ท่านบัณฑิตเจ้าขา... ข้ามาแต่งแทน พร้อมระบบสุดป่วน! - บทที่ 156 หลินหวั่นเฉินจะไป
บทที่ 156 หลินหวั่นเฉินจะไป
หลังจากหลินหวั่นเฉินพบกับหลี่เก๋อเฟย นางก็จับมือของหลี่เก๋อเฟยและทำสัญญาณให้เงียบ
หลี่เก๋อเฟยรู้สึกแปลกใจมาก นางอาศัยอยู่ที่บ้านนี้มานานแล้ว ทำไมยังมีเรื่องที่ต้องปิดบังคนอื่นอีก
เมื่อหลินหวั่นเฉินและหลี่เก๋อเฟยกลับเข้าไปในห้องของหลี่เก๋อเฟย หลินหวั่นเฉินก็ปิดประตูห้องอย่างกระตือรือร้น นอกจากนี้ ตอนที่ปิดประตูหลินหวั่นเฉินเป็นฝ่ายมองออกไปรอบ ๆ นอกประตูด้วยความตั้งใจ หลังจากพบว่าไม่มีใครอยู่ นางจึงค่อย ๆ ปิดประตูอย่างระมัดระวังและรอบคอบมาก
แม้ว่าการกระทำของหลินหวั่นเฉินจะดูแปลกประหลาดมากแล้ว แต่ในตอนนี้กลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน
[การแจ้งเตือนจากระบบ ภารกิจใหม่กำลังจะปรากฏ การโหลดเนื้อเรื่องผ่านไปครึ่งทางแล้ว]
หลี่เก๋อเฟยไม่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบมานานมากแล้ว เสียงอิเล็กทรอนิกส์ที่คุ้นเคยนี้ดังขึ้นอย่างกะทันหันในตอนนี้ ทำให้หลี่เก๋อเฟยตกใจไปชั่วขณะช่วงนี้ทุกวันมีแต่คนในบ้านทะเลาะกันเอง แล้วจะมีภารกิจอะไรได้ล่ะ
“พี่หลิน มีอะไรที่ไม่สะดวกจะบอกหรือไม่”
หลี่เก๋อเฟยรอไม่ไหวให้หลินหวั่นเฉินค่อย ๆ อธิบายให้นางฟัง ระบบแจ้งเตือนว่ามีภารกิจข้างหน้า นั่นไม่ใช่หมายความว่าเงินของนางกำลังจะมาแล้วหรอกหรือ? เพื่อซื้อบ้าน ช่วงนี้นางแทบไม่ได้สะสมคะแนนเลย เงินก็ไม่ได้ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จริง ๆ แล้วหลี่เก๋อเฟยก็กังวลมาก ถ้าซื้อบ้านหลังใหญ่เข้าไป แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายรายวันก็ต้องเพิ่มขึ้นด้วย นางไม่สามารถรอให้ระบบแจ้งเตือนภารกิจเพื่อสะสมเงินทุกวันได้ การใช้ชีวิตแบบนั้นไม่สมจริงเลย
หลินหวั่นเฉินตั้งใจจะค่อย ๆ อธิบายเรื่องนี้กับหลี่เก๋อเฟย แต่พอเห็นสายตาคาดหวังของหลี่เก๋อเฟย ก็ทำให้หลินหวั่นเฉินรู้สึกลำบากใจที่จะบอกเรื่องนี้กับนาง เพราะเป็นการที่ตัวเองจะจากไปอย่างกะทันหัน กลัวว่าน้องสาวคนนี้จะไม่อยากให้นางไป
หลินหวั่นเฉินรู้สึกจนใจมาก นางเริ่มต้นด้วยการสร้างบรรยากาศก่อน ถอนหายใจเฮือกใหญ่ หัวคิ้วของหลินหวั่นเฉินขมวดแน่น ก้มหน้าลงไม่กล้าสบตาหลี่เก๋อเฟยขณะพูด แต่หลินหวั่นเฉินคิดว่าเรื่องนี้จำเป็นต้องพูดสักวันหนึ่งอยู่แล้ว การพูดออกมาตอนนี้ก็ดีเหมือนกัน พูดเร็วหน่อยจะได้ไม่ให้น้องสาวคาดหวังสูงเกินไป เพราะถ้าปล่อยไว้นานอาจจะทำให้นางยอมรับไม่ได้ในภายหลัง
