Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 119 ปลอบโยน

  1. Home
  2. หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก
  3. 119 ปลอบโยน
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

119 ปลอบโยน

เมื่อได้ฟังคําเตือนของจ้าวเข่อหวั่น ซุ่นอี้เหนียงถึงกับรู้สึกหนาววาบ ไปทั้งแผ่นหลัง นางไม่เคยคิดเลยว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ตนจะถูกใครบาง คนวางหมากล้อมเอาไว้เงียบ ๆ โดยไม่รู้ตัว ที่น่าขันยิ่งกว่านั้น คือ นางยังเคย คิดแทนอีกฝ่าย เคยสงสาร เคยเห็นใจเสียด้วยซ้ํา คิดถึงตรงนี้ ชุน เหนียงก็

ถอนหายใจยาว แววตาเจือความขมขื่น

“ไม่คิดเลยจริง ๆ ว่าข้าจะถูกคํานวณเอาไว้ทุกย่างก้าว โชคดีเหลือเกิน ที่หลายวันมานี้ ข้าอ้างป่วย ไม่ไปตามนัดของนาง หากวันนั้นข้าโง่เขลาไป จริง ๆ … ป่านนี้คงไม่ได้มานั่งคุยกับคุณหนูใหญ่อย่างสงบเช่นนี้แล้ว”

จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง สีหน้าเรียบสงบ

“วันนี้ที่ข้ามา ก็เพื่อเตือนท่านโดยเฉพาะ ช่วงนี้ควรเว้นระยะจากอนุ หลิวไว้ให้มากที่สุด หากนางคิดจะโยนความผิดใส่ใครสักคน ท่านจะได้ไม่ กลายเป็นแพะรับบาป”

ชุน เหนียงพยักหน้า สีหน้าหนักแน่นขึ้นเล็กน้อย

“ข้าเข้าใจแล้ว ต่อจากนี้ หากนางเรียก ข้าจะอ้างป่วยทั้งหมด”

จ้าวเข่อหรันยิ้มปลอบ

“ท่านไม่ต้องกังวลนัก เรื่องนี้คงไม่ยืดเยื้อนานนัก ครรภ์ของนาง… ทนได้อีกไม่นาน อย่างมากก็เดือนเดียว เด็กคนนั้นคงไม่อยู่”

คําพูดนั้นราบเรียบจนเหมือนเอ่ยถึงใบไม้ร่วง ชุน เหนียงหัวเราะ

เบา ๆ อย่างขมขื่น

พวกเรากําลังพูดถึงชีวิตของเด็กคนหนึ่ง… กลับพูดได้เรียบเฉยเช่น

นี้ ช่างน่าหดหู่เสียจริง”

จ้าวเข่อหรันมองนางนิ่ง ๆ แววตาลึกซึ้ง

“อีเหนียง ข้ารู้ว่าท่านเป็นคนอ่อนโยน ใจดี ไม่ชอบแก่งแย่ง แต่ที่นี่ คือจวนใท่อ ที่นี่ไม่ใช่วัดวาอาราม ความดีเพียงอย่างเดียวเอาตัวรอดไม่ได้ หากท่านใจอ่อนเกินไป สิ่งที่รออยู่ อาจไม่ใช่คําสรรเสริญ แต่คือหายนะ”

เข่อหรันหยุดชั่วครู่ ก่อนเอ่ยต่ออย่างแผ่วเบา

“ต่อให้ท่านไม่คิดถึงตัวเอง อย่างน้อยก็ควรคิดถึงเฟิงเอ๋อร์”

คําพูดนั้นเหมือนหินก้อนเล็ก ๆ ตกลงในใจชุน เหนียง เกิดระลอก

ๆ

ๆ

คลื่นเงียบ ๆ ตลอดชีวิตที่ผ่านมา นางไม่เคยสนใจอ้านาจ ไม่เคยอยากแย่งชิง อะไรกับใคร คิดเพียงว่าไม่รบกวนใคร ก็ไม่มีใครรบกวนตน แต่วันนี้จึงเข้าใจ ว่า ต่อให้ไม่แย่ง ก็ใช่ว่าจะปลอดภัย

บางครั้ง… การไม่สู้ ไม่ได้แปลว่าถูกปล่อยผ่าน แต่กลับถูกมองว่าอ่อน แอ น่ารังแก หากครั้งนี้ไม่มีคุณหนูใหญ่มาเตือน นางคงถูกลากลงเหวโดยไม่ รู้ตัว ชุน เหนียงเงียบไปนาน แววตาเริ่มเปลี่ยนไปอย่างช้า ๆ จ้าวเข่อหรันไม่ ได้พูดอะไรต่อ เพียงนั่งเงียบ ๆ ปล่อยให้นางคิดเอง

ๆ

บางเรื่อง เตือนได้ครั้งสองครั้ง แต่ไม่อาจคอยปกป้องตลอดชีวิต สายลมยามบ่ายพัดผ่านหน้าต่าง แผ่วเบาแต่ไม่อาจพัดความหนักอึ้งในใจให้

