเกินไป พอใกล้ถึงเทศกาลเดือนเจ็ดก็เลยออกมาเที่ยวเล่นบ้าง

‘แล้วยังมีคุณป้าผีคนนั้นอีก… ป้าคนนั้นช่วยหนูไว้ตั้งเยอะแน่ะ!’

ซูเหอเวิ่นยังไม่ยอมแพ้ “งั้นเหรอ… แล้วอีกไม่กี่วันนี้เราออกไปข้างนอกกันไหม? เทศกาลจงหยวนผีออกมาเพียบเลยนะ ถ้าเราออกล่าสักไม่กี่วัน ก็น่าจะเก็บตัวชี้วัดของทั้งปีได้สำเร็จเลยละ!”

“ตัวชี้วัดคืออะไรคะ?” ซู่เป่าเอียงคอถามด้วยความฉงน

ซูเหอเวิ่นตอบอย่างภาคภูมิใจ “มันก็คือดัชนีชี้วัดผลงานน่ะสิ”

“แล้วผลงานคืออะไรอีกล่ะคะ?”

ซูเหอเวิ่นอ้าปากเตรียมอธิบายแต่ก็ต้องชะงักกึก…

‘คำถามหนึ่งแสนข้อของน้องสาวนี่ช่างน่าสะพรึงกลัวจริง ๆ!’

แต่จะนับว่าดีที่เขาเป็นพี่ชายผู้รอบรู้ ซูเหอเวิ่นกระแอมไอเบา ๆ ก่อนร่ายยาวออกมา “ยกตัวอย่างเช่น น้ำเต้าอาคมของซู่เป่าต้องการวิญญาณอาฆาตหนึ่งร้อยตัวถึงเต็ม ดังนั้นเป้าหมายผลงานของเราก็คือการจับวิญญาณอาฆาตให้ครบหนึ่งร้อยตัว”

“สมมติว่าเราจับวิญญาณร้ายได้ 30 ตน เป้าหมายผลงานของเราก็จะสำเร็จไป 30%”

“ถ้าเราอาศัยช่วงเทศกาลสารทจีนนี้จับวิญญาณร้ายให้ครบ 100 ตนในคราวเดียว ผลงานของเราก็จะเสร็จสิ้นทันที นี่แหละที่เขาเรียกว่าการทำตัวชี้วัดให้สำเร็จเข้าใจไหม?”

“เข้าใจแล้วค่ะ แต่เราจำเป็นต้องรีบปั่นตัวชี้วัดให้เสร็จไวขนาดนั้นเลยเหรอคะ?” ซู่เป่าพยักหน้าพลางเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“เอ่อ… ท่านอาจารย์ไม่ได้บอกหรือไงว่า หากไม่ขยันจับผีให้น้ำเต้าเต็มตามเป้า เธอต้องหายไปน่ะ?” ซูเหอเวิ่นขมวดคิ้วมุ่นพลางถามย้ำด้วยความกังวล

ซู่เป่านิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนตอบ “อาจารย์เคยบอกไว้ว่า… จุดประสงค์หลักของการจับผี ไม่ใช่แค่การออกไปไล่ล่าดวงวิญญาณเท่านั้นนะคะ”

“อ้าว… ถ้าอย่างนั้นทำไปเพื่ออะไรล่ะ?” คราวนี้กลับเป็นฝ่ายซูเหอเวิ่นเองที่งง

“เรื่องนี้หนูก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันค่ะ! อาจารย์แค่สั่งกำชับว่าให้ตั้งใจจับก็พอแล้ว” เด็กน้อยตอบพลางทำหน้ามึนงงไม่ต่างกัน

เสี่ยวอู่โพล่งแทรกขึ้นมาทันควัน “ไปจับผี! ไปจับผีไร้นิยาม! ไปจับผีในทุกถิ่นที่! จะถนนใหญ่หรือตึกร้างก็ไม่ต้องถามเหตุผล จับผีที่เป็นอิสระที่สุด!”

“…”

ในขณะนั้นเอง คุณนายเฒ่าซูก็ร้องเรียกทุกคนไปกินข้าว ซู่เป่าวางของเล่นในมือลงทันที “ไป ๆ ไปกินข้าวกันเถอะ!”

