สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย - บทที่ 93 เมื่อหม้อไฟออกโรง ใครจะกล้าต่อกร
บทที่ 93 เมื่อหม้อไฟออกโรง ใครจะกล้าต่อกร
เมิ่งหนานซวี่เองก็อดไม่ได้ที่จะโน้มตัวลงไปสูดกลิ่นหอม มะเขือเทศพวกนี้… รสชาติดีมากจริงๆ!
เป็นเพราะเมล็ดพันธุ์ หรือเป็นเพราะปัจจัยอื่นกันนะ?
กลิ่นเปรี้ยวหวานของมะเขือเทศผสมผสานกับความหอมกรุ่นเข้มข้นของน้ำซุปสต็อก มันเข้าครอบงำประสาทสัมผัสการรับกลิ่นของทุกคนอย่างไม่อาจปฏิเสธได้
“เราสามารถเพิ่มเห็ดสดลงไปเพื่อชูรสชาติให้เด่นขึ้นได้ค่ะ” เมิ่งหนานซวี่ใส่เห็ดหอมที่หั่นเตรียมไว้ลงไป “จากนั้นเราก็เริ่มปรุงรสค่ะ”
ภายใต้การรังสรรค์ของเธอ รสชาติของน้ำซุปยิ่งทวีความหอมนวล เสียงโอดครวญในห้องไลฟ์ก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ
[สรุปว่าหม้อไฟคืออะไรคะ? ทำไมมันถึงหอมได้ขนาดนี้?]
[พี่สาวของฉัน คือพระเจ้าแห่งวงการอาหารตลอดกาล! ใครไม่ยอมรับก็เข้ามาไฝว้ได้เลย!]
[หิวจนจะตายแล้ว พี่สาวจ๋า ขอน้ำซุปให้ฉันจิบสักสองคำเถอะนะ ขอร้องล่ะ!]
คอมเมนต์ที่หลั่งไหลมาประดุจพายุทำเอาเมิ่งหนานซวี่ที่เพิ่งเงยหน้าขึ้นมาดูผลตอบรับถึงกับสะดุ้ง
“ทุกคนใจเย็น ๆ นะคะ วิธีการทานอาหารวันนี้ค่อนข้างพิเศษ อีกประเดี๋ยวก็จะได้ที่แล้วค่ะ” เมิ่งหนานซวี่พยายามปลอบโยน
[ไม่! ฉันไม่รอ! ฉันจะกินน้ำซุป!]
[ฉัน แฟนคลับใหม่ ตอนนี้หิวจนเสียสติไปแล้ว ขอแค่ได้จิบสักคำ ฉันจะเป็นแฟนพันธุ์แท้ของพี่ไปตลอดกาล!]
[ในฐานะแฟนคลับเก่า ฉันอยากจะหัวเราะเยาะพวกนายนะที่ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้ แต่ปากของฉันมันไม่ยอม มันกำลังหลั่งน้ำลายออกมาอย่างบ้าคลั่ง ช่วยด้วย!]
[ฉันขอสรุปสั้น ๆ พี่สาวจ๋า เมตตาฉันเถอะ!]
[สตรีมเมอร์ เมตตาฉันเถอะ!]
จากนั้นก็ตามด้วยข้อความ +1 อย่างบ้าคลั่ง
เมิ่งหนานซวี่: ……
เมิ่งหนานซวี่ทั้งขำทั้งเอ็นดู: “ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันจะตักออกมาให้ลองชิมนิดนึงนะ”
ท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่จดจ้องอย่างใจจดใจจ่อ ในที่สุดซุปมะเขือเทศก็เสร็จสมบูรณ์ เมิ่งหนานซวี่ตักแยกใส่ชามใบเล็กออกมาต่างหาก แล้วเปิดระบบอนุญาตโหมดโฮโลแกรม
แฟนคลับในห้องไลฟ์พุ่งเข้าใส่ประหนึ่งกองทัพมด ลิ้มรสชาติของน้ำซุปมะเขือเทศที่พวกเขารอคอยมานาน
[ลิ้นแทบขาดเพราะความร้อน แต่ฉันก็ยังไม่กล้ากลืนลงไปเลย มันอร่อยมากจริง ๆ ค่ะ]
[ลาก่อนสารอาหารเหลว! ฉันจะย้ายบ้านมาอยู่ที่ห้องไลฟ์ของสตรีมเมอร์แล้ว นี่สิถึงจะเป็นสิ่งที่มนุษย์ควรจะกิน!]
[อา… ถึงเวลาที่แฟนคลับใหม่จะประกาศสงครามกับสารอาหารเหลวอีกครั้งแล้วสินะ ฉากนี้มันช่างคุ้นตาเหลือเกิน]
[พี่สาวจ๋า เปลี่ยนเป็นชามใหญ่กว่านี้หน่อยได้ไหมคะ แค่นี้มันไม่พอจิบเลย!]
