หน่วนหยาง... ทารกมังกรผู้บันดาลสุข - บทที่ 107 กลับตัวกลับใจเข้าร่วมพุทธศาสนา
บทที่ 107 กลับตัวกลับใจเข้าร่วมพุทธศาสนา
ร่างของเทพมังกรน้อยปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า คนในหมอกดำเห็นดังนั้นจึงตะโกนขึ้น “แสดงร่างที่แท้จริงออกมาแล้ว! เทพมังกรน้อยของเจ้าคงร้อนใจแล้วสินะ!”
น่าเสียดายที่ร่างโปร่งแสงกับไม่หวั่นไหวต่อคำพูดของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย
น่าขันเสียจริง! สงครามแห่งความเป็นความตายในครั้งนี้แทบไม่ต้องเดาว่าใครแพ้ใครชนะด้วยซ้ำ
เขาถึงกับรู้สึกสงสัยในใจเป็นครั้งแรก ว่าที่เผ่าปีศาจอยู่ใต้อำนาจของแดนเทพเสมอมานั้นเป็นเพราะความไม่ฉลาดเช่นนี้หรือไม่
ณ ลานบ้าน มนุษย์ปีศาจเริ่มไม่ยอมถูกแส้ฟาดฝ่ายเดียวอีกต่อไป
“เหล่าปีศาจจงแสดงตน!”
หลังจบเสียงคำรามนั้น สิ่งมีชีวิตมากมายในแดนปีศาจก็ปรากฏตัวขึ้นทันที
ความรู้สึกเย็นยะเยือกราวกับจุดเยือกแข็งแผ่กระจายออกไปในค่ายกล หากเป็นคนธรรมดาทั่วไปคงจะกลายเป็นน้ำแข็งไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งมีชีวิตจากแดนปีศาจยังน่าเกลียดน่ากลัว หากใครได้เห็นมันคงจะตกใจจนสิ้นสติไปแล้ว
น่าเสียดายที่พวกมันมาเจอกับเทพมังกรน้อยที่อาจทำให้เผ่าปีศาจตกใจกลัวเสียเอง
“หากเจ้าฝึกฝนอีกสักแปดพันปี ข้าอาจจะยอมเล่นด้วยนานกว่านี้!”
ตอนแรกมนุษย์ปีศาจมองว่าเทพมังกรน้อยแค่พูดจาโอ้อวด
ทว่าเมื่อฟาดแส้ลงมาอีกครั้ง ร่างของเหล่าปีศาจที่กำลังล่องลอยอยู่บนฟ้ากลับถูกสายฟ้าฟาดหายไปกับสายลมในทันที
หากบัดนี้เขาไม่ยอมรับว่าแส้เส้นนั้นมีผลกับเผ่าปีศาจ เขาคงจะกลายเป็นคนโง่เขลาที่สุดในใต้หล้าแล้ว
“หากเจ้าโตกว่านี้ สมองอาจจะใช้งานได้ดีกว่านี้ด้วยเช่นกัน”
หน่วนเป่าไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเผ่าปีศาจจึงรีบพาคนโง่เง่าเช่นนี้กลับไป พวกเขาไม่มีผู้อื่นให้ใช้งานแล้วหรือ?