เสี่ยวอู่กระพือปีกพร้อมกับส่ายหัวส่ายหางเดินตามไปติด ๆ ขณะก้าวผ่านมุมบันได มันเห็นคุณปู่เต่านอนหลบร้อนอยู่ ก็ยังไม่วายจิกหัวอีกฝ่ายตามความเคยชินพร้อมส่งเสียง ‘กั๊ก’

คุณปู่เต่าหดคอเข้ากระดอง ส่วนเสี่ยวอู่นั้นพอจิกเสร็จก็รีบวิ่งหนีไป ไม่ได้วุ่นวายต่อ

ซูจื่อซีลุกขึ้นยืน แล้วขมวดคิ้วมุ่น พึมพำกับตัวเองว่า “ต้องจับให้ได้ 100 ตนเชียวหรือ? มากมายถึงเพียงนั้นเลย!”

หลังมื้ออาหารเสร็จสิ้น ซู่เป่านั่งวาดรูปอยู่บนโต๊ะ จู่ ๆ ก็เห็นอาจารย์กับคุณแม่กลับมาจากข้างนอก เธอจึงรีบวางปากกาแล้ววิ่งถลาออกไปรับ “คุณแม่คะ! ไปไหนกันมาเหรอคะ?”

“ไปลงทะเบียนมาจ้ะ” ซูจิ่นอวี้ลูบศีรษะลูกสาวด้วยความเศร้าสร้อย

หลังจากผ่านพ้นวันที่สิบสี่เดือนเจ็ดไปแล้ว เธอจะต้องไปจุติใหม่ในภพภูมิอื่น ทว่าก่อนจากไป ยังสามารถขึ้นมาเยี่ยมเยียนได้อีกครั้ง และนี่คือการพบกันครั้งสุดท้ายในฐานะแม่ลูก…

รอยยิ้มบนใบหน้ากลมมนของซู่เป่าค่อย ๆ จางหายไป เธอเงียบงันแล้วสวมกอดคุณแม่ไว้แน่น มือน้อยตบหลังซูจิ่นอวี้เบา ๆ ราวกับกำลังปลอบประโลม “ไม่เป็นไรนะคะ ซู่เป่าจะอยู่เคียงข้างแม่เสมอ… ไม่ต้องกลัวนะคะ”

ซูจิ่นอวี้รู้สึกปวดร้าวลึกไปถึงขั้วหัวใจ

‘เธอรู้ดีว่าลูกสาวของเธอคือยมทูตตัวน้อย บางทีในอีกร้อยหรือสองร้อยปีข้างหน้า’

‘ซู่เป่าอาจจะนั่งอยู่ในตำหนักยมโลก มองดูการเวียนว่ายตายเกิดอย่างสงบ’

‘หรือซู่เป่าอาจจะมองเห็นว่าเธอไปเกิดใหม่ที่ไหน เป็นใคร ผ่านวัฏสงสารไปทุกภพชาติ’

‘ทว่าตัวเธอในตอนนั้น… จะจำไม่ได้อีกแล้วว่าเคยมีลูกสาว ชื่อซู่เป่า’

ซูจิ่นอวี้กอดซู่เป่าไว้แน่นส่งเสียงตอบรับในลำคอ เธอพยายามคลี่ยิ้มให้ลูกสาว “วันนี้คุณยายทำอะไรอร่อย ๆ ไว้บ้างจ๊ะ?”

“หนูเก็บของอร่อยไว้ให้คุณแม่หมดเลยนะ! มีดอกถั่งเช่ากับซี่โครงหมูนึ่ง ซี่โครงแกะย่าง แกงกะหรี่เนื้อวัว แล้วก็กุ้งมังกรนึ่งกระเทียมด้วยค่ะ…” ซู่เป่ารีบจูงมือคุณแม่ลงไปชั้นล่างทันที ระหว่างที่เจ้าตัวเล็กกำลังไล่เรียงเมนูโปรดอยู่นั้น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพูดเร็วเกินไปหรือมัวแต่จินตนาการตามภาพอาหารจนน้ำลายสอ

จู่ ๆ น้ำลายใสก็หยดแหมะลงมาอย่างเสียอาการ

ซูจิ่นอวี้เห็นภาพนั้นก็ถึงกับกลั้นขำไว้ไม่อยู่

‘ลูกสาวของเธอช่างน่ารักจริง ๆ เธอตั้งใจจะบันทึกภาพนี้ไว้ในใจ..’.

