Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ข้าก็แค่กลั่นลมปราณ 3,000 ปี [炼气练了三千年] - บทที่ 659 เทวาลัยแห่งทวยเทพ

  1. Home
  2. ข้าก็แค่กลั่นลมปราณ 3,000 ปี [炼气练了三千年]
  3. บทที่ 659 เทวาลัยแห่งทวยเทพ
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

บทที่ 659 เทวาลัยแห่งทวยเทพ

บทที่ 659 เทวาลัยแห่งทวยเทพ

อี้ฝานเดินไปตามถนนลึกเข้าไปในป่า จุดหมายปลายทางของเขาคือดินแดนแห่งภูต

วันเวลาผ่านไปแล้วเนิ่นนาน ที่นี่เปลี่ยนไปแทบไม่เหลือเค้าเดิม

ยุคแห่งแสงสว่าง ชาวภูตได้รับความช่วยเหลือจากพวกมนุษย์ พวกเขาขยายดินแดนไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ทั้งยังสร้างถนนที่แสนกว้างขวางและคับคั่งไปด้วยผู้คนที่เดินทางไปมาค้าขายในป่าทึบ

โชคดีที่การคลาดเคลื่อนของห้วงเวลาทำให้เกิดการแยกตัวของพื้นดินเป็นวงกว้าง จนเกิดเป็นแม่น้ำที่ทำให้คนพายเรือสามารถมาส่งเขายังบริเวณที่ไม่ไกลจากอาณาจักรภูตได้ ไม่อย่างนั้น อี้ฝานคงต้องเริ่มออกเดินทางตั้งแต่ชายแดน หากเป็นเช่นนั้นเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องไปตามหาเจ้าแห่งภูตจากที่ใด

ลึกเข้าไปในป่าทึบนั้นเต็มไปด้วยนักรบ นักเวท และนักธนูของเผ่าภูต อีกทั้งยังมีเหล่าอสูรที่ไม่รู้ที่มา ซึ่งชาวภูตทั้งหลายก็ยังเลี้ยงพวกมันเอาไว้ มีทั้งเสือดำและฝูงหมาป่า หรือแม้แต่อสูรที่ถูกพลังจากผลึกหินบางชนิดเข้าครอบงำร่างกายจนกลายเป็นอสูรที่มีเถาวัลย์เลื้อยพันทั้งกาย

ส่วนนักรบนั้นอาจเพราะผ่านการสู้รบที่ดุเดือดเกินไป จนทำให้พวกเขาตกอยู่ในสภาพสูญเสียการควบคุม ครั้นพวกเขาสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตอื่น จากนั้นก็จะโจมตีอย่างบ้าคลั่ง

นอกจากนี้ ชาวป่าเหล่านี้ยังรู้จักใช้กับดักอันตรายมากมายที่สร้างจากพืชพันธุ์ในป่าทึบ เช่น หลุมใต้ดิน กับดักลูกธนู และท่อนซุง ทว่าอี้ฝานนั้นมีประสบการณ์มากมายจากการเดินทางในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยอันตราย แม้กับดักเหล่านั้นจะแนบเนียนเพียงใดก็ไม่อาจหยุดยั้งเขาได้ หลังจากผ่านการสู้รบปรบมือกับสารพัดสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้า ในที่สุดเขาก็มาถึงอาณาจักรภูตในป่าทึบแสนลึกลับนี้ได้สำเร็จ

ด้านนอกสุดของเมืองคือถนนบุปผาอันเลื่องชื่อลือชายิ่งนัก ทันทีที่อี้ฝานผู้สวมชุดเกราะสีดำถือดาบใหญ่ไว้ในมือและแบกโล่ใหญ่ไว้ด้านหลังก้าวเข้ามาที่นี่ เขาก็รู้สึกได้ทันที่ว่าตนนั้นแตกต่างจากผู้คนในเมืองนี้อย่างสิ้นเชิง

นักรบแห่งเผ่าภูตที่มาพร้อมกับสุนัขล่าเนื้อเดินตรวจตราไปมาตามถนนบุปผา ทว่าพวกเขากลับเมินเฉยต่ออี้ฝานราวกับมองไม่เห็นว่าเขาแปลกแยกไปจากคนอื่น ๆ สองฝั่งของท้องถนนเต็มไปด้วยภูตสาวน้อยใหญ่ที่กำลังเชิญชวนผู้คนที่ผ่านไปมาให้มาเป็นแขกของตน

อี้ฝานเดินไปตามถนนเรื่อย ๆ ภูตสาวหลายคนเห็นเขาก็ปรี่เข้ามารุมล้อม และเมินเฉยต่อใบหน้าและอาวุธเปื้อนเลือดของบเขาอีกด้วย พวกนางทั้งหลายบ้างก็สัมผัสใบหน้าชายหนุ่มเบา ๆ พลางส่งเสียงหัวเราะ ‘ฮุฮุ’ ยั่วยวนใจ บ้างก็พยายามดึงแขนเขาให้เข้าไปข้างในหอคณิกาของตน

“ขออภัย ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำเรื่องอย่างว่า…”