เป็นครั้งแรกที่นางเริ่มเกิดความสงสัย ว่าที่เผ่าปีศาจอยู่ใต้อำนาจของแดนเทพเสมอมานั้นเป็นเพราะความไม่ฉลาดเช่นนี้หรือไม่
หน่วนเป่าและร่างโปร่งแสงมีความเห็นพ้องต้องกันอย่างแปลกประหลาด
แม้ว่าหลินเหลียงเถียนจะมีอายุจริงเพียงสิบขวบ ทว่าเขาฟังออกว่านั่นคือคำพูดดีหรือร้าย
คำพูดดูหมิ่นนั้นกระตุ้นให้มนุษย์ปีศาจแสดงท่าไม้ตายออกไปทันที
วังน้ำวนปรากฏขึ้นตรงกลางระหว่างทั้งสอง และยังมีหมอกดำลอยออกมาอย่างไม่สิ้นสุด
อุ้งเท้าใหญ่ยักษ์ยื่นออกมาจากวังน้ำวนนั้น ก่อนจะพยายามเบียดออกมาอยู่นาน จากนั้นอุ้งเท้าอีกข้างไขว่คว้าทางออกและฉีกทึ้งอย่างแรง
ปีศาจร้ายหน้าตาน่ากลัวปรากฏขึ้นตรงหน้า แม้แต่มนุษย์ปีศาจยังรู้สึกตกใจอยู่ไม่น้อย เขามองหน่วนเป่าพลางยิ้มอย่างภาคภูมิ โดยหวังว่าจะได้เห็นสายตาหวาดกลัวจากนาง
ทว่าหน่วนเป่ากลับมองด้วยสายตาสนุกสนานราวกับดูละคร
หลังจากที่ปีศาจร้ายตนนั้นก้าวออกมา จึงหันไปหาผู้อัญเชิญทันที “ผู้ใดเรียกหาข้า? ข้าขอบอกไว้ก่อนนะว่าข้าไม่ฆ่ามนุษย์! เอ๊ะ! มนุษย์ปีศาจ?”
แม้จะไม่ยินยอมนัก แต่มนุษย์ปีศาจถือว่ามีตำแหน่งสูงที่สุดในเผ่าปีศาจ มันจึงยอมคุกเข่าทำความเคารพหลินเหลียงเถียน
“ฆ่านางซะ! ฉีกทึ้งนางออกเป็นชิ้น ๆ” หลินเหลียงเถียนกัดฟันกรอด
“ฮ่า ๆ ๆ” เสียงหัวเราะเล็ก ๆ ของหน่วนเป่าทำให้บรรยากาศในค่ายกลดูสงบลง ความน่ารักชนะทุกสิ่งดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริง
“เจ้าหัวเราะอะไร คอยดูแล้วกัน!” หลินเหลียงเถียนหันไปออกคำสั่งกับปีศาจร้าย “รีบฆ่าน่างซะ!”
ทว่าเขาไม่ทันสังเกตว่าตอนที่ปีศาจร้ายได้ยินเสียงหน่วนเป่านั้นจู่ ๆ ก็ตัวแข็งทื่อ มันพยายามหันไปมองหน่วนเป่า แต่กลับได้ยินเสียงที่ลำคอดัง “แกร๊ก!”
“อย่างมันเนี่ยนะ?” หน่วนเป่าพูดอย่างไม่ใส่ใจ
ในขณะที่ปีศาจร้ายกำลังจะก้าวขาเดิน หน่วนเป่าก็พูดด้วยน้ำเสียงข่มขู่ “เจ้าลองวิ่งดูสิ”
มนุษย์ปีศาจมองภาพตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ ทว่าปีศาจร้ายพลันคุกเข่าลงตรงหน้าหน่วนเป่าในทันที “เทพมังกรน้อย ปล่อยข้าไปเถิด ข้าไม่ได้ทำเรื่องเลวร้ายอันใดเลย”
ปีศาจร้ายที่มีสถานะสูงส่งในเผ่าปีศาจกำลังพูดว่าตนไม่ได้ทำเรื่องเลวร้าย นี่เป็นเรื่องที่ไร้สาระที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมาเลย!
มนุษย์ปีศาจถึงกับสงสัยว่าตนอัญเชิญปีศาจร้ายตัวปลอมมาหรือไม่
“ไปอยู่ตรงโน้นเลย ไว้เราค่อยคุยเรื่องราวที่ผ่านมา ทบทวนกันว่าช่วงนี้เผ่าปีศาจมีอะไรน่าอร่อยบ้าง”
หน่วนเป่าชี้ไปที่มุมหนึ่ง ปีศาจร้ายจึงรีบไปนั่งคุกเข่าทันที
“ฮ่า ๆ ๆ นี่น่ะหรือเผ่าปีศาจ!” ร่างโปร่งแสงบนท้องฟ้าหัวเราะจนเห็นฟันขาวเป็นครั้งแรก
คนในหมอกดำขมวดคิ้วแน่น อย่างน้อยมนุษย์ปีศาจก็ปลอดภัยดีไม่ใช่หรือ
ขอแค่ให้เวลาพวกเขาเสียหน่อย มนุษย์ปีศาจก็จะสามารถเติบโตได้จนเกินหยั่ง
ครั้งนี้เขาทุ่มเทไปมากในการมารับตัวมนุษย์ปีศาจ ทว่าบัดนี้กลับรู้สึกไม่แน่ใจนัก เป็นเพราะคนอื่นไม่เร็วเท่าเขา จึงทำให้เขาได้รับ ‘โอกาสดี’ เช่นนี้หรือ?
