Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พลิกชะตาแค้น คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่129 ตัวเอกวันนี้คือ ท่านโหว—เมิ่งชินรุ่ย!

  1. Home
  2. พลิกชะตาแค้น คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว
  3. บทที่129 ตัวเอกวันนี้คือ ท่านโหว—เมิ่งชินรุ่ย!
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

บทที่129 ตัวเอกวันนี้คือ ท่านโหว—เมิ่งชินรุ่ย!

รุ่งเช้าวันถัดมา ณ ท้องพระโรงไท่เหอ

เหล่าขุนนางฝ่ายบุ๋นและบู๊ต่างยืนสงบนิ่งอย่างเป็นระเบียบ บรรยากาศหนักอึ้งบีบคั้นจนแทบหายใจหายคอไม่ออก

ขุนนางกลุ่มหนึ่งซึ่งนำโดยเสนาบดีหลี่ ต่างพากันถกแขนเสื้อเตรียมพร้อมกันมาแต่เนิ่นแล้ว ขอเพียงหยิบยกเรื่องการออกศึกขององค์หญิงใหญ่ขึ้นมากล่าว พวกเขาทั้งหมดก็พร้อมจะหาเหตุโจมตี และย่อมต้องโต้เถียงกันจนหน้าดำหน้าแดง อย่างไรก็จะมิยอมถอยให้แม้เพียงครึ่งก้าว

ทว่า คมหอกคมดาบแห่งวาจาของพวกเขายังมิทันได้ชักออกจากฝัก ก็กลับถูกคลื่นยักษ์ถาโถมอันเกิดจาก๲ีกาขององค์รัชทายาทซ่งเฉิงจี้ ซัดใส่เสียจนแตกพ่ายกระเจิง พากันระส่ำระสายมึนงงไปตามๆกัน!

เสียงของซ่งเฉิงจี้กังวานใส ยามเปล่งดังขึ้นในท้องพระโรงที่เงียบสงัด จึงยิ่งชัดเจนมากเป็นพิเศษ

“แม่นางตระกูลเมิ่งแม้เป็นสตรีในห้องหอ ทว่ากลับมีปณิธานสูงส่ง ความคิดเฉียบแหลม มีความเห็นลึกซึ้งในวิถีแห่งเศรษฐกิจการคลัง บัดนี้เป็นคราวที่แผ่นดินกำลังต้องการคนอย่างเร่งด่วน สมควรไม่ยึดติดกรอบเกณฑ์เดิมๆ ให้นางได้ถวายตนรับใช้บ้านเมือง แสดงความสามารถที่มีให้เต็มที่”

เหล่าขุนนางทั่วท้องพระโรงพลันแตกตื่นอื้ออึงขึ้นในชั่วพริบตา ประหนึ่งหม้อน้ำมันเดือดพล่านถูกสาดด้วยน้ำเย็นหนึ่งกระบวย!

เสนาบดีหลี่กับเหล่าสหายขุนนางที่กำลังเตรียมถกแขนเสื้อ หมายถวาย๲ีกาทัดทานจนตัวตาย ต่างพากันเบิกตากว้างจนแทบถลน คางแทบจะกระแทกลงบนแผ่นอิฐใต้ฝ่าเท้า!

นี่มันเรื่องอันใดกัน?

ในสมองของพวกเขายามนี้ เหลือเพียงเสียงเดียวก้องดังขึ้นไม่หยุด — คุณหนูบอบบางจากห้องหอผู้หนึ่ง จะเข้ารับตำแหน่งในกรมพระคลังอย่างนั้นรึ?

ทั้งยังเป็นตำแหน่งสูงถึงรองเจ้ากรม ซึ่งมีอำนาจในการดูแลเงินทอง เสบียงอาหาร และภาษีอากรนี่นะ?!

เหนือบัลลังก์มังกร ระยะนี้ฮ่องเต้ทรงเสวยโอสถหลอมกลั่นมากเสียจนสติเลื่อนลอยอยู่บ้าง ยามออกว่าราชการจึงมักมีท่าทีครึ่งหลับครึ่งตื่น ดวงจิตคล้ายลอยล่องออกนอกนภาอยู่เสมอ

ทว่าในยามนี้ คำกราบทูลของซ่งเฉิงจี้กลับประหนึ่งฝ่ามือตบเรียกสติฉาดหนึ่ง ทำเอาสติของฮ่องเต้ถึงกับแจ่มชัดขึ้นจากเดิมถึงสองส่วน

“โอ้?”

ภายในดวงตาของพระองค์ถึงกับมีแสงแห่งความประหลาดใจสว่างวาบขึ้นเล็กน้อย

วันเวลาผ่านพ้นไปวันแล้ววันเล่า ยิ่งนานการประชุมเหล่าขุนนางก็ยิ่งคล้ายสระน้ำนิ่งตาย ไร้คลื่นไร้ลม จืดชืดเสียจนทำให้เขาไม่อาจยกความสนใจขึ้นได้แม้ครึ่งส่วน

ทว่าบัดนี้ กลับมีคนที่น่าสนใจเช่นนี้โผล่มาได้อย่างไรกัน?