อี้ฝานค่อย ๆ ผละออกจากมือของพวกนาง ทว่าภูตสาวทั้งหลายก็ยังคงเกาะแกะเขาไม่เลิกราวกับพวกนางไม่ได้เข้าใจในสิ่งที่เขาเอ่ยเลยสักนิด

อี้ฝานจึงมองสำรวจอย่างระมัดระวัง ถึงได้สังเกตเห็นจากแววตาว่าพวกนางทั้งหมดล้วนสูญเสียสติปัญญาไปหมดสิ้นแล้ว อี้ฝานคิดว่าพวกนางจะต้องสูญเสียสติปัญญาไปตั้งแต่ก่อนที่จะเกิดวันโลกาวินาศ เป็นเหตุให้คนเหล่านี้ได้แต่ดำเนินตามวิถีชีวิตและกิจวัตรที่เคยทำก่อนหน้านี้อย่างไร้สติ

คิดได้เช่นนั้น อี้ฝานก็รีบผลักพวกนางออกไป พร้อมเร่งฝีเท้ามุ่งไปข้างหน้าโดยที่ไม่ได้หันกลับมามองข้างหลังอีก

“กรี๊ดดด…”

เสียงกรีดร้องเปี่ยมไปด้วยความเดือดดาลดังตามหลังมาติด ๆ อี้ฝานรีบหันไปมองทันใด ก่อนจะพบว่าสาวน้อยทั้งหลายที่เขาผลักพวกนางออกไปนั้นล้มกองอยู่บนพื้น พวกนางต่างก็เริ่มบิดศีรษะไปมาพร้อมจ้องมองเขาด้วยดวงตาแดงก่ำ

นอกจากพวกนางแล้ว บรรดาภูตหนุ่มที่กำลังเชื้อเชิญแขกต่างก็หันหน้ามาจ้องมองอี้ฝานเหมือนต้องการกินเลือดกินเนื้อเขาราวกับสัตว์เดรัจฉาน

ร่างกายของพวกเขาเริ่มบิดเบี้ยวจนดูเหมือนอสูร ทันใดนั้นศีรษะของพวกเขาก็หักออกทีละคนสองคน แขนขาทั้งสี่เหยียบลงบนพื้นกลายเป็นสัตว์สี่เท้า ส่วนที่หัวหลุดออกไปแล้วก็แยกออกสองส่วนกลายเป็นปากน่าเกลียดน่ากลัวเผยลิ้นสีแดงยาวโผล่ออกมาจากปากพร้อมกับน้ำลายที่ไหลยืดออกมาเป็นสาย

เพียงพริบตาเดียว ถนนบุปผาที่สวยงามก็กลายเป็นที่ชุมนุมของเหล่าอสูรที่กำลังล้อมอี้ฝานไว้ทั้งสี่ทิศ อี้ฝานรู้ดีว่าพวกมันทั้งหมดล้วนแต่สูญเสียสติปัญญาไปจนหมดสิ้น และกลายเป็นเพียงอสูรที่ถูกพลังงานบางอย่างเข้าครอบงำ แต่สิ่งหนึ่งที่ยังสัมผัสได้คือสัญชาตญาณของพวกมันที่ปรารถนาในจิตวิญญาณอันยิ่งใหญ่ในตัวอี้ฝาน

“กลายเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร?”

อี้ฝานขมวดคิ้วแน่น พลางมองไปรอบ ๆ กาย และดึงดาบใหญ่มาไว้ในมือ

“ภูตที่ข้ารู้จักไม่มีทางแปลงร่างเป็นอสูรน่าเกลียดน่ากลัวเช่นนี้!”

ในที่สุด อสูรที่น่ากลัวเหล่านี้ก็ถูกอี้ฝานสังหารอย่างช่วยไม่ได้

สุดท้ายแล้วเขาก็ยังคงเป็นนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่วันยังค่ำ แม้ไม่ใช้พลังของเทพเจ้าอื่นที่แทรกอยู่ในกาย และอาศัยเพียงดาบเล่มใหญ่ในมือก็สามารถสังหารอสูรบนถนนบุปผานี้ได้

ทว่าหลังจากที่อสูรบนถนนบุปผาโจมตีเขา สิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ในอาณาจักรภูตก็เริ่มโจมตีเขาเช่นกัน บางทีนี่อาจจะเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่

เหมือนว่าชาวเมืองนี้จะกลายเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่ไร้ซึ่งสติปัญญาเสียแล้ว เพราะนอกจากบรรดาหนุ่มสาวชาวภูตบนถนนบุปผาแล้ว บรรดานักรบที่เดินตรวจตราและเฝ้ายามต่างก็กลายเป็นอสูรทันทีที่เผชิญหน้ากับอี้ฝาน เพียงแต่พวกหลังนั้นน่ากลัวและทรงพลังยิ่งกว่าพวกแรกหลายเท่า พวกมันเอาแต่โจมตีอี้ฝานราวกับว่าจะต้องบดขยี้มนุษย์แปลกหน้าผู้นี้ให้แหลก

ส่วนอี้ฝานนั้นยังคงมุ่งมั่นใช้กำลังของตนบอกกล่าวให้อสูรเหล่านี้ได้รู้ ว่าเขาไม่ใช่อาหารที่กลืนและย่อยได้ง่าย ๆ อย่างในอดีต!

