ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1083 ลวนลามไม่ให้เกียรติ / ตอนที่ 1084 แต่งงานออกเรือน
ตอนที่ 1083 ลวนลามไม่ให้เกียรติ / ตอนที่ 1084 แต่งงานออกเรือน
ตอนที่ 1083 ลวนลามไม่ให้เกียรติ
กำไลข้อมือสีเขียวหยกมันวาว เป็นของดีที่คาดว่าน่าจะสวมใส่เพื่อมามอบให้นางโดยเฉพาะ
นอกจากนี้มันยังเป็นของขวัญจากผู้อาวุโส เซี่ยเฉียวจะปฏิเสธก็ไม่ดี นางจึงได้รับไว้
ของสิ่งนี้เป็นของที่มอบให้นางเป็นการส่วนตัว ส่วนภายนอกตระกูลกู้ยังส่งของขวัญอื่นๆ มาให้ด้วย
พอได้รับของขวัญมากเข้า เซี่ยเฉียวก็เริ่มรู้สึกตื่นเต้นกับการแต่งงานขึ้นมาบ้างแล้ว
นางสงบนิ่งมาตลอด และไม่กล้าที่จะมีอารมณ์ความรู้สึกมากมาย แต่ตอนนี้นางกลับควบคุมตัวเองไม่ได้ และมองเข้าไปในบ้านด้วยใบหน้าแดงก่ำ และพบว่ายังมีคนมาแสดงความยินดีกับนางตลอดเวลา นางจึงรู้สึกราวกับว่าหัวใจของนางเต้นแรงจนจะหลุดออกจากอกแล้ว
ตระกูลเซี่ยมีญาติน้อย ถ้าหากนางแต่งงานออกเรือนไปกับคนอื่น ผู้อาวุโสที่จะให้ของขวัญแต่งงานกับนางก็คงมีแค่ไม่กี่คนเท่านั้น แต่ตอนนี้ฮูหยินสูงศักดิ์สถานะต่างๆ ทั้งหลายในเมืองหลวงต่างก็ทยอยกันมา
พอมาแล้วก็ต้องพูดอวยพรนางสักเล็กน้อยด้วย
มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง มีลูกเร็วๆ ให้สามีภรรยารักใคร่กลมเกลียว ต่างเคารพซึ่งกันและกัน อยู่กันไปจนแก่เฒ่า เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน…
นางฟังอะไรแบบนี้ทั้งวันแล้วจะยังนั่งติดได้อย่างไร
กว่าจะถึงคืนก่อนวันแต่งงาน ท่านป้าสามตระกูลหลินก็มาหานางอีกด้วยท่าทางลึกลับและใบหน้าที่แดงแปลกๆ
“เรื่องนี้…เดิมทีก็ไม่ใช่หน้าที่ที่ข้าจะต้องมาพูด เพียงแต่ข้าคิดว่าบ้านเจ้าก็ไม่มีฮูหยินนายหญิงอะไร พวกนางกำนัลอาวุโสในวังก็เกรงว่า เกรงว่าจะสนใจแต่รัชทายาท ข้าก็เลยมาอธิบายให้แม่นางเซี่ยฟังสักหน่อย…” หลินซังจือหน้าแดงพลางยัดหนังสือเล่มหนึ่งใส่มือนาง
“…….” เซี่ยเฉียวอ้าปากค้างและแข็งทื่อไปชั่วขณะ
ท่านป้าใหญ่ตระกูลหลินอายุมากที่สุด แต่นางก็ไม่เคยแต่งงานมาก่อนจึงไม่สามารถจะมาชี้แนะเรื่องพวกนี้ได้
จึงต้องเป็นหน้าที่ของนางซึ่งเป็นฮูหยินที่เคยแต่งงานมาแล้ว
แต่อันที่จริงนางก็อายุยังน้อย ปีนี้นางมีอายุแค่ยี่สิบสองปีเท่านั้น
แต่ด้วยสถานการณ์ของตระกูลเซี่ย นางก็ไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆ ได้แต่ต้องหน้าด้านเอ่ย “เรื่อง…เข้า เข้าหอ จะ จะรีบร้อนเกินไปไม่ได้…ครั้ง ครั้งแรกของพวกเจ้า หากรีบร้อนเกินไปก็อาจจะเจ็บตัวได้ ยังต้องอดกลั้นไว้หน่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุขภาพร่างกายเจ้าไม่ดี เมื่อรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ต้องดูแลตัวเอง…เจ้าอ่านหนังสือเล่มนี้ หากมีอะไรไม่เข้าใจ…”
หลินซังจือหน้าแดงจนพูดไม่ออก นางอ้ำๆ อึ้งๆ ท่าทางสับสนไม่เบา
ถ้าหากให้นางอธิบายเซี่ยซี นางยังพอทำหน้าหนาได้หน่อย
แต่นี้เป็นแม่นางเซี่ยคนโต
แม่นางเซี่ยเกิดมาราวกับนางเซียนก็ไม่ปาน ปกตินางก็ไม่กล้าทำตัวสนิทสนมกับเซี่ยเฉียวอยู่แล้ว แต่ตอนนี้นางกลับต้องมาพูดเรื่องสัมพันธ์หญิงชายให้นางฟัง ทำให้นางรู้สึกเหมือนตนเองกำลังพูดจาลวนลามไม่ให้เกียรตินาง มันน่ากระอักกระอ่วนนัก!