สตรีผู้หนึ่งหาญกล้าจะก้าวเข้าสู่ท้องพระโรง เข้าสู่ราชสำนัก ทั้งยังจะเป็นถึงรองเจ้ากรมพระคลัง หนึ่งในหกกรมใหญ่ที่มีผลประโยชน์หนาแน่นที่สุด ทั้งยังพัวพันกับภาระกิจสำคัญที่สุดด้วยอย่างนั้นรึ?

แต่ทว่า… มอบโอกาสให้นางสักครั้ง แล้วจะเป็นไรไปเล่า?

ลองดูเถิด ว่าสตรีตัวคนเดียวเช่นนาง จะสามารถบุกฝ่าฝูงบุรุษเหล่านี้ไปได้ จนสามารถสร้างชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่ประจักษ์ได้หรือไม่? นางจะชนจนศีรษะแตกเลือดอาบ หรือจะสามารถกวนเมฆกวนลมให้ปั่นป่วนได้จริงหรือไม่?

เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้น ก็ประหนึ่งเปลวไฟลุกโชน เผาไหม้จนฮ่องเต้อดที่จะรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้

พระองค์ถึงกับรวบชายแขนเสื้อกว้างขึ้นเล็กน้อย แล้วยืดแผ่นหลังตั้งตรงกว่าเดิมหลายเท่า

“เยี่ยม! ช่างเป็นสตรีที่มีปณิธานยิ่งนัก! มอบโอกาสให้นางสักครั้งจะเป็นไรไปเล่า? อนุญาต! เราผู้นี้ก็อยากจะเห็นนักว่า นางจะก่อคลื่นระลอกแบบใดได้!”

กล่าวจบ กลับทรงเปล่งเสียงหัวเราะกังวานต่อเนื่องออกมาเป็นชุด ครั้นหัวเราะรุนแรงเกินไป จึงถึงกับไอโครกครากต่อเนื่อง

“มิได้เด็ดขาดพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท!”

“นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของความปั่นป่วนในราชสำนัก ฝ่าบาทโปรดทรงใคร่ครวญให้ถี่ถ้วนด้วยพ่ะย่ะค่ะ! ทรงใคร่ครวญให้ถี่ถ้วนเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”

เหล่าขุนนางทั้งบุ๋นทั้งบู๊ในท้องพระโรง นับตั้งแต่ขุนนางเฒ่าผู้มีหนวดเคราและเส้นผมขาวโพลน ไปจนถึงขุนนางวัยฉกรรจ์ ล้วนถูกคำว่า “อนุญาต” เบาหวิวไม่จริงจังของฮ่องเต้ระเบิดใส่เสียจนหนังศีรษะชา!

ฝ่าบาท… ทรงเสียสติแล้วจริงๆ!

ความคิดนี้ประหนึ่งโรคร้ายระบาด แผ่ลามขึ้นภายในใจของเหล่าขุนนางถ้วนหน้า

กระทั่งเหล่าปราชญ์ใหญ่ผู้ปกติมีลิ้นคมดุจดอกบัวผลิบาน วาทศิลป์ล้ำเลิศสักเพียงใด ยามนี้ก็ยังต้องอับจนถ้อยคำ เหลือเพียงเสียงคร่ำครวญและคำทัดทานที่เรียบง่ายเท่านั้น เสียง “มิได้เด็ดขาด” และ “ฝ่าบาทโปรดทรงใคร่ครวญให้ถี่ถ้วน” เปล่งดังขึ้นคราหนึ่งและอีกคราหนึ่ง จนดังประหนึ่งเสียงกบในท้องนาช่วงกลางคิมหันต์ฤดู ร้องระงมขึ้นลงไม่ขาดสายอยู่ภายในท้องพระโรง

ฮ่องเต้คล้ายถูกเสียงโต้เถียงรบกวนจนจิตใจจนว้าวุ่น ทำให้รู้สึกหงุดหงิดรำคาญยิ่งนัก พระองค์ยกมือขึ้นแคะหูอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะโบกพระหัตถ์คราหนึ่งคล้ายกำลังไล่แมงหวี่แมงวัน

“หนวกหูจะตายอยู่แล้ว! เรื่องนี้เราได้ตัดสินใจแล้ว ไม่ต้องถกเถียงกันให้มากความอีก! เลิกประชุม เลิกประชุม!”

