Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1293: ปล้นสมบัติ

  1. Home
  2. บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
  3. ตอนที่ 1293: ปล้นสมบัติ
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 1293: ปล้นสมบัติ

………………..

ตอนที่ 1293: ปล้นสมบัติ

เพลิงศักดิ์สิทธิ์โชติช่วง รัศมีสมบัติเรืองรอง

สองราชันแห่งภูมิรบพุ่งดุเดือดกลางเวหา

ฝ่ายหนึ่งเป็นชายชุดแดง ใช้มีดขว้างสีทองเล่มหนึ่ง

อีกฝ่ายเป็นชายชราร่างสูงในอาภรณ์ผ้า ถือกระบองสำริดในมือ

ศึกระหว่างทั้งสองดึงความสนใจผู้ฝึกตนมากมายในละแวกสมุทรมารไร้กำหนดทันที

ซูอี้เงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะสิ้นความสนใจ

การประชันระหว่างราชันแห่งภูมิในขอบเขตอสงไขยแท้เที่ยงนั้นช่างจืดจาง

ทว่ายามนี้เอง เสียงขลุ่ยอันไพเราะเสียงหนึ่งพลันสะท้อนก้องทั่วฟ้าดิน

ด้วยเสียงขลุ่ยนั้น เมฆมงคลทั่วฟ้าดินก็พร่างพราว บุปผาทองแห่งมหาวิถีเบ่งบาน

และชายในอาภรณ์สีเงิน สวมมงกุฎบนหัวก็เดินบนเส้นทางอันกรุยด้วยบุปผาทองแห่งมหาวิถี

ท่วงท่าผ่าเผย องอาจเยี่ยงเทพเซียน

ผู้คนล้วนตะลึงงัน

เสียงขลุ่ยนั้นไพเราะเยี่ยงเสียงสวรรค์ ใสกระจ่างดุจเสียงวิหคทองในหุบเขาว่างเปล่า แผ่อำนาจแทรกสู่หัวใจผู้คน

และชายอาภรณ์สีเงินก็ยิ่งดูไม่ธรรมดา มองปราดแรกก็รู้สึกเหมือนเป็นตัวตนไร้คู่เปรียบ แข็งแกร่งไร้ประมาณ

การมาถึงของเขาพลันกลายเป็นจุดสนใจคนทุกผู้

สองราชันแห่งภูมิซึ่งรบประชันดุเดือดเองก็ถูกดึงความสนใจ ทั้งสองต่างรามือ ดวงตาจ้องชายอาภรณ์สีเงินอย่างหวาดหวั่น

“มีผู้ฝึกตนใต้ขอบเขตราชันแห่งภูมิรวมตัวที่นี่ตั้งมากมาย ทว่าราชันแห่งภูมิทั้งสองกลับต่อสู้กันตามใจที่นี่ หากทำร้ายผู้บริสุทธิ์เข้าจะทำเช่นไร?”

ชายอาภรณ์สีเงินถือขลุ่ยไผ่เขียวด้วยมือข้างหนึ่ง อีกมือไพล่หลัง รำพึงแผ่วเบา

หนึ่งวาจานั้นพ้องรับกับผู้ฝึกตนมากมายที่นี่ พวกเขาล้วนเผยความชื่นชม

นี่คือยอดฝีมือที่แท้จริง!

กิริยาและจิตใจล้วนสูงส่งเลิศล้ำ!

ราชันแห่งภูมิทั้งสองกระอักกระอ่วน สีหน้ามืดหมอง

“ฟังคำแนะนำของข้านะ ผู้สูงส่งล้วนให้ค่าชีวิตบริสุทธิ์ หากต้องการสู้กันก็ไปสู้กันในจุดไร้คนเถิด อย่าสร้างปัญหาที่นี่เลย”

ชายอาภรณ์สีเงินกล่าวเบา ๆ สีหน้าสำรวมแต่ก็แสนดูแคลน “หาไม่ ข้าก็ทำได้เพียงต้องผดุงธรรมแทนสวรรค์”

“ไฉนข้าจึงรู้สึกว่าคนผู้นี้หาชักมีดช่วยคนยามเส้นทางต่างระดับไม่ แต่จงใจเรียกความสนใจกัน?”