“น้องหลี่ ข้ามาวันนี้มีเรื่องอยากจะคุยกับเจ้า ก็คือ… ก็คือ ข้าคิดมานานแล้ว ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มยังไงดี แต่ข้าก็รู้สึกว่าจำเป็นต้องบอกเจ้าสักคำ ถึงจะเป็นการกระทำที่รอบคอบ”
“พี่หลิน มันเรื่องอะไรกันแน่ ท่านพูดออกมาตรง ๆ เลยะ”
หลี่เก๋อเฟยรู้สึกร้อนใจมาก ยิ่งหลินหวั่นเฉินพยายามปิดบังอำพราง พูดติด ๆ ขัด ๆ ไม่ยอมพูดเรื่องออกมาตรง ๆ หลี่เก๋อเฟยก็ยิ่งรู้สึกเหมือนถูหลินหวั่นเฉินเกาที่คัน ๆ หัวใจนางร้อนรุ่มราวกับไฟลน
หลินหวั่นเฉินเห็นหลี่เก๋อเฟยร้อนใจมาก จึงตัดสินใจพูดออกมาตรง ๆ เลยดีกว่า “จริง ๆ แล้ว ข้ากับผู้ดูแลหวังได้ปรึกษากันแล้ว พวกเราคิดว่าควรจะใช้โอกาสดี ๆ นี้ออกไปหาเงินเพิ่มอีกสักหน่อย ถึงอย่างไรพวกเราทั้งสองคนก็ยังหนุ่มสาว การถือเงินจำนวนนี้แล้วอยู่เฉย ๆ ไปวัน ๆ ก็ไม่ใช่วิธีที่ดี”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ หลินหวั่นเฉินก็รู้สึกเศร้าใจอยู่ลึก ๆ แม้ว่าจะหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องที่ตัวเองไม่อยากอยู่ในบ้านที่มีหลี่เก๋อเฟยอาศัยอยู่เป็นประจำ แต่เมื่อนึกถึงการที่ต้องจากไป หลินหวั่นเฉินก็รู้สึกอาลัยอาวรณ์อย่างมาก
เมื่อพูดประโยคนี้ออกมา หลี่เก๋อเฟยก็ตะลึงอยู่กับที่ ราวกับเป็นรูปปั้นหินที่ไม่ขยับเขยื้อน เรื่องนี้พูดออกมากะทันหันเกินไป ไม่กี่วันมานี้ หลินหวั่นเฉินกับผู้ดูแลหวังอยู่ในบ้านดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ดูเหมือนว่าอยู่กันอย่างมีความสุขดี แต่ทำไมถึงจู่ ๆ พูดเรื่องแบบนี้ออกมา
หลี่เก๋อเฟยรู้สึกอาลัยอาวรณ์มาก ไม่อยากให้พี่สาวหลินจากไปแบบนี้ แต่หลี่เก๋อเฟยก็เป็นคนที่เข้าใจเหตุผล เมื่อคิดทบทวนเรื่องนี้อย่างละเอียด การที่หลินหวั่นเฉินและผู้ดูแลหวังจะจากไป ตัวเองก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะบังคับให้พวกเขาอยู่ต่อลูกตาหมุนกลิ้งไปมา ชั่งใจระหว่างการให้หลินหวั่นเฉินและผู้ดูแลหวังอยู่ต่อหรือไม่ จู่ ๆ ก็นึกถึงเสียงแจ้งเตือนของระบบเมื่อครู่ บางทีภารกิจที่ระบบพูดถึงอาจเป็นการทำให้หลินหวั่นเฉินและผู้ดูแลหวังอยู่ต่อก็ได้
แต่เดิมความรู้สึกยังซับซ้อนมาก หลี่เก๋อเฟยยังไม่รู้ว่าควรพูดอะไรในตอนนี้ แต่พอนึกถึงเสียงแจ้งเตือนของระบบ
หลี่เก๋อเฟยราวกับได้รับการฉีดยากระตุ้น ดวงตาทั้งสองข้างหมุนอย่างแรง พยายามทำให้น้ำตาคลอเบ้า แล้วในจังหวะที่เหมาะสมก็มองไปที่หลินหวั่นเฉินพร้อมกับน้ำเสียงสะอื้น หลี่เก๋อเฟยทุ่มเทความสามารถทั้งหมดที่มีในการแสดงครั้งนี้ “พี่หลิน ท่านจะไปจริง ๆ หรือ? ข้าไม่อยากให้ท่านไปเลย หรือว่าข้าต้อนรับไม่ดีตรงไหน หรือว่าพี่อยากออกไป?”
