ยอดชายาหนีรัก ไปพักใจที่ชายป่า - บทที่ 189 เตรียมดูตัว
บทที่ 189 เตรียมดูตัว
ผู้นำหมู่บ้านปกติรักษาหน้าตาตัวเอง สำหรับการสั่งสอนลูก ก็นับว่ายุติธรรมและไม่ลำเอียง
แม้จะมีลูกสาวที่ถูกนิยายครอบงำ กลายเป็นคนประหลาดไปบ้าง แต่ลูกชายของเขายังคงมีทัศนคติที่ถูกต้อง
เต๋ออันเดินมานั่งบนโต๊ะ แม้ว่าปกติเขาจะเชื่อฟังคำพูดของบิดาเสมอ แต่วันนี้เขากลับพูดแย้งขึ้นมา
“ท่านพ่อ แม้ว่าตอนนั้นครอบครัวเราจะช่วยเหลืออวิ๋นเถียนเถียนไปไม่น้อย แต่เราก็ได้รับผลประโยชน์มากมายเช่นกัน พูดง่าย ๆ ก็คือเป็นการแลกเปลี่ยนที่ยุติธรรม นางจ่ายเงินและพวกเราทำงานให้เท่านั้นเอง คำพูดแบบนี้ หากออกไปข้างนอก ควรพูดให้น้อยลงนะขอรับ”
ผู้นำหมู่บ้านโกรธจัด ลูกชายกล้าขัดคำพูดของเขา แต่พอคิดดูดี ๆ ตอนที่เขาสอนลูกชาย ก็เดินตามแนวทางนี้มาตลอดไม่ใช่หรือ
“พอเถอะ! เรื่องของอวิ๋นเถียนเถียน ครอบครัวเราอย่าไปยุ่งเกี่ยวอีกเลย มุ่งมั่นดูแลน้องสาวของเจ้าให้ดี ที่ดีที่สุดคือให้นางแต่งงานออกไปโดยเร็ว ข้าเห็นว่าลูกชายของซิ่วไฉ่คนนั้นก็ไม่เลว”
ภรรยาของเต๋ออัน ในฐานะลูกสะใภ้ ย่อมไม่กล้าพูดว่าพ่อสามีทำถูกหรือผิด แต่ในใจนางยังคงรู้สึกว่าสิ่งที่สามีของนางพูดนั้นถูกต้อง
น้องสาวสามีที่ก่อเรื่อง แน่นอนว่ายิ่งแต่งงานออกไปเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี หากอยู่นานไป ไม่รู้ว่าจะสร้างเรื่องอะไรอีก มีเพียงผู้นำหมู่บ้านกับภรรยาเท่านั้น ที่คิดว่าลูกสาวของตนจะกลับตัวกลับใจได้
ในสายตาของนาง น้องสาวสามีคนนี้หมดหวังแล้ว แต่เดิมก็เลี้ยงมาอย่างทะนุถนอม ตอนนี้ยิ่งไม่ทำงานอะไรเลย ทั้งวันซ่อนตัวอยู่ในห้องคร่ำครวญถึงความรัก
ส่วนลูกชายของซิ่วไฉ่คนนั้น โชคดีที่บ้านเขาอยู่ไกลจากหมู่บ้านนี้ เรื่องซุบซิบนินทาไม่ได้แพร่ไปถึงที่นั่น ไม่เช่นนั้นจางซิ่วไฉ่คงไม่ยอมรับผู้หญิงที่มีชื่อเสียงเสียหายแบบนี้มาเป็นลูกสะใภ้แน่
ภรรยาเต๋ออันแอบภาวนาขออย่าให้ครอบครัวจางซิ่วไฉ่รู้เรื่องของน้องสาวสามี ไม่เช่นนั้นน้องสาวสามีคนนี้คงไม่มีทางได้แต่งงานอีกแล้ว!