เมิ่งฉางอวิ๋นกระซิบ

เว่ยซานเองก็คิดเช่นนั้น ออกความเห็นว่า “คนผู้นี้ช่างวุ่นวายมากเรื่อง นับแต่ปรากฏกายก็โปรยปรายบุปผาทองมหาวิถีไปทั่ว และยังมีเค้าความโอ้อวดละล่องทั่วทุกแห่ง”

มุมปากซูอี้กระตุกนิด ๆ อย่างไม่อาจมองเห็น “พวกเจ้าคิดไว้ไม่ผิดหรอก คนผู้นี้… ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านเป็นที่สุด และต้องฉวยโอกาสเสแสร้งเรียกร้องความสนใจทุกคราไป หาไม่จะอยู่ไม่เป็นสุข”

เมิ่งฉางอวิ๋นและเว่ยซานล้วนผงะ ตระหนักแล้วว่าซูอี้รู้ตัวตนของชายอาภรณ์สีเงินสวมมงกุฎผู้นี้!

ขณะนั้น ราชันแห่งภูมิทั้งสองก็ชะงักค้าง มองหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างเห็นพ้อง กุมกำปั้นคำนับชายในอาภรณ์สีเงินและหันหลังจากไป

หยุดศึกได้ด้วยวาจา ไร้การหลั่งเลือด

ภาพนี้ดึงเสียงชื่นชมมากมายจากเหล่าผู้ชมได้ทันที

ผู้ฝึกตนหญิงผู้งดงามบางคนชื่นชมเขาด้วยนัยน์ตาพร่างพราว

ขณะนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ถามอย่างประหลาดใจ

“ขอบังอาจถาม ผู้อาวุโสใช่ผู้อาวุโสจวงปี้ฟานจากตระกูลจวงหรือไม่!”

จวงปี้ฟาน!

ทันทีที่นามนี้ถูกขาน เหล่าผู้ชมล้วนนิ่งไม่ไหวติง

ในส่วนลึกแห่งจักรวาลพร่างดาว มีแปดตระกูลราชันแห่งภูมิอยู่ หนึ่งในนั้นคือตระกูลจวงโบราณ

และในตระกูลจวงโบราณ ผู้ที่โด่งดังที่สุดคือขุมกำลังบรรพกาลแห่งตระกูล จวงปี้ฟาน!

ชายในอาภรณ์สีเงินสวมมงกุฎค้างไปกลางอากาศ รำพึงเหมือนละอาย “หวนย้อนถึงอดีต หนึ่งขลุ่ยหนึ่งดาบสัญจรตามใจ โด่งดังมาแสนปี ข้าไม่ได้ปรากฏตัวสู่โลกหล้ามาแสนนาน มิคาดเลยว่าทุกวันนี้ยังมีผู้จดจำข้าได้อยู่”

รอบข้างฮือฮา เหล่าผู้ฝึกตนล้วนครั่นคร้ามเกรงขาม

“ที่แท้ก็เป็นผู้อาวุโสตระกูลจวง…”

เมิ่งฉางอวิ๋นกล่าวด้วยแววตาประหลาด

กาลก่อน ยามที่พวกเขาอยู่ในภูมิทมิฬเร้นข้างวังวายุเร้นอาสัญ เขาเคยได้พบชายหนุ่มนามจวงเซียวอวิ๋นผู้เย่อหยิ่งร้ายกาจ ชอบต่อสู้โดยมิฟังความถี่ถ้วน

ผลก็คือถูกซูอี้ดัดนิสัยอย่างรุนแรง แทบต้องร้องหาแม่

เทียบกับยามนี้แล้ว เขาก็พบว่านิสัยของจวงเซียวอวิ๋นคล้ายคลึงปู่ทวดของเขาอยู่หลายส่วน!

