Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1213: หายนะในเขตหวงห้าม

  1. Home
  2. บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
  3. ตอนที่ 1213: หายนะในเขตหวงห้าม
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 1213: หายนะในเขตหวงห้าม

………………..

ตอนที่ 1213: หายนะในเขตหวงห้าม

ผ่านไปครึ่งปี

ซูอี้นั่งนิ่งราวรูปสลักหิน ไม่ขยับเคลื่อนอยู่บนเกาะร้างแห่งนั้น

ค่ายกลบนเกาะร้างถูกทำให้เสียหายสลายสิ้นท่ามกลางคลื่นลมจากการไร้ผู้ซ่อมแซมเนิ่นนาน

ช่างน่าอัศจรรย์ที่ยามพายุอสนีบาตร่วงหล่นลงนาน ๆ หนเข้าใกล้ซูอี้ มันก็ถูกสลายไปโดยอำนาจที่มองไม่เห็นบางอย่าง

มันคือพลังกฎเต๋าซึ่งแปรเปลี่ยนเป็นคลื่นซัดสาดเข้ามาเป็นระลอกอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะแหลกสลายหายไปอย่างสิ้นแรง

โดยมิได้ทำร้ายซูอี้แม้แต่น้อย

เปรี้ยง!

วันนี้ พายุลูกหนึ่งโหมกระหน่ำมาแต่ไกล ปะปนด้วยอสนีบาตดุดันพลิ้วไหว หมอกปราณฮุ่นตุ้นบนท้องนภารวนเร

ยามนี้เอง ซูอี้ผู้นิ่งเงียบดุจรูปปั้นดินเหนียวก็ลืมตาขึ้น

ในดวงตาลึกล้ำของเขาดูจะมีแสงแห่งการเวียนวัฏกระหวัดเกี่ยวกับเคล็ดพลังเวิ้งลึกล้ำให้เห็น

ยามนั้น ทั่วฟ้าดินดูราวถูกสยบด้วยอำนาจอันมองไม่เห็นสายหนึ่ง ทำให้มันสั่นสะท้านรุนแรง

ไกลออกไป พายุคลั่งพลันพัดผ่านแฉลบออกด้านข้างเกาะร้างไปราวตกใจกลัว

บนผืนน้ำส่วนอื่น กระแสน้ำซัดเข้ามาอย่างดุร้าย พายุโหมซัดรุนแรง

มีเพียงเกาะร้างหย่อมน้อยที่ซูอี้ประจำอยู่เท่านั้นที่สงบเงียบราบรื่น

“ขัดเกลาหัวใจเยี่ยงหยกยามสงบเงียบ คมกริบดุจคมดาบยามขยับ ในการแสวงหาวิถี หากจิตใจเปรอะเปื้อนมลทิน ต่อให้มีพื้นฐานร้ายกาจท้าทายสวรรค์ ความสามารถโดดเด่นแข็งแกร่งเช่นไร ท้ายที่สุดก็หาก้าวหน้าไม่…”

ซูอี้ลุกขึ้นปัดอาภรณ์อย่างเรียบง่าย

ผ่านไปแล้วครึ่งปี

การฝึกฝนของเขาไม่ขยับแม้เพียงคืบ

ทว่าสภาพจิตใจของเขาแปรเปลี่ยนราวกับเป็นคนละคน

การเปลี่ยนแปลงทางจิตใจนี้ทำให้เขาเข้าใจวิถีของตนเองลึกซึ้งยิ่งขึ้น

“ทำสิ่งใดที่ต้องการ อย่าถลำลึกจนเกินไป ผู้สงบผ่อนคลายคือข้า และเป็นข้าที่บ้าคลั่งไร้กฎเกณฑ์ เป็นข้าผู้สังหารอย่างเฉียบขาด กระโดดออกจากกรงขังแห่งอดีตชาติ ละทิ้งความคิดที่มิใช่ของข้า ไยต้องมัวห่วงว่าข้าคือข้าด้วย…”

ซูอี้แย้มยิ้มเงียบ ๆ

เขายกไหสุราขึ้น จากนั้นก็ก้าวยาว ๆ ไปทางสมุทรฮุ่นตุ้น อาภรณ์งามกระพือพัด ร่างโดดเด่นเป็นสง่า

