สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย - บทที่ 108 การต่อสู้
บทที่ 108 การต่อสู้
กองบัญชาการทหารสูงสุดแห่งสหพันธรัฐตั้งอยู่ในเขตชิงหลงของดาวเมืองหลวง โดยมี “หอคอยดำ” ที่สูงเสียดฟ้าเป็นสถาปัตยกรรมสัญลักษณ์
“คนมาเยอะไม่เบาเลยนะเนี่ย!” มอร์ริสันมองดูรถลอยฟ้าที่จอดกันเนืองแน่นพลางเอ่ยอย่างทึ่ง ๆ
ฉู่ชื่อยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ: “คนเยอะจะมีประโยชน์อะไร? ของจริงมันวัดกันที่ว่าใครสู้เก่งกว่าต่างหาก”
“ก็จริง” มอร์ริสันพยักหน้าเห็นด้วย “หวังว่าจะได้เจอต้นกล้าดี ๆ บ้างนะ ถึงเวลาที่ ‘เฉาซี’ ของเราต้องรับเลือดใหม่เข้ามาบ้างแล้วล่ะ”
ฉู่ชื่อดวงตาเป็นประกาย: “ไอเดียนี้เจ๋ง!”
ว่าแล้ว คู่หูจอมขุดกำแพง ก็เริ่มกระซิบกระซาบวางแผนกันทันที
เว่ยเชิงโม่หลุบตามองก้อนขนสีขาวในฝ่ามือ: “เรากำลังจะเข้าไปข้างในแล้ว คุณอยากซ่อนตรงไหนครับ?”
หลังจากได้รับอนุญาตจากจอมพลฉิน เมิ่งหนานซวี่ที่สนใจการประลองมากเป็นพิเศษจึงตามมาด้วย
นกสีขาวตัวน้อยมองไปที่หมวกของเขา มองไปที่กระเป๋าเสื้อ และสุดท้ายก็จ้องไปที่ไหปลาร้าของเขา
อา… ตรงนี้แหละทำเลทอง!
เมิ่งหนานซวี่เริ่มมีแผนการเจ้าเล่ห์ในใจ
ระบบ 521 ถึงกับดูไม่ได้: [โฮสต์ครับ สำรวมหน่อย!]
เมิ่งหนานซวี่เถียงอย่างมั่นหน้า: “นี่แฟนฉัน! ฉันจะนอนตรงไหนก็ได้!”
521: ……
เออ มีเหตุผลจนเถียงไม่ออกเลย!
“อาซวี่?”
เว่ยเชิงโม่ใช้นิ้วลูบก้อนขนเบา ๆ “ตกลงใจได้หรือยังว่าจะซ่อนตรงไหน?”
น้ำเสียงของเขาทุ้มแต่ไม่ต่ำ ราวกับเกล็ดหิมะที่โปรยปางอย่างอ่อนโยน ช่วยปัดเป่าความร้อนรุ่มในใจของเมิ่งหนานซวี่ให้หายไป
เธอถูไถนิ้วเรียวยาวของเขา ก่อนจะขยับปีกบินเข้าไปที่คอเสื้อของเว่ยเชิงโม่ แล้วมุดหายเข้าไปข้างใน
เว่ยเชิงโม่: ???
เมิ่งหนานซวี่ตัวเล็กนิดเดียว เธอหามุมที่สบายได้ในพริบตาแล้วซุกตัวลง
อา… เย็นสบาย!
เว่ยเชิงโม่ทั้งขำทั้งเอ็นดู: “จะอยู่ตรงนี้จริง ๆ เหรอ?”
ใช่แล้ว!
นกน้อยใช้จะงอยปากจิกเขาเบา ๆ
เว่ยเชิงโม่ที่สวมชุดทหารสีขาวเงินจำต้องขยับคอเสื้อให้หลวมขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้เธออยู่ได้อย่างสบายที่สุด
“ลูกพี่ แล้วพี่สะใภ้ล่ะครับ? ซ่อนไว้ที่ไหน?” มอร์ริสันถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“จิ๊บ!”
หัวกลม ๆ ขนฟูโผล่ออกมาจากคอเสื้อของเว่ยเชิงโม่ พลางขยิบดวงตาสีอำพันมองเขา
ฉันอยู่นี่จ้า!
เว่ยเชิงโม่หัวเราะเบา ๆ ยื่นมือไปกดหัวเธอให้มุดกลับลงไป: “เราจะเข้าไปแล้ว ซ่อนตัวให้ดีก่อน”
“จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ!”
