Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 38

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 38
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

เมื่ออี๋หนิง ตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น หลัวเซิ่นหย่วน

กับหลัวหวยหย่วนก็ไปที่ว่าการของผู้ตรวจการ

ราชการแล้ว พวกเขาเป็นจวี่เหรินคนใหม่ ต้องไป

เข้าร่วมงานเลี้ยงลู่หมิงเยี่ยน[1]

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวให้ห้องครัวจัดเตรียมโจ๊กลูกเดือย

ถั่วแดงไว้ให้ ขณะอี๋หนิงกำลังกินโจ๊กก็เห็นซงจื

อถือกล่องอาหารใบหนึ่งเข้ามา ฉีกยิ้มกว้างเปิด

กล่องให้นางดู “คุณหนู นี่เป็นขนมที่คุณหนูเกา

ข้างจวนไหว้วานคนให้มาส่งให้ท่าน ได้ข่าวว่ามี

เพียงเมืองกว่างตงเท่านั้นที่มี เรียกว่าเปียะ

ทุเรียน”

คุณหนูเกาข้างจวนไหว้วานให้คนเอาขนมมาให้

นางหรือ

มือที่ถือช้อนเล็กซึ่งกำลังตักโจ๊กชะงักนิ่ง นางกวัก

มือเรียกให้ซงจือเดินมาหา ก่อนจะเปิดออกดู

ด้านในมีขนมสีทองอร่ามหกชิ้น เปลือกด้านนอก

ทับซ้อนกันเป็นชั้น ๆ มีงาโรย กลิ่นหอมเป็น

เอกลักษณ์ ดูแล้วน่ากินยิ่งนัก

เกาเสียนกับนางไม่เคยพูดคุยกัน เหตุใดจึงตั้งใจ

ส่งขนมมาให้นางโดยเฉพาะ

อี๋หนิงปิดฝากล่อง ให้ซงจือเอาไปไว้บนโต๊ะอีก

ด้าน เกาเสียนแค่อยากจะเอาใจนาง ถึงขั้นตั้งใจ

ถามไถ่ความชอบของนางแล้วส่งขนมมาให้กล่อง

หนึ่ง

อี๋หนิงคิดแล้วก็เอ่ยกับซงจือ “ช่างเถิด อย่าเก็บไว้

เลย เหมาะเอามากินกับโจ๊กพอดี”

เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าหลัวเดินออกมาจากห้องพระเล็ก

ก็ได้กลิ่นหนึ่งในห้องเป็นกลิ่นพิลึกประหลาดจน

ไม่อาจพรรณนา นางมองไปรอบด้านก็พบว่า

หลานสาวของตนกำลังกินขนมอยู่

“ห้องครัวเล็กทำสิ่งนี้ให้เจ้าหรือ” ฮูหยินผู้เฒ่า

หลัวเอ่ยถามด้วยคิ้วขมวดมุ่น

อี๋หนิงยิ้ม “คุณหนูเกาส่งมาให้ข้าเจ้าค่ะ เรียกว่า

เปียะทุเรียน ท่านย่าลองชิมหรือไม่เจ้าคะ”

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวรู้สึกว่าเด็กคนนี้ไม่มีสิ่งใดที่กิน

ไม่ได้เลยจริง ๆ นางจะหลีกหนียังแทบไม่ทัน “ย่า

รับกลิ่นนี้ไม่ไหว เจ้ารีบกินแล้วเก็บให้เรียบร้อย

อีกครู่จะพาเจ้าไปเยี่ยมเยือนฮูหยินเกา”

อ๋า เหตุใดจึงไปจวนตระกูลเกาอย่างกะทันหันเล่า

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวอธิบาย “ฮูหยินเกาเชิญเราไป

เป็นแขก ทั้งยังเชิญท่านแม่ของเจ้าไปด้วย”

อี๋หนิงยิ้มพลางเอ่ย “เชิญไปเป็นแขกเป็นเรื่องลวง

ข้าว่าพวกเขาหมายปองพี่ชายสามไว้มากกว่า!”