หมอกปราณฮุ่นตุ้นปกคลุมเต็มทั่วอากาศ สอดรับกับพลังปราณในร่างของซูอี้เป็นจังหวะ

มันนำเขาไปตามทางเยี่ยงราชันเสด็จเยือน ทุกที่ที่เขาผ่าน คลื่นลมจะมิเข้ามาแทรก อสนีบาตมิรบกวน ทุกสิ่งสงบเงียบ

เขาเดินทางไร้จุดหมายเหนือสมุทรฮุ่นตุ้น ทุกสิ่งที่เห็น สัมผัสและคิดถูกสะท้อนในใจ

ทันใดนั้น เสียงคำรามสะเทือนภพพลันเกิดจากระยะไกล คลื่นอำนาจทลายโลกาปะทุออก แสดงให้เห็นภาพอันปั่นป่วนโกลาหล

ซูอี้มองตามไป และพบว่า หมอกปราณฮุ่นตุ้นที่อยู่ห่างออกไปไกลมีความเบาบาง จากนั้นมันก็แปรเปลี่ยนเป็นพลังต้นกำเนิดแห่งผืนสมุทร ขวางหน้าหุบเหวมโหฬารหนึ่งไว้!

รอบหุบเหวมีเงาร่างชายหญิงสิบกว่าคนกำลังร่วมมือกันใช้ค่ายกลโบราณหนึ่ง

ค่ายกลนั้นร้ายกาจอย่างยิ่ง มันรวบรวมพลังของหมอกปราณฮุ่นตุ้นทั่วสารทิศแปรเปลี่ยนเป็นภาพหลอนเจดีย์สูงพันจั้ง ครอบลงบนนภาเหนือหุบเหวมโหฬาร

และเบื้องใต้หุบเหวนั้นมีแสงสว่างเจิดจรัสพุ่งออกมาสายหนึ่ง พยายามทำลายการสะกดกลั้นของเจดีย์พันจั้ง

เปรี้ยง!

ภาพมายาของเจดีย์สั่นสะท้าน สกัดกั้นแสงหายนะจากเบื้องใต้หุบเหวอย่างดุดัน

ในขณะที่ตัวตนสิบกว่าคนนั้นล้วนโจมตีสุดกำลังด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

เมื่อตรวจสอบให้ดีก็พบว่ามีราชันแห่งภูมิในขอบเขตไร้ขีดจำกัดสี่คน และขอบเขตคืนสู่สามัญเก้าคน!

“ดูเหมือนว่าหุบเหวใต้สมุทรจะเป็น ‘เขตหวงห้าม’ ที่ลู่เหยียนว่า”

ซูอี้กล่าวอย่างเคร่งขรึม

ตัวตนทั้งสิบสามนี้ก็คือผู้รักษาวิถีผู้พิทักษ์เขตหวงห้ามนี้

และแสงสว่างที่พุ่งออกมาจากใต้หุบเหวย่อมต้องเป็นอำนาจอันหลงเหลือจากหายนะครั้งนั้น!

เมื่อคิดเช่นนี้ หัวใจของซูอี้ก็เต้นระทึก เคลื่อนกายเข้าไปใกล้หุบเหวไกลออกไป

เมื่อระยะทางถูกร่นลง ซูอี้ก็สัมผัสได้ชัดเจนว่าอำนาจของผู้รักษาวิถีทั้งสิบสามทรงพลังเพียงไร

ช่างห่างไกลเกินเทียบได้กับราชันแห่งภูมิทั่วไป

ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับหายนะจากใต้หุบเหว ผู้รักษาวิถีทั้งสิบสามต้องเดินค่ายกลเพื่อรับมือมัน ซึ่งยิ่งทำให้อำนาจของหายนะนี้น่ากลัวยิ่งขึ้นไปอีก

“หือ! ไฉนยามนี้จึงมีคนมาได้ล่ะ?”