หลินเหลียงเถียนเริ่มมีความคิดอยากจะถอย จึงพูดขึ้นว่า
“หน่วนเป่าสินะ ข้าไม่รู้หรอกว่าเจ้าคือใคร แต่เจ้าช่วยปล่อยข้าไปได้หรือไม่? ข้าไม่ได้ทำร้ายคนรอบตัวของเจ้าแม้แต่น้อย”
“ความจริงเจ้าน่ะเกลียดคนในตระกูลใช่หรือไม่ บัดนี้พวกเขาตายไปหมดสิ้น ไม่เหลือแม้แต่คนเดียว ถือว่าข้าได้ช่วยเหลือให้เจ้าสมปรารถนาถูกหรือไม่!”
หน่วนเป่าฟังหลินเหลียงเถียนร่ายยาวโดยไม่ไหวติง
อาจเป็นเพราะเห็นหน่วนเป่ายืนนิ่งเฉย เขาจึงกลับมาดุร้ายอีกครั้ง “หากเจ้ายอมปล่อยข้าไป ข้ารับประกันว่าครอบครัวของเจ้าจะปลอดภัยแน่นอน ไม่เช่นนั้นเจ้าลองคิดดูว่าสุนัขเหล่านั้นมีจุดจบเช่นไร!”
แม้จะยกเอาจุดจบอันน่าเศร้าของสุนัขขึ้นมาข่มขู่ ทว่าหน่วนเป่กลับไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย
ปีศาจร้ายที่คุกเข่าอยู่ลอบยิ้ม มนุษย์ปีศาจงั้นหรือ? ต่อให้มีอีกร้อยตนหมื่นตนก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเทพมังกรน้อยหรอก
เฮ้อ เผ่าปีศาจสิ้นสุดลงตรงนี้แล้ว!
เมื่อคิดดังนั้น เขาจึงหยิบสร้อยลูกประคำกับมู่อวี๋*[1] ออกมาเคาะเสียงดัง “ป๊อก ๆ ๆ”
เสียงนั้นดึงดูดให้หน่วนเป่าและมนุษย์ปีศาจหันไปมองอย่างพร้อมเพรียงกัน ใครจะรู้ว่าจู่ ๆ ปีศาจร้ายกลับตัวกลับใจพร้อมกับท่องบทสวดมนต์ด้วยความจริงจัง
ร่างโปร่งแสงที่อยู่บนท้องฟ้าหัวเราะจนแทบหมดเสียง นี่มันอะไรกัน ปีศาจร้ายกำลังสวดมนต์เนี่ยนะ?
คนในหมอกดำเกือบจะเข่าทรุด เขาเดินออกมาจากหมอกดำในทันที
ก่อนจะชี้หน้าด่าปีศาจร้ายตนนั้น “มันเสียสติไปแล้ว! ข้าได้ยินมาว่ามันพ่ายแพ้ให้กับเทพองค์หนึ่ง จนสุดท้ายเดินทางไปยังดินแดนพุทธศาสนา แต่พวกเขาไม่ยอมรับมัน!”
จากนั้นจึงนึกถึงท่าทีที่ปีศาจร้ายมีต่อหน่วนเป่า “หรือว่าเทพองค์นั้นคือเทพมังกรน้อย?”