ยังมิทันสิ้นเสียง พระองค์ก็ทรงลุกขึ้นจากบัลลังก์มังกรทันที และไม่แม้แต่จะปรายตามองเหล่าขุนนางเบื้องล่างที่พากันหน้าซีดเซียวราวเถ้าถ่าน ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อเสด็จจากไปอย่างไม่แยแส

ยิ่งฮ่องเต้ทรงพระชนมายุมากขึ้น ก็ยิ่งชราลงก็จริง ทว่ายิ่งแก่ชรากลับยิ่งทำตัวเหมือนเด็ก ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ พระองค์เอาแต่ใจจนถึงขั้นทำให้เหล่าขุนนางต้องกัดฟันกรอดด้วยความคับแค้น ไม่เหลือเค้าฮ่องเต้ในช่วงแรกที่เพิ่งขึ้นครองราชย์เลยแม้แต่น้อย ยามนั้นพระองค์ทรงขยันว่าราชการ รักเหล่าราษ๲ร รู้จักใช้คนให้เหมาะกับงาน ครั้งหนึ่งยังเคยตั้งปณิธานว่า จะเป็นราชาผู้ปราดเปรื่องที่ได้รับการจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์เสียด้วยซ้ำ!

ทว่าฮ่องเต้ในวันนี้ ราวกับถูกกาลเวลาช่วงชิงวิญญาณไปเสียแล้ว

คนบางคน ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่บนโลกนี้แท้ๆ แต่กลับทำให้ผู้คนพากันหวนรำลึกถึงเขาเมื่อครั้งอดีตได้

ฮ่องเต้เสด็จจากไปด้วยท่าทางผึ่งผายไร้กังวล ส่วนเหล่าขุนนางที่ยังไม่ทันได้กราบทูลเรื่องสำคัญอื่นๆ ต่างก็มีสีหน้าดำทะมึนยิ่งนัก ถึงขั้นที่ว่าหากขุนนางข้างๆเอ่ยอันใดขึ้นสักประโยคสองประโยค พวกเขาก็พร้อมจะยกเท้าขึ้นถีบสักทีสองทีเป็นการระบายอารมณ์ได้

เสียงทัดทานที่ดังอื้ออึงเมื่อครู่พลันหยุดชะงักลง เหล่าขุนนางทั้งหลายต่างพากันยืนตัวแข็งค้างอยู่กับที่ ดวงตาเหม่อลอยจ้องมองไปยังทิศทางที่ฮ่องเต้เสด็จหายลับไป เหลือไว้เพียงความเงียบงันหนักอึ้งแผ่คลุมไปทั่วทั้งท้องพระโรง

ทันทีที่ฮ่องเต้เสด็จจากไป สายตาทุกคู่ก็พร้อมใจกันตรึงแน่นอยู่บนร่างของบิดา ‘เมิ่งหนานอี้’ ซึ่งเป็นตัวเอกของเหตุการณ์ในครั้งนี้… เมิ่งชินรุ่ย ท่านโหวผู้ปกครองจวนจงหย่งโหว!

เมิ่งชินรุ่ยรู้สึกราวกับมีกระแสไอเย็นสายหนึ่งพุ่งวาบจากฝ่าเท้าทะลุขึ้นสู่กระหม่อม เพียงชั่วพริบตาก็ประหนึ่งร่วงหล่นลงสู่ถ้ำน้ำแข็ง!

เขารู้สึกราวกับตนมิได้ยืนอยู่ในท้องพระโรงอันศักดิ์สิทธิ์น่าเกรงขาม หากแต่ถูกจับโยนทิ้งไว้กลางทะเลทรายร้างไร้ผู้คน รอบกายรายล้อมไปด้วยหมาป่าดุร้ายจำนวนนับไม่ถ้วน ดวงตาของพวกมันล้วนเรืองแสงสีเขียววาววับ จ้องเขม็งมาทางเขา ส่วนตัวเขาก็คือก้อนเนื้อติดมันชิ้นหนึ่ง ที่กำลังจะถูกฉีกทึ้งจนแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี!

เขาขบคิดอย่างไรก็คิดไม่ตก เหตุใดบุตรีคนรองของเขา ‘เมิ่งหนานอี้’ ที่แต่ไหนแต่ไรมาทั้งว่านอนสอนง่าย ทั้งมิได้มีความโดดเด่นอันใด จู่ๆจึงได้คล้ายเสียสติ วิ่งโร่ไปขอให้องค์รัชทายาทจัดหาตำแหน่งขุนนางให้นางเช่นนี้?!

อีกทั้งยังเป็นถึงกรมพระคลัง ซึ่งเป็นกรมที่เหล่าขุนนางนับไม่ถ้วน ต่างใช้ศรีษะของตนเบียดเสียดหมายจะเข้าไปอยู่ตรงนั้นให้ได้!

การทำเช่นนี้ มิใช่จับร่างเขาขึ้นไปย่างบนกองไฟร้อนๆหรอกรึ?!

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่129 ตัวเอกวันนี้คือ ท่านโหว—เมิ่งชินรุ่ย!"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

ef001c104ec4
คุณหนูใบ้หัวใจแกร่ง
14/09/2024
6273899akY9JWV6J
เจ้าของร้านพิศวง [我真不是邪神走狗]
18/02/2023
4ee (1)
หลี่เป่าน้องสาวคนเล็ก
12/06/2026
novelpdfrh84
พี่ชายทั้งห้าของข้าเก่งเกินไปแล้ว
17/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.