ใครบางคนสังเกตเห็นซูอี้เข้ามาใกล้

เขาเป็นชายร่างสูงใหญ่ในชุดนักรบ หนวดเครารุงรัง ปราณยิ่งใหญ่น่าทึ่ง เป็นราชันแห่งภูมิในขอบเขตไร้ขีดจำกัด!

“ขอบเขตสานพันธะลึกล้ำ?! นี่…”

ไม่นานนัก ใครบางคนก็อุทานอย่างแปลกใจ

ผู้รักษาวิถีคนอื่น ๆ ล้วนเงยหน้ามอง และต่างเห็นซูอี้เดินมาจากไกล ๆ

“เขาเป็นผู้รักษาวิถีคนใหม่เหมือนพวกเขาหรือไม่?”

“ไม่มีทาง หากเป็นผู้รักษาวิถี ก่อนที่เขาจะก้าวสู่ขอบเขตราชันแห่งภูมิ ใต้เท้าผู้บัญชาการสักการะจะไม่ส่งเขามาที่นี่หรอก”

“สังเกตกันหรือไม่ว่าเขาสามารถเดินบนสมุทรฮุ่นตุ้นได้โดยไม่ต้องใช้สมบัติใด!”

“จริงด้วย!”

…การปรากฏตัวของซูอี้ทำให้ผู้รักษาวิถีเหล่านั้นประหลาดใจ

และการอยู่ผิดที่ผิดทางของซูอี้ก็ยิ่งทำให้เหล่าราชันแห่งภูมิประหลาดใจขึ้นอีก

ตลอดกาลนานมา พวกเขาพิทักษ์ที่แห่งนี้ จะไม่รู้ได้เช่นไรว่าหากไร้การชี้นำของผู้บัญชาการสักการะ ต่อให้เป็นราชันแห่งภูมิเช่นพวกเขาก็พร้อมแหลกสลายได้ทุกเมื่อ?

ทว่ายามนี้ หนึ่งจักรพรรดิในขอบเขตสานพันธะลึกล้ำดูจะทำเพียงเดินลอยชาย ปลอดภัยสบายดีเหนือสมุทรฮุ่นตุ้น ใครเล่าจะมิตกใจ?

“สหายเต๋าคือใครจากหนใด ไยจึงมาที่นี่ครานี้เล่า?”

ชายในชุดนักรบกล่าวเสียงลุ่มลึก

แม้ยามที่สนทนา เขากับผู้รักษาวิถีคนอื่น ๆ ก็หาได้หยุดการเคลื่อนไหวของพวกตนไม่ พวกเขาเดินค่ายกลอย่างสุดกำลังเพื่อหยุดแสงหายนะมิให้พุ่งหนีออกจากหุบเหวได้

“เป็นผู้ขัดเกลาที่หลงเข้ามาน่ะ”

ซูอี้กล่าวอย่างเฉื่อยชา “พวกเจ้ามุ่งเน้นที่การเดินค่ายกลเถอะ ไม่ต้องสนใจข้าหรอก”

หลังจากกล่าวคำ เขาก็เข้ามาใกล้แล้ว

ผู้ขัดเกลา?

นับตั้งแต่บรรพกาลเป็นต้นมา ผู้ขัดเกลาในขอบเขตจักรพรรดิคนใดบ้างที่สามารถข้ามสมุทรฮุ่นตุ้นรอดมาถึงเขตหวงห้ามนี้ได้?

ผู้รักษาวิถีทั้งหลายต่างระแวงมากขึ้นทุกขณะ

ทว่า เมื่อพวกเขาเห็นซูอี้หยุดยืนอยู่ไม่ไกล และไม่ได้ก้าวเข้ามาอีก ผู้รักษาวิถีเหล่านี้ก็โล่งอก

เปรี้ยง!

เบื้องใต้หุบเหว แสงสว่างที่พุ่งออกมาทวีขนาดใหญ่โตขึ้นราวกับสายรุ้งสีขาว

เจดีย์พันจั้งที่ปกคลุมเหนือหุบเหวสะท้านสั่นจากแรงปะทะราวกับจะยื้อไม่อยู่อีกต่อไป

“บ้าเอ๊ย หอกศึกใต้หุบเหวร้ายแรงขึ้นทุกทีแล้ว!”

