สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย - บทที่ 120 เพื่อนร่วมชั้น
บทที่ 120 เพื่อนร่วมชั้น
ห้องเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของตึกซิงเฉิน ทันทีที่เมิ่งซางลู่และเว่ยเชิงไป๋เดินมาถึงใต้ตึก สมาร์ทเบรนของพวกเขาก็ส่องแสงสว่างขึ้นมาเล็กน้อย
ตราสัญลักษณ์สีทองที่ฝังอยู่บนผนังส่องประกายระยิบระยับ พร้อมกับมีเสียงอันอ่อนโยนดังขึ้น: “ยืนยันตัวตนสำเร็จ สวัสดีค่ะ คุณเมิ่งซางลู่ และคุณเว่ยเชิงไป๋ ฉันคือเคลลี่อาจารย์อัจฉริยะประจำตัวของพวกคุณค่ะ”
“สวัสดีครับเคลลี่” เมิ่งซางลู่ทาบมือลงบนตราสัญลักษณ์ “ช่วยส่งพวกเราไปที่ห้องเรียนชั้น ป.1 ห้องชิงหลง (มังกรเขียว) ทีครับ”
“รับทราบค่ะ เตรียมการเคลื่อนย้าย”
วงแสงสีฟ้าอ่อนกลืนกินร่างของทั้งสองคนในพริบตา เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง พวกเขาก็มาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องเรียนบนชั้นสามเรียบร้อยแล้ว
“นี่น่ะเหรอห้องเรียนของเรา?” เว่ยเชิงไป๋มองไปรอบ ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
มันต่างจากที่เขาจินตนาการไว้โดยสิ้นเชิงเลยแฮะ!
ผนังห้องครึ่งหนึ่งเป็นสีขาวนวล อีกครึ่งเป็นสีเหลืองนม ผ้าม่านโปร่งสีเขียวอ่อนพริ้วไหวตามแรงลมเบา ๆ ปัดผ่านโต๊ะเก้าอี้ลอยฟ้าลายไม้เทียม แล้วค่อย ๆ ทิ้งตัวลงที่เดิม
บนขอบหน้าต่างมีกระถางพืชธรรมชาติวางเรียงรายอยู่ไม่กี่กระถาง บางต้นกำลังออกดอก บางต้นกำลังผลิใบ ช่วยเติมเต็มความมีชีวิตชีวาให้กับห้องเรียนที่ว่างเปล่าได้อย่างมาก
เมิ่งซางลู่เองก็อึ้งไปเล็กน้อย การตกแต่งแบบนี้… ให้ความรู้สึกเหมือน “บ้าน” จริง ๆ
บนโต๊ะแต่ละตัวติดตั้งอุปกรณ์การเรียนอัจฉริยะไว้พร้อมสรรพ สองวายร้ายน้อยเปิดสมาร์ทเบรน และหาโต๊ะที่เป็นของตัวเองเจออย่างรวดเร็ว ตำแหน่งที่นั่งของทั้งคู่อยู่ใกล้กันมาก มีเพียงทางเดินกั้นกลางเท่านั้น เว่ยเชิงไป๋เพิ่งจะวางของเสร็จ พอเงยหน้าขึ้นมา ก็เห็นเงาร่างที่คุ้นเคย
ดวงตาสีเขียวมรกตของเขาเป็นประกายขึ้นมาทันที: “เสี่ยวฮ่าว?”
“อาไป๋!” เหวินเหรินฮ่าวดูจะเซอร์ไพรส์มากจริง ๆ เขาวิ่งร่าเข้ามาแล้วสวมกอดเว่ยเชิงไป๋อย่างเต็มแรง “พวกเราอยู่ห้องเดียวกันเหรอเนี่ย! นี่มันเยี่ยมสุด ๆ ไปเลย!”
เว่ยเชิงไป๋ทำหน้ายี้พลางผลักอีกฝ่ายออก: “ทำไมตัวนายถึงเปียก ๆ แบบนี้ล่ะ?”
เหวินเหรินฮ่าวไม่ได้สนใจที่โดนผลัก เขายังคงร่าเริงและกระโจนเข้าหาเมิ่งซางลู่ต่อ
แต่คราวนี้เขาถูกเว่ยเชิงไป๋คว้าหม้อเสื้อไว้ก่อน
“นายยังไม่ตอบคำถามฉันเลยนะ!”