หลินซังจือหน้าแดง เซี่ยเฉียวเองก็รู้สึกว่าใบหน้าร้อนผ่าวไปหมด
“ขอบคุณท่านน้าที่ชี้แนะ” เซี่ยเฉียวทำตัวดีอย่างน่าขัน
หลินซังจือเห็นว่านางน่ารักอย่างนั้นจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “เจ้ามีนิสัยอ่อนโยน ร่างกายก็ไม่ค่อยดี พอแต่งงานออกไปอย่างนี้ บิดาและพี่ชายของเจ้าก็คงจะต้องกังวลใจมากแน่ๆ ข้าเองก็ไม่ค่อยจะเข้าใจเรื่องของตระกูลใหญ่ๆ นัก แต่ที่ข้ารู้ก็คือระหว่างสามีภรรยาในครอบครัวธรรมดาทั่วไปนั้น จะทำอะไรก็ต้องคอยปรึกษาหารือกัน ในฐานะภรรยาก็ต้องให้ความเคารพพ่อแม่สามี และดูแลสามี ถ้าหากเจ้ารู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจหรือไม่ได้รับความยุติธรรมจริงๆ ก็อย่าได้เก็บเอาไว้ เจ้าหน้าตาดีขนาดนี้ ก็ให้รู้จักออดอ้อนมากๆ หน่อย อย่าได้มัวแต่เขินอายไม่ยอมพูดคุย…”
หลินซังจือเป็นห่วงเรื่องสุขภาพร่างกายของนางจริงๆ
พวกเขาเป็นครอบครัวเล็กๆ ไม่เข้าใจว่ารัชทายาทเป็นอย่างไร
ชาวบ้านยิ่งไม่อาจเข้าใจรัชทายาทได้
เพียงแค่เคยได้ยินได้ฟังเซี่ยซีพูดถึงเป็นบางครั้งเท่านั้น แต่ส่วนมาก็จะเป็นเรื่องราวทำนองว่ารัชทายาทส่งของขวัญอะไรมาให้ตระกูลเซี่ยบ้างเท่านั้น
นางไม่รู้จริงๆ ว่านิสัยของรัชทายาทเป็นอย่างไร กลัวว่าเกิดรัชทายาทเป็นพวกรุนแรงขึ้นมา ร่างกายที่อ่อนแอของเซี่ยเฉียวก็น่าจะรับไม่ไหว
แต่พอนางคิดดูให้ดี ถ้าหากคนผู้นี้ไม่หมาะสมจริงๆ พ่อลูกตระกูลเซี่ยก็คงไม่ยินดีกับการแต่งงานในครั้งนี้ นางจึงได้แต่เก็บความเป็นห่วงไว้ในใจต่อไป
ตอนที่ 1084 แต่งงานออกเรือน
มีคนจำนวนมากที่คิดว่าสุขภาพร่างกายเซี่ยเฉียวไม่ดีเหมือนกับที่ตระกูลหลินคิด
เพียงแต่ตระกูลหลินคิดเช่นนั้นด้วยเจตนาดีและความเป็นห่วง ส่วนคนอื่นนั้นก็ยังบอกไม่ได้
เวลานี้หลินซังจือและเซี่ยเฉียวพูดจาอธิบายเรื่องต่างๆ มากมาย ส่วนใหญ่ก็เป็นการสอนให้นางเรียนรู้ที่จะใช้จุดแข็งของตนเองเพื่อให้ตนเองไม่เสียเปรียบ
ถึงอย่างไรเซี่ยเฉียวก็แต่งงานกับคนที่สถานะสูงกว่า แถมยังแต่งงานไปกับคนที่สูงศักดิ์ที่สุดในใต้หล้านี้อีกต่างหาก ถ้าหากชีวิตของนางไม่ได้เป็นอย่างที่ใจหวัง ทางฝั่งบ้านเดิมของนางก็ไม่มีความสามารถจะออกหน้าแทนนางได้
