ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 451 อยู่ใกล้ราชาก็เหมือนอยู่ใกล้เสือ / ตอนที่ 452 รักลึกซึ้ง
- Home
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 451 อยู่ใกล้ราชาก็เหมือนอยู่ใกล้เสือ / ตอนที่ 452 รักลึกซึ้ง
ตอนที่ 451 อยู่ใกล้ราชาก็เหมือนอยู่ใกล้เสือ / ตอนที่ 452 รักลึกซึ้ง
ตอนที่ 451 อยู่ใกล้ราชาก็เหมือนอยู่ใกล้เสือ
เวลานั้นจ้าวซวีจือเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของหนิงเป่ยอ๋อง
เขาเป็นรักใคร่ทะนุถนอมอย่างยิ่งย่อมไม่มีใครกล้าหาเรื่องเขา เพื่อแสดงความเคารพต่อหนิงเป่ยอ๋อง แม้แต่เขาที่เป็นรัชทายาท ยังต้องปฏิบัติต่อเขาไม่ต่างอะไรกับที่เขาปฏิบัติต่อองค์ชายพี่น้องเขาคนอื่น ทั้งสุภาพและมีมารยาท
ต่อมาจ้าวซวีจือถูกอาจารย์ปฏิเสธในงานเลี้ยงกราบอาจารย์
เขาแอบส่งไปสังเกตการณ์ก็พบว่าจ้าวซวีจือเหยียบเต่าที่เซียวอวี้หรงเลี้ยงจนตาย
ต่อมาหลังจากนั้นอีกจ้าวซวีจือก็ไม่ได้เป็นลูกชายเพียงคนเดียวอีกแล้ว
ในชั่วข้ามคืนความเย่อหยิ่งที่เขาแสดงออกมาก็ถูกเก็บซ่อนเอาไว้อย่างมิดชิดในทันที มองไม่เห็นเลยแม้แต่น้อย
จ้าวซวีจือมีความคล้ายคลึงกับเขามากขึ้นเรื่อยๆ ในด้านนิสัยและบุคลิกภาพ และเนื่องจากความสัมพันธ์อันใกล้ชิดของพวกเขา ในงานเลี้ยงของครอบครัวของทุกปี ตราบใดที่หนิงเป่ยอ๋องอยู่ในเมืองหลวง เสด็จพ่อก็จะให้หนิงเป่ยอ๋องพาลูกชายสองคนเข้าร่วมด้วย เขาจึงจำจ้าวซวีจือได้ขึ้นใจ
ยิ่งกว่านั้น หลังจากที่เขาเกิดอุบัติเหตุที่มือข้างขวา หนึ่งปีต่อมาลายมือข้างขวาของจ้าวซวีจือก็มีชื่อเสียงขึ้นมา เมื่อใดก็ตามที่เขาเข้าวัง เขาจะต้องแสดงความสามารถด้วยมือข้างขวาของเขาที่ยังไม่บุบสลายนั้นออกมาทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเขียนอักษร วาดภาพ ใช้ดาบ หรือรำกระบี่ ก็ล้วนแต่เชี่ยวชาญชำนาญอย่างยิ่ง
มันย้ำเตือนเสด็จพ่อถึงเรื่องราวในอดีตซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้รู้สึกคร่ำครวญเสียดาย และดูแลจ้าวซวีจือมากยิ่งขึ้นเนื่องมาจากเรื่องของเขาเป็นสาเหตุ
บัดนี้เมื่อจ้าวเสวียนจิ่งเห็นท่าทางต่ำต้อยอันน่าสมเพชของเขา ภายในใจก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก
“ขุนนางเซี่ย เจ้าคิดว่าตอนนี้เขาดูเหมือนอะไร” รัชทายาทชี้ไปที่เงาร่างด้านล่างและเอ่ยถามเซี่ยผิงกั่ง
เซี่ยผิงกั่งเหลือบมองเล็กน้อยและลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “จะให้พูดจริงหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“อย่าได้โกหกต่อหน้าข้า” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ย
“เหมือนตะพาบน้ำ” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยตรงๆ “บางทีข้าอาจจะต่อยท้องเขาหนักไปหน่อย เขาจึงยืดหลังไม่ได้…”
“เจ้าก็จำเอาไว้ว่าอย่าได้ไปเป็นพวกเดียวกับเจ้าตะพาบนั่นเข้าก็แล้วกัน” จ้าวเสวียนจิ่งกึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม “วันนี้เจ้าเหนื่อยแล้ว รีบกลับไปท่องตำราทหารเถอะ จริงสิ อย่าลืมส่งผู้หญิงสองคนนั้นกลับไปที่หนิงเป่ยอ๋อง จะต้องให้เปิดเผยหน่อย แล้วบอกพวกเขาด้วยว่าข้าไม่ถูกใจพวกนาง”
เซี่ยผิงกั่งไม่ได้โง่ ไม่อย่างนั้นเขาจะคลี่คลายคดีในศาลตัดสินคดีได้อย่างไร
เมื่อเขาเห็นสายตานั้นของรัชทายาทก็พอจะเดาได้แล้วว่าเขากำลังแก้แค้นส่วนตัวอยู่
เขาเพียงแต่นึกไม่ถึงว่ารัชทายาทจะอาฆาตแค้นถึงขนาดนี้ แค่เพราะจ้าวซวีจือส่งผู้หญิงมาสองคนก็ยังโกรธจนเป็นอย่างนี้!