สตรีในอาภรณ์หลากสีหน้าซีดกัดฟันกล่าว

“ผิดปกติจริง ๆ หากไม่ไหวต้องรีบรายงานใต้เท้าผู้บัญชาการสักการะนะ ให้ท่านลงมือด้วยตนเอง!”

ผู้รักษาวิถีคนอื่น ๆ ก็ขมวดคิ้วด้วยสีหน้าจริงจัง

พวกเขาหาสนใจซูอี้ไม่ ต่างคนต่างเค้นพลังทั้งหมดเพื่อเรียกใช้ให้เจดีย์พันจั้งจากค่ายกลครอบทับหายนะมิให้พุ่งออกมาได้

ซูอี้ยืนมองจากระยะไกล พลางไพล่มือเอาไว้ด้านหลัง

แม้ว่าลำแสงหายนะจากใต้หุบเหวจะยังไม่อาจหนีออกมา แต่เมื่อมองจากระยะไกลก็ทำให้ซูอี้รู้สึกถึงอำนาจกดดันที่ลอยมาปะทะหน้าจนหัวใจกระตุกวูบแล้ว

“มิน่าเล่า หายนะดึกดำบรรพ์จึงทำให้กฎภูมิดาราฟ้าดินเสียหายหนักได้ และสามารถสังหารตัวตนในตำนานทั้งหลายให้ตายตกตามกัน ดูเหมือนอำนาจเช่นนี้จะร้ายกาจเกินเทียบจริงแท้…”

ซูอี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย

เมื่อคิดไป หายนะลึกลับนั้นก็เกิดขึ้นมานานแล้ว

ทว่าวันนี้ เพียงอำนาจจากหอกศึกก็ยังต้องใช้ราชันแห่งภูมิสิบกว่าคนมาคอยยับยั้ง

นี่จะไม่น่าแปลกใจได้เช่นไร?

ทว่า เพราะเหตุนี้เองที่ซูอี้ใคร่รู้เกี่ยวกับหอกศึกนั้นมากขึ้น

จากวาจาของลู่เหยียน ตัวตนร้ายกาจนามฉินชงซูในสมัยบรรพกาลได้ใช้หอกศึกนั้นเรียกหายนะลึกลับมา!

และอาวุธสังหารซึ่งมิใช่ของยุคสมัยนี้ย่อมต้องมีที่มาเหนือธรรมดา

“บ้าเอ๊ย หกเดือนมานี้ หอกศึกนี้เปลี่ยนกลยุทธ์จะหนีเสียให้ได้ และยามนี้มันก็บ้าไปแล้ว”

หนึ่งเสียงสบถอย่างรำคาญใจดังขึ้น

สีหน้าของผู้รักษาวิถีทั้งหลายต่างบูดบึ้ง พวกเขาแสดงความเหนื่อยล้าออกมาอย่างชัดเจน เพราะยามนี้พวกตนสิ้นพลังจะขวางหายนะนี้ไว้ในหุบเหว

ทว่าไร้ผู้ใดชักมือกลับ ต่างคนต่างออกแรงสุดฝีมือ

ทว่าสีหน้าของพวกเขาต่างเผยความกระวนกระวายกันแล้ว

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการขวางแสงใต้หุบเหวเป็นเวลานานทำให้เหล่าราชันแห่งภูมิเหล่านี้รู้สึกกดดันอย่างมิเคยเป็น

ยามนี้ หัวใจของซูอี้กระตุกอย่างแปลกใจ “พวกเจ้าบอกว่าหอกศึกใต้หุบเหวนี้เพิ่งเริ่มเปลี่ยนแปลงเมื่อหกเดือนก่อนหรือ?”

“สหายเอ๋ย เรากำลังขวางหายนะ จะมีกะจิตกะใจมาคุยกับเจ้าหรือ? ข้าแนะนำให้เจ้าออกจากที่นี่ไปเสียก่อนเถิด!”

ชายชุดเหลืองผู้หนึ่งกล่าวอย่างร้อนใจ

ซูอี้แย้มยิ้มไม่เห็นด้วย “หากเจ้าตอบคำถามข้า ข้าจะไม่ถือที่จะช่วยเจ้า”

ทันทีที่วาจานี้ถูกกล่าว เหล่าราชันแห่งภูมิล้วนตะลึงนิ่ง แทบสงสัยว่าตนหูฝาด

“เจ้าหรือ?”

