เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙] - บทที่ 1551 กลิ่นของนางยังคงอยู่
บทที่ 1551 กลิ่นของนางยังคงอยู่
………………..
บทที่ 1551 กลิ่นของนางยังคงอยู่
อวี้เหยียนลั่วเปล่งเสียง ‘อืม’ รับคำ “ห้องถัดไปก็เป็นห้องนอนของข้าเหมือนกัน ข้าจึงรวมมันเข้าด้วยกันเพื่อความสะดวก แต่เจ้าไม่สามารถเปิดประตูนี้จากด้านของเจ้าได้”
ซูอันพูดอย่างหดหู่ว่า “ทำไมทำเหมือนว่าข้าจะแอบย่องเข้าหากลางดึกหรืออะไรทำนองนั้น?”
อวี้เหยียนลั่วมองเขาอย่างใจเย็นและตอบว่า “แล้ววันนี้เจ้าไม่ได้ทำอย่างนั้นเหรอ?”
ซูอันพูดไม่ออก เขาอดไม่ได้ที่จะมองตานาง 2-3 ครั้ง ดวงตาของอวี้เหยียนลั่วมีเสน่ห์เหมือนอัญมณีและลึกลับเหมือนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้เขาประทับใจยิ่งกว่านั้นคือในระหว่างการต่อสู้ที่รุนแรงก่อนหน้านี้ ดวงตาของนางได้ปล่อยแสงที่งดงามจนน่าสะพรึงกลัวออกมา ทำให้รู้สึกถึงภัยคุกคามแห่งความตายในตอนนั้นจริง ๆ
นั่นมันอะไรกัน ทักษะการใช้ดวงตา?
ทักษะนั้นเห็นได้ชัดว่าเป็นไพ่ตายของนาง เขาจึงถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่ได้
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
อวี้เหยียนลั่วชี้ไปที่ห้องและพูดว่า “บางครั้งข้าก็ใช้ห้องนี้เช่นกัน ดังนั้นพอจะมีทุกสิ่งที่เจ้าต้องการในชีวิตประจำวัน ดูว่ามีอะไรขาดหายไปค่อยมาบอก ตระกูลอวี้มีผู้คนมากมายที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันทุกประเภท เพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นรู้เรื่องนี้ ข้าจะให้คนส่งสิ่งของที่เจ้าต้องการไปที่ห้องของข้า แล้วข้าจะส่งให้เจ้าอีกที”
ซูอันโบกมืออย่างลวก ๆ และพูดว่า “ไม่จำเป็น แค่มีที่นอนก็พอ ข้าไม่ได้จู้จี้จุกจิกขนาดนั้น”
อวี้เหยียนลั่วตอบว่า “ถ้าอย่างนั้นเจ้าควรพักก่อน ข้าจะวาดภาพคนจากคฤหาสน์อ๋องที่ค่อนข้างใกล้ชิดกับเหยียนโหย่ว เจ้าจะได้จดจำพวกเขาได้”
“นั่นจะเป็นการรบกวนเจ้าเกินไป!” ซูอันเกรงใจ
อวี้เหยียนลั่วยิ้มและพูดว่า “มันอาจจะเป็นงานมากสำหรับคนทั่วไป แต่การวาดภาพเป็นสิ่งที่ข้าเชี่ยวชาญ มันไม่ใช่เรื่องยากเลย นี่ก็เริ่มมืดแล้ว ข้าคงต้องขอตัวก่อน ข้าก็จะนอนต่อหลังจากวาดเสร็จเช่นกัน”
นางปิดประตูหลังจากที่ทั้งสองคนกล่าวคำอำลา ซูอันนอนอยู่บนเตียง หัวของเขาเต็มไปด้วยความคิด สงสัยว่านางคือคนที่ฆ่าอวี้เสวียนเถาหรือไม่
ถึงอย่างนั้น เขาก็ได้รับอะไรมากมายจากการมาเยือนครั้งนี้ ต้องขอบคุณปฏิสัมพันธ์ครั้งก่อน อย่างน้อยที่สุด ตอนนี้เขารู้แล้วว่านางไม่ใช่ตัวการใหญ่ที่สุดตามที่เคยจินตนาการไว้ นอกจากนี้ ด้วยความช่วยเหลือของอวี้เหยียนลั่ว การจัดการกับเจียนไท่ติงก็จะง่ายขึ้นมาก
แต่สิ่งที่น่ารำคาญก็คือภารกิจที่จักรพรรดิมอบให้เขา การโค่นล้มตระกูลอวี้…
เดี๋ยวก่อน จักรพรรดิจะเป็นศัตรูของข้าไม่ช้าก็เร็ว เขาต้องการจัดการกับตระกูลอวี้ แต่ข้าจะคอยปกป้องตระกูลอวี้อย่างลับ ๆ ก็ได้นี่? เขารู้สึกดีขึ้นมากทันทีเมื่อนึกถึงสิ่งนั้น
ทันใดนั้น เขาก็ได้กลิ่นหอมที่ชวนให้นึกถึงกล้วยไม้ แต่ก็มีกลิ่นหอมตามธรรมชาติของใครบางคนโชยมาจากผ้าห่ม เขาจำได้ทันทีว่าอวี้เหยียนลั่วบอกว่านางจะนอนห้องนี้เป็นครั้งคราว ผ้าห่มจึงยังมีกลิ่นกายของนาง
กลิ่นหอมยังอยู่หลังจากผ่านมานาน! ดูเหมือนจะไม่ใช่กลิ่นเครื่องสำอางเสียด้วย แต่เขาเคยไปที่ร้านชาดสีแดงเมื่อไม่กี่วันก่อน และได้กลิ่นผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงมากมาย ไม่มีกลิ่นไหนเทียบกลิ่นหอมของผ้าห่มนี้ได้!