หลินหวั่นเฉินสามารถคิดได้ว่าหลี่เก๋อเฟยไม่อยากให้นางไป แต่ไม่คิดว่าหลี่เก๋อเฟยจะร้องไห้ออกมาเพียงแค่ได้ยินว่านางจะไป
หลินหวั่นเฉินรีบยื่นมือออกไป มือหนึ่งประคองใบหน้ากลมป้อมของหลี่เก๋อเฟย ด้วยสีหน้าเอ็นดูมาก มองหลี่เก๋อเฟยและพูดอย่างจริงจัง
“ข้าได้ปรึกษากับผู้ดูแลหวังเรื่องนี้อย่างจริงจังแล้ว ช่วงนี้เจ้าก็รู้ว่าครอบครัวมีเรื่องมาก ถ้าพวกเราอยู่ที่บ้านเจ้าต่อไป ก็จะทำให้ญาติ ๆ ของเข้าหัวเราะเยาะได้”
หลินหวั่นเฉินพูดถึงป้าจางในตอนนี้ ทำให้หลี่เก๋อเฟยรู้สึกไม่สบายใจ ทำไมอะไร ๆ ก็ต้องเกี่ยวกับป้าจางไปหมด ตั้งแต่ป้าจางมาที่ตระกูลซู ตัวเองก็ไม่มีวันดี ๆ เลย คนเขาพูดกันว่าแม่สามีใจร้าย แต่ตัวเองยังไม่ทันได้เจอแม่สามีใจร้ายที่ใส่ร้ายลูกสะใภ้ กลับมาเจอป้าใจร้ายเสียก่อน แค่อาศัยที่แม่สามีชอบนางนิดหน่อย ก็สามารถทำตัวเป็นใหญ่ในบ้านนี้ได้ หลี่เก๋อเฟยยกมือขึ้นอย่างเด็ดขาด วางมือลงบนไหล่ของหลินหวั่นเฉิน และมองนางด้วยสายตามั่นใจอย่างยิ่ง
“ใครอยากจะพูดอะไรก็ปล่อยให้พูดไป พวกนั้นก็แค่นินทาลับหลังเท่านั้น พวกเขาเองก็มีชีวิตที่ไม่ดี เลยชอบพูดถึงคนอื่นในแง่ลบลับหลัง พี่หลิน พวกผู้หญิงปากมากพวกนี้ยังไม่ถึงขั้นเรียกว่าคนเลวด้วยซ้ำ ท่านจะไปสนใจพวกเขาทำไม”
หลินหวั่นเฉินมองดูหลี่เก๋อเฟยที่พูดอย่างมั่นใจเช่นนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา นี่แหละคือหลี่เก๋อเฟยที่นางเจอครั้งแรก พูดอะไรก็ตรงไปตรงมา ไม่เหมือนช่วงหลายวันนี้ที่ถูกคนอื่นบีบคั้นจนเหมือนอนุที่ไม่มีทางสู้
“ข้าบอกแล้วว่าป้าจางคนนี้ควรไล่ออกไปเสียแต่เนิ่น ๆ จะดีกว่า”