จางหาย

คั่าวันนั้น เพื่อแสดงความ “ห่วงใย” จ้าวชง จึงมีคําสั่งให้ร่วมโต๊ะ อาหารกันทั้งครอบครัว มีเพียงสี่คนเท่านั้น จ้าวชง ฉันเชียง เหอ จ้าวเข่อหรัน และเจ้าวเข่อเหริน หากเป็นเมื่อก่อน ต่อให้ จ้าวเข่อหรันนหายไปห้าเดือน เขาก็อาจไม่รู้ด้วยซ้ํา แต่วันนี้ต่างออกไป บัดนี้นางคือ “จวิ้นจี่” ผู้ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ มีพระราช ดํารัสของฮ่องเต้รับรองอนาคต ลูกสาวคนนี้… อาจกลายเป็นบันไดขั้นสําคัญ ของเขา โต๊ะอาหารเต็มไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ฉันเชียงเรือสีหน้าเรียบเฉย ราวกับเรื่องบ่ายวันนี้ไม่เคยเกิดขึ้น นางเอ่ยถามไถ่ด้วยน้ําเสียงอ่อนหวาน ดู เหมือนมารดาผู้เปี่ยมรัก

แต่จ้าวเข่อหรันรู้ดี บางสิ่งแตกไปแล้ว และไม่อาจซ่อมได้ ความห่วง ใยในวันนี้…. มีเพียงถ้อยคํา ไม่มีหัวใจ นางไม่รู้ว่าควรรู้สึกเสียใจหรือโล่งใจดี ส่วนจ้าวเข่อเหริน แม้จะยิ้มหวานตลอดมื้อ แต่ในแววตาแฝงความไม่พอใจ ที่ผ่านมา บิดามารดาล้วนเอียงมาทางนางเสมอ แต่วันนี้ บิดากลับแสดงท่าที

เอาใจจ้าวเข่อหรันชัดเจน

ความสําคัญ… กําลังถูกแย่งไปต่อหน้า แต่จ้าวเย่อเหรินไม่ใช่คนโง่ ใน ยามที่ข่าวเรื่องการหมั้นหมายของตนกําลังเป็นที่วิพากษ์ทั่วเมือง นางย่อมไม่ อาจก่อเรื่องอีก ดังนั้นตลอดมื้ออาหาร จึงเต็มไปด้วยภาพพี่น้องรักใคร่ รอย มงดงาม แต่เย็นชาราวดอกเหมยกลางหิมะ

คืนนั้น เมื่อกลับถึงชุนฮุยหยวน จ้าวเข่อหรันรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างไม่ เคยเป็นมาก่อน นางไล่บ่าวไพร่ออกหมด แต่กลับนอนไม่หลับ จึงลุกมายืน ริมหน้าต่าง มองดวงจันทร์ที่ค่อย ๆ แหว่งลงหลังเทศกาลใหว้พระจันทร์ จากดวงกลมเต็มดวง กลายเป็นเพียงเสี้ยวคล้ายเคียว เหมือนครอบครัวที่ เคยคิดว่าสมบูรณ์ แท้จริงแล้ว… ไม่เคยเต็มเลย

นางรู้ดี วันนี้เรื่องทั้งหมดเลี่ยงได้ หากยอมอยู่ทานข้าวกลางวันที่ เรือนชิงเหอ ทุกอย่างคงสงบ แต่เมื่อเห็นสายตาเหมือนกําลัง “หยิบยื่น ความใกล้ชิดให้ราวกับทําบุญ ในใจนางกลับลุกเป็นไฟ

“ดูท่าข้ายังฝึกตนไม่พอ…”

เข่อหรันหัวเราะเยาะตัวเองเบา ๆ ปั้นหน้าลูกกตัญญูมานาน สุดท้าย ก็แตก ดูเหมือน…. นางไม่มีวาสนาได้ลิ้มรสความรักของแม่จริง ๆ ความรู้สึก สูญเสียบางอย่างก่อตัวเงียบ ๆ ไม่อาจคว้า ไม่อาจย้อนกลับ และไม่อาจ หลอกตัวเองได้อีก

ๆ

ประตูเปิดออกอย่างไร้เสียง คนที่ก้าวเข้ามาคือฮือ ชวี่ เขามองเห็น นางยืนเหม่ออยู่ใต้แสงจันทร์ สีหน้าเหมือนแข็งแรง แต่ในแววตาเต็มไปด้วย ความอัดอั้น หัวใจเขาปวดร้าว เรื่องบ่ายวันนี้ เขารู้หมดแล้ว อยากอยู่ข้าง นางตั้งแต่แรก แต่ในสายตาคนนอก เขากับนางไม่มีความเกี่ยวข้อง

จนค่ําาเช่นนี้ … จึงกล้ามา เขาเดินเข้าไปเงียบ ๆ ลูบผมนาง เบา ๆ จ้าวเข่อหรันสะดุ้ง ก่อนหันมา เมื่อเห็นเขา ก็เพียงยิ้มบาง

