สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย - บทที่ 9 การลอบโจมตีจากเพื่อนร่วมอาชีพ
บทที่ 9 การลอบโจมตีจากเพื่อนร่วมอาชีพ
“สวัสดีค่ะทุกคน นี่คือ ‘คนเลี้ยงเจ้าก้อนแป้งผู้ขยันขันแข็ง’ ค่ะ” ประโยคเปิดตัวของเมิ่งหนานซวี่มักจะเริ่มต้นด้วยการแนะนำตัวเสมอ
[ไฮ! พี่สาวอรุณสวัสดิ์ครับ! วันนี้มีอะไรกินเอ่ย?]
[ยังอยู่ที่กระท่อมไม้เหมือนเดิมเลย พี่สาวยังอยู่ที่ลานล่าสัตว์เหรอครับ?]
[ถูมือรอแล้วครับ หมูสามชั้นน้ำแดงเมื่อวันก่อนทำยากเกินไป ครั้งนี้มีเมนูง่าย ๆ บ้างไหม?]
เมื่อมองดูจำนวนคนที่พุ่งสูงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า เมิ่งหนานซวี่ก็แอบตกใจ “ทำไมวันนี้คนดูเยอะขนาดนี้คะเนี่ย?”
[ฮ่าๆๆ พี่สาวโดนซิงซู่ดันขึ้นหน้าแนะนำแล้วไงครับ!]
[แถมยังเป็นหน้าแรกของหมวดอาหารด้วยนะ!]
[ส่วนฉันไม่เหมือนคนอื่น ฉันตามมาจากฮอตเซิร์ชจ้า]
[ขอมาดูหน่อยซิว่า สตรีมเมอร์อาหารที่โดนด่าว่า ‘ยัยคนใจร้าย’ (ทิ้งแฟนคลับ) หน้าตาเป็นยังไง]
เมิ่งหนานซวี่ยังคงมีรอยยิ้มงงๆ ประดับบนใบหน้า เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกับชาวเน็ตจะอยู่กันคนละไทม์ไลน์ นี่มันเพิ่งผ่านไปแค่วันเดียวเองนะ เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
เธอสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งแล้วดึงตัวเองกลับเข้าสู่หัวข้อหลัก “วันนี้ก็ยังเป็นเมนูง่าย ๆ เหมือนเดิมค่ะ วัตถุดิบที่ต้องใช้มีดังนี้ เพื่อน ๆ สามารถเรียนรู้ไปพร้อมกันได้เลยนะคะ!”
หลังจากได้คุยกับชวี่เซียวเสี่ยว เมิ่งหนานซวี่ตัดสินใจว่าจะเน้นไปที่เมนูที่ทำตามได้ง่ายก่อน เธอหวังว่าจะใช้ธีมนี้เผยแพร่อาหารอย่างรวดเร็ว เพื่อให้คนรู้จักเสน่ห์ของอาหารโบราณมากขึ้น
“วัตถุดิบที่ใช้ในวันนี้ สามารถหาซื้อได้จากสถาบันวิจัยวัฒนธรรมโบราณนะคะ!”
ความจริงเมิ่งหนานซวี่สงสัยมาตลอดว่าทำไมพืชผักในยุคดาราจักรถึงคล้ายกับบนโลกมาก
จนกระทั่งเธอได้อ่านข้อมูลที่ชวี่เซียวเสี่ยวมอบให้ จึงได้รู้ว่าพืชเหล่านี้ถูกเพาะพันธุ์ขึ้นใหม่จากข้อมูลการเกษตรโบราณ ในตอนที่อพยพออกจากดาวแม่ มนุษย์ไม่มีกำลังพอจะนำสัตว์ติดตัวมาด้วย แต่เมล็ดพันธุ์พืชแทบทุกชนิดถูกขนขึ้นยานอวกาศมาด้วย ดังนั้นวัตถุดิบที่เธอใช้ส่วนใหญ่จึงมาจากดาวแม่นั่นเอง!
เมิ่งหนานซวี่สันนิษฐานว่า ดาวแม่ดวงนั้นอาจจะเป็น ‘โลก’ ในอีกมิติหนึ่งก็ได้!
เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอก็อดตื่นเต้นไม่ได้ ในห้วงอวกาศอันแปลกหน้านี้ การได้พบร่องรอยที่คุ้นเคยทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองมีที่มาที่ไป ไม่ใช่แค่วิญญาณเร่ร่อนที่ว่างเปล่า
ในขณะเดียวกัน ผู้ชมในห้องสตรีมต่างพุ่งเป้าความสนใจไปที่วัตถุดิบของวันนี้
[นั่นมันผลงานจากกลุ่มวิจัยธัญพืช แผนกเกษตรกรรมของสถาบันเรานี่นา! อย่างแรกคือ โจ๊กข้าวฟ่าง อย่างที่สองคือ ข้าวเหนียว พยายามปลูกกันมาสิบกว่าปี ในที่สุดฉันจะได้รู้สักทีว่ามันกินยังไง? ฮือออ ตื้นตันใจชะมัด!]
[กราบไหว้เทพเจ้า (นักวิจัย) แถวหน้าครับ!]
[ครั้งแรกที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับคนใหญ่คนโตขนาดนี้ ขอถ่ายรูปคู่หน่อยนะครับ!]
เมิ่งหนานซวี่เห็นดังนั้นก็ยิ้มออกมาบาง ๆ เหตุผลที่เธอเลือกทำ ‘โจ๊กฟักทองข้าวฟ่าง’ ในวันนี้ ก็เพราะช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาสื่อของสหพันธ์ประโคมข่าวความสำเร็จล่าสุดของแผนกเกษตรกรรมพอดี
“ใช่ค่ะ วัตถุดิบวันนี้มี ข้าวฟ่าง, ข้าวเหนียว, ฟักทอง และเก๋ากี้ค่ะ”
เธอกวาดมือผ่านวัตถุดิบแต่ละอย่าง ก่อนจะมาหยุดที่เตาไฟ
“ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่านในสถาบันวิจัยวัฒนธรรมโบราณด้วยนะคะ ถ้าไม่มีพวกคุณ พวกเราคงไม่มีโอกาสได้สัมผัสความสุขจากอาหารแบบนี้เลย”
[ขอบคุณเหล่าเทพเจ้าทุกท่านครับ!]
[เมื่อก่อนฉันเคยคิดว่างานวิจัยพวกนี้ไร้สาระ แต่พอได้กินอาหารที่สตรีมเมอร์ทำ ฉันถึงเพิ่งเห็นคุณค่าของมัน ขอบคุณเหล่านักวิจัยจริง ๆ ครับ!]
คำขอบคุณที่หลั่งไหลเข้ามาทำให้ โหย่วซิงกวง นักวิจัยหนุ่มที่เพิ่งส่งคอมเมนต์ไปถึงกับตาแดงก่ำ
“ไอ้หยา… ปู่เลือกไม่ผิดจริง ๆ ที่ทำงานนี้!” เขาพูดอย่างภูมิใจพลางกดติดตามสตรีมเมอร์ทันที
ทางด้านชวี่เซียวเสี่ยวที่กำลังเฝ้าดูอยู่ก็ตาเป็นประกาย เธอรีบติดแท็ก ‘ผลงานวิจัยธัญพืชล่าสุด’ ให้กับห้องสตรีมทันที ในบรรดาสตรีมเมอร์อาหาร
‘คนเลี้ยงเจ้าก้อนแป้ง’ ไม่ใช่คนเดียวที่ได้รับข้อเสนอจากเธอ แต่เป็นคนที่เธอถูกใจที่สุด
ตระกูลชวี่ของเธอคือตระกูลอันดับหนึ่งด้านการเผยแพร่วัฒนธรรม ไม่ใช่ใครที่ไหนจะมาเข้าตาได้ง่าย ๆ
เธอมองอันดับท็อป 10 ของหมวดอาหารในปัจจุบันแล้วยิ้มหยัน… พวกที่ไม่รู้เรื่องอาหารสักนิดแต่โดนปั้นขึ้นมาได้ขนาดนี้
ตระกูลชวี่ของเธอทำไมจะให้โอกาสคนที่ตั้งใจสตรีมจริง ๆ บ้างไม่ได้ล่ะ? พรุ่งนี้เธอจะยื่นขอโควตา ‘หน้าแนะนำหลัก’ ให้ยัยคนเลี้ยงก้อนแป้งนี่ซะเลย!