เขาไม่รู้ความสามารถที่แท้จริงของหน่วนเป่าคืออะไร แต่บอกได้เพียงว่าแม้ตัวเขาเองยังไม่สามารถเอาชนะปีศาจร้ายตนนั้นได้
ปีศาจร้ายระดับสูงเช่นนี้มีสถานะสูงส่งในเผ่าปีศาจไม่น้อย ไม่เช่นนั้นไม่ต้องพูดถึงการกลับตัวกลับใจเข้าร่วมพุทธศาสนาเลย เพียงแค่ย่างก้าวเข้าไปในดินแดนพุทธศาสนาก็อาจสลายกลายเป็นผุยผง
แต่เขาไปแล้วยังกลับมาได้
ไม่เพียงแต่กลับมาเท่านั้น แต่ยังเริ่มสวดมนต์ทุกวัน
โดยไม่เป็นอะไรแม้แต่น้อย
ปีศาจร้ายแข็งแกร่งถึงเพียงนี้
แล้วเทพที่ทำให้มันกลับตัวกลับใจจะต้องแข็งแกร่งเพียงใด
ในขณะนั้นเองเขาก็ตระหนักได้ว่า เหตุผลที่ไม่มีใครมาที่นี่ นั่นเป็นเพราะอยากรังแกเด็กใหม่ที่ไม่รู้เรื่องราวก่อนเก่าอย่างเขานี่เอง!
อีกด้านหนึ่ง มนุษย์ปีศาจเริ่มเกิดความสงสัยว่าตนเองตื่นขึ้นด้วยวิธีการไม่ถูกต้องใช่หรือไม่
จึงทำให้ไม่อยากกลับไปยังแดนปีศาจอีกแล้ว
หน่วนเป่ายิ้มกว้างพลางพูดว่า “รู้สึกราวกับโดนดับฝันเลยใช่หรือไม่?”
จากนั้นจึงตวัดแส้ออกไป “ข้าจะส่งเจ้าไปหาพระ สัมมาสั มพุทธเจ้าเดี๋ยวนี้!”
แส้สีดำสนิทบัดนี้กลับกลายเป็นสายฟ้า และยังส่งเสียงประจุไฟฟ้าอยู่ตลอดอีกด้วย
มนุษย์ปีศาจคิดว่าหน่วนเป่าจะฟาดแส้ลงมาที่ตัวเขาโดยตรง ทว่านางกลับทำท่าหลอก
แส้นั้นลอยออกไปไกล ก่อนจะกลายเป็นสายฟ้ามากมายนับไม่ถ้วนทั่วทั้งท้องฟ้า
จากนั้นสายฟ้าได้กลายเป็นตาข่ายยักษ์ขนาดใหญ่ตกลงมาปกคลุมตัวเขา
“หลินเหลียงเถียน วันนี้คือวันตายของเจ้า!”
คนที่อยู่บนท้องฟ้าอยากจะช่วย ทว่ากลับถูกตรึงไว้ จึงทำได้เพียงมองมนุษย์ปีศาจถูกหั่นจนแหลกเป็นชิ้น ๆ
และมนุษย์ปีศาจก็สิ้นใจตายไปเช่นนั้น!
เขาคิดว่าจะมารับมนุษย์ปีศาจกลับไปสถาปนาแดนปีศาจขึ้นใหม่อีกครั้ง รอคอยวันที่จะได้กลายเป็นใหญ่
บัดนี้ความหวังที่มีมาหลายปีกลับดับวูบลง
เขาแทบไม่เหลือความคิดอยากมีชีวิตอยู่ กระทั่งไม่หลบหลีกดาบของร่างโปร่งแสงอีกแล้ว
ณ ลานบ้าน หน่วนเป่ากำลังนั่งกินของอร่อยจากแดนปีศาจที่ปีศาจร้ายมอบให้ ส่วนปีศาจร้ายกำลังถือไม้กวาดทำความสะอาดสมรภูมิเมื่อครู่
ใครจะคิดว่าจะได้เห็นภาพเช่นนี้?
[1] มู่อวี๋ คือ ไม้แกะสลักรูปลักษณ์คล้ายปลา ใช้ในกิจกรรมทางศาสนา เช่น เคาะเวลาท่องบทสวดมนต์