สำหรับคำขอประเภท “ได้คืบจะเอาศอก” แบบนี้ เมิ่งหนานซวี่ไม่คิดจะตามใจ: “ของอร่อยจริง ๆ อยู่ข้างหลังค่ะ อย่าเพิ่งอิ่มกับของกึ่งสำเร็จรูปสิคะ!”
[แค่ของกึ่งสำเร็จรูปก็ปฏิวัติโลกทัศน์ของฉันไปแล้ว]
[แค่ของกึ่งสำเร็จรูปก็ทำให้ฉันกลายเป็นแฟนคลับเดนตายของสตรีมเมอร์ในทันที]
[แค่ของกึ่งสำเร็จรูป… นี่มันแค่ของกึ่งสำเร็จรูปจริง ๆ เหรอ? ข้าไม่ยอม ข้าจะกินอีกสามชาม!]
“พวกคุณซดน้ำซุปไปก่อนนะคะ เดี๋ยวฉันจะไปทำน้ำซุปเห็ดต่อ” เมิ่งหนานซวี่รับเห็ดที่มอสล้างเสร็จแล้วมา เริ่มต้นการทำน้ำซุปอีกรสชาติอย่างสบายอารมณ์
มีดตีเหล็กในมือเธอช่างคล่องแคล่วว่องไว เพียงครู่เดียว เห็ดนานาชนิดก็ถูกฝานเป็นแผ่นบาง ๆ
“ทำแบบนี้จะทำให้รสชาติเข้าเนื้อได้ง่ายขึ้นค่ะ หรือทุกคนจะใส่ลงไปต้มทั้งชิ้นเลยก็ได้นะคะ”
เมิ่งหนานซวี่เทน้ำซุปสต็อกลงในหม้อต้มใบใหญ่ด้วยท่าทางเป็นระเบียบ จากนั้นจึงใส่เห็ดแผ่นลงไป ไม่นานนัก กลิ่นที่หอมสดชื่นถึงขีดสุดก็ขจรขจายออกมา
ต่างจากความเปรี้ยวหวานของซุปมะเขือเทศ น้ำซุปเห็ดให้ความรู้สึกถึงคำว่า “สด” อย่างแท้จริง
ความ “สด” นี้มาจากน้ำซุปสต็อก แต่มันมาจาก “ของดีจากป่า” ที่ดูธรรมดา ๆ เหล่านี้มากกว่า
เห็ดเข็มทอง, เห็ดออรินจิ, เห็ดชิเมจิ, เห็ดหอม, เห็ดนางฟ้า… เห็ดหลากชนิดที่ผสมปนเปกัน ก่อให้เกิดรสชาติที่เข้มข้นจนสามารถเทียบเคียงกับรสชาติของเนื้อสัตว์ชั้นยอดได้เลยทีเดียว
ผู้ชมที่เคยจมดิ่งอยู่กับการซดซุปมะเขือเทศพากัน “เปลี่ยนใจ” ในทันที
[กลิ่นนี้หอมมาก! รู้สึกว่าไม่แพ้ถ้วยในมือเลยสักนิด]
[ผลงานของสตรีมเมอร์ การันตีคุณภาพระดับพรีเมียม!]
[ฉันเป็นแฟนคลับรุ่นบุกเบิกของสตรีมเมอร์เลยนะ ฉันสาบานเลยว่า ของที่พี่สาวทำไม่มีคำว่าไม่อย่อย!]
[เสียดายที่แอปฯ ซิงซวี่ทำตัวไม่เป็นคน แบนบัญชีของพี่สาวไป ไม่งั้นพวกคุณคงได้เห็นเมนูอาหารเทพ ๆ ในอดีตมากกว่านี้]
[อย่าพูดเลย อย่าพูดเลย แค่นี้ฉันก็น้ำตาไหลแล้วค่ะ!]
[ฉันแค้น! ฉันเสียดาย! ทำไมฉันถึงไม่เจอสตรีมเมอร์คุณภาพแบบพี่สาวให้เร็วกว่านี้?]
เมิ่งหนานซวี่ปรุงรสอย่างง่าย ๆ แล้วปิดไฟ จากนั้นจึงเทน้ำซุปทั้งหมดลงในหม้อที่มีลักษณะพิเศษ
เธอใช้ “หม้อหยวนยาง” ฝั่งหนึ่งเป็นน้ำซุปเห็ด อีกฝั่งเป็นน้ำซุปมะเขือเทศ ครึ่งขาวครึ่งแดง ราวกับปลาคาร์ปสีแดงขาวสองตัวที่กำลังว่ายวน สีสันกลมกลืนและงดงามยิ่งนัก
ที่สำคัญที่สุดคือ มันยังแผ่กลิ่นหอมที่ยากจะต้านทานออกมาด้วย!