เมื่อสวีมามากับเสวี่ยจือได้ยินก็อดหัวเราะไม่ได้ ฮู

หยินผู้เฒ่าหลัวมองท่าทางเฉลียวฉลาดของนางก็

พูดโดยไร้ร่องรอยความโมโห “เจ้าเป็นสตรีเหตุใด

จึงไม่รู้จักสำรวม มีสตรีบ้านใดเป็นเช่นเจ้าบ้าง

เจ้าดูคุณหนูเกา…”

“หากข้าเป็นเช่นนั้นจริง ท่านย่าก็จะต้องกล่าวว่า

‘เจ้าดูคุณหนูเจ็ดสิวัน ๆ รู้จักหัวเราะเล่นสนุก’

ท่านย่าว่าถูกต้องหรือไม่”

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวถูกนางตอกกลับจนไร้วาจา นาง

ลูบศีรษะอี๋หนิง กล่าวด้วยนํ้าเสียงหัวเราะไม่ได้

ร้องไห้ไม่ออก “เอาเถิด ข้ายังชอบเหมยเหมยของ

พวกเรามากที่สุด เจ้ารีบกินเสีย กลิ่นนี้อบอวลไป

ทั่วทั้งเรือนของย่าแล้ว”

อี๋หนิงกินขนมที่เหลืออยู่ไม่กี่คำจนหมด จากนั้น

เสวี่ยจือจึงพานางเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

ยามนี้ตรงประตูใหญ่ของเรือนตระกูลหลัวมีรถ

ม้าคันหนึ่งวิ่งเข้ามา จากนั้นก็มีหญิงร่างใหญ่เลิก

ผ้าม่านสีเขียวขึ้น นางหันไปพูดกับบ่าว

รักษาการณ์ตรงประตู “พี่ชายท่านนี้ รบกวนแจ้ง

ข่าวว่าเจิ้งมามาแห่งเจินติ้งมาขอพบฮูหยินผู้เฒ่า”

บ่าวรักษาการณ์ตรงประตูอายุยังน้อย เมื่อเห็น

หญิงสาวสวมเสื้อผ้าเก่าหน่อยก็เอ่ยปากดูแคลน

“สตรีบ้านนอกจากที่ใดกัน ฮูหยินผู้เฒ่าของพวก

เราเป็นคนที่เจ้าบอกว่าอยากจะพบก็พบได้หรือ

รีบกลับไปเสีย อย่ามัวขวางทางเข้าตรอกจนทำให้

ผู้อื่นเดินออกไม่ได้”

หญิงสาวผู้นั้นตวัดสายตามองพร้อมเอ่ยปากด่า

ทันที “เจ้าสุนัขรับใช้ตอนมามาของพวกเราอยู่ที่

เจินติ้ง มีผู้ใดบ้างที่จะไม่หอบเงินทองมาขอให้นาง

ช่วยรักษา เจ้าช่างบังอาจนัก กล่าวว่าพวกเราเป็น

สตรีบ้านนอก!”

ด้านในมีเสียงนุ่มนวลของหญิงชราดังขึ้น “ชิงชวี่

อย่าได้โมโห”

“เจิ้งมามา เจ้าสุนัขรับใช้พรรค์นี้สมควรถูกด่า จะ

ทนไปเพื่ออะไร!”หญิงสาวหันหน้าไปพูดกับคนที่

อยู่หลังม่าน

“เจ้าเอาของสิ่งนี้ให้เขา” ด้านในส่งเทียบออกมา

ฉบับหนึ่ง

บ่าวรักษาการณ์ตรงประตูรับเทียบด้วยท่าทีเกียจ

คร้าน แต่เมื่อได้อ่านอย่างละเอียดก็ตกใจจนพูด

ไม่ออก รีบขอโทษรับผิดแทบไม่ทัน“…ฮูหยินผู้

เฒ่าได้สั่งการไว้นานแล้วว่าเจิ้งมามาจะมา

ข้าน้อยเข้าใจว่าต้องเป็นท่านผู้เฒ่า…ขออภัยอย่าง

ยิ่งขอรับ! ท่านรีบเข้ามาเถิด!”

