เป่ยจิน ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย - ตอนที่ 1 บทนำ ข้าไม่ทำ !!!
เจียจิน เด็กน้อยวัย5 ขวบหนาว ที่ตอนนี้กำลังนั่ง
มองท่านพ่อ หามน้ำเข้าแปลงนา อยู่ใต้ต้นหลิว ตั้งแต่
จำความได้ เจียจินก็จำได้ว่า ยามลืมตาตื่นขึ้นมา ก็เห็น
สีหน้าแห่งความยินดีของท่านพ่อและท่านแม่ ที่เบ่ง
คลอดข้าออกมา
ท่านพ่อท่านแม่ ตั้งชื่อให้ข้าว่า “เจียจิน” จินที่
แปลว่า ทองคำ ตอนแรกข้าก็ไม่สงสัยอะไรเพราะ สกิ
ลการแปลของข้ามันจะพัฒนาการตามวัย เรื่องการอ่าน
การพูด แล้วก็การแปลความหมาย
ยามข้าโตขึ้นอายุได้เกือบ3 หนาว ด้วยความที่ข้า
เป็นเด็กฉลาด อิอิ ข้าจึงเอ่ยถามท่านแม่ไปว่า ชื่อของข้า
นั้นแปลว่าอะไร ซึ่งท่านแม่คนงามของข้าก็ทำเพียงหัน
มามองและยิ้มบางให้แก่ข้า และตอบว่าความหมายของ
มันคือทองคำ ข้าจึงคิดได้ว่าท่านพ่อท่านแม่คงอยากให้
ข้าร่ำรวย ฮ่า ๆ
ซึ่งหลังจากที่ข้าคลอดออกมา คนที่ยินดีด้วยคงมิ
พ้นท่านปูั่ท่านย่าของข้าแน่นอน เพราะอะไรนะหรือ หึ
หึ ก็เพราะพอข้าคลอดออกมาทั่วทั้งบ้านก็มีแต่เสียง
เปล่งคำยินดี เช่นนั้น ยินดีเช่นนี้ออกมามิหยุดหย่อน
‘อืม…ข้าคิดว่างั้นนะ’ เพียงแต่ไม่นานหลังจากที่
หมอตำแยเอ่ยปากออกไปว่าข้าเป็นเด็กผู้หญิง แค่เสี้ยว
วินาทีจริงๆ รอยยับย่นบนใบหน้าจากการยิ้มแย้มยินดี
ก็แปรเปลี่ยนเป็นเสียงก่นด่าของผู้เป็นท่านย่า เนื่องจาก
ครอบครัวคนจีนในสมัยโบราณ ยังคงยึดหลักบุตรชาย
บุตรสาว
หลังจากนั้นมา ก็ไม่เคยจะมีวันไหนที่ข้าจะไม่ได้ยิน
เสียงก่นด่าตามหลังจากท่านย่า วันไหนที่ท่านพ่อของข้า
ไม่อยู่ก็จะใช้งานข้า เด็กน้อยตัวเล็กๆที่การเจริญเติบโต
ไม่เป็นไปตามวัย ให้ทำนู่น ทำนี่ไม่หยุด
ถามว่าทำไมข้ายอม…‘ข้า ไม่ ได้ ยอม !!!’ ก่อนหน้า
นั้นข้าก็คิดเช่นเดียวกัน ทำไมนางเอกในนิยายถึงยอมให้
บรรดาญาติๆ โขกสับอยู่ได้ ไม่สู้คนล่ะ
พอข้าเข้ามาอยู่จริงๆ แล้ว ถึงได้ตระหนักและรับรู้
อย่างแจ่มแจ้งไปเลยละว่า ถ้าเกิดมาจน แถมไม่มี
หนทางไป โชคชะตาไม่ได้เข้าข้าง แบบที่หยิบหินแล้ว
ด้านในเป็นทองละก็ ฝันไปเหอะ ที่จะลุกขึ้นมาต่อต้าน
สิ่งไม่ดีรอบตัวได้ในทันที
แถมอีกอย่างถึงข้าจะอยากสู้แค่ไหน ในความเป็น
จริงที่แม้แต่ท่านพ่อท่านแม่ยังไม่เชื่อในตัวข้า ร่างกาย
เล็ก ๆ แค่นี้ จะเอาอะไรไปสู้ แค่เพียงวิ่งหนีจานข้าวที่
เขวี้ยงมาจากท่านย่าให้หลบพ้นก็เป็นบุญแค่ไหนแล้ว