ทันใดนั้น ประตูบนกำแพงก็เปิดออก สีหน้าของอวี้เหยียนลั่วไม่สงบเหมือนเมื่อก่อน นางวิ่งเข้าไปกระชากผ้าห่มที่คลุมตัวเขาออกและพูดก่อนที่จะหันหลังกลับและจากไปอย่างรวดเร็ว “ผ้านี้เก่าแล้ว ข้าจะให้แม่บ้านนำผืนใหม่มาให้ รอสักครู่”
แม้ว่าจะพยายามทำเสียงให้สงบที่สุด แต่รอยแดงรอบคอก็แสดงความเขินอายของนางจนหมดสิ้น
“???”
มีเครื่องหมายคำถามนับพันอยู่ในใจของซูอัน นี่ไม่ใช่แค่ผ้าห่มที่เจ้าเคยนอนมาก่อนเหรอ? ต้องอายขนาดนี้เลยเหรอ? หรือกลิ่นนั้นเป็นกลิ่นอย่างอื่น?
อวี้เหยียนลั่วเปลี่ยนเป็นชุดนอนแล้ว ชุดนั้นรัดรูปเบาบางแต่ยิ่งดูคลุมเครือก็ยิ่งน่าหลงใหล นั่นเป็นเรื่องจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เอวและบั้นท้ายของนางที่ทำให้เกิดส่วนเว้าโค้งที่อุกอาจ นางคือนิยามของเสน่ห์หญิงโดยธรรมชาติ
หลังจากนั้นไม่นาน อวี้เหยียนลั่วก็กลับมาพร้อมกับผ้าห่มชุดใหม่และพูดว่า “นี่”
“เอ่อ…ขอบคุณ ฮูหยิน” ซูอันไม่รู้จะพูดอะไรจริง ๆ เขาแค่อยากถามนางว่ากลิ่นนั้นคืออะไร ได้ไหม?
เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ต้องหรี่ตาลง เนื่องจากอวี้เหยียนลั่วก้มลงจัดผ้าห่มใหม่ บริเวณคอเสื้อของนางจึงโล่งไปหมด กอปรกับความจริงที่ว่านางสวมชุดนอนที่หลวมและคอกว้างมาก ฉากที่สวยงามจึงถูกเปิดเผยอย่างเต็มที่เมื่อนางก้มลง
เห็นได้ชัดว่าซูอันรู้สึกอายเกินไปที่จะฉวยโอกาสกับนางในขณะนั้น เขามองไปทางอื่นอย่างแข็งทื่อ
อวี้เหยียนลั่วช่วยเขาเปลี่ยนผ้าคลุม แต่จู่ ๆ ก็สังเกตเห็นว่าเขาทำตัวแปลก ๆ เมื่อก้มลงมอง ใบหน้าก็แดงขึ้นทันที นางรีบเอามือกุมหน้าอกแล้วลุกขึ้นยืน
นางมักจะแต่งตัวสบาย ๆ แบบนี้เมื่ออยู่คนเดียว เพราะไม่มีทางที่ผู้ชายคนอื่นจะเข้ามาในห้องของนางได้ นั่นเป็นเหตุผลที่นางไม่ได้สังเกตอะไรเลยหลังจากที่เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว
แต่นางไม่ได้กรีดร้องและหัวเสียเหมือนสาวน้อย กลับแสร้งทำเป็นสงบและพูดว่า “ในเมื่อเจ้ายังไม่นอน ก็มาดูภาพคนในคฤหาสน์อ๋องสิ”
ซูอันตกใจมาก เขาถามว่า “เจ้าวาดเสร็จเร็วขนาดนั้นเลยเหรอ?”