“เฮ้อ เรื่องมันยาวน่ะ” เหวินเหรินฮ่าวถอนหายใจ เขามองซ้ายมองขวาแล้วหย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้หน้าเว่ยเชิงไป๋ พลางชี้ไปที่รอยเปียกบนอกเสื้อ “นี่น่ะน้ำตาพ่อกับแม่ฉันที่เพิ่งร้องไห้ไปเมื่อกี้เอง”
“เพราะนายต้องเข้าเรียน พวกเขาเลยตื่นเต้นมากเหรอ?” เว่ยเชิงไป๋เอียงคอถาม
เหวินเหรินฮ่าวทำหน้าสิ้นหวัง: “ก็ตื่นเต้นนั่นแหละ แต่พวกเขาตื่นเต้นที่จะได้ใช้ชีวิตโลกส่วนตัวสองคนสักทีน่ะสิ”
เมิ่งซางลู่: ……
เว่ยเชิงไป๋กล่าวด้วยความเห็นใจอย่างสุดซึ้ง: “นายนี่น่าสงสารจังเลยนะ”
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด
สายรัดข้อมือของเหวินเหรินฮ่าวดังขึ้น เขาพิเคราะห์ดูแล้วอุทานด้วยความดีใจ: “ที่นั่งตรงนี้เป็นของฉันนี่นา! ฉันได้นั่งใกล้พวกนายขนาดนี้เลยเหรอ!”
“อาไป๋ พวกเรา…”
เว่ยเชิงไป๋กระชากหมวกเสื้อเขาไปข้างหลัง: “เรียกพี่ใหญ่ (ลูกพี่)!”
เหวินเหรินฮ่าวตอบแทบไม่ต้องคิด: “ครับลูกพี่!”
เมิ่งซางลู่ที่อยู่ข้าง ๆ: …..
เพิ่งห่างจากคุณอาหนานซวี่กับคุณอาเว่ยเชิงโม่มาหยก ๆ นายก็จะกลับมาเป็นปีศาจน้อยตามนิสัยเดิมแล้วเหรอ? ก็นะ… การดูแลน้องชายนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายจริง ๆ ด้วย!
เมิ่งซางลู่ถอนหายใจยาวอย่างเคร่งขรึม
“สวัสดีค่ะทุกคน ครูชื่อหร่วนเสี่ยวหมาน นะคะ” หญิงสาวในชุดสีเหลืองเอ่ยพลางยิ้ม “ครูจะอยู่ดูแลพวกเราตลอดช่วงเวลาต่อจากนี้นะคะ”
“วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรก พวกเรามาเริ่มต้นด้วยการแนะนำตัวกันก่อนดีไหมคะ?”
น้ำเสียงของเธออ่อนโยน ช่วยให้เด็ก ๆ ไม่กี่คนที่นิสัยขี้อายเริ่มคลายความกังวลลง
“เพื่อนที่ครูเรียกชื่อ ช่วยลุกขึ้นแนะนำตัวหน่อยนะคะ” หร่วนเสี่ยวหมานมองซ้ายมองขวา แล้วเลือกเด็กหญิงที่ดูร่าเริงคนหนึ่ง
“โมนิก้า จ๊ะ?”
“มาค่ะ!”
เสียงใส ๆ ดังขึ้น เด็กหญิงผมสีเทาที่มัดผมแกละสองข้างลุกพรวดขึ้นมาทันที:
“สวัสดีค่ะทุกคน หนูชื่อโมนิก้าค่ะ ร่างสัตว์ของหนูคือนกกระจอก กิจกรรมที่ชอบที่สุดคือการบิน คนที่ชอบที่สุดคือคุณแม่ อันดับสองคือคุณพ่อ ส่วนคนที่เกลียดที่สุด…”
โมนิก้าไม่มีอาการประหม่าเลยสักนิด เธอพ่นคำพูดออกมาเป็นชุด ๆ ราวกับน้ำไหลไฟดับ
พอเห็นว่าไม่มีใครขัด โมนิก้าก็ยิ่งตื่นเต้น เธอพูดจ้อหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบจะตัดคำเว้นวรรคทิ้งไปหมด
“หนูชอบห้องเรียนของเรามาก แล้วก็ชอบเคลลี่ด้วย แล้วก็ดีใจมากที่ได้รู้จักทุกคน…”
สมกับที่เป็นนกกระจอกจริง ๆ… หนังตาของหร่วนเสี่ยวหมานกระตุกอย่างควบคุมไม่ได้
“โมนิก้าจ๊ะ เราเหลือเวลาไว้ทำความรู้จักเพื่อนคนอื่นบ้างดีไหมจ๊ะ?” หร่วนเสี่ยวหมานหาจังหวะเหมาะ ๆ กล่อมให้เธอหยุดได้สำเร็จ
โมนิก้าเป็นเด็กดี เธอพยักหน้า: “คุณครูพูดถูกค่ะ! หนูต้องทำความรู้จักเพื่อนใหม่ด้วยนี่นา!” ถ้ารู้จักเพื่อนใหม่ ทุกคนก็จะได้ฟังหนูพูดไงเล่า!
หร่วนเสี่ยวหมานลอบถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก สายตาของเธอจึงเลื่อนไปตกลงที่ “เจ้าก้อนแป้ง” ที่ดูนิ่งสงบที่สุดในห้องเรียน