ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1159 โทสะ / ตอนที่ 1160 ของติดตัว
ตอนที่ 1159 โทสะ / ตอนที่ 1160 ของติดตัว
ตอนที่ 1159 โทสะ
หลายวันก่อนตอนที่เซี่ยเฉียวเข้าวังและพบว่าองค์หญิงใหญ่ดูกังวลโศกเศร้า ไม่ค่อยจะดีเท่าไร วันนี้พอนางได้เห็นหน้าอีกครั้งก็พบว่ามันดูแย่กว่าเดิม
ตุ้มสีแดงที่ปลายหางตาของนางยิ่งเห็นได้ชัดขึ้น และดูไม่เหมือนสิวที่เพิ่งจะเกิดขึ้นมาในภายหลังแต่ดูเหมือนไฝแดงที่มีมาแต่กำเนิดมากกว่า
รอบกายนางไม่มีวิญญาณติดตามพัวพัน
เพียงแต่บรรยากาศรอบตัวนางดูผิดปกติ เซี่ยเฉียวสัมผัสได้ว่าพลังหยินหยางและธาตุทั้งห้าของนางยุ่งเหยิงวุ่นวายมาก
“องค์หยิงใหญ่ดูกล้าหาญขึ้นมาก” เซี่ยเฉียวอดเอ่ยขึ้นมาไม่ได้
ท่านป้าขององค์หญิงใหญ่หร่วนฮูหยินพยักหน้าเล็กน้อย “เป็นอย่างนั้นจริงๆ ก่อนหน้านี้สายตาของนางจะดูอ่อนโยนกว่านี้หน่อย…”
ระหว่างที่พวกนางพูดกันอยู่นั้น โทสะขององค์หญิงใหญ่ก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น
แต่ก็มองออกว่านางพยายามควบคุมตัวเองอยู่ตลอดเวลา และเมื่อเป็นเช่นนั้นนางจึงยิ่งดูดุร้ายมากยิ่งขึ้น
“องค์หญิง ข้าขอถามอะไรหน่อย ท่านจะต้องตอบข้า ถ้าหากท่านยังอยากที่จะแต่งงานออกเรือนแล้วล่ะก็ ท่านจะต้องไม่ปิดบังข้า” เซี่ยเฉียวเอ่ยเตือนนางก่อน
องค์หยิงพยักหน้าอย่างหงุดหงิด
นางรู้สึกโกรธอยู่ในใจ แต่ก็กระวนกระวายมากด้วย
“ได้ยินว่าช่วงนี้องค์หญิงฆ่านางกำนัลกับขันทีไปไม่น้อย ตอนที่ท่านฆ่าพวกเขา ท่านมีสติหรือไม่” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
บ่าวรับใช้ในวังก็ต้องเป็นนางกำนัลกับขันทีไม่ใช่หรือ พวกเขาก็น่าสงสารที่ต้องมาเจอเคราะห์ภัยเช่นนี้
องค์หญิงใหญ่หน้าซีดและกำหมัดแน่นทันทีที่ได้ยินคำถามของนาง “พวกเขาทำงานไม่ดี ข้าเห็นแล้วก็รำคาญ ทนไม่ได้…จริงๆ ข้าไม่มี…สติ”
นางลองแล้ว หากนางไม่ระบายความโกรธออกมา นางจะรู้สึกกระสับกระส่ายยากจะสงบลงได้…
อีกอย่าง……
“ข้า…ข้าเองก็ไม่ได้โกรธบ่อยขนาดนั้น แต่บางครั้งก็จะเป็นหนักหน่อย ตอนนี้ดีขึ้นมา ยังพอมีสติบ้าง” องค์หญิงใหญ่เอ่ย
นางเองก็…ตื่นตระหนก
