ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 771 ทำอะไรไม่ดีไว้ / ตอนที่ 772 วิ่งวุ่นเสียเปล่า
ตอนที่ 771 ทำอะไรไม่ดีไว้ / ตอนที่ 772 วิ่งวุ่นเสียเปล่า
ตอนที่ 771 ทำอะไรไม่ดีไว้
สวรรค์เมตตา ศิษย์น้องที่น่ารังเกียจของเขาคิดได้แล้วหรือจึงทำอะไรดีๆ เช่นนี้!
ฉู่เจี้ยนรู้สึกตื่นเต้นมากและลองทดสอบดู “เช่นนั้น…ในเมื่อเจ้าต้องการจะคืนของ แล้วม้าหยกสลักตัวเล็กๆ ที่เจ้าแย่งไปจากข้าก่อนหน้านี้…”
ฝีเท้าของเซี่ยผิงไหวหยุดลงชั่วขณะ
เขาครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า “อยู่ที่บ้าน พรุ่งนี้ข้าจะเอามาให้”
พี่หญิงใหญ่ไม่ชอบให้เขาเอาของของคนอื่นมาสุ่มสี่สุ่มห้า
ไม่รับก็ไม่รับ เขาไม่ได้อยากได้เสียหน่อย!
ฉู่เจี้ยนปรบมือของเขา “ไม่จำเป็นแล้ว! ตอนนี้ข้ายินดีที่จะมอบให้มันให้เจ้าด้วยความเต็มใจ!”
จะเอาม้าหยกแกะสลักอะไรอีก
คุณภาพของหยกนั้นไม่ดี เพียงแต่ฝีมือการแกะสลักนั้นดี เขาจึงได้นำมันมาเล่น ตอนนี้เซี่ยผิงไหวมีท่าทีเช่นนี้ ในฐานะศิษย์พี่เขาไม่มีอะไรที่จะขออีกแล้ว!
หลังจากกลับมาแล้ว ฉู่เจี้ยนก็บอกเล่าสถานการณ์ของเซี่ยผิงไหวแก่อาจารย์เซียวทันทีด้วยความปลาบปลื้มยินดี
อาจารย์เซียวเองก็ตกใจเช่นกัน พอเห็นว่าเขากลับมาก็คุกเข่าลงและท่องหนังสือแต่โดยดี ไม่ได้มีการอู้หรือเจ้าเล่ห์ใดๆในใจของเขาก็รู้สึกปลาบปลื้มยิ่งนัก!
“อาจารย์ปู่ของพวกเจ้ากำลังจะกลับมาแล้ว ก่อนหน้านี้อาจารย์ยังคิดว่า หากศิษย์น้องของเจ้ามีท่าทีเช่นนี้ ตอนที่พบอาจารย์ปู่ เขาก็อาจจะถูกไม้กวาดไล่ตีออกมาได้ ขัดเกลาไปอีกหน่อยแล้วค่อยว่ากันน่าจะดีกว่า นึกไม่ถึงว่าบัดนี้เขาจะเติบโตขึ้นมากในชั่วข้ามคืน หากเขาสามารถรักษาท่าทีเคารพอาจารย์เช่นนี้เอาไว้ได้ เมื่อเวลานั้นมาถึงพวกเจ้าศิษย์พี่ศิษย์น้องก็สามารถเข้าพบอาจารย์ปู่ได้กันทั้งคู่แล้ว” อาจารย์เซียวเอ่ยด้วยอารมณ์ทอดถอนใจ
อันที่จริงแล้ว เขากลัวยิ่งกว่าว่า เมื่ออาจารย์รู้ว่าเขารับศิษย์ที่ไม่เอาไหนเช่นนี้และคิดว่าสายตาของเขาไม่ดี ทำให้สำนักต้องอับอาย แล้วจะขับไล่เขาออกไปด้วยเช่นกัน…
บัดนี้หัวใจที่ตุ้มๆ ต่อมๆ ของเขาสามารถกลับสงบนิ่งเหมือนเดิมได้แล้ว
อย่างไรก็ตาม การที่เซี่ยผิงไหวดีขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุเช่นนี้ก็ทำให้พวกเขารู้สึกแปลกใจอยู่เหมือนกัน
พวกเขาไม่ค่อยจะวางใจด้วยเกรงว่าอีกไม่กี่วันเขาก็จะกลับคืนร่างเดิม
จึงได้เตรียมรอดู
เวลานี้น้องชายน้องสาวของเซี่ยเฉียวทั้งสองคนต่างก็ผิดปกติไปกันทั้งคู่
เซี่ยผิงไหวกลายเป็นคนขยันตั้งใจ ส่วนเซี่ยซีก็แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง นางมีชีวิตชีวาขึ้นมากในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา เมื่อนางมาถึงสำนักศึกษา นางยังลงทะเบียนเพื่อเรียนการร้องเพลงสวดมนต์จากพระคัมภีร์พุทธ และนางก็อยู่กับมันเกือบทั้งวัน!