“ที่แท้ก็เป็นเขา”

เว่นซานฉีกยิ้ม จวงปี้ฟาน ชายผู้ถือเป็นกวีพเนจรอันดับหนึ่งในจักรวาลพร่างดาว ใครบ้างจะไม่รู้จัก?

ซูอี้อดถูหว่างคิ้วมิได้ เจ้าเฒ่าจวงปี้ฟานผู้นี้ดีทุกอย่าง เสียเรื่องเดียวคือชอบเสแสร้งมากไป

“ข้าผู้นี้สิ้นยุคโด่งดังมาแสนนาน เหตุที่ข้ามาวันนี้ก็เพราะมิอาจทนเรื่องวุ่นวายเมื่อครู่ได้ ยามนี้เมื่อจบเรื่อง ทุกผู้ก็แยกย้ายเถิด”

จวงปี้ฟานบนอากาศโบกมือน้อย ๆ พลางกล่าวอย่างสำรวม

ทว่าซูอี้เห็นชัดเจนว่ามุมปากคนผู้นี้ยกขึ้นเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าแสนสุขีที่เป็นจุดสนใจ

“โรคเก่าของคนผู้นี้ แก้ไม่หายจริง ๆ”

ซูอี้อดหัวเราะไม่ได้

ทันใดนั้น หนึ่งเสียงก็กล่าวขึ้นอย่างเฉยชา

“สัตว์ประหลาดเฒ่าจวง ในเมื่อเจ้าแสนเมตตานัก ทำเรื่องหนึ่งให้ข้าได้หรือไม่?”

สี่ร่างปรากฏขึ้นจากไกล ๆ

หนึ่งชายวัยกลางคนในชุดนักพรตเต๋าสีเหลืองส้ม หนึ่งสตรีในชุดคลุมขนนก หญิงชราผมบางในอาภรณ์หลากสี และชายหนุ่มในชุดสีเทาผู้ดูป่วยออดแอด

ผู้นำคือชายวัยกลางคนในชุดนักพรตเต๋าสีเหลืองส้ม ถือแส้นักพรตในมือ ดวงตาเย็นชา ร่างแข็งแกร่งทรงพลังเยี่ยงขุนเขา

“คนของโรงวาดฤทัย!”

เว่ยซานขมวดคิ้วกระซิบ

ซูอี้กล่าวอย่างไร้สะทกสะท้าน “ชายหนุ่มชุดเทาคนนั้นคือนายตัวจริง และน่าจะเป็นสมาชิกตระกูลจง ตระกูลโบราณอารักษ์วิถี”

ตระกูลจงโบราณอารักษ์วิถี!

เว่ยซานและเมิ่งฉางอวิ๋นมีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย

เทียบกับเหล่ายักษ์ใหญ่แห่งจักรวาลพร่างดาวทุกวันนี้ ตระกูลจง ในฐานะหนึ่งในหกตระกูลโบราณอารักษ์วิถีนั้นเก่าแก่กว่าโดยมิต้องสงสัย และมีวิชาสามารถลึกล้ำเกินคาดหยั่งบรรยาย!

อันที่จริง มรดกของหกตระกูลโบราณอารักษ์วิถีนั้นสามารถย้อนรอยได้ถึงดึกดำบรรพ์ และลือกันกระทั่งว่าเป็นทายาทสืบเชื้อเซียน!

และซูอี้ก็จำอดีตได้

เมื่อนานมาแล้ว คุณหนูผู้มีฐานะพิเศษในโรงวาดฤทัยเคยใช้นาม ‘ซงไฉ’ แฝงเข้ามาเป็นศิษย์สลักนามของเขาในถ้ำเสวียนจวิน

และความสัมพันธ์ระหว่างโรงวาดฤทัยและตระกูลจงโบราณอารักษ์วิถีก็ใกล้ชิดกันอย่างยิ่ง

ขณะที่ซูอี้กำลังครุ่นคิดนั้นเอง ใต้ท้องนภาไกลออกไป

จวงปี้ฟานเองก็รู้ตัวตนของอีกฝ่าย และอดขมวดคิ้วมิได้ “โรงวาดฤทัยของเจ้าตั้งใหญ่โต ไฉนต้องการให้ข้าคนแซ่จวงมาช่วยเหลือ?”