ฮงเฮาและเมิ่งกุ้ยเฟยเป็นคนดีมีเมตตา ทั้งสองใจกว้างกับนางกำนัลและขันทีในวังหลังมาตลอด แต่หลายวันมานี้นางทุบตีพวกเขาจนตายไปตั้งห้าคนแล้ว ถ้าหากเสด็จแม่ไม่ห้ามนางเอาไว้อย่างแข็งขันก็คงมีคนตายมากกว่านี้
และเรื่องนี้ก็คงจะปิดบังเอาไว้ได้อีกไม่นาน
ช่วงนี้นางเองก็ไม่กล้าที่จะไปเข้าเฝ้าถวายความเคารพ แม้ว่าเสด็จพ่อจะเสด็จมาที่วังของเสด็จแม่ แต่นางก็ไม่กล้าที่จะไปพบ ได้แต่ต้องหลบหน้าหลบตาด้วยกลัวว่านางจะไปสร้างเรื่องขึ้นมาอีกโดยไม่ตั้งใจ
แต่วันแต่งงานนางจะทำอย่างไร
หากเกิดวันนั้นนางมีอาการขึ้นมา ตอนนั้นนางจะไม่ทำให้ราชวงศ์ต้องเสียหน้าหรอกหรือ ทั้งยังเป็นการทำลายความรู้สึกระหว่างนางกับราชบุตรเขยอีกด้วย…
“วันแต่งงานของเจ้ายังเหลืออีกไม่ถึงห้าวันแล้วใช่ไหม” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
องค์หญิงใหญ่พยักหน้า
“หากอย่างนั้นเจ้าพอจะรู้ไหมว่าตนเองเริ่มมีอารมณ์แปรปรวนตั้งแต่เมื่อไร” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
องค์หญิงใหญ่ส่ายหน้า
เซี่ยเฉียวกำลังจะถามอะไรอีก แต่แล้วนางก็เห็นว่าสีหน้าขององค์หญิงใหญ่ยิ่งดุร้ายขึ้น นางขบเขี้ยวเคี้ยวฟันราวกับเปลี่ยนเป็นคนละคน “ถามพอหรือยัง! ไสหัวออกไป!”
องค์ชายสี่มือสั่นด้วยความตกใจจนเกือบจะทำหนังสือหล่น เขารีบเงยหน้าขึ้นมององค์หญิงใหญ่ทันที
อันที่จริง…เขาเองก็เพียงได้ฟังเรื่องนี้จากหร่วนเฟยเท่านั้น และยังไม่รู้ว่าตอนที่นางอาการกำเริบเป็นอย่างไรกันแน่
ตอนนี้ดูเหมือนว่า…
มันค่อนข้างน่ากลัวอยู่บ้าง ในแววตาเขามีความกังวลเล็กน้อย
ชั่วขณะที่องค์หญิงใหญ่อาการกำเริบ เซี่ยเฉียวสามารถสัมผัสได้รางๆ ถึงความผิดปกติ ดูเหมือนว่าไฝแดงบนใบหน้านางจะแผ่กลิ่นอายชั่วร้ายออกมาเล็กน้อย
ราวกับว่า…มันถูกอัดอยู่ในนั้น ผิดปกติอย่างยิ่ง
อาการแบบนี้น่าจะเป็นอาคมชั่วร้ายอย่างหนึ่ง…
นางไม่ได้พบเจออาคมชั่วร้ายมากมายนัก และนางก็แทบจะลืมความรู้เรื่องอาคมชั่วร้ายเหล่านี้ที่นางเคยอ่านมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กไปหมดแล้ว ดูท่าเรื่องนี้น่าจะยากแล้ว
“ยังไม่จับตัวนักพรตผู้นี้ออกไปอีก!? หรือจะให้ข้าลงมือเอง!” องค์หญิงใหญ่โวยวาย พอพูดจบสายตาของนางก็ไปหยุดอยู่ที่แจกันดอกไม้ใบใหญ่ใบหนึ่ง แล้วนางก็สาวเท้าเข้าไป และหยิบมันขึ้นมากระแทกใส่ศีรษะของเซี่ยเฉียว!