‘และจะพยายามจำทุกรายละเอียดเอาไว้ให้ได้ตลอดไป…’

*

ณ กองถ่าย ซูโล่วและทีมงานเพิ่งเสร็จสิ้นการทำงานหลังจากเร่งถ่ายทำตามตารางเวลา เหล่านักแสดงสมทบทยอยกันเดินทางกลับ แต่ว่ายังคงมีบางคนคอยวนเวียนอยู่ในกองถ่ายตามมุมมืดต่าง ๆ

ซูโล่วเผลอกำถุงหอมในมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ขณะที่เขากำลังจะก้าวเท้าออกจากกองถ่าย กลับถูกกู้ชีชีร้องเรียกเอาไว้ก่อน

หญิงสาวดูท่าทางขัดเขิน เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้มว่า “รุ่นพี่คะ วันนี้ขอบคุณมากเลยนะคะที่ช่วยพูดแทนฉัน ว่าง ๆ ฉันขอเลี้ยงข้าวพี่เป็นการตอบแทนได้ไหมคะ?”

ซูโล่วพบเจอสถานการณ์เช่นนี้จนชินชาเสียแล้ว

เกือบทุกครั้งที่ถ่ายทำหนัง มักมีนักแสดงหญิงหาทางชวนเขาไปทานมื้อค่ำอยู่เสมอ ซึ่งเขาก็จะปฏิเสธกลับไปตรง ๆ อย่างไม่ใยดี

“ไว้ค่อยว่ากัน” ชายหนุ่มจึงตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยตามความเคยชิน

กู้ชีชีหน้าสลดลงทันที

ส่วนซูโล่วชำเลืองมองปฏิกิริยานั้น

เมื่อครู่ดวงตาของเธอยังเปล่งประกายสดใส แต่เพียงพริบตากลับหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งใบหน้าดูเศร้าหมองจนเขาอดขมวดคิ้วไม่ได้ ชายหนุ่มกำลังจะเอ่ยปากพูดเพื่อไม่ให้บรรยากาศอึดอัดจนเกินไป

ทว่าเธอกลับรวบรวมความกล้าพูดต่อ “งั้นสัปดาห์หน้าเป็นวันเกิดของฉัน รุ่นพี่พอจะให้เกียรติมาร่วมงานฉลองวันเกิดได้ไหมคะ?”

ซูโล่วขยับมุมปากเล็กน้อย สุดท้ายก็ตอบตกลง “ได้ครับ รบกวนส่งเวลากับสถานที่มาทางวีแชทแล้วกัน”

ทันทีที่ได้รับคำตอบ ดวงตาของกู้ชีชีก็กลับมาเป็นประกายอีกครั้ง เธอกระตือรือร้นพยักหน้าถี่ ๆ ราวกับลูกไก่จิกข้าว “ได้เลยค่ะ! ขอบคุณมากนะคะ!”

พูดจบเธอก็โค้งตัวให้เขาอย่างนอบน้อม ท่าทางดีใจจนเนื้อเต้นราวกับจะตัวลอยได้นั้น ทำให้เธอรีบหมุนตัววิ่งจากไปในทันที

‘นักแสดงหนุ่มทอดสายตามองตามแผ่นหลังที่ร่าเริงเกินเหตุก็อดเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจไม่ได้’

‘ทั้งแอบส่องความเคลื่อนไหวในโซเชียล… แถมยังกล้าเอ่ยปากชวนเขาไปงานวันเกิดตรง ๆ อีก’

ที่ผ่านมาเขามักถูกรายล้อมด้วยเหล่านักแสดง พนักงานหญิง หรือแม้แต่บรรดานักธุรกิจสาวฐานะดีก็พยายามเข้าหาด้วยสารพัดกลวิธี แต่สำหรับกู้ชีชี… เขากลับไม่รู้สึกรำคาญใจกับท่าทีคุกคามความเป็นส่วนตัวนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้าม กลับรู้สึกว่าความโก๊ะของเธอนั้นดูจริงใจเสียอย่างนั้น

ขณะนั่งรถกลับบ้าน ซูโล่วได้รับข้อความแจ้งเตือนจากกู้ชีชี

“วันอาทิตย์หน้า เวลา 10 โมงเช้า ที่อยู่ บ้านตระกูลกู้ (พิกัด: xxxx)”

ปลายนิ้วเรียวยาวซึ่งเห็นข้อกระดูกชัดเจนแตะค้างอยู่บนหน้าจอ เตรียมพิมพ์ข้อความตอบกลับ แต่ยังไม่ทันได้ขยับ เขากลับเห็นข้อความใหม่เด้งแทรกขึ้นมาเสียก่อน “รุ่นพี่ คุณต้องมาให้ได้นะคะ! ฉันจะรอพี่อยู่ที่บ้านตระกูลกู้นะ!”