อีกอย่าง…
จ้าวซวีจือนั่นส่งผู้หญิงมาให้เขา แต่เขากลับนำพวกนางส่งเข้าไปในห้องของรัชทายาท รัชทายาทคงไม่ใช่ว่า…ยังจำได้หรอกนะ?
เป็นอย่างที่เขาว่าอยู่ใกล้ราชาก็เหมือนอยู่ใกล้เสืออย่างนั้น
เซี่ยผิงกั่งรู้สึกว่าเขาเองก็ลำบาก ดูท่าแล้วต่อไปเขาไม่เพียงแค่ต้องอ่านตำราทหาร แต่ยังต้องคอยจำด้วยว่ารัชทายาทชอบหรือไม่ชอบอะไร เมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว เกรงว่าคนต่อไปที่จะถูกอัดก็คือเขา
หลังจากที่กลับมาถึงบ้านแล้ว เซี่ยผิงกั่งก็รีบจัดการส่งหญิงสาวทั้งสองออกไปทันที
เซี่ยผิงกั่งนึกขึ้นมาได้ว่ารัชทายาทชอบเหล้าของเซี่ยเฉียว เขาจึงฉวยโอกาสตอนที่เซี่ยเฉียวอยู่ที่โรงเรียนบุกเข้าไปในเรือนของนาง ขุดเหล้าขึ้นมาสิบไห แล้วส่งให้รัชทายาทเพื่อเป็นการไถ่โทษ
ชุนเอ๋อร์โกรธจนร้องไห้ออกมา
ในเวลานี้เซี่ยเฉียวก็ยังไม่รู้ พอนางรู้ก็จะต้องอยากร้องไห้เช่นกัน
…
จวนหนิงเป่ยอ๋อง
หญิงสาวทั้งสองถูกส่งกลับไปอย่างเปิดเผย เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็ไม่เรียบร้อย พวกนางร้องไห้จนตาบวม ใครได้เห็นก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
คนตระกูลเซี่ยที่มาส่งคนยังทิ้งคำพูดเอาไว้ด้วย ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวพันถึงรัชทายาท ดงันั้นเรื่องนี้จึงต้องบอกกล่าวท่านอ๋องและพระชายาให้ทราบด้วย
หนิงเป่ยอ๋องได้ยินที่พ่อบ้านรายงานก็ตกตะลึงไปเล็กน้อย “เจ้าบอกว่าสองคนนั้น…ซวีจือเป็นคนส่งไปให้เซี่ยผิงกั่ง เซี่ยผิงกั่งก็ส่งพวกนางไปให้รัชทายาท รัชทายาทรังเกียจจึงได้ไล่พวกนางกลับมาหรือ
พ่อบ้านพยักหน้า “คนตระกูลเซี่ย…บอกว่าอย่างนี้ขอรับ รัชทายาทบอกว่าไม่ถูกใจพวกนาง ให้เก็บไว้ใช้เองเถอะ”
เมื่อหนิงเป่ยอ๋องได้ยินเช่นนั้นก็ระเบิดโทสะทันที “ข้าก็ไม่ถูกใจเช่นกัน!”