กล่าวจบก็เปิดประตูให้นาง จากนั้นก็ให้คนรีบไป

รายงานฮูหยินผู้เฒ่าหลัวที่ห้องโถงกลาง

อี๋หนิงได้ยินเสวี่ยจือกล่าวว่าเจิ้งมามามาแล้ว

ขณะที่นางกำลังเปลี่ยนอาภรณ์

“เจิ้งมามากลับมาแล้วจริงหรือ” อี๋หนิงหันไป

ยืนยันกับเสวี่ยจือ เสวี่ยจือผงกศีรษะ

“ฮูหยินผู้เฒ่าบอกว่าไม่ต้องไปที่จวนตระกูลเกา

แล้ว ให้ท่านรีบออกไปพบเจิ้งมามา หากจะว่าไป

…ช่วงเวลาก่อนท่านอายุครึ่งขวบก็เป็นเจิ้งมามาที่

คอยดูแลท่าน”

อี๋หนิงใคร่รู้ในเรื่องของเจิ้งมามามานานแล้ว นาง

อยากรู้ทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับมารดาผู้ให้กำเนิด

เสี่ยวอี๋หนิง เพียงแต่ส่งคนไปเชิญเจิ้งมามาตั้งแต่

สองเดือนก่อน บัดนี้พี่ชายสามผ่านการสอบ

คัดเลือกแล้วถึงเพิ่งจะมาถึง นี่ถือว่าล่าช้าไป

หน่อยจริง ๆ

เสวี่ยจือจูงนางออกมาที่ห้องโถงกลาง ตลอดทาง

ก็เล่าอย่างละเอียดว่าเมื่อก่อนเจิ้งมามาเป็น

อย่างไร อี๋หนิงฟังเงียบ ๆ เมื่อเลี้ยวผ่านระเบียง

ทางเดินก็เห็นหญิงชราผมสีดอกเลาท่านหนึ่งนั่ง

อยู่ด้านล่างของฮูหยินผู้เฒ่าหลัวนางมวยผม

เรียบร้อย สวมอาภรณ์สีไม้จันทน์เรียบง่าย

อากัปกิริยานุ่มนวลอย่างยิ่ง ท่าทาง

กระฉับกระเฉง ด้านหลังยังมีหญิงสาวหน้าตาดู

ซื่อสัตย์คนหนึ่งยืนอยู่

สีหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าหลัวเรียบเฉย ชี้ไปยังอี๋หนิง

ที่เพิ่งเข้ามา “นี่คืออี๋หนิง”

หญิงชราหันหน้ามามองอย่างพินิจพิจารณา ก่อน

จะลุกขึ้นยอบตัวให้นางด้วยขอบตาแดงกํ่า “บ่าว

คารวะเจี่ยเอ๋อร์ ยามที่บ่าวจากไป ท่านยังตัวเล็ก

เพียงนิดเดียว คาดไม่ถึงว่าจะเติบใหญ่ถึงเพียงนี้

แล้ว” เจิ้งมามาคล้ายอยากกอดอี๋หนิง เอื้อมมือ

ออกมา ทว่าก็ชักมือกลับ

อี๋หนิงเพียงผงกศีรษะให้นาง “เจิ้งมามาเคย

ปรนนิบัติท่านแม่มาก่อนไม่ต้องมากพิธีไป”

อี๋หนิงยังจำที่ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวเคยกล่าวไว้ได้ พอ

มารดาของเสี่ยวอี๋หนิงตาย เจิ้งมามาก็จากไป ถือ

เป็นผู้มีนิสัยเย็นชาคนหนึ่ง แม้นางจะไม่เข้าใจเจิ้ง

มามาอย่างถ่องแท้ ทว่าก็ไม่ได้ใกล้ชิดกับอีกฝั่าย

มากเกินไป

เมื่อได้ยินนํ้าเสียงอ่อนเยาว์ทว่าก้องกังวานของ

นาง สีหน้าของเจิ้งมามาก็ละมุนขึ้นเล็กน้อย “เจี่ย

เอ๋อร์ถูกฮูหยินผู้เฒ่าอบรมมาดียิ่ง”

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวให้อี๋หนิงมาอยู่ข้างกาย อี๋หนิง