คำว่า ‘รออยู่ที่บ้าน’ ทำเอาปลายนิ้วของเขาชะงักค้างอยู่กลางอากาศทันที

ในเวลาเดียวกัน กู้ชีชีซึ่งอยู่อีกฝั่งกำลังจ้องมองหน้าจอสมาร์ทโฟนด้วยใจระทึก แผ่นหลังเนียนละเอียดเย็นวาบขึ้นมาดื้อ ๆ เมื่อทบทวนคำพูดตัวเองอีกครั้ง

‘บ้าจริง! ประโยคเมื่อกี้มันดูรุกหนักแถมยังไม่เหมาะสมเอาเสียเลย!’

เธอกระวนกระวายใจจนแทบทำโทรศัพท์หลุดมือ ก่อนตัดสินใจกดถอนข้อความกลับทันที ราวกับจะลบหลักฐานความโป๊ะของตัวเองทิ้งไปเสียให้พ้น

กู้ชีชีรีบกดยกเลิกข้อความ แล้วจึงรีบส่งประโยคใหม่ไปแทน “รอคอยการมาเยือนของคุณนะคะ!”

พอส่งไปแล้วเธอก็อยากจะทึ้งหัวตัวเอง แล้วรีบกดยกเลิกอีกรอบ

‘พูดบ้าอะไรของฉันเนี่ย รอคอยการมาเยือนอะไรกัน!’

กู้ชีชีขบคิดครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจบอกจุดประสงค์ที่แท้จริงออกไปตรง ๆ “รุ่นพี่คะ ตอนมางานวันเกิด รบกวนพาซู่เป่ามาเล่นด้วยกันนะคะ!”

เธอกัดริมฝีปากจ้องประโยคนี้นิ่งอยู่นานกว่าครึ่งนาที สุดท้ายก็ตัดสินใจไม่ถอนข้อความกลับ แต่แล้วเธอก็เริ่มใจเสียเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบหายไปนานจนผิดสังเกต

กู้ชีชีเริ่มกังวลในใจ หรือว่าเป้าหมายชัดเจนเกินไปนะ?

‘ถ้าเขารู้ว่าเธอใช้เขาเป็นแค่ทางผ่านเพื่อไปหาซู่เป่า เขาจะโกรธไหม?’

‘แล้วซู่เป่าก็เป็นดั่งดวงใจของตระกูลซู พวกเขาจะเริ่มระแวงเธอหรือเปล่า?’

หญิงสาวขยี้ผมตัวเองจนฟูด้วยความเครียด ทว่าในจังหวะกำลังฟุ้งซ่าน เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้น

‘ได้ครับ’

กู้ชีชีร้องเฮลั่นด้วยความดีใจทันที “เย้! สั่งเค้ก! ต้องสั่งเค้กเดี๋ยวนี้เลย!”

อีกด้านหนึ่ง

ซูโล่วจ้องมองโทรศัพท์ในมือจนกระทั่งหน้าจอดับมืดลงอัตโนมัติ เขาหลุดขำออกมาเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู

“หึ… ยังจะมีหน้ามาเล่นยกเลิกข้อความอีกนะ”

มุมปากของชายหนุ่มหยักโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มจาง ๆ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวเลยสักนิด ความจริงเขาเห็นทุกถ้อยคำที่ถูกส่งมาทั้งหมด ทั้งความลนลานและความพยายามจะแก้ตัวของเธอ

‘เขาเห็นทั้งหมดนั่นแหละ’

‘ช่างเป็นยัยบ๊องจริง ๆ’

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 273 เข้าใจผิดกันไปใหญ่โต"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

6541d756
พันธสัญญาลวงรัก
25/09/2025
5f9f77d25aRgV0N8
ไหปีศาจ
17/11/2024
602647deIKbDtqwp
สาวงามตัวร้าย : ท่านจอมมารได้โปรดโดนตกซะทีเถอะ!
17/02/2023
ef001c104ec4
คุณหนูใบ้หัวใจแกร่ง
14/09/2024

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.