วางใจเถอะ ฉันรู้แล้ว!
มอร์ริสันที่ถูกคนทั้งคู่เมิน: ……
ฉู่ชื่อส่ายหัว พลางลากเพื่อนร่วมงานที่ “อิ่มอาหารหมา” จนจุกให้เดินตามไปลูกพี่กับพี่สะใภ้นี่นับวันยิ่งโชว์หวานแบบไม่เกรงใจใครขึ้นทุกทีเลยนะ!
ทันทีที่เว่ยเชิงโม่มาถึง ทุกสายตาในสนามประลองต่างพุ่งเป้ามาที่เขา มีทั้งความชื่นชม ความดูแคลน ความเทิดทูน หรือแม้แต่ความอิจฉาริษยา…
สายตาหลากหลายรูปแบบตกกระทบลงบนตัวเว่ยเชิงโม่ แต่เขายังคงนิ่งสงบดั่งขุนเขา
“เสี่ยวโม่มาแล้วเหรอ มานั่งนี่สิ!” ฉินเหอเจ๋อกวักมือเรียก
เว่ยเชิงโม่เดินเข้าไปอย่างสง่างาม ทุกก้าวย่างของเขามีระยะห่างสม่ำเสมอราวกับใช้ไม้บรรทัดวัด
ฉู่ชื่อและมอร์ริสันเดินตามหลังเขามา ทิ้งท่าทางขี้เล่นยามปกติไปจนหมดสิ้น
“ดูเขาสิ! แล้วย้อนมาดูตัวเองบ้าง!” ชายในชุดทหารสีดำแอบถีบลูกชายตัวเองเบา ๆ “หัดเรียนรู้ไว้ซะบ้าง!”
ชายหนุ่มข้าง ๆ เขาดวงตาเป็นประกาย: “เรียนครับเรียน! นั่นไอดอลผมเลยนะ! ต้องเลียนแบบให้ได้!”
“น้องหญิง โอกาสนี้เธอต้องคว้าไว้ให้ได้นะ โอกาสทองแบบนี้ไม่ได้มีบ่อย ๆ!” ชายในชุดทหารสีน้ำเงินเข้มเอ่ยกำชับด้วยความหวังดี
“อื้อ เข้าใจแล้วค่ะ” หญิงสาวในชุดรบสีเทามองไปที่เวยเชิงโม่ด้วยสายตาแรงกล้า
ลูกพี่เว่ยเชิงโม่ยังเท่เหมือนเดิมเลย กรี๊ดดด!
“ศึกนี้ไม่ธรรมดา เจ้าห้ามประมาทเด็ดขาด” ชายวัยกลางคนที่ไว้หนวดทรงเลขแปดเอ่ยเตือนอย่างจริงจัง
ชายในชุดสีน้ำเงินด้านหลังเขาค้อมตัวรับคำแต่พออาของเขาหันหน้าไป ทางนั้นก็รีบมองไปที่เว่ยเชิงโม่ด้วยความตื่นเต้นทันที
ถ้าเขาล้มฉู่ชื่อได้ เขาก็จะได้เป็นรองผู้บัญชาการให้ลูกพี่เว่ยเชิงโม่แล้วใช่ไหม?
เขารอวันนี้มานานเหลือเกิน!
เหล่าบรรดาบิ๊กบราเธอร์ในกองทัพต่างเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ตำแหน่งรักษาการผู้บัญชาการหน่วย “เฉาซี” พวกเขาต้องคว้ามาให้ได้!
เหล่านักรบที่ลงแข่งก็เต็มไปด้วยความฝัน
ล้มฉู่ชื่อซะ! แล้วจะได้ติดตามลูกพี่เว่ยเชิงโม่!
ทุกคนต่างมีความสุข ยกเว้นเว่ยเชิงฉิงที่นั่งอยู่ที่มุมห้องเขามองไปที่หลี่ซือจวินด้วยสายตาเต็มไปด้วยความรังเกียจ
โมเสสไปหาไอ้คนแบบนี้มาจากไหนกัน?