เดินไปอย่างเชื่อฟัง

เมื่อเจิ้งมามามองอี๋หนิงตัวน้อย ๆ ที่ไม่ได้ใกล้ชิด

สนิทสนมกับนางแม้แต่น้อยก็รู้สึกสลดใจเล็กน้อย

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวเอ่ยด้วยนํ้าเสียงราบเรียบ “ปีนั้น

ข้าเกลี้ยกล่อมไม่ให้เจ้าไป แต่เจ้ากลับจากไปโดย

ไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง บัดนี้ข้าปั่วยแล้วชรา

แล้ว เคลื่อนไหวไม่ไหวแล้ว โลกใบนี้ไม่มี

ความแค้นใดที่สลายไม่ได้ที่ตามเจ้ากลับมาเพื่อดู

อาการปั่วยให้ข้าคือเรื่องหนึ่ง อีกเรื่องหนึ่งข้า

อยากถามเจ้าว่าเจ้ายินดีจะอยู่ข้างกายอี๋หนิง

หรือไม่ บัดนี้ข้างกายนาง…ไม่มีผู้ใดสักคนที่จะ

สามารถดูแลสิ่งต่าง ๆ ได้”

เจิ้งมามาคล้ายจะเงียบขรึมลงเล็กน้อย

ก่อนหน้านี้นางก็คาดเดาถึงเหตุผลที่แท้จริงที่ฮู

หยินผู้เฒ่าหลัวเรียกนางกลับมาได้แล้ว เดิมนาง

ไม่สามารถกลับมาได้ แต่เมื่อได้ยินว่าอาการปั่วย

ของฮูหยินผู้เฒ่าหลัวรุนแรงนัก นางจึงไม่อาจตัด

ใจ แม้การกลับมาครั้งนี้…อาจถือเป็นเรื่องผิด

ทว่าอย่างไรนางก็ต้องกลับมาดู

“ฮูหยินผู้เฒ่า ให้บ่าวได้ตรวจอาการปั่วยของท่าน

ก่อนเถิด” เจิ้งมามาเอ่ยเสียงแผ่วเบา “หลายปีมา

นี้บ่าวอาศัยอยู่ในท้องไร่ท้องนาเมืองเจินติ้ง แม้จะ

เป็นสาวชาวนา แต่ก็ไม่ได้ละทิ้งวิชาแพทย์ ถือว่า

ยังพอมีฝีมืออยู่”

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวมองเจิ้งมามา ไม่ได้เอ่ยสิ่งใด

เพียงถอนหายใจเนิบช้า

“ช่างเถิด เจ้าตามข้าไปยังห้องด้านใน”

สวีมามาประคองฮูหยินผู้เฒ่าหลัวเข้าไปในห้อง

ด้านใน สาวใช้ของเจิ้งมามาคนนั้นถือกล่องไม้

ติดตามอยู่ด้านหลัง

อี๋หนิงยืนอยู่ในห้องโถงกลางคนเดียวเงียบ ๆ

คล้ายกำลังเหม่อลอยนางรีบเดินตามเข้าไปยัง

ห้องด้านใน ทว่าสาวใช้ที่รักษาการณ์อยู่หน้า

ประตูกลับขวางไว้พลางเอ่ยด้วยนํ้าเสียงนุ่มนวล

“คุณหนูเจ็ด เชิญท่านนั่งลงก่อนเถิดเจ้าค่ะ ฮูหยิน

ผู้เฒ่าไม่อนุญาตให้ผู้อื่นเข้าไป”

“ข้าจะเข้าไป” อี๋หนิงมองนาง “เจ้าถอยไป”