ครั้นจะเถียงก็โดนเขวี้ยงของใส่ให้เจ็บตัวเล่นเปล่าๆ
ครั้นข้าจะเขวี้ยงของกลับไป ก็ไม่ได้อยู่ดี อย่างน้อยโลก
ใบนี้ก็มีสิ่งที่ยึดถือไว้อย่างกับผมบนหัว
ก็คือไอ้คำว่ากตัญูนั่นแหละ เห้อ…แต่บางครั้งที่
ข้าเหนื่อย หรือขี้เกียจทำจริงๆ ข้าก็แอบวิ่งหนีไปหา
ท่านพ่อนะ อิอิ
เมื่อไหร่ที่ข้าวิ่งไปหาท่านพ่อ ท่านย่าจะดุด่าข้า
กล่าวว่าข้าไร้ความเป็นกุลสตรี เหมือนมิได้ร่ำเรียน
หนังสือตามหลัก สี่คุณธรรม สามคล้อยตาม ยก
คุณธรรมต่างๆ ออกมาต่อว่าข้า ทั้ง ๆ ที่ข้าเพิ่งอายุ
เพียง5 ขวบหนาวเท่านั้น ข้าว่าท่านย่า ต้องลืมไปแล้ว
แน่ ๆ
“เจ้าเด็กไร้ประโยชน์ กลับมานี่นะ มาทำงานให้ข้า
จะวิ่งหนีไปไหน” ท่านย่าตะโกนด่าไล่หลังข้าออกมา
พร้อมเขวี้ยงของตามหลัง แต่ข้าน่ะมีสกิลโหดนะจะบอก
ให้ ในโลกก่อนข้าไปวิ่งมาราธอนบ่อยๆ ถึงแม้จะวิ่งเข้า
เส้นชัยคนสุดท้ายก็เถอะ
“ข้าจะไปหาท่านพ่อเจ้าค่ะ ท่านคงพ่อหิวน้ำมากๆ
เลยเชียว แดดร้อนถึงเพียงนี้อีกทั้งทำอยู่เพียงผู้เดียว
ท่านย่าเห็นด้วยหรือไม่เจ้าคะ” จินเออร์ เมื่อเห็นว่าวิ่ง
ออกมาไกลพอแล้ว จึงเลือกที่จะหยุดและหันกลับไปหา
ท่านย่า แล้วตะโกนตอบกลับไป พร้อมทำสีหน้าเศร้า
สร้อยออกมาหวังเพียงให้ท่านย่ามองเห็น ถึงแม้นางจะ
วิ่งออกมาไกลแล้วก็ตาม
“ไม่ต้องสาระแนแม่ของเจ้าก็อยู่ ตอนเที่ยงข้าจะให้
นางนำไปให้เอง ส่วนเจ้ากลับมาขนผ้าของอาเล็กไปซัก
เดี๋ยวนี้” ท่านย่าตะโกนกลับมา
“ไม่เจ้าค่ะ ท่านอาเล็กก็มีมือนี่หน่า ทำไมข้าต้องทำ
ให้ด้วย”
“เจ้าๆ ทำตัวเหมือนไร้การศึกษาเสียจริงนังเด็กไร้
ประโยชน์”
“เผื่อท่านย่าลืม ข้ามิได้เรียนหนังสือเจ้าค่ะ ท่านย่า
บอกว่าเปลืองเงินเปลืองทองมิใช่หรือ”
เรื่องในแต่ละวันของข้าก็เป็นเช่นนั้นแหละหนา
ส่วนท่านปูั่นั้นใช่ว่าจะเอ็นดูข้าไปมากกว่ากัน เพียงแต่
หน้าที่การจัดการภายในบ้านนั้นยกให้ท่านย่าจัดการ
แต่ก็ไม่เคยยื่นมือมาช่วยเหลือท่านพ่อและครอบครัวข้า
เลยสักครั้ง
จริงสิ ข้าลืมไป มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ท่านพ่อปั่วยหนัก
มาก นอนซมติดเตียงหลายวันเลยไม่สามารถออกไป
ทำงานได้ ท่านปูั่จึงยอมเอ่ยปากให้ท่านย่าตามหมอมา
รักษาท่านพ่อแม้ก่อนหน้านี้ข้าจะพยายามอ้อนวอนท่าน
ย่าและท่านปูั่เพียงใด
แต่หลังจากที่ท่านอาเล็ก น้องชายของท่านพ่อเอ่ย
ปากว่า เหนื่อยมาก หลังจากกลับจากทำงานแทนท่าน
