ยอดชายาหนีรัก ไปพักใจที่ชายป่า - บทที่ 192 เรื่องชุลมุนวุ่นวาย
บทที่ 192 เรื่องชุลมุนวุ่นวาย
“ยังมีหน้าไปโอ้อวดนอกบ้านว่าลูกสาวตัวเองรู้หนังสือและมีเหตุผลอีก พอเห็นคุณชายหลี่ก็แทบจะกระโจนเข้าใส่ เจ้าไม่เอาอย่างเฉินผิงอันหรือไร ส่งลูกสาวตัวเองไปถึงเตียงของคุณชายหลี่เลย”
ผู้นำหมู่บ้านได้ยินประโยคนี้ สีหน้าเขียวคล้ำ นางจะแย่แค่ไหนก็ไม่อาจเทียบกับเจ้าคนชั่วเฉินผิงอันได้
“พอได้แล้ว พวกเจ้าจะมาทะเลาะกันที่นี่เพื่ออะไร”
เฉินชู่เกินมักจะเป็นคนออกหน้าบุกเข้าใส่ ถึงแม้จะพาสามีของนางออกมาจริง ๆ คนที่ซื่อ ๆ เช่นนั้นจะทำเรื่องทะเลาะกับคนอื่นได้อย่างไร
“ท่านผู้นำหมู่บ้าน ท่านอย่าได้เข้าข้างภรรยาของท่านนะ อย่างไรเสียพวกเราก็รู้จักกันดี ลูกสาวของข้าไม่เอาไหนก็จริง แต่ลูกสาวของท่านดีนักหรือ อย่างน้อยข้าก็ไม่คิดจะยกลูกสาวของข้าให้แต่งงานกับตระกูลใหญ่ ๆ แต่ภรรยาของท่านกลับอยากจะยกลูกสาวที่ไม่รู้จักละอายเช่นนี้ไปแต่งงานเพื่อไปสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น”
สีหน้าของผู้นำหมู่บ้านเปลี่ยนจากเขียวเป็นม่วง สุดท้ายก็หันไปจ้องภรรยาของตน เอ่ยอย่างดุดันว่า “ยังจะมาทำให้ขายหน้าอีก รีบกลับไปเดี๋ยวนี้!”
ภรรยาผู้นำหมู่บ้านทำปากยื่น แต่ก็รู้ว่าสามีของนางเป็นคนรักษาหน้าตา หากยังอยู่ที่นี่ทำให้อับอายต่อไป กลับบ้านไปคงต้องโดนตีเป็นแน่
ผู้นำหมู่บ้านไม่ค่อยตีภรรยา แต่ถ้าโมโหขึ้นมา คงไม่มีอะไรดี ๆ รออยู่แน่
ภรรยาผู้นำหมู่บ้านหดคอลงเล็กน้อย สุดท้ายก็ได้แต่กลับไปอย่างไม่เต็มใจ ตอนทะเลาะกันเมื่อครู่ นางเสียเปรียบมากทีเดียว
พอภรรยาผู้นำหมู่บ้านจากไป เฉินชู่เกินก็ยิ่งเหิมเกริมขึ้น
“ท่านผู้นำหมู่บ้าน ข้าได้ยินว่าท่านก็เคยเป็นถงเซิงมาเหมือนกัน คงเข้าใจเหตุผลและรักษากฎระเบียบดี ไม่ทราบว่าท่านจะยกตัวปัญหาเช่นนี้ไปแต่งงานกับตระกูลใดหรือ?”
ผู้นำหมู่บ้านหน้าเขียวคล้ำ “เฉินชู่เกิน เจ้าอย่าได้ลามปามเกินไปนัก ตอนนี้พวกเจ้ามาทะเลาะกันที่นี่ ไม่เพียงแต่ทำให้ผู้คนหัวเราะเยาะ แต่ยังไม่เป็นผลดีต่อชื่อเสียงของลูกสาว เมื่อไม่มีใครมีเหตุผล ก็ถึงเวลาที่ต่างฝ่ายต่างถอยคนละก้าวแล้ว!”