“ท่านมาแล้ว”

น้ําเสียงเรียบ แต่คุ้นเคยอย่างลึกซึ้ง ชื่อชวี่ดึงนางเข้ากอด

“ข้ามาแล้ว มาหาเจ้า”

เพียงประโยคสั้น ๆ กลับทําให้นางแทบกลั้นน้ําตาไม่อยู่

“อยากร้องก็ร้องเถิด”

เขากระชิบ “อย่าฝัน

“ข้าไม่ร้อง…”

นางตอบปากแข็ง แต่น้ําตากลับใหลไม่หยุด

“ข้าเตรียมใจไว้แล้ว ไม่ได้เสียใจอะไรทั้งนั้น”

ยิ่งปฏิเสธ ยิ่งเห็นชัดว่าเจ็บเพียงใด เขาเพียงกอดแน่นขึ้น ลูบหลัง เบา ๆ ไม่เอ่ยปลอบฟุ่มเฟือย ในอ้อมกอดนั้น จ้าวเข่อหรันปล่อยทุกอย่างที่ กดทับออกมาเงียบ ๆ ที่เคยบอกตัวเองว่าไม่สนใจ ไม่ต้องการความรัก ล้วน

เป้นค้าโกหก

เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา ทุกเกราะที่สร้างไว้ก็พังทลาย ครู่ใหญ่ นางจึงผละ ออก เห็นเสื้อเขาเปียกชื้น ก็หน้าแดงอย่างเขินอาย เขากลับไม่ทันสังเกต

เลย สายตาเขามีแต่นาง

แส

“อืยินหรือยัง”

“อืม….” นางยิ้มจาง “ร้องแล้วสบายใจขึ้นมาก

เขานั่งลงบนเก้าอี้ริมหน้าต่าง ดึงนางนั่งบนตักโดยไม่ให้ตั้งตัว นาง

ตกใจจะลุก แต่เขาเอ่ยเสียงต่ําา

อกเยา

“อย่าดื้อ”

ไม่รู้เพราะตกใจ หรือเพราะอ้อมกอดนั้นอบอุ่นเกินไป นางหยุดนิ่งใน

“วันนี้เจ้าไม่เหมือนเดิม”

เยาเอ่ยเบา ๆ จ้าวเย่อหรันหัวเราะยม

ๆ

“ข้ารู้มาตลอดว่าในสายตาท่านแม่ มีแต่จ้าวเย่อเหริน แต่วันนี้ข้าเพิ่งรู้

ว่า ข้ายังมีความแค้นอยู่

นางเล่าถึงคําชวนทานข้าวที่ฟังเหมือนการหยิบยื่นบุญคุณ

“เหมือนข้าต้องรอรับเศษความสนใจจากนาง…”

เสียงนางแผ่วลง

“และวันนี้ที่ท่านพ่อเอาใจข้า ก็เพราะตําแหน่งจวิ้นคู่กับคํารับสั่งของ

ฮ่องเต้เท่านั้น”

อือกูชวี่กอดแน่น น

“พวกเขาไม่เห็นค่าเจ้า เป็นเพราะตาบอดเอง”

นํ้าเสียงเขาเรียบ แต่แฝงความเดือดดาลเย็นยะเยือก

“สักวัน… พวกเขาจะเสียใจ” จ้าวเข่อหรันยิ้มทั้งนํ้าตา

“ข้าไม่ต้องการความรักที่มีเงื่อนไขหรอก ขอแค่มีท่านอยู่ข้าง ๆ ก็

พอ”

เยามองนางล็ก ง

“สําหรับข้า การรักเจ้าไม่ใช่บุญคุณ ไม่ใช่หน้าที่ แต่คือสิ่งที่ข้าเลือกทํา ทั้งชีวิต ข้าจะรักเจ้าให้มากพอ แทนส่วนที่เจ้าไม่เคยได้รับ” คําพูดนั้นไม่หวานเลี่ยน แต่หนักแน่นราวคําสัตย์สาบาน ใต้แสง จันทร์ที่แหว่งลงเรื่อย ๆ สองเงารวมเป็นหนึ่งเดียว โลกภายนอกอาจเต็มไป

ๆ

ด้วยการค้านวณ เล่ห์กล และรอยยิ้มปลอม แต่ในอ้อมกอดนี้ อย่างน้อย…..

ยังมีความจริงใจหนึ่งเดียวที่ไม่ต้องแสร้งทํา

และสําหรับจ้าวเข่อหรัน นั่น… ก็เพียงพอแล้ว

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "119 ปลอบโยน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

600ff4f0qBTFsl5k
เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า
07/07/2026
62a31afafXRc2lUM
อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว [ 坑爹儿子鬼医娘亲 ]
23/06/2024
novelpdfrh4
ท่านบัณฑิตเจ้าขา… ข้ามาแต่งแทน พร้อมระบบสุดป่วน!
08/07/2026
6311cee2FNEFaBp0
ทรราชหญิงเจ้าหัวใจจักรพรรดิมาร
05/03/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.