พ่อที่นอนปั่วยอยู่ ท่านย่าข้าแทบจะโยนเศษเหรียญ
อีแปะออกมาให้ท่านแม่ข้าเพื่อให้ไปซื้อยามารักษาท่าน
พ่อ และไปซื้อเนื้อหมูมาทำอาหารให้ท่านอาเล็ก พูด
แล้วมันน่านัก เจ็บใจเสียจริงรอข้าโต กว่านี้สักหน่อย
เถอะ
ส่วนท่านย่านั้น แม้จะอยากทุบตีข้าเพียงใด แต่ยัง
เกรงใจท่านพ่อของข้าอยู่เล็กน้อย เลยไม่ทุบตีข้าต่อหน้า
ท่านพ่อ แต่ลับหลังนั้น ข้าเคยนอนซมอยู่หลายวัน
เช่นกัน
เวลาโดนทุบตี ถามว่าทำไมข้าไม่วิ่งไปหาท่านแม่นะ
หรือ ถ้าข้าไป ข้าก็นำภาระไปสู่ท่านแม่สิ ท่านแม่ของข้า
นะ ออกจะบอบบาง อ่อนแอ แต่เมื่อก่อนท่านแม่ข้าเล่า
ให้ฟังว่า ไม่เป็นเช่นนี้หรอกนะ แต่เพราะไม่อยากมี
ปัญหากับท่านพ่อจึงปรับตัวเองลง จะพูดว่าเพราะรัก
ท่านพ่อของข้าท่านแม่จึงต้องมานั่งน้ำตาไหลก่อนนอน
ทุกคืนก็ได้
“ท่านพ่อเจ้าขา มานั่งพักก่อนเถอะเจ้าค่ะ แดดแรง
มากๆ เลยเจ้าค่าา” เจียจินตะโกนเรียกผู้เป็นพ่อออกไป
เพราะตอนนี้ตะวันขึ้นตรงหัวแล้ว อีกสักพักท่านแม่จะ
มาส่งเสบียง
ส่วนข้านั้นถามว่าทำไมไม่อยู่กับท่านแม่ เพราะ
ท่านพ่อเกรงว่าหากอยู่บ้านใหญ่ข้าจะไม่ปลอดภัยนะสิ
“ได้ๆ จินเออร์ รอพ่ออีกสักครึ่งเค่อนะลูก น่าจะทำ
เสร็จก่อนที่ท่านแม่ของเจ้าจะมา จะได้กลับพร้อมกัน
เลยนะลูก” เจียซานเอ่ยตอบบุตรสาวตัวน้อยของเขา
ออกมา ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองต่อไป
เจียจินหรือจินเออร์ก็คือข้าเอง ตอนแรกคลอดข้า
สงสัยว่าทำไม ถึงมาเกิดแล้วยังจำทุกอย่างได้ ข้าเคยหา
คำตอบมาตลอด อ๊ะแอ้ม หมายถึงสงสัยมาตลอดนั่น
แหละ แต่ก็ทำได้เพียงสงสัย เพราะอะไรนะหรือ หึหึ ตัว
ข้าสูงยังไม่พ้นข้าเก้าอี้เลย จะเอาอะไรไปสืบความกัน
ถึงจะ5 หนาวแล้วก็เถอะ หนังหุ้มกระดูก ผมไม่
ค่อยได้สระ น้ำไม่ค่อยได้อาบ เพราะท่านย่าบอกว่า
เปลืองน้ำ ทั้ง ๆ ที่ ท่านแม่ของข้าเป็นคนหาบน้ำเข้า
บ้าน แต่ครอบครัวท่านลุงใหญ่และท่านอาเล็กกลับได้
อาบเสมอ
แต่ที่แน่ๆ สวรรค์ใยท่านส่งข้ามาแบบเช่นนี้กัน ส่ง
มาแล้วก็แล้วไปเถิด เพียงแต่มิได้ให้พรวิเศษแบบ
นางเอกในนิยายเล่มอื่นๆ ติดตัวมาด้วยกันเล่า ให้ข้าเกิด
มายากจนก็ไม่ว่า แต่ไหน ๆ ก็ส่งข้ามาแล้ว มิติส่วนตัว
สัตว์วิเศษ หรืออะไรก็ได้ส่งมาเป็นตัวช่วยข้าหน่อยเถอะ
ขอร้องงง
“ฮัดเช้ยย ย ย ยย”เทพชะตาทำไมหนวดข้ากระตุก
แปลกๆ กันนะ นี่ข้าลืมอะไรไปหรือเปล่า?