บรรยากาศกดดันเย็นเยียบ

ผู้ฝึกตนในบริเวณใกล้เคียงบางคนสัมผัสได้ว่าท่าไม่สู้ดี พวกเขาทั้งหลายจึงเผ่นไปให้ไกลที่สุดเพื่อเลี่ยงลูกหลง

เพราะไม่ว่าอย่างไร เมื่อมหาสงครามบังเกิด เพียงหางเลขก็เพียงพอทำให้ตัวตนใต้ขอบเขตราชันแห่งภูมิเหล่านั้นเป็นจุณได้!

นี่หาใช่เวลามาดูเรื่องสนุกไม่

ชั่วขณะนั้น บริเวณรอบข้างวังเวงลงทุกขณะ

แต่ก็ยังมีตัวตนในขอบเขตราชันแห่งภูมิบางคนที่เลือกอยู่ดูจากไกล ๆ เช่นกัน

“เป็นเรื่องบังเอิญที่เรื่องนี้ มีเพียงเจ้า สัตว์ประหลาดเฒ่าจวงเท่านั้นที่ช่วยเราได้”

ชายวัยกลางคนในชุดนักพรตเต๋าสีเหลืองส้มกล่าวด้วยสีหน้าเครียด

“เรื่องอันใดเล่า?”

คิ้วของจวงปี้ฟานขมวดแน่นขึ้น

“หยาดวารีแยกทะเลนิ่ง”

ชายหนุ่มผู้ดูออดแอดในอาภรณ์สีเทาโพล่งขึ้น “ขอเพียงเจ้าให้เรายืมสมบัตินี้ ก็เท่ากับช่วยเราได้มากแล้ว”

ไกลออกไป เมื่อเขาได้ยินเช่นนี้ คิ้วของซูอี้ก็เลิกขึ้นน้อย ๆ

ปรากฏว่าเจ้าพวกนี้คิดชิงสมบัติชิ้นนี้ไป!

เมิ่งฉางอวิ๋นจำได้ว่าเมื่อซูอี้อยู่ในภูมิทมิฬเร้น เขาเคยให้จวงเซียวอวิ๋นกลับตระกูลไปบอกปู่ทวดตนจวงปี้ฟานให้นำสมบัติชิ้นหนึ่งมารอเขาที่สมุทรมารไร้กำหนด

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสมบัติชิ้นที่ว่าต้องเป็นหยาดวารีแยกทะเลนิ่ง!

ม่านตาของจวงปี้ฟานหดตัวอย่างเงียบงัน ขณะที่เขากำลังจะกล่าวบางอย่างนั้นเอง

ชายหนุ่มอาภรณ์สีเทากล่าวอย่างเย็นชา “ในเมื่อเราพบเจ้าแล้ว เราย่อมรู้ว่าสมบัตินี้อยู่กับเจ้า ข้าบอกตรง ๆ แล้วกัน ข้ามาจากตระกูลจง มีนามว่าจงหยางซวิ่น ไว้หน้าข้าได้หรือไม่?”

สีหน้าของจวงปี้ฟานยากอ่านออกในชั่วขณะ

ชายวัยกลางคนในชุดนักพรตเต๋าสีเหลืองส้ม สตรีในชุดคลุมขนนกและหญิงชราในอาภรณ์หลากสีล้วนขยับกายอย่างไร้เสียง ขวางทางหนีจ้องจวงปี้ฟานเนิ่นนาน

สายตาเหล่านั้นเหมือนเช่นสัตว์ร้ายจนมุม!