ตอนที่ 1160 ของติดตัว
แจกันดอกไม้ที่โผล่มาอย่างกะทันหันนี้ทำให้หร่วนฮูหยินตกใจจนแทบจะหยุดหายใจทันที
เซี่ยเฉียวเองก็คาดไม่ถึงว่าความเป็นปรปักษ์ขององค์หญิงใหญ่จะมาอย่างรวดเร็วขนาดนี้ นางเห็นว่าแจกันพุ่งเข้ามาจึงได้ยกแส้ปัดฝุ่นขึ้นมาป้องกันไว้ตามสัญชาตญาณ
ในใจก็แอบบ่นและเตรียมใจที่จะถูกทุบตีไว้แล้ว…
แต่โชคดีที่องค์ชายสี่คล่องแคล่วว่องไว ปฏิกิริยาตอบสนองของเขารวดเร็ว หนังสือในมือของเขาลอยว่อนออกมาและโดนเข้าที่ข้อมือขององค์หญิงใหญ่ในทันที พริบตาเดียวแจกันนั้นก็ร่วงหล่นลงพื้น!
ตึง แจกันกลิ้งไปบนพรมเล็กน้อย
มือของเซี่ยเชียวที่ยกขึ้นค้างอยู่กลางอากาศดูเงอะงะเล็กน้อย แต่แล้วนางก็เอามือลงมาด้วยท่าทางสงบนิ่ง
“ขอบคุณองค์ชายสี่มาก” เซี่ยเฉียวรีบเอ่ยอย่างสุภาพ
องค์ชายสี่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่เขาก็ยังดูเป็นหนอนหนังสืออยู่บ้าง “โชคดีที่ปรมาจารย์ไม่ได้รับบาดเจ็บ เสด็จพี่หญิง ปรมาจารย์โม่เป็นศิษย์คนโตของอาจารย์หลีผู้เฒ่าเชียวนะ ท่านอย่าได้ทำตัวเหลวไหล”
อย่างไรก็ตาม องค์หญิงใหญ่ที่กำลังเดือดดาลอยู่ในตอนนี้ไม่ได้ฟังเขาเลยสักนิด
ข้อมือของนางเจ็บปวดจากการที่ถูกหนังสือกระแทก ดวงตาทั้งสองของนางก็แดงก่ำ ท่าทางราวกับว่านางกำลังจะกินคนอย่างไรอย่างนั้น นางแยกเขี้ยวกางกรงเล็บจะพุ่งเข้ามาหาเซี่ยเฉียว แต่ครั้งนี้เซี่ยเฉียวรีบหลบออกไปเสียก่อน หร่วนฮูหยินเห็นสถานการณ์เช่นนั้นก็รีบสั่งให้สาวใช้ที่อยู่ข้างๆ เข้าไปควบคุมตัวนางไว้เพื่อจะได้ไม่มีใครเสียชีวิตไปเสียก่อน
“ต้องขอบคุณที่จู่ๆ นางก็อาการกำเริบขึ้นมาในตอนนี้พอดี ข้าพอจะมองออกแล้วว่านางเป็นอะไร” เซี่ยเฉียวเอ่ยขึ้นทันที
หร่วนฮูหยินและองค์ชายสี่ได้ยินเช่นนั้นก็พากันตกตะลึงไป
“นี่หมายความว่า นาง…ถูกของเข้าจริงๆ หรือ รบกวนปรมาจารย์ช่วยกำจัดสิ่งชั่วร้ายพวกนี้ออกไปด้วยเถอะ!” หร่วนฮูหยินตื่นเต้นมาก
“ปรมาจารย์ มันเป็นปีศาจชั่วร้ายตนใดหรือ” องค์ชายสี่เองก็สงสัย