“เริ่มจากนำข้าวฟ่างกับข้าวเหนียวไปแช่น้ำไว้ 2 ชั่วโมงนะคะ ส่วนของฉันแช่เตรียมไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ”
“จากนั้นเราจะหั่นฟักทองเป็นชิ้น ๆ แล้วนำไปนึ่ง 15 นาทีค่ะ”
เมิ่งหนานซวี่นำฟักทองเข้าซึ้งนึ่ง
“ฟักทองที่นึ่งจนสุกแล้ว ให้ใช้ช้อนบดจนเนียนเป็นเนื้อเดียว นำไปผสมกับข้าวที่แช่ไว้ แล้วใส่ลงในน้ำเดือดต้มต่ออีก 20 นาทีค่ะ”
“ระหว่างนั้นให้คนทุก ๆ 10 นาทีนะคะ ใครที่ชอบสีสันสดใสหน่อยก็ใส่เก๋ากี้ลงไปตอนคนรอบที่สอง ส่วนใครชอบหวานก็เติมน้ำตาลกรวดได้ตามใจชอบเลยค่ะ”
[ครั้งนี้ดูง่ายจริง ๆ ด้วย]
[ฉันกดสั่งซื้อข้าวฟ่างไปแล้ว เมนูนี้ฉันทำรอดแน่]
[สีสวยมากเลยค่ะ ฉันชอบ!]
เมิ่งหนานซวี่ปิดไฟแล้วตักโจ๊กฟักทองออกมา โจ๊กสีเหลืองทองประดับด้วยสีแดงของเก๋ากี้ กลิ่นหอมหวานโชยเตะจมูก ราวกับเด็กสาวที่ร่าเริงกำลังโบกมือทักทาย
“ในวัฒนธรรมอาหารโบราณ ‘โจ๊ก’ คือสิ่งที่สำคัญมาก แทบจะเรียกได้ว่ามีมาพร้อมกับบันทึกประวัติศาสตร์ของมนุษย์เลยทีเดียวค่ะ” เมิ่งหนานซวี่มองโจ๊กในชามด้วยแววตาคะนึงหา
“ในตำนานเล่าว่าโจ๊กช่วยให้อายุยืนยาวขึ้นด้วยนะคะ แม้ว่าคำกล่าวนี้อาจจะดูเกินจริงไปบ้างก็ตาม”
[โจ๊กมีวัฒนธรรมยาวนานขนาดนี้เลยเหรอ]
[ใครจะไปรู้ว่าเธอพูดจริงหรือมโนขึ้นมา]
[ฟังหูไว้หูเถอะ ใครจะไปรู้ว่าจริงไหม]
“โจ๊กฟักทองข้าวฟ่างมีสรรพคุณช่วยบำรุงธาตุและดีต่อม้ามกับกระเพาะอาหารค่ะ ถ้ามีโอกาส อยากให้ทุกคนลองทำให้ผู้ใหญ่ที่บ้านทานดูนะคะ”
เมิ่งหนานซวี่วางโจ๊กไว้บนโต๊ะอาหาร สัญญาณให้ผู้ชมได้ลองชิมตามอัธยาศัย ส่วนตัวเธอเดินไปปลุกเจ้าตัวร้ายตัวน้อยให้ลุกขึ้นมากินข้าว การไม่อยู่หน้ากล้องของเธอไม่ได้ทำให้ความคึกคักลดลงเลย แฟนคลับรุ่นเก่าคอยเตือนผู้ชมหน้าใหม่ให้รีบชิม ทุกคนต่างยกชามขึ้นซดโจ๊กคำโต
สัมผัสข้นนุ่มของข้าวเหนียวผสานกับเมล็ดข้าวฟ่างที่เรียงตัวสวย มาพร้อมความหวานหอมที่เป็นเอกลักษณ์ของฟักทอง มันละลายในปากอย่างช้า ๆ แล้วไหลลงคอไปอย่างรวดเร็ว
ทิ้งไว้เพียงความหวานละมุนของเก๋ากี้ที่อบอวลอยู่ในปาก
[!!!]
[เป็นฉันเองที่ด้อยประสบการณ์]
[อันดับหนึ่งในบอร์ดอาหาร ไม่ใช่แค่ชื่อที่ตั้งมาเล่น ๆ จริงๆ]
[รสชาตินี้แม้จะไม่รุนแรงเท่าเนื้อสัตว์ แต่มันนุ่มนวลและติดตรึงใจจนลืมไม่ลงเลย]
[เดี๋ยวนะ ฉันจะไปซื้อวัตถุดิบ… เชี้ยยย ทำไมของในสต็อกเกลี้ยงแล้วล่ะ!]
[ไหนบอกจะชิมอาหารไง ทำไมพวกนายแอบไปเหมาข้าวฟ่างกับข้าวเหนียวจนหมดสถาบันวิจัยแบบนี้!]
[ฟักทองยังเหลืออยู่นะ! รีบพุ่งตัวไปเล๊ย!!!]