บรรยากาศกดดันมากขึ้นทุกขณะ ชวนให้ผู้คนลืมหายใจ

กระทั่งราชันแห่งภูมิบางคนซึ่งมองอยู่จากไกล ๆ ยังตื่นกลัว

ไม่มีผู้ใดคาดว่ากำลังจากโรงวาดฤทัยและตระกูลจงโบราณจะมาหมายหัวตัวตนบรรพกาลจวงปี้ฟาน ตระกูลราชันแห่งภูมิจวงที่ฝั่งสมุทรมารไร้กำหนดนี้!

“หากเจ้าว่าขอยืมก็ยืมสิ ไฉนต้องใช้เรื่องเสียหน้ามาเกี่ยว?”

จวงปี้ฟานยิ้มเยาะ “ลูกกระต่ายน้อย อย่าคิดว่าเพราะเจ้ามาจากตระกูลจง เจ้าจะกร่างอำนาจทำทุกอย่างได้ตามใจนะ!”

เขาสบถด่าในใจ ไม่ได้ออกมาแสนนาน ทว่าเมื่อออกมากลับพบหายนะเช่นนี้ จะอับโชคเกินไปหรือไม่?

จงหยางซวิ่นผู้ดูออดแอดพลันแย้มยิ้มร้ายกาจ

“ไอ้แก่ เจ้าจะไว้หน้าข้าหรือไม่ บอกให้นะว่าที่นี่ ข้าจะกระทำสิ่งใดก็ได้ตามใจ!”

“ฆ่าเขาเสีย!”

กล่าวจบ จงหยางซวิ่นก็โบกมือ

พวกชายวัยกลางคนในชุดนักพรตเต๋าสีเหลืองส้มทั้งสามซึ่งรออยู่แล้วลงมือโดยไร้ลังเล

เปรี้ยง!

สุญญะรวนเร เพลิงศักดิ์สิทธิ์ทอประกาย

สามราชันแห่งภูมิในระดับสูงสุดจากโรงวาดฤทัยลงมือฆ่าฟันไร้ปรานี

ในขณะเดียวกัน จงหยางซวิ่นกลับยืนมองจากไกล ๆ อย่างลอยชาย จับจ้องจวงปี้ฟานราวมองคนตาย

จวงปี้ฟานหาอยู่เฉยไม่

เพียงหนึ่งโบกแขนเสื้อ

ตู้ม!

การโจมตีหมายชีวิตของราชันแห่งภูมิทั้งสามจากโรงวาดฤทัยก็แหลกเละ ร่างของทั้งสามถูกผลักกระเด็น

สีหน้าของพวกเขาล้วนแปรเปลี่ยน

ไกลออกไป จงหยางซวิ่นขมวดคิ้ว ใครกันที่กล้าเข้ามาพัวพัน? วอนตายนัก!

ดวงตาของจวงปี้ฟานเบิกกว้างกะทันหัน แววตาแสนปรีดา เข้าใจแล้วว่าผู้มาคือผู้ใด

“เจ้ากล้าปล้นสมบัติที่ข้าต้องการ กล้าเสียนี่กระไร”

วาจาดูแคลนเฉยชามิทันสร่าง ซูอี้ก็ลงมือแล้ว

ใช้ฝ่ามือแทนดาบ ฟาดฟันผ่านนภา

ปราณดาบวูบไหวส่องสว่างทั่วโลกหล้า

ท้องนภากว้างใหญ่เย็นชานี้ดูเจิดจ้าขึ้นในพริบตา

ฟ้าดินจรัสแสง

ร่างของชายวัยกลางคนในชุดนักพรตเต๋าสีเหลืองส้ม สตรีในชุดคลุมขนนกและหญิงชราในอาภรณ์หลากสีล้วนแหลกสลาย

เหลือเพียงเถ้าธุลี!

………………..

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1293: ปล้นสมบัติ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf0073
เสน่ห์รักคุณหนูต่างสกุล
03/05/2023
aileenQCSjP
ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว
06/03/2026
novelpds958
ยอดชายาหนีรัก ไปพักใจที่ชายป่า
01/07/2026
novelpdf002
ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย
04/02/2024

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.