“ท่านพี่” พระชายาปรับลมหายใจให้เขา
“คุณชายใหญ่ล่ะ!?” หนิงเป่ยอ๋องเอ่ย
“คุณชายไม่รู้ว่าไปบาดเจ็บมากจากไหน เพิ่งจะกลับเข้าห้องไปได้ไม่นาน…”
หนิงเป่ยอ๋องได้ยินเช่นนั้นก็ไปหาเขาด้วยตัวเอง ลูกชายคนเล็กของเขาลงจากเตียงได้แล้ว ดังนั้นตอนนี้เขาจึงได้ย้ายกลับมาจากคฤหาสน์
แน่นอนว่าเรือนเล็กที่เขาอยู่ถูกปิดไว้เป็นความลับ ไม่มีทางเกิดเรื่องไม่คาดฝัน
หนิงเป่ยอ๋องนำตัวหญิงสาวทั้งสองไปถึงเรือนที่ลูกชายคนโตของเขาอยู่ เมื่อเขาเปิดประตูเข้าไปเห็นหน้าตาบวมตุ่ยราวกับหมูของลูกชายเข้าก็ตกใจทันที
“เจ้าส่งผู้หญิงไปให้เซี่ยผิงกั่งทำไม บ้านของข้าเงียบสงบ ไม่เคยชอบเรื่องพวกนี้ เจ้าไม่รู้หรือ ไปเอานิสัยเหลาะแหละไร้สาระนี้มาจากไหน”
ตอนที่ 452 รักลึกซึ้ง
หนิงเป่ยอ๋องโกรธจัด ขณะที่ในใจจ้าวซวีจือเย็นเยียบลงเล็กน้อย
เขาถูกคนอื่นทุบตีจนเป็นเช่นนี้ แต่ท่านพ่อกลับสนใจเรื่องเล็กๆ พวกนั้น?
เมื่อน้องรองของเขาป่วย เสด็จพ่ออดตาหลับขับตานอนดูแลเอาใจใส่เขาเป็นอย่างดี ตอนนี้ถึงตาเขาแล้ว แต่เสด็จพ่อกลับเย็นชาถึงขนาดนี้เพียงเพราะเขาเป็นลูกนางสนม?!
สีหน้าจ้าวซวีจือหม่นหมอง เพียงแต่ตอนนี้ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยบาดแผลจึงมองไม่ออก
“เสด็จพ่อ ข้าเพียงแค่ต้องการผูกมิตรกับเซี่ยผิงกั่งเท่านั้น ไม่ได้มีความคิดอื่นใด ยิ่งไม่คิดที่จะใช้เซี่ยผิงกั่งเพื่อเข้าหารัชทายาท!” จ้าวซวีจือแสดงจุดยืนของตนเอง
“ข้าเชื่อแล้ว ว่าเจ้าไม่ต้องการที่จะเข้าหารัชทายาท ถึงอย่างไร…” หนิงเป่ยอ๋องมองเขาอย่างลึกซึ้ง “เจ้าเย่อหยิ่งจองหองมาตั้งแต่ยังเด็ก และคอยเปรียบเทียบตัวเองกับรัชทายาทไปเสียทุกเรื่อง เจ้าจะยอมก้มหัวได้อย่างไร แต่รัชทายาทมีความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลเซี่ยนั้นเป็นเรื่องจริงที่ใครๆ ก็รู้ เจ้าไปหาเรื่องตระกูลเซี่ยโดยเปล่าประโยชน์อย่างนี้ คิดจะทำอะไรกันแน่”
จ้าวซวีจือได้ยินเช่นนั้นก็ใจสั่นสะท้าน
“เซี่ยผิงกั่งคนนี้มีความสามารถมาก ลูกจะชื่นชมเขาแม้จะไม่เคยพบหน้ากันไม่ได้หรือ” จ้าวซวีจือยังคงปากแข็ง
ใบหน้าของหนิงเป่ยอ๋องแฝงแววเสียดสี
“ในเมืองหลวงแห่งนี้ คนที่คิดจะผูกมิตรกับตระกูลเซี่ย…เจ้าลองออกไปถามดูว่าจะมีสักกี่ตระกูล เซี่ยผิงกั่งนั่นได้ชื่อว่าดุร้ายโหดเหี้ยม เขาไม่กลัวอะไรทั้งนั้น ส่วนเจ้าเป็นพวกเก็บตัวยับยั้งชั่งใจอยู่เสมอ เขาหรือจะชื่นชมเจ้า?” หนิงเป่ยอ๋องเอ่ย
จ้าวซวีจือนิ่งคิดเล็กน้อย
“ไม่ต้องพูดว่าความคิดของเจ้าเกี่ยวกับเซี่ยผิงกั่งนั้นจริงหรือเท็จ แค่เรื่องส่งผู้หญิงไปก็ไม่ได้มีความเป็นข้าเลยสักนิด! เจ้าจะหยามคนอื่นหรือจะหยามตัวเองกันแน่ ยิ่งไปกว่านั้น เซี่ยผิงกั่งนั้นได้สาวงามสองคนนั้นไปแล้ว ยังเอาไปมอบต่อให้กับรัชทายาท เจ้าลองเดาสิว่ารัชทายาทว่าอย่างไร!”