สาวใช้ผู้นั้นเพียงยิ้ม ไม่ยอมถอย

อี๋หนิงเดินไปมาอยู่ด้านนอก ไม่ได้ยินเสียงจาก

ด้านในสักนิด นางเพิ่งตระหนักว่า หากฮูหยินผู้

เฒ่าหลัวไม่อยากให้นางได้ยินบทสนทนาด้านใน

นางก็จะไม่มีวันได้ยิน

นางนั่งอยู่บนเก้าอี้นอกห้องโถงกลาง ไม่รู้เวลา

ผ่านไปนานเท่าไร ทั้งยังไม่รู้ว่าฮูหยินผู้เฒ่าหลัว

และเจิ้งมามากำลังพูดอะไรกันอยู่ด้านใน

เมื่อวานในจวนเพิ่งผ่านบรรยากาศครึกครื้น ทว่า

วันนี้กลับเงียบสงบถึงเพียงนี้ เงียบจนนางไม่ได้ยิน

เสียงอะไรแม้เพียงสักนิด ความเงียบสงบเช่นนี้ทำ

ให้นางรู้สึกกระวนกระวาย

ในที่สุดประตูห้องด้านในก็เปิดออก เจิ้งมามาเดิน

ออกมาก่อน ทว่าฮูหยินผู้เฒ่าหลัวกลับไม่ได้

ออกมาด้วย

เจิ้งมามามองอี๋หนิงตัวน้อยซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้สูงก็

คิดถึงกู้หมิงหลานมารดาแท้ ๆ ของอี๋หนิง อี๋หนิง

ช่างเหมือนกู้หมิงหลานในวัยเยาว์ยิ่งนักกู้หมิง

หลานเป็นคนที่นางเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ แล้วจะ

ไม่ให้นางรู้สึกคุ้นเคยทันทีที่ได้พบกับอี๋หนิงได้

อย่างไร คงดีหากได้กอดได้ปลอบประโลมเด็ก

น้อยผู้นี้

นางเดินไปย่อตัวลง เอ่ยด้วยนํ้าเสียงนุ่มนวล

“เหมยเจี่ยเอ๋อร์ได้เรียนหนังสือหรือไม่”

อี๋หนิงเพียงตอบรับว่า “ได้เรียน” โดยสายตา

ยังคงจับจ้องไปยังห้องด้านใน

เจิ้งมามายิ้ม “ในยามเยาว์ ท่านแม่ของท่านก็

ชอบอ่านหนังสือ บนชั้นวางในห้องล้วนเต็มไป

ด้วยหนังสือ”

เมื่อนางเห็นสายตาของอี๋หนิงมองไปทางห้องด้าน

ในตลอดก็ยิ่งรู้สึกเศร้าสลด

ผู้ใดเลี้ยงดูย่อมสนิทกับผู้นั้น คำกล่าวนี้ว่าไว้ไม่ผิด

อี๋หนิงใกล้ชิดสนิทสนมกับฮูหยินผู้เฒ่าหลัวมาก

นางยังจำได้ว่าตอนอี๋หนิงยังเด็กไม่ยอมให้ฮูหยินผู้

เฒ่าหลัวอุ้มเสียด้วยซํ้า

อี๋หนิงมองอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะหันมาถามเจิ้งมามา

“อาการปั่วยของท่านย่ายังถือว่าดีอยู่หรือไม่”

เจิ้งมามากลับทอดถอนใจ ผ่านไปชั่วครู่ก็ลูบ

ศีรษะนาง กล่าวด้วยนํ้าเสียงนุ่มนวล “เจี่ยเอ๋อร์

ไม่ต้องกังวล”

ก่อนหน้านี้ยามอยู่ในห้อง นางได้ตรวจอาการปั่วย

ของฮูหยินผู้เฒ่าหลัวแล้ว อีกฝั่ายฝืนทนมาได้นาน

หลายปี เป็นดุจตะเกียงที่ใกล้ไร้นํ้ามันแล้ว การจะ

สามารถใช้ชีวิตได้อีกสองปีถือว่าไม่ใช่เรื่องง่าย

ทว่าเรื่องนี้จะบอกกับอี๋หนิงอย่างไร อี๋หนิงยังเด็ก

นัก

หากรู้ว่าคนที่มักอยู่ข้างกายตนอย่างใกล้ชิดกำลัง

จะลาจากโลกนี้ไปทั้งยังเป็นคนที่สนิทสนมและ

พึ่งพิงมากที่สุด นางจะทนรับไหวได้อย่างไร

เมื่อครู่พอฮูหยินผู้เฒ่าหลัวได้ยินเจิ้งมามากล่าว

เช่นนี้ก็ตกตะลึงอันที่จริงนางคาดการณ์ได้นาน

แล้ว เพียงแต่การได้ยินคำยืนยันจากปากผู้อื่นก็ยัง

แตกต่างไป นํ้าเสียงของนางพลันแหบแห้ง “เจ้า

…อย่าได้บอกอี๋หนิง”