สตรีในอาภรณ์หลากสีอดหัวเราะมิได้ “ใจปรารถนาดี แต่วาจานี้จะถูกมองว่าสามหาวไปนะ เอาล่ะ เราจะรับความปรารถนาดีไว้ ฟังคำแนะนำข้านะ หรือจะรีบไปเสียก็ได้”

กล่าวจบ นางก็มิสนใจซูอี้อีก เช่นเดียวกับผู้รักษาวิถีคนอื่น ๆ

การต่อกรกับแสงใต้หุบเหวทำให้พวกเขาเหนื่อยล้าเหลือทน มีหรือจะมีอารมณ์มาสนใจผู้ขัดเกลาประหลาดที่เพิ่งมาถึงด้วย

ส่วนวาจาของซูอี้ พวกเขาล้วนถือว่าเป็นคำล้อเล่นของผู้ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ

ซูอี้แตะจมูกตน

นี่คือข้อเสียของการมีการฝึกฝนอ่อนด้อย ยามพบกับตัวตนซึ่งฝึกฝนมาสูงกว่าจะถูกมองข้ามอย่างเลี่ยงมิได้

ทว่า ไม่ว่าจะเป็นชายชุดเหลืองหรือสตรีในชุดหลากสีก็ตามที แม้คำพูดจะสั้นห้วนมิถือมารยาท ทว่าก็ไร้ความมาดร้ายใด ๆ

ซูอี้จึงย่อมมิถือสาเรื่องเช่นนี้

“แย่แล้ว!!”

ทันใดนั้น ชายในชุดนักรบในขอบเขตไร้ขีดจำกัดก็อุทานขึ้น

ปรากฏว่าแสงหายนะทะลวงการกั้นขวางของเจดีย์พันจั้งหลุดออกมาได้!

ผู้รักษาวิถีคนอื่น ๆ ล้วนร้องลั่นในใจอย่างตะลึงอึ้ง

แสงหายนะนั้นยาวสิบกว่าจั้ง เป็นดั่งสายรุ้งสีขาวแผ่อำนาจร้ายกาจมหาศาล

เมื่อมันพุ่งออกมา มันก็ทำลายค่ายกลพุ่งเข้าหาสตรีในชุดหลากสีโดยพลัน

“หลบเร็ว!”

ชายในชุดนักรบร้องลั่น หัวใจดีดขึ้นจุกคอ

ทว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นรวดเร็วเกินไป สตรีในชุดหลากสีไร้โอกาสได้หลบ นางจึงทำได้เพียงพึ่งสัญชาตญาณ และปามีดเข้าปะทะอย่างแรง

ทว่ายามนั้นเอง…

เปรี้ยง!

มีดบินสีเงินตรงหน้าหญิงสาวชุดหลากสีพลันมลายหาย

และแสงหายนะนั้นก็พุ่งตรงเข้าใส่นาง!

ผู้อื่นไร้ช่วงให้เข้ามาช่วยเหลือ

ในยามชี้วัดเป็นตายนี้เอง ทันใดนั้นเศษเถาวัลย์อันคลุกไปด้วยฝุ่นก็พลันปรากฏตรงหน้าสตรีในชุดหลากสี

มันเป็นดั่งคมดาบที่ฟาดฟันผ่านห้วงมิติเข้าใส่แสงหายนะนั่น!

………………………….

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1213: หายนะในเขตหวงห้าม"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

6188e53dm0GCjCeV
ซื่อจิ่น หวนรักประดับใจ (​จบบริบูรณ์​)
19/05/2024
633e76f8SBWScIIi
เก้าพี่น้องเลี้ยงซาลาเปาสุดแสบ [九个哥哥团宠小甜包]
28/06/2024
62a95ddaZSiEiP4W
ทะลุมิติไปเป็นแม่ของวายร้ายทั้งสาม [穿书后,我成了三个反派的娘]
17/02/2024
dsG-193×278-1
จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์
11/08/2022

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.