คืนนั้นเซี่ยเฉียวนอนหลับได้ไม่นานนัก
ฟ้ายังไม่ทันสว่าง ข้างนอกก็ครึกครื้นขึ้นมาแล้ว
นางกำนัลอาวุโสที่มีหน้าที่แต่งตัวก็พากันเข้ามาแต่งเนื้อแต่งตัวให้นาง
ชุดแต่งงานนี้มีน้ำหนักมาก เป็นฝีมือปักโดยช่างปักในวัง ลวดลายซับซ้อนยุ่งยาก แต่ก็หรูหราและสง่างามมาก เพียงแต่เซี่ยเฉียวสวมชุดแต่งงานนี้แล้วก็รู้สึกหนักจนหายใจไม่ออก
ช่างเสื้อผ้าเหล่านั้นเถอะ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือใบหน้านี้ นางรู้สึกว่าใบหน้าของนางถูกโกนออกไปชั้นหนึ่ง จากนั้นก็มีการประโคมแป้งแต่งหน้ามากมาย คนกลุ่มหนึ่งฉวัดเฉวียนไปมาตรงหน้านาง นางไม่มีเวลาจะส่องกระจกด้วยซ้ำ นางแค่รู้สึกตอนนี้ตนเองจะต้องเหมือนวิญญาณสาวพันปีที่หน้าขาวปากแดงและน่ากลัวมากแน่ๆ
“พี่หญิงใหญ่ ท่านงดงามจริงๆ” เซี่ยซีไม่รู้อะไรสักอย่าง นางได้แต่นั่งเป็นเพื่อนอยู่ข้างๆ เท่านั้น
เซี่ยเฉียวยิ้มขื่นเล็กน้อย ทำหน้าตาน่าสงสาร
“คุณหนูใหญ่เหนื่อยแล้วหรือ” นางกำนัลอาวุโสที่มาช่วยแต่งตัวต่างก็พากันหวาดกลัวด้วยกังวลว่าแม่นางผู้นี้จะเหน็ดเหนื่อยจนเป็นลมเป็นแล้งไป “วันนี้พวกข้าพยายามทำให้แม่นางสบายขึ้นหน่อยแล้ว มงกุฎหงส์นี้เปลี่ยนมาหลายครั้งแล้ว รัชทายาททรงมาดูด้วยตัวเองและมักจะบอกว่ามันหนักเกินไป กลัวว่าท่านจะปวดคอ”
เซี่ยเฉียวเข้าใจ
คนธรรมดาแต่งงานต่างก็เหนื่อยแทบตาย คงไม่ต้องพูดถึงการแต่งงานของราชวงศ์แล้ว
เซี่ยเฉียวเหลือบมองมงกุฎหงส์ที่วางอยู่ข้างๆ เล็กน้อย มันช่างงดงามจริงๆ
มันดูเบากว่ามงกุฎหลากสีทั่วๆ ไป แต่งานฝีมือน่าจะยุ่งยากกว่า ปีกหงส์สีทองด้านบนบางเบามาก มันขยับไหวเบาๆ ราวกับว่ากำลังจะสยายปีกบินขึ้นสูง
เซี่ยเฉียวสูดลมหายใจพยายามเรียกพลังขึ้นมา
นี่เพิ่งเริ่มต้นเอง
หลังจากนั้นไม่นาน ฮูหยินที่มีวาสนาดีก็พากันเข้ามามากมาย ภายใต้การนำของเจ้าหน้าที่ทำพิธี พวกนางก็กล่าวคำมงคลก่อนออกเรือนให้แก่นาง
“หวีหนึ่งให้อยู่เย็นเป็นสุข รักใคร่กันไปนานๆ”
“หวีสองให้โชคดีมีมงคล ลูกสาวลูกชายเต็มบ้าน”