ชั้นเรียนร้องเพลงสวดมนต์นี้มีคนไม่มากนัก และผู้หญิงจากตระกูลชนชั้นสูงแทบจะไม่ได้มาเรียนทักษะการร้องเพลงนี้เลยเพราะพวกนางรู้สึกว่ามันไม่เหมาะกับฐานะของตน พวกนางเพียงมาที่นี่เป็นครั้งคราวและเรียนรู้เพลงสวดมนต์สองสามเพลงเท่านั้น
แต่เซี่ยซีนั้นต่างออกไป นางอยู่ในชั้นเรียนร้องเพลงสวดนี้และร้องเพลงทุกประเภท!
อีๆ ยาๆ ร้องจนเสียงแหบเสียงแห้งนางก็ยังไม่อยากที่จะหยุด!
แต่หลายคนคิดว่าอาจจะเป็นเพราะเซี่ยซีนั้นไม่สดใสมาเป็นเวลานาน นางก็เลยเริ่มสนใจอะไรมากขึ้นอย่างกะทันหันและไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ เด็กผู้หยิงจำนวนหนึ่งฟังเซี่ยซีร้องเพลงอย่างมีความสุขและยังรู้สึกว่านางร้องเพลงได้ดีมาก!
หลังจากที่เซี่ยซีร้องเพลงแล้ว นางก็ไม่ได้ไปไหน และตรงกลับบ้านแต่โดยดีอย่างน่ารักเชื่อฟัง
…
แม้ว่าเซี่ยเฉียวจะอยู่ที่หอส่องชะตา แต่เรื่องการหมั้นของพี่ชายใหญ่นางจะไม่สนใจไม่ได้
ดังนั้นหลังจากที่เซี่ยเฉียวเลิกเรียนแล้ว นางก็ไปที่ศาลตัดสินคดีเพื่อพบเซี่ยผิงกั่ง
ทันทีที่เซี่ยผิงกั่งเห็นเซี่ยเฉียว เขาก็เดาได้ว่านางมาด้วยเรื่องอะไรจึงได้เอ่ยขึ้นทันที “เสื้อผ้าของเด็กผู้หญิงคนนั้นถูกข้าฉีกขาดตอนกลางวันแสกๆ ข้าจึงได้ตอบรับไปก่อน แล้วหากรู้สึกไม่เหมาะสมจริงๆ ในภายหลังก็ค่อยยกเลิก ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ข้าจึงไม่ได้บอกเจ้าก่อน”
“พี่ชายใหญ่ ข้า…อาจารย์อาของข้าเคยคำนวณดวงชะตาให้นาง ข้ากลัวว่านางจะเกิดเรื่อง…” เซี่ยเฉียวมองหน้าเขาพลางเอ่ย
นางห้ามเรื่องแบบนี้ไม่ได้
คนมันจะซวยแค่ดื่มน้ำก็ติดคอได้!
คุณหนูต่งผู้นั้นก็ไม่ได้อยู่ใต้จมูกของนาง แล้วนางจะคอยดูแลปกป้องอยู่ตลอดเวลาได้อย่างไร
“เกิดเรื่อง?” เซี่ยผิงกั่งประหลาดใจ “นี่นางยังไม่โชคร้ายพออีกหรือ บ้านนางไปทำอะไรไม่ดีไว้หรือเปล่านี่ นางถึงได้บุญน้อยอย่างนี้”
สงสาร? เขาไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น
เขารู้สึกว่าตนเองค่อนข้างเกรงใจอีกฝ่ายแล้ว เขาทั้งช่วยชีวิตและช่วยปกปิดเรื่องชื่อเสียงความบริสุทธิ์ แต่หากนางยังโชคร้ายอีก มันก็ไม่น่าจะเป็นความรับผิดชอบของเขาแล้วนี่!?