จางซิ่วไฉ่อยู่ห่างจากหมู่บ้านเซินหนี่สองหมู่บ้าน ในตอนนี้จึงยังไม่ได้ยินเรื่องซุบซิบพวกนี้ ได้ยินมาว่าเฉินไฉอีเป็นลูกสาวของผู้นำหมู่บ้าน และเป็นคนที่อ่านออกเขียนได้ มีความรู้และมารยาท
จางซิ่วไฉ่พอใจมาก เร่งให้ลูกชายของตนจางชิงเฟิงไปดูตัวให้ได้
ภรรยาของผู้นำหมู่บ้านเป็นกังวลเรื่องนี้จนผมหงอกไปหลายเส้น ลูกสาวต่อต้านการเจอคู่อย่างมาก แม้นางจะมั่นใจว่าลูกชายของจางซิ่วไฉ่จะต้องเป็นประเภทที่ไฉอีชอบแน่ แต่นางไม่ยอมไปดูตัวเลย แล้วจะรู้ได้อย่างไร
นางพูดจนปากจะฉีก แต่เฉินไฉอีก็แค่หันหน้าหนีไม่สนใจ พอพูดมากเข้า เฉินไฉอีถึงกับตาแดงตะโกนเสียงดัง “อยากแต่งก็ไปแต่งเองสิ นอกจากคุณชายหลี่ ข้าไม่แต่งกับใครทั้งนั้น!”
ภรรยาผู้นำหมู่บ้านเส้นเลือดที่หน้าผากกระตุก สุดท้ายก็คิดวิธีได้ สงบสติอารมณ์แล้วกล่าวว่า “คนที่มาเป็นแม่สื่อครั้งนี้ เป็นน้องสาวของแม่เอง อย่างไรก็เป็นญาติพี่น้องกัน เจ้าเห็นแก่หน้าแม่ไปดูตัวสักหน่อยได้หรือไม่ ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องแต่ง แม่ไม่บังคับเจ้าหรอก”
แม้เฉินไฉอีจะรำคาญ แต่ในใจก็ตกลง ทำไมมีแค่อวิ๋นเถียนเถียนที่ได้รับความรักจากทั้งคุณชายหลี่และอวิ๋นเคอ!
คุณชายหลี่ผู้เกิดในตระกูลใหญ่ ย่อมไม่ตื้นเขินถึงขนาดมองแค่รูปลักษณ์ภายนอก หรืออาจเป็นไปได้ว่าคุณชายหลี่เองก็ไม่รู้ตัวว่าแท้จริงแล้วก็ชอบนางอยู่เหมือนกัน
การไปดูตัวครั้งนี้จะต้องไปในเมืองแน่นอน นางได้ยินมาว่าคุณชายหลี่อาศัยอยู่ในเมือง อย่างไรเสียก็แค่ไปดูตัวกันครั้งเดียว คงไม่เป็นไรหรอก หากให้คุณชายหลี่ได้เห็นว่าตัวนางก็มีคนชอบเหมือนกัน บางทีคุณชายหลี่อาจจะหึงหวงนางขึ้นมาก็ได้
เฉินไฉอีที่จมอยู่ในความฝันพยักหน้า “ได้ ข้าจะฟังท่านแม่ แต่เวลาและสถานที่ในการดูตัวต้องให้ข้าเป็นคนกำหนด”
ภรรยาผู้นำหมู่บ้านตกตะลึง ถึงแม้ลูกสาวจะยอมไป แต่กลับทำให้นางรู้สึกกังวลอย่างบอกไม่ถูก
“เจ้าตกลงจริง ๆ หรือ? พอถึงวันนั้นเจ้าอย่าได้ทำอะไรแปลก ๆ เชียวนะ”
เฉินไฉอีพยักหน้า “ข้าตกลงแล้ว แต่ว่าในช่วงนี้ท่านห้ามมายุ่งกับข้า ข้าต้องออกไปซื้อเครื่องสำอาง”
ขอเพียงแค่ลูกสาวยอมไปดูตัว อย่างอื่นภรรยาผู้นำหมู่บ้านก็ไม่ค่อยสนใจแล้ว อย่างไรเสียทุกปีก็ซื้อเครื่องสำอางมากมายอยู่แล้ว
เฉินไฉอีได้รับอิสระ จึงหยิบเงินเก็บของตัวเอง นั่งเกวียนวัวของลุงเฉินเข้าไปในเมือง
นางเที่ยวเล่นอยู่ข้างนอกทั้งวัน แม้จะไม่ได้ซื้อเครื่องสำอางกลับมา แต่อารมณ์ของเฉินไฉอีก็ดีขึ้นมาก