หลี่ซือจวินเห็นทุกอย่างอยู่ในสายตา เขาหลุบตาลงซ่อนความรู้สึกทั้งหมดไว้มีดผีเสื้อสองเล่มวับแวมอยู่ในแขนเสื้อ
หึ… ความโอหังที่น่ารำคาญจริง ๆ
เขามองไปที่เว่ยเชิงโม่ที่ดูสง่างามราวกับเทพแห่งพายุหิมะ พลางถอนหายใจในใจพวกนายพี่น้องนี่… เหมือน “เธอ” มากกว่าจริง ๆ สินะ
“ในเมื่อคนมากันครบแล้ว ก็เริ่มกันเลยเถอะ”
ฉินเหอเจ๋อกล่าวอย่างรวบรัดตัดความ เขาไม่ใช่คนชอบพิธีรีตองจึงประกาศกฎทันที
“ให้ผู้ท้าชิงจับคู่ประลองกันก่อน ผู้ชนะแข่งต่อกันไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้ผู้ชนะคนสุดท้ายที่จะมาตัดสินกับรองฯ ฉู่ชื่อ” ฉินเหอเจ๋อพูดสไตล์ขวานผ่าซาก “เริ่มจับฉลากได้”
ไม่นานนัก ทุกคนก็ได้คู่ต่อสู้ของตนเอง
เมื่อกรรมการส่งสัญญาณ การประลองทั้ง 22 คู่ก็เริ่มขึ้นพร้อมกัน!
สายตาของผู้คนต่างจับจ้องไปที่ลานประลอง ฉินเหอเจ๋อกวาดตามองแวบหนึ่ง ก่อนจะเบือนหน้ากลับมาด้วยความเบื่อหน่าย
คนพวกนี้… ไม่มีใครสู้ฉู่ชื่อได้สักคน
ฉินเหอเจ๋อมองไปที่เว่ยเชิงโม่ พลางลดเสียงต่ำลง: “ไหนหลานบอกว่าจะพาคู่หมั้นมาด้วยไง เธออยู่ไหนล่ะ?”
“จิ๊บ!”
ก้อนขนสีขาวโผล่หัวออกมาจากคอเสื้อของเว่ยเชิงโม่
คุณอาฉินสวัสดีค่ะ! ฉันอยู่นี่!
ฉินเหอเจ๋อ: !!!
ฉินเหอเจ๋อส่งสายตาชื่นชม เลือกคู่หมั้นได้ไม่เลวนี่นา!
เว่ยเชิงโม่: ……
ใครจะไปนึกว่าจอมพลฉินผู้เหล็กกล้า… จะเป็นพวกแพ้ของน่ารัก!
“ลูกพี่” เสียงของฉู่ชื่อดังขึ้นขัดจังหวะ “ดูคู่ที่ 16 สิครับ”
เว่ยเชิงโม่เงยหน้ามองตามไป
มีดผีเสื้อในมือของหลี่ซือจวินหมุนวนไปมาอย่างรวดเร็ว ท่าทางของเขาดูคล่องแคล่วและแฝงไปด้วยความสง่างามที่เห็นได้ชัด
“ขออภัยที่ล่วงเกิน”
เขายิ้มออกมาบาง ๆ มีดผีเสื้อจ่ออยู่ที่ลำคอของคู่ต่อสู้อย่างแม่นยำ
“คนนี้เข้าท่าแฮะ” ฉินเหอเจ๋อดวงตาเป็นประกาย “มิน่าล่ะถึงทำให้เจ้าโมเสสนั่นมองเป็นพิเศษได้!” เมิ่งหนานซวี่ที่เห็นการต่อสู้นี้ด้วยเช่นกันแววตาดูขรึมลง
“หลี่ซือจวินคนนี้ ไม่ธรรมดาจริง ๆ”
521 สงสัย: [โฮสต์ดูออกได้ยังไงครับ?]
“ทุกการเคลื่อนไหวของเขาเหมือนถูกคำนวณมาอย่างดี” เมิ่งหนานซวี่เว้นจังหวะก่อนกล่าวต่อ “มัน… พอดีเกินไป”
หมอนี่ต้องเป็นนักวางแผนการรบแน่นอน
“การใช้สติปัญญามาชดเชยข้อด้อยทางร่างกาย… คนคนนี้เก่งมากครับ” เสียงของเว่ยเชิงโม่ดังขึ้นเช่นกัน
มอร์ริสันมองไปที่แผ่นหลังของฉู่ชื่อ: “ดูท่าหมอนี่น่าจะเป็นคู่แข่งของนายนะ”
“แล้วไงล่ะ?” ฉู่ชื่อเสยผมไปข้างหลัง “ผมไม่แพ้หรอก”
เพื่อ ‘ปิงเฝิ่น’ ที่พี่สะใภ้สัญญาไว้! ลุยโลด!