ตอนที่ 772 วิ่งวุ่นเสียเปล่า
เซี่ยผิงกั่งได้เห็นคนที่โชคร้ายมาถมถืดไป
คนที่มาที่ศาลตัดสินคดีนี้มีตั้งกี่คนที่หน้าตาเปล่งปลั่งอยากมั่งคั่งร่ำรวย?
แต่ละคนที่ล้มละลายหรือเสียชีวิต ส่วนใหญ่ที่เดินเข้ามาตอนยังมีชีวิตไม่ใช่คนดีอะไรและสมควรแล้วที่จะโชคร้าย ส่วนคนที่ถูกหามเข้ามาส่วนมากก็ถูกคนฆ่าตายเพราะหมายทรัพย์สิน แม้แต่คดีใหญ่ที่ทั้งครอบครัวเสียชีวิตก็ยังน่าสังเวชกว่าต่งอีอวิ๋นเสียอีก
ดังนั้นการจะทำให้เขาเกิดความเห็นอกเห็นใจได้นั้นเป็นเรื่องยาก
“อาจารย์อาพูดกับนางเรื่องสถานการณ์ของนางอย่างชัดเจนแล้ว แต่น่าเสียดายที่นางไม่ฟัง…” เซี่ยเฉียวจนปัญญา
“เช่นนั้น…ต่อให้เกิดเรื่องก็พูดได้แค่ว่าสมควรแล้ว” เซี่ยผิงกั่งได้ยินเช่นนั้นก็พูดออกมาด้วยท่าทางเย็นชา “คำพูดของปรมาจารย์โม่มีหรือจะไม่แม่นยำ แต่ว่า…ถึงอย่างไรคนผู้นี้ก็หมั้นหมายกับบ้านเราแล้ว ข้าจะไม่สนใจก็คงจะไม่ได้…”
ก่อนที่เซี่ยผิงกั่งจะพูดจบก็มีคนรีบดิ่งตรงเข้ามา
ในทิศทางที่เซี่ยผิงกั่งยืนอยู่
เขายืนอยู่ที่หน้าประตูทางเข้าศาลตัดสินคดี หลังจากที่คนผู้นั้นลงจากหลังม้าก็เอ่ยขึ้นอย่างเหนื่อยหอบ “ใต้เท้าเซี่ย! แย่แล้ว เมื่อครู่นี้ข้าได้ยินมา คุณหนูรองตระกูลต่ง…ตายแล้ว!”
มีคนบังเอิญเดินผ่านละแวกบ้านตระกูลต่งพอดี เมื่อเห็นว่าบ่าวหญิงชราคนหนึ่งกำลังบ่นพึมพำอะไรบ้างอย่างด้วยหน้าเปลี่ยนสี เขาจึงอดหยุดฟังไม่ได้
จึงได้รู้ว่านางตายเสียแล้ว
เดิมทีเขาคิดว่ามันเป็นความเข้าใจผิด แต่เมื่อเขาเข้าไปถามไถ่อย่างละเอียดก็พบว่ามันเป็นความจริง
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วและกำหมัดของนาง
นับตั้งแต่วันที่นางคำนวณดวงชะตาให้ต่งอีอวิ๋นจนถึงตอนนี้ นี่ก็เป็นวันที่สาม
สีหน้าเซี่ยผิงกั่งเปลี่ยนไปเล็กน้อย คำพูดของเขาเมื่อครู่นี้ค่อนข้างไร้น้ำใจ แต่ถึงอย่างไรนางก็เป็นคู่หมั้นของเขา จู่ๆ ก็มาตายไปอย่างนี้ มิเป็นการวิ่งวุ่นเสียเปล่าหรือ!
“ตายได้อย่างไร” เขารีบถามทันที
“รายละเอียด…ข้าเองก็ไม่ทราบชัดเจนนัก ตอนที่ข้าเข้าไปสอบถามก็ได้ยินคนพูดกันว่าแม่นางต่งไม่…ไม่พอใจการแต่งงาน จึงได้ฆ่าตัวตาย…”
“ผายลม!” เซี่ยผิงกั่งสบถออกมาทันที
แม่นางตระกูลต่งผู้นั้นมาหาเขาด้วยตัวเองก่อนหน้านี้ และถามเขาว่าเขาจะแต่งงานกับนางได้ไหม แล้วนางจะฆ่าตัวตายเพราะไม่พอใจการแต่งงานได้อย่างไร!