ผู้ชมในห้องไลฟ์หิวจนแทบคลั่ง แต่ละคนอยากจะพุ่งเข้าไปยกซดให้เกลี้ยงหม้อเสียเดี๋ยวนี้
เมิ่งหนานซวี่ไม่รู้ถึงความคิดของผู้ชมเลย เธอวุ่นอยู่กับการเตรียมวัตถุดิบ ส่วนที่ควรฝานก็ฝาน ส่วนที่ควรหั่นก็หั่น เพียงครู่เดียวเธอก็จัดการเสร็จสิ้น
ด้วยความช่วยเหลือของมอส เมิ่งหนานซวี่จัดโต๊ะเสร็จอย่างรวดเร็ว: “ตอนนี้พวกเราเริ่มทานกันได้แล้วค่ะ”
[??? กินยังไงคะ? กินสด ๆ เลยเหรอ?]
[เป็นไปไม่ได้หรอก รอสตรีมเมอร์แนะนำเถอะ ฉันมีลางสังหรณ์ว่าอาหารครั้งนี้ไม่ธรรมดาแน่!]
[ทุกคนดูเร็ว ที่แท้มันกินแบบนี้นี่เอง!]
เมิ่งหนานซวี่เริ่มสาธิตการทาน: “นำอาหารที่เราอยากทานใส่ลงไปต้มในน้ำซุปค่ะ พอสุกจนลอยขึ้นมาก็ใช้ได้แล้ว”
เธอยื่นมือไปหยิบถ้วยน้ำจิ้มใบเล็ก เริ่มปรุงน้ำจิ้มอย่างรวดเร็ว ทั้งรสน้ำจิ้มงา, น้ำจิ้มน้ำมันพริก และรสชาติอื่น ๆ
“ตรงนั้นคือโซนเครื่องปรุงนะคะ ใครชอบรสชาติไหนสามารถปรุงเพิ่มได้ตามใจชอบเลยค่ะ”
น้ำในหม้อสองช่องเดือดปุด ๆ ไอความร้อนพุ่งพล่าน อาหารที่ใส่ลงไปถูกกระแสพรายน้ำพัดพาสลับกันไปมา
“แบบนี้ก็น่าจะใช้ได้แล้วค่ะ” เมิ่งหนานซวี่คีบอาหารคำหนึ่งจุ่มลงในน้ำจิ้ม แล้วส่งเข้าปาก ดื่มด่ำกับรสชาติอย่างช้า ๆ
หม้อไฟ… เป็นสิ่งที่กินกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อจริง ๆ นะเนี่ย!
ผู้ชมในห้องไลฟ์หิวจนแทบเสียสติ จ้องมองเมิ่งหนานซวี่ตาปริบ ๆ รอให้เธอเปิดระบบอนุญาตสัมผัส
“พวกเนื้อสัตว์ไม่ต้องต้มนานนะคะ” เมิ่งหนานซวี่เตือน “แค่เปลี่ยนสีก็ทานได้แล้วค่ะ”
[อื้ม ๆๆ เข้าใจแล้วๆ]
[พี่สาวจ๋า เปิดระบบเถอะ ฉันจะทนไม่ไหวแล้ว!]
เมื่อเห็นทุกคนเร่งเร้า เมิ่งหนานซวี่จึงเปิดระบบอนุญาตทันที ผู้ชมที่รอคอยมานานต่างพากันเริ่มต้นประสบการณ์ “หม้อไฟครั้งแรกในชีวิต” ของตนเอง
“หม้อไฟคือกล่องแพนดอร่า” ปัญญาชนหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังเปลี่ยนสายงานกล่าว “ขอแค่ได้เริ่ม ก็จะหยุดไม่ได้อีกเลย”
ใครจะปฏิเสธความอร่อยแบบนี้ได้? อย่างน้อยเขาก็คนนึงล่ะที่ไม่ปฏิเสธ!
ผู้ชมแต่ละคนก้มหน้าก้มตาแย่งกันกิน ยิ่งกินก็ยิ่งตื่นเต้น ยิ่งกินก็ยิ่งอยากกิน จนวุ่นวายเสียจนไม่มีเวลาแม้แต่จะพิมพ์คอมเมนต์
เมิ่งหนานซวี่หยิบน้ำผลไม้ที่แช่เย็นไว้ในตู้คุมอุณหภูมิออกมาวางบนโต๊ะ
“นี่คือน้ำแตงโมที่ฉันทำไว้เมื่อเช้าค่ะ ทานคู่กับหม้อไฟเข้ากันได้ดีมากเลยนะคะ”
หลังจากหม้อไฟรสเด็ดลงท้องไปแล้วตามด้วยน้ำแตงโมเย็นเจี๊ยบ ทุกคนต่างถอนหายใจออกมาด้วยความอิ่มเอมใจ
มีความสุขที่สุด!