อวี้เหยียนลั่วยิ้มและพูดว่า “ข้าวาดไปเยอะแล้ว เจ้าดูข้าวาดส่วนที่เหลือได้ ”
คำพูดของนางดึงความสนใจของซูอัน เขากล่าวว่า “สมบูรณ์แบบ ข้าต้องการฝึกฝนวิธีวาดภาพเช่นกัน”
“อยากเรียนวาดรูปเหรอ?” อวี้เหยียนลั่วถามอย่างตกตะลึง
ซูอันพยักหน้าและพูดว่า “เป็นเพราะพื้นฐานของวิชาแปลงร่างของข้าคือความเชี่ยวชาญในการวาดภาพ จากนั้นข้าจึงจะเลียนแบบรายละเอียดของเป้าหมายได้อย่างสมบูรณ์แบบ ข้าฝึกฝนมาเป็นเวลานานและคิดว่าตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญแล้ว แต่กลับถูกเจ้าจับได้ในทันที”
“เข้าใจแล้ว” อวี้เหยียนลั่วเข้าใจว่าทำไมซูอันต้องการเรียนรู้ นางกล่าวว่า “วิชาแปลงร่างของเจ้าช่างเหลือเชื่อทีเดียว ก็ดีเหมือนกัน ขณะที่ดูข้าวาด เจ้าลองคิดว่าส่วนใดที่ยังปรับปรุงได้ ต่อไปที่เจ้าพยายามหลอกคนอื่นจะได้ไม่มีช่องโหว่”
ซูอันคิดกับตัวเองว่า ทำไมมันฟังดูแปลก ๆ? เขาลงจากเตียงทันทีแล้วเดินตามนางออกไป
อวี้เหยียนลั่วสวมเสื้อขนสัตว์คลุมทับชุดนอน นางต้องสังเกตเห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น แต่การพูดถึงเรื่องแบบนี้จะทำให้ทั้งคู่ลำบากใจ มันจะดีกว่าที่จะปล่อยให้อดีตเป็นเพียงอดีต
นางหยิบภาพวาดหลายภาพออกมาแล้วส่งให้ซูอันพร้อมกับอธิบายว่า “ภาพแรกคือลุงหมิง พ่อบ้านของคฤหาสน์อ๋อง งานของคฤหาสน์ทั้งเล็กและใหญ่อยู่ภายใต้การจัดการของเขา เขาติดตามเหยียนโหย่วมาหลายปีแล้ว และเป็นคนที่คุ้นเคยกันมาก ถ้าใครจะเป็นคนจับว่าเจ้าเป็นตัวปลอมได้ คนนั้นจะเป็นเขา”
ซูอันมองกระดาษ เขาเห็นชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนพ่อบ้านที่เขาคุ้นเคย พวกเขาเคยพบกันมาก่อนระหว่างการสืบสวนของคฤหาสน์อ๋อง
สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือภาพวาดนี้ดูเหมือนจริงมาก ราวกับว่าไม่ใช่แค่ภาพวาด แต่เป็นคนจริง ๆ
ทันใดนั้นมันก็กระเพื่อมและมีหมอกลอยขึ้นมาจากกระดาษอย่างช้า ๆ จากนั้นมันก็ตกลงมาบนพื้น หมอกค่อย ๆ กระจายออกไปทีละน้อย ค่อย ๆ ก่อตัวเป็นรูปคน จะเป็นใครไปได้อีกนอกจากลุงหมิง!
“นายน้อยเรียกข้าว่าลุงหมิงก็ได้ โปรดถามข้าหากมีอะไรที่ต้องการรู้เกี่ยวกับคฤหาสน์นี้” บุคคลนั้นโค้งคำนับให้ซูอันด้วยน้ำเสียงสุภาพและยังเว้นระยะห่างเล็กน้อย เหมือนกับตอนที่พวกเขาพบกันครั้งแรก
ซูอันรู้สึกประหลาดใจ เขาไม่ได้คาดหวังว่าคนเป็น ๆ จะปรากฏตัว กล้ามเนื้อทั้งหมดในร่างกายของเขาตึงตัวพร้อมที่จะตอบโต้ในทันที
อวี้เหยียนลั่วยิ้มอย่างอ่อนหวานและพูดว่า “เจ้าไม่จำเป็นต้องประหม่า เขาเป็นเพียงภาพวาดของข้า ไม่มีอยู่จริง”
“เขาเป็นแค่ภาพวาด?” ดวงตาของซูอันเบิกกว้าง เขาหันกลับมาอย่างรวดเร็วและเห็นว่ามือของเขาสามารถทะลุผ่านร่างของอีกฝ่ายได้ เห็นได้ชัดว่าไม่มีตัวตนอยู่จริง
“นายน้อย โปรดอย่าทำเช่นนี้ มันจะทำให้การหายตัวไปของข้าเกิดเร็วขึ้น” ‘ลุงหมิง’ ถอยหลังหนึ่งก้าวและพูดอย่างหมดหนทาง
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
………………..