“ใต้เท้าเซี่ย ท่านอย่าเพิ่งโกรธ….เรื่องนี้…เป็นข่าวที่ทางตระกูลต่งปล่อยออกมา เรื่องรายละเอียด…ข้าเองก็ไม่รู้แน่ชัด” คนที่มาส่งข่าวรู้สึกประหม่า
“เรียกคนมาจำนวนหนึ่งให้ตามข้าไปที่บ้านตระกูลต่ง!” เซี่ยผิงกังดุดัน
“ขอรับ!”
คนผู้นั้นรีบไปจัดการทันที
หลังจากนั้นไม่นานพี่น้องเจ็ดหรือแปดคนก็ถูกเรียกออกมา
ขณะที่พวกเขากำลังจะไป รัชทายาทก็เดินออกมาจากศาลตัดสินคดี เขาเหลือบมองเซี่ยเฉียวจากนั้นก็หันไปมองเซี่ยผิงกั่ง “เดิมทีวันนี้ข้าคิดที่จะดื่มสุรากับเจ้าเพื่อเฉลิมฉลองการหมั้นหมายเสียหน่อย แต่ตอนนี้กลับมาเกิดเรื่องนี้ขึ้นเสียได้ ข้าตามเจ้าสองพี่น้องไปดูด้วยกันสักหน่อยดีกว่า”
เซี่ยผิงกั่งกำลังคิดจะพูดว่าเขาไม่ได้อยากให้เซี่ยเฉียวไปด้วยสักหน่อย…
แต่เขาก็หยุดคำพูดลงขณะที่อยู่ตรงริมฝีปาก
รัชทายาทอยู่ด้วยกันกับน้องสาวผู้โง่เขลาของเขาเพื่อสร้างความสัมพันธ์ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร
“ขอบพระทัยรัชทายาทที่ช่วยออกหน้าให้ข้า” เซี่ยผิงกั่งมีมารยาทมาก
เมื่อมีรัชทายาทอยู่ด้วย คนในคณะก็มีเพิ่มมากขึ้นอีก
เซี่ยเฉียวและรัชทายาทนั่งรถม้าคันเดียวกัน ภายในรถม้าค่อนข้างกว้างขวาง ตอนนี้ทั้งสองมีสัญญาแต่งงานกันแล้ว จึงไม่ใช่ปัญหาหากพวกเขาจะอยู่ด้วยกันในที่ส่วนตัว
เพียงแต่ตอนนี้เซี่ยเฉียวเสแสร้งแกล้งทำเป็นกุลสตรีในห้องหอ นางพูดน้อยยิ่ง อยู่ใกล้กันก็จริงแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรกันมาก
ตระกูลต่งกำลังวุ่นวายโกลาหล
ใต้เท้าต่งที่ได้รับจดหมายแจ้งข่าวก็รับกลับบ้านมาทันที
บัดนี้ร่างของต่งอีอวิ๋นถูกวางลงบนเตียงแล้ว เห็นได้ว่าใบหน้าเล็กๆ นั้นไร้สีเลือดอย่างสมบูรณ์ ที่ลำคอของนางมีอย่างรอยรัดอย่างรุนแรงจนน่าตกใจ
เมื่อเซี่ยเฉียวมาถึง ใต้เท้าต่งก็มาต้อนรับรัชทายาทด้วยตัวเอง สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเคารพแต่ก็มีความละอายอยู่บ้าง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาเห็นเซี่ยผิงกั่ง เขาก็ยิ่งโมโหมากขึ้น แต่เนื่องจากรัชทายาทอยู่ที่นั่นด้วย เขาจึงไม่อาจจะไล่เซี่ยผิงกั่งออกไปได้ง่ายๆ
“ถึงอย่างไรคุณหนูรองก็เป็นว่าที่ภรรยาของข้า ตอนนี้นางมาจากไปอย่างกะทันหันเช่นนี้ ข้าจะต้องหาสาเหตุว่านางตายได้อย่างไร” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยขึ้นทันที
“เจ้า!” ใต้เท้าต่งมองเขาด้วยสายตาขุ่นเคือง “เจ้าไม่ต้องมาทำเป็นเสแสร้ง เดิมทีข้าคิดว่าพวกเจ้าทั้งสองยินยอมพร้อมใจกัน จึงได้เห็นด้วยกับการแต่งงานนี้ แต่กลับนึกไม่ถึงว่าเจ้าจะเป็นคนบีบบังคับนาง!”