แน่นอนว่าเฉินชู่เกินรู้ว่านี่คือผู้นำหมู่บ้าน ไม่ควรไปขัดเคืองมากนัก แต่ก่อนหน้านี้ผู้นำหมู่บ้านช่วยเหลืออวิ๋นเถียนเถียน ส่วนลูกสาวของนางที่ทำผิด กลับไม่ได้รับความสุภาพเช่นนี้
ก่อนหน้านี้อาจจะกลัวว่าชื่อเสียงของลูกสาวจะเสียหาย ผู้นำหมู่บ้านจะไล่พวกนางออกจากหมู่บ้าน แต่ตอนนี้แม้แต่ลูกสาวของผู้นำหมู่บ้านเองก็ยังควบคุมไม่ได้ นางจึงไม่กลัวแล้ว
“นึกถึงตอนที่อวิ๋นเถียนเถียนให้ผลประโยชน์แก่ท่าน ท่านก็มากดขี่พวกเรา แต่ตอนนี้นางไม่ให้เกียรติแม้แต่ท่านผู้นำหมู่บ้าน ความอัปยศนี้ ท่านผู้นำหมู่บ้านก็กลืนลงคอได้หรือ”
ผู้นำหมู่บ้านรู้ว่าตนเองเป็นฝ่ายไม่มีเหตุผล แม้ในใจจะมีความแค้นต่ออวิ๋นเถียนเถียนอยู่บ้าง แต่ต่อหน้าผู้คน เขาก็ไม่อาจพูดความแค้นของตนออกมาได้
“เรื่องของครอบครัวข้าไม่จำเป็นต้องให้เจ้ามายุ่ง มีเวลาก็ไปดูแลลูกสาวของเจ้าเถอะ”
เมื่อพูดจบ ผู้นำหมู่บ้านก็หันหลังเดินกลับบ้านทันที ที่อับอายขายหน้าเช่นนี้เขาไม่อยากอยู่อีกต่อไปแล้ว
อวิ๋นเถียนเถียนเห็นละครสนุกจบลง จึงเดินกลับบ้านอย่างสบายอารมณ์ อวิ๋นเคอยิ้มน้อย ๆ ไม่คิดว่าเด็กสาวจะชอบดูละครถึงเพียงนี้
แต่พอเดินเข้าลานบ้าน อวิ๋นเถียนเถียนก็ชะงัก เอามือตบหัวตัวเองอย่างหงุดหงิด
“แย่แล้ว! ยังมีเรื่องหนึ่งที่ยังไม่ได้ให้ผู้นำหมู่บ้านจัดการให้เสร็จ ตอนนี้ทำให้เขาโกรธเสียแล้ว คราวนี้ยากแล้ว!”
อวิ๋นเคอมองนางอย่างงุนงง เด็กสาวคนนี้คิดอะไรก็ทำอย่างนั้น ตอนแรกโมโหไล่คนออกไปหมด ตอนนี้นึกได้ว่ายังมีธุระที่ยังไม่เสร็จ
“อวิ๋นเคอ ข้าได้ยินว่าการสอบขุนนางต้องมีบรรพบุรุษสามชั่วคนที่สะอาดบริสุทธิ์ ข้าจึงคิดจะหาครอบครัวให้เฉินเฉินไปเป็นบุตรบุญธรรม แต่เรื่องนี้ยังไม่มีข้อสรุป คงเป็นเพราะตอนนี้พวกเรากับผู้นำหมู่บ้านมีปัญหากัน ถึงข้าจะไปหาเขาก็คงไม่ได้ผลดีอะไร”
“ข้าเห็นผู้นำหมู่บ้านเป็นคนแบบนั้น ไม่น่าจะแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับงานได้ ไม่แน่อาจจะใช้เรื่องนี้มาแก้แค้นข้าก็ได้”
อวิ๋นเคอยิ้ม นึกว่าเป็นเรื่องใหญ่อะไร ที่แท้ก็แค่นี้เอง
“ผู้อาวุโสในหมู่บ้านล้วนหวังให้ลูกหลานเจริญก้าวหน้า พวกท่านผู้อาวุโสเหล่านั้นยังมีชีวิตอยู่ เรื่องนี้ไปหาพวกเขาดีกว่า”
อวิ๋นเถียนเถียนถอนหายใจอย่างหดหู่ “โอ้ ข้านี่โง่จริง ทำไมข้าถึงคิดไม่ได้นะ แม้ว่าพวกผู้อาวุโสเหล่านั้นจะคุยยาก แต่ก็ยังดีกว่าคนอย่างผู้นำหมู่บ้านมากนัก”