ชายเกศาขาวรีบวิ่งตรงมายังวิหารแห่งเทพของเผ่าภูต ตลอดทางที่เขาผ่านซากอสูรภูตก็กองเป็นภูเขาเกลื่อนกลาดเต็มถนน เลือดแดงฉานไหลรินเป็นสายน้ำ

ในที่สุดอี้ฝานก็มาหยุดอยู่ด้านหน้าวิหารแห่งเจ้าแห่งภูต เว่ยเอ๋อร์ ผู้เป็นน้องสาวของอวี่ฝูกำลังพำนักอยู่ที่นี่ ทว่าบรรยากาศเบื้องหน้าดูแย่ยิ่งกว่าบนถนนบุปผาเสียอีก

อี้ฝานเดินหน้าเครียดเข้าไปทั้งที่ยังถือดาบใหญ่ไว้ในมือ ทันทีที่เขาเตะประตูให้เปิดออก ภาพที่ไม่น่าดูก็ปรากฏแก่สายตา

ภายในวิหารเต็มไปด้วยม่านผ้าโปร่งสีชมพูอ่อนแขวนกั้นเป็นห้อง ๆ พื้นปูพรมกำมะหยี่สีขาวดูอบอุ่น สะดวกสบาย อยากจะนอนลงตรงที่ใดก็ย่อมได้ หากมองเข้าไปด้านในผ้าโปร่งทั้งหลายก็จะเห็นหนุ่มหล่อสาวสวยจากเผ่าภูตมากมายต่างตกอยู่ในห้วงแห่งไฟราคะ

นี่ไม่ใช่เผ่าภูตผู้สูงศักดิ์ในความทรงจำของอี้ฝานอีกต่อไป อี้ฝานไม่คิดเลยว่าเจ้าแห่งภูตผู้นี้จะปกครองพวกเขาให้ตกต่ำได้ถึงเพียงนี้

ถ้าอวี่ฝูได้เห็นภาพเหล่านี้ ไม่รู้ว่านางจะเศร้าใจเพียงใด

อี้ฝานก้าวเข้าไปข้างใน ถีบหนุ่มสาวที่ขวางทางออกไป ในที่สุดก็มาถึงห้องบัลลังก์ที่อยู่ลึกเข้าไปข้างในวิหาร

ทันทีที่เขาผลักประตูบานใหญ่ออกก็เห็นอดีตน้องสาวนั่งอยู่บนบัลลังก์เจ้าแห่งภูต เสื้อผ้าอาภรณ์ยุ่งเหยิง รอบกายห้อมล้อมด้วยกลุ่มภูตหนุ่มรูปงามกำลังกอดจูบกันอย่างแนบชิดสนิทสนม อี้ฝานสุดจะทนกับภาพที่เห็นตรงหน้า

ทันใดนั้นเอง!

“ข้าขอปฏิญาณว่าจะซื่อสัตย์ภักดีตลอดไป”

ทันทีที่อี้ฝานเห็นนาง คำสาบานที่เคยได้ยินเมื่อครั้งก่อนก็ดังหลอกหลอนอยู่ในหูอีกครั้ง จนเขาต้องชกประตูวิหารบานใหญ่เพื่อระบายความโกรธ

เสียงดังสนั่นทำให้หนุ่มสาวที่กำลังเพลิดเพลินอยู่ในห้วงเสน่หาตื่นตกใจ ภูตหนุ่มรูปงามต่างก็ลุกขึ้นส่งเสียงหวีดร้องพร้อมจ้องมองอี้ฝาน ทว่าพวกเขากลับต้องตื่นกลัวยิ่งกว่าเก่าเมื่อได้สบตาเข้ากับนักรบเส้นผมสีขาว

ทางด้านเจ้าแห่งภูตอย่างเว่ยเอ๋อร์ก็ใช้มือจับเสื้อผ้าตรงหน้าอกไว้ พร้อมลุกขึ้นจากบัลลังก์แล้วจ้องมองอี้ฝานด้วยสายตาประหลาดใจ

“นี่ข้ากำลังฝันอยู่ใช่หรือไม่?”

นางพึมพำกับตนเอง

“ดูเหมือนว่าเจ้าจะยังมีสติอยู่นะ เว่ยเอ๋อร์”

อี้ฝานเงยหน้ามองนางอย่างเฉยชา

“ลงมา ข้ามีเรื่องจะถามเจ้า”

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 659 เทวาลัยแห่งทวยเทพ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

book-1629315464
บัลลังก์หมอยาเซียน
10/08/2022
book_detail_large
ยอดหญิงแห่งหมู่บ้านถงซาน
23/04/2023
61f2447eQHKxQIgL
เก็บตกนักฆ่า มาเป็นหนุ่มบ้านนา
17/06/2022
novelpdf0024
คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ
30/09/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.