“รัชทายาท?!” จ้าวซวีจือตกใจทันที
คนสองคนที่เขาส่งไป ถูกส่งต่อไปให้รัชทายาทอย่างนั้นหรือ
หากเป็นเช่นนั้น การจับกุมคนร้ายหลบหนีในวันนี้เป็นเรื่องจริงหรือ…
จ้าวซวีจือกำหมัดแน่น
เมื่อนึกถึงท่าทีที่รัชทายาทมีต่อเขา เขาก็รู้สึกสับสนในทันใด
รัชยาทเป็นคนเย็นชา เขาใจดีเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน และคนคนนี้ก็ไร้ความปรานีกับเขามาตลอด หากวันนี้เขาไปทำให้การจับคนร้ายของรัชทายาทเสียเรื่องจริงๆ แล้วรัชทายาทจะจับเขายกขึ้นสูงและปล่อยเขาลงอย่างนุ่มนวลเช่นนี้ได้อย่างไร!
เมื่อจ้าวซวีจือคิดได้เช่นนั้นก็อดหัวเราะเยาะตัวเองไม่ได้
เขาไม่เข้าใจ เพียงแค่ผู้หญิงสองคนเท่านั้น เหตุใดรัชทายาทจึงต้องโกรธและทำให้เขาอับอายเช่นนี้!
หากมองว่าการกระทำของเขาเป็นการยอมจำนน รัชทายาทก็ควรที่จะปฏิบัติต่อเขาด้วยมารยาทสิ แต่นี่กลับให้เซี่ยผิงกั่งทุบตีเขา!
แค่มองแวบเดียวเขาก็รู้แล้วว่าเซี่ยผิงกั่งนั่นเป็นคนโง่ ดูท่าคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรื่องนี้มีอะไรไม่ชอบมาพากล
การกระทำเช่นนั้นของรัชทายาทเกรงว่าคงทำให้เกิดปมบางอย่างขึ้นในใจของเซี่ยผิงกั่ง เขาย่อมไม่สามารถผูกมิตรกับเซี่ยผิงกั่งได้อีกแล้ว
กระบวนท่านี้ของรัชทายาทคือการกีดกันเขาออกให้อยู่ห่างจากอำนาจของรัชทายาท?
จ้าวซวีจือคิดคำนวณในสมองไม่หยุด
ส่วนหนิงเป่ยอ๋องเวลานี้ก็รู้สึกผิดหวังมากขึ้นไปอีกเมื่อได้เห็นแววตาของจ้าวซวีจือ
“ซวีจือ เจ้าเลียนแบบรัชทายาทไปหมดทุกอย่างเพียงเพื่อให้ฝ่าบาทพอพระทัย และให้ความสำคัญกับเจ้ามากขึ้น แต่รัชทายาทไม่ได้อ่อนแอ หากเจ้าสร้างปัญหาเช่นนี้อีก ข้าจะส่งเจ้ากลับไปปกครองพื้นที่จะได้ไม่ลากคนอื่นในจวนหนิงเป่ยอ๋องให้เดือดร้อนไปด้วย!” หนิงเป่ยอ๋องเอ่ยอีก
จ้าวซวีจืออดกลั้นข่มโทสะของเขาเอาไว้
เสด็จพ่อกลัวว่าเขาจะทำให้คนในจวนอ๋องลำบากหรือกลัวว่าเขาจะสร้างความเดือดร้อนให้น้องรองกันแน่!
“เสด็จพ่อ ลูก…ไม่ได้ตั้งใจที่จะหาเรื่องรัชทายาทนะ อันที่จริง อันที่จริง…” จ้าวซวีจือคุกเข่าอยู่บนพื้น สองมือของเขาจับพรมไว้ด้วยความโกรธเกรี้ยว เขากัดฟันกรอดก่อนจะเอ่ย “ก่อนหน้านี้ลูกได้เห็นแม่นางตระกูลเซี่ยโดยบังเอิญครั้งหนึ่ง คุณหนูใหญ่ตระกูลเซี่ยงดงามไร้ที่ติ บุคลิกสงบนิ่งสง่างาม ลูก…ตกหลุมรักนางอย่างลึกซึ้ง และได้ยินมาว่าเซี่ยผิงกั่งเป็นคนจัดการเรื่องในบ้านตระกูลเซี่ย ดังนั้นข้าก็เลย…ส่งผู้หญิงไปให้เขา”