อวิ๋นเถียนเถียนคิดแล้วคิดอีก เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา ควรจัดการให้เร็วที่สุด ดังนั้น นางจึงหยิบไหสุราจากบ้าน แล้วรีบเดินไปบ้านผู้อาวุโสสี่ทันที
ส่วนผู้อาวุโสคนอื่น ๆ อวิ๋นเถียนเถียนไม่อยากไปยุ่งเกี่ยวด้วย แต่ทางฝ่ายหัวหน้าตระกูลนั้นพูดคุยง่าย ปกติก็มักเข้าข้างนาง เรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อตระกูลเฉินทั้งตระกูลแบบนี้ ไม่เชื่อว่าผู้อาวุโสสี่จะไม่สนใจ
ท่านผู้อาวุโสสี่อายุยืนยาว กำลังเพลิดเพลินกับความสุขของการเลี้ยงหลาน สภาพความเป็นอยู่ในบ้านก็ดี ตัวท่านนั่งพักผ่อนอย่างสบายใจใต้ต้นพุทราใหญ่ในลานบ้าน พลางมองหลานเหลนวิ่งเล่นไม่หยุด
อวิ๋นเถียนเถียนเดินเข้าลานบ้าน อดรู้สึกทอดถอนใจไม่ได้ คนยุคนี้โดยทั่วไปอายุไม่ยืน คนที่มีชีวิตยืนยาวถึงแปดสิบกว่าปีอย่างท่านผู้อาวุโสสี่นั้น หาได้ยากในหมู่บ้าน
ดูเหมือนว่าการมีอายุยืนยาวก็ไม่ใช่ไม่มีเคล็ดลับ ดูสิ ท่านผู้อาวุโสสี่ไม่มีความกังวลใด ๆ ยิ้มมองหลานเหลน แม้หลาน ๆ จะวิ่งเล่นซุกซนก็แค่ยิ้มมอง ไม่เข้าไปยุ่ง
“ท่านผู้อาวุโสสี่”
ผู้อาวุโสสี่เงยหน้าขึ้นมอง “อ้อ เถียนเถียนนี่เอง เจ้ามาที่นี่ทำไมหรือ มีเรื่องอันใด?”
“ข้าได้ยินว่าท่านผู้อาวุโสสี่ชอบสุรา ข้าได้สุราดีมาไหหนึ่ง จึงนำมาให้ท่านเจ้าค่ะ แต่ก็มีเรื่องหนึ่งจะขอร้องท่านด้วย”
อวิ๋นเถียนเถียนเอ่ยพลางวางไหสุราลงบนโต๊ะกลมในลานบ้าน
“สุรานี้ไม่ต้องรีบดื่ม เจ้าบอกมาก่อนว่าเป็นเรื่องอะไร หากข้าช่วยได้ ก็จะดื่มสุราไหนี้ แต่ถ้าช่วยไม่ได้ ก็ไม่อยากให้เจ้าต้องเสียเปรียบ”
อวิ๋นเถียนเถียนยิ้มน้อย ๆ แล้วกล่าวว่า “ท่านก็ทราบอยู่แล้วว่าข้าได้ส่งเฉินเฉินไปเรียนที่สำนักศึกษาแล้ว ปีหน้าเขาจะต้องสอบด้วยเจ้าค่ะ”
ผู้อาวุโสสี่กล่าวว่า “นี่เป็นเรื่องดีนะ ตระกูลเฉินของพวกเรา ไม่ได้มีนักปราชญ์มานานแล้ว ถึงแม้จะมีสักหนึ่งหรือสองคน ก็แค่ได้เป็นถงเซิงเท่านั้น แม้แต่ซิ่วไฉ่ก็ยังหายาก”
“แต่ท่านผู้อาวุโสสี่อาจจะไม่รู้ว่า การจะสอบขุนนางได้นั้น จำเป็นต้องมาจากครอบครัวที่สะอาดบริสุทธิ์สามชั่วอายุคน ท่านก็รู้จักเด็กคนนี้ดี ไม่ต้องเอ่ยถึงเฉินผิงอันที่เป็นคนโง่เขลา แม้แต่หลินชุนฮวาผู้เป็นมารดา… กล่าวไปแล้ว ครอบครัวเช่นนี้กลับทำให้เด็กคนนี้เสียโอกาสเจ้าค่ะ”
ผู้อาวุโสสี่ยิ้มน้อย ๆ “แต่เจ้าก็ยังส่งเขาไปเรียนหนังสืออยู่ดี และอาจารย์ก็รับเขาเข้าเรียนด้วย คงจะมีวิธีแล้วสินะ?”