และในวินาทีนี้เอง ที่คนจำนวนมากเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของอาหาร
สารอาหารเหลวที่จืดชืดไร้รสชาติครอบงำชีวิตพวกเขามานานเกินไป จนกระทั่งวันนี้ที่ได้กินหม้อไฟ พวกเขาถึงกับรู้สึกอยากจะหลั่งน้ำตาออกมา
ชีวิตต้องการรสชาติอาหารมาขัดเกลา และพวกเขาก็ต้องการอาหารเลิศรสจริง ๆ
เมิ่งหนานซวี่เดินออกจากครัวเงียบ ๆ ในห้องนั่งเล่น เว่ยเชิงโม่และวายร้ายตัวน้อยทั้งสองกำลังรอเธออยู่
หม้อไฟบนโต๊ะคือส่วนที่เมิ่งหนานซวี่แบ่งออกมาเมื่อครู่ ตอนนี้มันกำลังแผ่ไอความร้อนรอการมาถึงของเธอ
“อาสะใภ้ พวกเรารออาคนเดียวเลยครับ!” เว่ยเชิงไป๋โบกมือเรียกเธอ ใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“ผมดื่มน้ำแตงโมไปสองแก้วแล้วเนี่ย!”
เมิ่งซางลู่เทน้ำแตงโมใส่แก้วให้เธอเงียบ ๆ
อาสะใภ้มาแล้ว ก็เริ่มกินกันได้เลยครับ!
เว่ยเชิงโม่ดวงตาเป็นประกาย เขาลุกขึ้นมาจูงมือเธอ: “ผลตอบรับจากการไลฟ์ดีมาก แผนการโปรโมตของคุณกับอาเยว่ต้องไม่มีปัญหาแน่นอน”
เมิ่งหนานซวี่ยอมให้เขาจูงไปที่โต๊ะอาหาร แววตาของเธอเต็มไปด้วยความอ่อนโยนอย่างไร้ขีดจำกัด
การกินหม้อไฟคนเดียวเป็นเรื่องที่เหงามาก โชคดีที่ในห้วงเวลาที่แปลกประหลาดนี้ เธอได้มีครอบครัวอีกครั้ง
ดีจริง ๆ
[ฉันขอประกาศว่า ตั้งแต่นี้ไป หม้อไฟคืออันดับหนึ่งในใจของฉัน!]
[ตอนนี้ฉันเริ่มกลัดกลุ้มแล้ว ถ้าไม่มีรสชาตินี้ ชีวิตหลังจากนี้ฉันจะอยู่ไปยังไง?]
[พี่สาวสตรีมเมอร์คะ เรามาตกลงกันหน่อยได้ไหม เปิดไลฟ์ทุกวันเลยได้เปล่า ฉันดื่มสารอาหารเหลวไม่ลงแล้วจริง ๆ ค่ะ]
[ใจเย็น ๆ นะ เดี๋ยวพี่สาวก็คงจะแจกสูตรอาหารให้เองแหละ พวกเธอไปทำกินเองที่บ้านก็ได้]
[เธอคิดว่าฉันไม่อยากทำเหรอ แต่ฉันมันพวกมือพิการทำอาหารไม่เป็นน่ะสิ!]
[ฉันก็ด้วย]
[ขอร้องล่ะพี่สาว เปิดร้านเถอะ ฉันขอฝากชีวิตไว้กับสิ่งนี้เลย]
หลังจากอิ่มหนำสำราญ คอมเมนต์ในห้องไลฟ์ก็เริ่มทยอยกลับมามากขึ้น คนแปลกหน้านับไม่ถ้วนที่อยู่ห่างไกลกันหลายล้านปีแสงเริ่มแบ่งปันความรู้สึกของตนเอง
แต่ไม่ว่าจะคุยเรื่องอะไร สุดท้ายก็มักจะวกกลับมาถามว่าสตรีมเมอร์จะเปิดร้านไหม
เมิ่งหนานซวี่เดินกลับเข้ามาหยิบเนื้อ ในตอนที่เห็นข้อความนี้ เธอก็ยิ้มแล้วกล่าวว่า: “งั้นฉันก็จะเปิดร้านจริง ๆ แล้วนะคะ”
“ร้านหม้อไฟ ‘หงหงหั่วหั่ว’ อีก 3 วันข้างหน้า เตรียมตัวมารับความอร่อยกันได้เลยค่ะ”