“หวีสามให้หมดห่วงไร้กังวล มีลูกหลานสืบสกุล อายุยืนยาว มั่งคั่งร่ำรวย”
……
ยินดีต้อนรับคู่สมรสใหม่
ข้างนอกดีดสีตีเป่ากันอย่างคึกคัก เสียงประทัดดังยาวนาน ผมยาวของเซี่ยเฉียวถูกมวยขึ้น มงกุฎหงส์ประดับลงบนศีรษะ ผ้าแดงถูกคลุมลงมาบดบังสายตา
เสียงแห่งการเฉลิมฉลองรอบๆ ก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ จนเซี่ยเฉียวได้ยินเสียงคนอื่นพูดคุยกันไม่ชัดแล้ว
นางไม่รู้ว่าตนเองรออยู่นานแค่ไหนกว่าจะมีคนมานำนางออกไป
คารวะบิดาและพี่ชาย แล้วขึ้นเกี้ยวเจ้าสาว
โยกเยกส่ายโอนไปมา ครึกครื้นมีชีวิตชีวา นางได้ยินเสียงรอบข้างดังไปตลอดทาง หลังจากยุ่งวุ่นวายอยู่นานเซี่ยเฉียวก็ได้เห็นชายเสื้อของจ้าวเสวียนจิ่งชั่วขณะหนึ่ง นางก็ไม่รู้ว่าวันนี้เขาเป็นอย่างไรบ้าง
หัวใจของนางเต้นรัวเหมือนตีกลอง
ขณะที่นางกำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยก็มีวิญญาณตนหนึ่งลอยเข้ามาข้างๆ เกี้ยวเจ้าสาว
“บรรพชนบอกว่าวันนี้เจ้าจะแต่งงานออกเรือนแล้ว ให้พวกเรามาส่งเจ้า พวกเราเป็นวิญญาณไม่มีอะไรจะให้เจ้าได้ แต่วันนี้จะพยายามกันไว้ให้วิญญาณเร่ร่อนพวกนั้นอยู่ห่างๆ เจ้าหน่อย จะได้ไม่เข้ามาชนเจ้า” วิญญาณที่พูดเป็นวิญญาณตระกูลไป๋หลี่
เขาแค่เข้ามาใกล้ผ้าม่านเพื่อบอกกล่าวเท่านั้น พอพูดจบเขาก็จากไปทันที
เสื้อผ้าที่เซี่ยเฉียวสวมใส่ในวันนี้นั้นงดงามตั้งแต่ภายในจรดภายนอก นางไม่ได้พกกระดาษยันต์ติดตัวไปด้วยมากมาย ข้างกายก็ไม่มีตะกร้าไม้ไผ่เหมือนเคย นางจึงรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย พอนางได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกดีใจมากจริงๆ
วิญญาณตระกูลไป๋หลี่ที่ยังไม่ไปยังมีจำนวนไม่น้อย งานนี้จึงไม่เหลือบ่ากว่าแรงพวกเขา
ปกติแล้ว วิญญาณเร่ร่อนบนถนนเส้นนี้จะไม่สนใจว่าคนเป็นจะทำอะไรอยู่ และมักจะพุ่งชนสะเปะสะปะเป็นเรื่องธรรมดามาก
องครักษ์วิญญาณที่อยู่ข้างกายรัชทายาทเองก็คอยเปิดทางอยู่สองข้างทาง เพียงแต่ขบวนเจ้าสาวนั้นยาวมากจึงไม่ค่อยจะเพียงพอ ตอนนี้เมื่อมีไป๋หลี่จี้และคนอื่นๆ คอยดูอยู่ วิญญาณตนอื่นจึงพยายามหลีกเลี่ยงไปทางอื่นแทน