“ไม่มีวิญญาณชั่วร้ายอะไรหรอก แต่เป็นวิชาอาคมชั่วร้ายเท่านั้น เพียงแต่มันแปลกเล็กน้อย…” เซี่ยเฉียวลังเลไปครู่หนึ่งก่อนจะเลือกที่จะบอกอย่างตรงไปตรงมา “ปกติแล้ววิชาอาคมชั่วร้ายพวกนี้ไม่ใช่จะทำให้สำเร็จกันได้ง่ายๆ โดยมากแล้วจะต้องมีอะไรบางอย่างจากผู้เคราะห์ร้าย อย่างเช่น แปดอักษรวันเดือนปีเกิด เลือดหรือเส้นผม เป็นต้น ซึ่งใช่ว่าจะได้มาง่ายๆ องค์หญิงอยู่ในวังหลังมานานแล้ว นั่นยิ่งทำให้มันยากเข้าไปใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้นคาถาอาคมชั่วร้ายนี้ก็ร้ายกาจยิ่งนัก เขาไม่ได้หมายเอาชีวิต แต่เป็นโชคชะตาของนาง ถ้าหากต้องการให้อาคมชั่วร้ายนี้สำเร็จ ไม่เพียงแต่จะต้องใช้เลือดและแปดอักษรเท่านั้น แต่ยังจะต้องให้องค์หญิงพกของที่จะฉกชิงโชคชะตาของนางนั้นติดตัวไว้ด้วย”
คนที่อยู่ตรงหน้านางคือองค์หญิง
ตั้งแต่สมัยโบราณนานมา ในวังหลังไม่เคยขาดผู้สูงศักดิ์ที่ใช้วิธีการชั่วร้าย การฆ่าคนตายไปบ้างก็นับได้ว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร
และเพราะวังหลังในราชวงศ์นี้ค่อนข้างสุขสงบ ดังนั้นหร่วนเฟยจึงค่อนข้างกังวลใจ เมื่อนางเกิดความสงสัยขึ้นก็จึงได้ขอให้บ้านฝั่งมารดาที่อยู่ข้างนอกช่วยคิดหาวิธีแก้ปัญหา
“จะต้องพกติดตัว? หากอย่างนั้นตอนนี้…” หร่วนฮูหยินอดหันไปมององค์หญิงใหญ่ไม่ได้
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “ของสิ่งนี้ซ่อนอยู่ลึกมาก อาศัยแค่สายตาคงมองไม่ออก จะต้องให้คนมาปลดของที่อยู่บนตัวขององค์หญิงใหญ่ออกทั้งหมด รวมถึงปิ่นปักผมและแหวนต่างๆ ก็ต้องเปลี่ยนด้วย ข้าจะได้ตรวจสอบดูทีละชิ้น”
ไหนเลยหร่วนฮูหยินจะรอได้อีก นางรีบเรียกบ่าวหญิงชราคนรับใช้เข้ามาจับตัวองค์หญิงใหญ่เข้าไปในห้องโดยไม่สนใจด้วยซ้ำว่าองค์หญิงใหญ่จะรู้สึกอย่างไรด้วยซ้ำ
เซี่ยเฉียวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงตามเข้าไปด้วย
อาคมแย่งชิงโชคชะตานี้ค่อนข้างรุนแรง มันกลับทำให้คนคนหนึ่งโมโหเสียสติจนถึงขั้นนี้ได้ในเวลาสั้นๆ เพียงหนึ่งถึงสองเดือน ช่างผิดปกติจริงๆ
นางจะต้องเข้าไปดูเองเพื่อจะได้ไม่พลาดอะไรไป
เซี่ยเฉียวเป็นคนหน้าด้านอยู่แล้ว องค์หญิงใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าเป็นลูกค้าของนาง เซี่ยเฉียวจ้องมองนางไม่ต่างอะไรกับมองหมูสามชั้น สีหน้าท่าทางของนางสงบนิ่งยิ่งนัก
“บนไหล่นี้คืออะไร” เซี่ยเฉียวสังเกตอย่างระมัดระวังและถามเอ่ยถามหญิงรับใช้ติดตามตัวองค์หญิงใหญ่