บรรยากาศในห้องสตรีมกำลังชื่นมื่น ทว่าจู่ ๆ ก็มีข้อความชุดหนึ่งปรากฏขึ้น
[ที่นี่มีแต่หน้าม้าใช่ไหม? สตรีมเมอร์เพิ่งสมัครไม่กี่วัน ทำไมคนดูเยอะขนาดนี้ ยอดพุ่งกระฉูดเกินไปหรือเปล่า?]
[ปั่นยอดใช่ไหมเนี่ย? จ่ายจ้างเมนท์ละกี่เหรียญดาวเหรอ?]
[เดี๋ยวนี้หน้าใหม่ทำกันโจ่งแจ้งขนาดนี้เลยเหรอ?]
ข้อความที่ดูเป็นระบบระเบียบและการก็อปปี้วางจำนวนมากเริ่มบดบังคอมเมนต์ปกติ ทำให้ทั้งสายกินและสายช้อปต่างหันมามองเป็นตาเดียว
[พวกนั่นแหละที่เป็นหน้าม้า!]
[ฉันเพิ่งมาวันนี้ ถ้าไม่ได้กินอาหารที่สตรีมเมอร์ทำกับปากตัวเอง ฉันคงหลงเชื่อคำโกหกของพวกนายไปแล้ว!]
[เป็นหน้าม้าก็ช่วยมีจรรยาบรรณหน่อย อาหารระดับนี้ยอดคนดูแค่นี้ยังถือว่าน้อยไปด้วยซ้ำ!]
เหล่าแฟนคลับของเมิ่งหนานซวี่ไม่ใช่ขี้ ๆ พวกเขาเป็นขาประจำหมวดอาหาร พลังการต่อสู้สูงลิบลิ่ว ด้วยจำนวนที่มากกว่า พวกเขาสามารถกดพวกป่วนให้จมดินได้ในเวลาอันรวดเร็ว
ชวี่เซียวเสี่ยวที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ก็ทึ่งมาก เพราะเธอพบว่าแม้จำนวนแฟนคลับของเมิ่งหนานซวี่จะยังไม่มหาศาล แต่ทุกคนคือ ‘แฟนคลับตัวจริง’ ที่พร้อมปกป้องเธอ ไม่ใช่ตัวเลขปลอมที่ซื้อมา!
ทางด้าน มีมี่อ้าย ตัวการใหญ่ กำลังกัดฟันสั่งงานอย่างบ้าคลั่ง
“ส่งคนไปอีกระลอก! ทำลายชื่อเสียงยัยนั่นให้ยับ!”
เหล่าหน้าม้ารับจ้างต้องทนทำงานอย่างยากลำบาก ท่ามกลางกลิ่นหอมของโจ๊กที่เย้ายวนจนแทบขาดใจ พวกเขาได้แต่ก้มหน้าก้มตาปั่นกระแสใส่ร้ายต่อไป จนกระทั่งเริ่มคุมสถานการณ์ได้อีกครั้ง!
คราวนี้แฟนคลับของเมิ่งหนานซวี่โกรธจนควันออกหู ทุกคนวางชามข้าวแล้วถกแขนเสื้อเตรียมฟาดกับพวกหน้าม้าเต็มที่
[ปั่นยอด? สตรีมเมอร์ระดับพี่สาวฉันต้องปั่นยอดด้วยเหรอ? ล้อเล่นหรือเปล่า?]
[ยอดนี้ฉันเห็นมันพุ่งขึ้นมากับตา ถ้าไม่เชื่อก็ไปขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสิ มาเห่าหอนอะไรแถวนี้!]
[ฉันว่าแล้วเชียว เมื่อวานมีคอมเมนต์แปลก ๆ ก็คือพวกนกต่ออย่างพวกนายนี่เองสินะ?]
ด้วยพลังแห่งความรักที่มีต่ออาหาร แฟนคลับของเมิ่งหนานซวี่สามารถต่อสู้กับกองทัพหน้าม้าได้อย่างสูสี!
“เอ่อ… เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?”
เสียงนุ่มนวลดังมาจากในสตรีม ทุกคนหันไปมองเห็นเมิ่งหนานซวี่กำลังอุ้มเจ้าก้อนแป้งที่หน้าตาเหมือนเธอถึงสามส่วนเดินเข้ามาดวงตาสวยสองคู่ที่ถอดแบบกันมาเป๊ะ ๆ จ้องมองมาที่หน้าจออย่างสงสัย
[ขอพูดนอกเรื่องหน่อยนะ… ทั้งพี่สาวทั้งหลานตัวน้อยของฉัน… สวยหล่อกินกันไม่ลงจริง ๆ ]