เจิ้งมามาผงกศีรษะอย่างยากลำบาก

ทว่าฮูหยินผู้เฒ่าหลัวกลับค่อย ๆ คลี่ยิ้ม “อย่างไร

ก็ยังมีเวลาอีกสองปียามนั้นอี๋หนิงก็ใกล้จะมีอายุ

สิบขวบ เพียงแต่น่าเสียดายที่ข้าจะไม่ได้เห็นนาง

ตอนแต่งงาน ไม่รู้นางจะแต่งให้กับคนเช่นไร…”

เมื่อเจิ้งมามาได้ยินก็เสียใจอย่างสุดซึ้ง “ฮูหยินผู้

เฒ่า นี่ไม่ใช่เรื่องที่แน่นอน บ่าวอาจจะพูดได้ไม่

แม่นยำ”

“สิ่งที่เจ้าพูดไม่เคยผิด” ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวโคลง

ศีรษะตัดบทนาง“ไม่ต้องปลอบใจข้า”

จากนั้นฮูหยินผู้เฒ่าหลัวก็ล้มตัวลงพักผ่อนบน

เตียงแล้วให้นางออกมาก่อน

เมื่ออี๋หนิงได้ยินคำของเจิ้งมามา หัวใจก็ร่วงหล่น

นางไม่ใช่เด็กจริง ๆจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าคำกล่าวนี้

มีความนัยอย่างไร

นางวิ่งเข้าไปในห้องด้านใน ครั้งนี้สาวใช้ไม่ได้

ขวางไว้ อี๋หนิงปีนขึ้นไปบนเตียงของฮูหยินผู้เฒ่า

หลัว ฟุบตัวอยู่ข้างกายนาง จ้องมองนาง “ท่าน

ย่า…เจิ้งมามากล่าวว่าอาการปั่วยของท่านสาหัส

หรือ ต้องกินยาอะไรหรือไม่”

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวกุมมือนางเบา ๆ “อี๋หนิง ข้าจะ

ฝากฝังสิ่งหนึ่งให้เจ้าทำเจ้าจะทำได้หรือไม่”

อี๋หนิงเอ่ย “ท่านย่ากล่าวออกมาก็พอแล้ว อี๋หนิง

ย่อมต้องทำให้สำเร็จ”

“เจ้าต้องทำให้เจิ้งมามาอยู่ต่อให้ได้” ฮูหยินผู้เฒ่า

หลัวเอ่ย “เจิ้งมามาดีต่อเจ้านัก เพียงเจ้าขอร้อง

นาง นางจะต้องตัดใจทิ้งเจ้าไปไม่ได้แน่นอน”

อี๋หนิงไม่ต้องการเจิ้งมามา นางไม่รู้จักอีกฝั่ายเลย

สักนิด นางต้องการเพียงท่านย่าเท่านั้น

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวกล่าวด้วยนํ้าเสียงเคร่งเครียด

ตั้งใจบีบบังคับให้นางตอบตกลง “เจ้าได้ยิน

หรือไม่”

สุดท้ายอี๋หนิงก็ผงกศีรษะอย่างจำยอม ฮูหยินผู้

เฒ่าหลัวถึงได้พรูลมหายใจด้วยความโล่งอก

——————–

[1] ลู่หมิงเยี่ยน เป็นงานเลี้ยงรับรองจวี่เหรินใหม่

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 38"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpds959a
เกิดใหม่ยุค 80: มีสามีคลั่งรักและลูกแฝดสามก็ไม่ได้แย่นะ!
28/06/2026
63db6879
ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
14/05/2025
dsG-193×278-1
จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์
11/08/2022
633e76f8SBWScIIi
เก้าพี่น้องเลี้ยงซาลาเปาสุดแสบ [九个哥哥团宠小甜包]
28/06/2024

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.