ภรรยาผู้นำหมู่บ้านเห็นลูกสาวไม่ดื้อดึงอีกต่อไป ทั้งตัวดูสดใสขึ้นมาก จึงไม่ได้คิดอะไร
“ท่านแม่ มะรืนนี้ไปนั่งที่โรงน้ำชาหรูอี้ในเมืองกันเถิดเจ้าค่ะ ส่วนเรื่องการดูตัว ท่านจัดการได้เลย”
ภรรยาผู้นำหมู่บ้านรู้สึกประหลาดใจ ไม่คิดว่าจะได้คำตอบเร็วขนาดนี้ นึกว่าเด็กคนนี้จะถ่วงเวลาไปเรื่อย ๆ เสียอีก
“ได้ เจ้าวางใจเถิด แม่จะไม่ทำร้ายเจ้าเด็ดขาด ลูกชายของจางซิ่วไฉ่เรียนหนังสือกับบิดาของเขา ได้ยินมาว่าปีหน้าจะสอบซิ่วไฉ่แล้ว เด็กคนนั้นซื่อสัตย์และว่านอนสอนง่าย หากโชคดี ไม่แน่เจ้าอาจได้เป็นภรรยาขุนนาง ดีกว่าเป็นอนุของคุณชายหลี่เสียอีก”
แต่เฉินไฉอีไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านี้เลย การเป็นภรรยาขุนนางมันง่ายขนาดนั้นเชียวหรือ มีซิ่วไฉ่ผมขาวมากมายที่แก่ตัวลงโดยไม่มีความสำเร็จอะไรเลย
ยิ่งไปกว่านั้น นางไม่เชื่อหรอกว่าลูกชายของซิ่วไฉ่คนนั้นจะมีรูปลักษณ์งดงามเทียบกับคุณชายหลี่ได้
“ข้าเข้าใจแล้ว พอถึงวันนั้นข้าจะไปดูก็แล้วกัน แต่ท่านต้องสัญญากับข้า หากข้าไม่เห็นด้วย ท่านห้ามยกข้าให้ใครทั้งนั้น!”
ภรรยาผู้นำหมู่บ้านไม่ทันระวังว่าลูกสาวของตนจะวางแผนไว้ นางคิดว่าลูกสาวของตนเข้าใจแล้ว จึงรีบไปหาน้องสาวด้วยความดีใจ
แม่สื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ตัดสินใจให้หนุ่มสาวคู่นี้มาพบกันที่โรงน้ำชาหรูอี้
ภรรยาของเต๋ออันได้ยินเรื่องนี้ก็ทำปากเบะ นางไม่คิดว่าน้องสาวสามีจะยอมง่าย ๆ คงมีแผนการอะไรแอบแฝงอยู่เป็นแน่
ในขณะที่ทุกคนในครอบครัวคิดว่าเฉินไฉอีน่าจะทำลายการดูตัวครั้งนี้ แต่ไม่คาดคิดว่าพอถึงวันที่ต้องไปดูตัว เฉินไฉอีกลับตื่นแต่เช้าตรู่มาแต่งตัว แต่งหน้า
ปกติเฉินไฉอีก็จัดว่าเป็นหญิงที่มีรูปโฉมงดงาม พอแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเพียงเล็กน้อย ความงามของนางก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก การแต่งกายเช่นนี้ทำให้ภรรยาของผู้นำหมู่บ้านรู้สึกสบายใจมากขึ้น
เนื่องจากงานแต่งงานยังไม่ได้กำหนด จึงบอกกับคนภายนอก ว่าพาบุตรสาวไปเยี่ยมญาติ แต่ทุกคนก็รู้ว่าจะพาลูกสาวไปดูตัว
พวกหญิงปากมากในหมู่บ้านก็เริ่มนินทากันอีกครั้ง
ส่วนเฉินไฉอีนั่งเรียบร้อยในโรงน้ำชา ทุกอากัปกิริยาของนางเหมาะสมกับการเป็นหญิงสาวที่มีมารยาทและมีความรู้
ทว่าในโรงน้ำชากลับมีบุคคลที่ไม่คาดคิดปรากฏตัวขึ้น
หลี่ซื่อหัวมาที่โรงน้ำชาหรูอี้ทุกสองวัน โรงน้ำชาหรูอี้เป็นกิจการของตระกูลหลี่ ดังนั้นเขาจึงต้องมาตรวจสอบบัญชีเป็นประจำ
พอดีวันนี้เป็นวันที่ต้องมาตรวจสอบบัญชี