Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1313: ลองแล้วก็ตาย

  1. Home
  2. บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
  3. ตอนที่ 1313: ลองแล้วก็ตาย
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 1313: ลองแล้วก็ตาย

………………..

ตอนที่ 1313: ลองแล้วก็ตาย

รัตติกาลกว้างใหญ่ให้บรรยากาศเหงาหงอยและเงียบสงัด

ใต้ผืนปฐพีพันฉื่อ ร่างหนึ่งเผ่นหนีสุดความเร็ว

เขาเป็นชายชุดดำผู้สวมมงกุฎเหล็ก หน้าตาอัปลักษณ์ ดำดินหนีว่องไวเยี่ยงสายฟ้า

หากเป็นเหตุทั่วไป ผู้ฝึกตนคนอื่นจะไม่อาจตรวจพบการมีอยู่ของเขาได้เลย

ทว่าชายชุดดำดูตื่นตระหนกกลัว สีหน้าแววตาเปี่ยมความตกใจ

“ข้อมูลผิดพลาด ต่อให้ใช้สมบัติในขอบเขตจุติสรวงก็ยังไม่มีทางจัดการร่างเวียนวัฏของทัศนาจารย์ได้!”

“หากกลับไปได้หนนี้ ต้องรายงานต่อ ‘ท่านจ้าวเร้นราตรี’ โดยเร็วที่สุด… หือ?”

ขณะคิดเช่นนี้ สีหน้าของชายชุดดำพลันแปรเปลี่ยน จากนั้นร่างของเขาก็เคลื่อนหลบ

ตู้ม!

หนึ่งปราณดาบทะลวงผ่านชั้นพิภพพันฉื่อฟาดฟันลงมา

แสงดาบอันร้ายกาจฟาดฟันมาอย่างบ้าคลั่ง ชายชุดดำไม่มีโอกาสได้ครุ่นคิดและตัดสินใจเปลี่ยนทางหนีในฉับพลัน

เหงื่อกาฬแตกพลั่ก สั่นเทิ้มทั้งใจกาย

เมื่อครู่นี้ หากเขาหยุดไม่ทัน คงไม่พ้นถูกปราณดาบนั้นฟันร่างสิ้นสูญ!

‘เจ้านั่นหาร่องรอยเราได้หรือ? เขาทำได้เช่นไรกัน?…’

ชายชุดดำเพิ่งคิดถึงตรงนี้

ตู้ม!

หนึ่งปราณดาบก็ทะลวงแดนดินฟาดฟันลงมาอีกครั้ง

ชายชุดดำอุทานพลางเปลี่ยนทิศทางอีกครั้ง

ในเวลาต่อมา ไม่ว่าเขาจะหนีไปทางใด ก็จะมีหนึ่งปราณดาบโปรยปรายให้ต้องหนีจ้าละหวั่นทุกคราไป

ฟู่!

โลหิตกระอักออกจากปาก แผลดาบอาบเลือดแผลหนึ่งปรากฏบนร่างเขา

เมื่อมองขึ้นไปก็พบว่าแดนดินถล่มลงเป็นหลุมใหญ่นานแล้ว

และเหนือหลุมดังกล่าว ร่างหนึ่งยืนตระหง่านอยู่ มองลงมาที่เขาด้วยแววตาลึกล้ำ

“ไยไม่หนีไปเล่า?”

ซูอี้กล่าวด้วยแววตาเย้าหยอก

ชายชุดดำสูดหายใจลึก ๆ “ไฉนเมื่อครู่จึงไม่ลงมือให้เด็ดขาด?”

หลังจากเขาสงบใจลง เขาก็พบว่ายามหนีเมื่อคราก่อน หากอีกฝ่ายลงมืออย่างไร้ปรานี เขาคงตายไปแล้ว!

ซูอี้กล่าวอย่างสุขุม “ข้าอยากรู้บางเรื่อง”

ชายชุดดำส่ายหน้ากล่าว “ข้ารู้ว่าเจ้าอยากถามอันใด และข้าบอกเจ้าได้ชัด ๆ ว่าเราทั้งหลายล้วนทำตามคำสั่ง ไม่รู้ความจริงในสิ่งที่เจ้าอยากรู้แต่อย่างใด”

หลังจากเว้นช่วงเล็กน้อย เขาก็กล่าวด้วยแววตาซับซ้อน “ค้นวิญญาณไปก็ไร้ผล ก่อนจะทันได้ลงมือ จิตวิญญาณของเราแต่ละคนล้วนถูกพลังต้องห้ามฝังไว้ ขอเพียงวิญญาณถูกค้น มันก็จะระเบิดตนเอง”

ซูอี้เลิกคิ้วเล็กน้อยขณะกล่าว “งั้นข้าเก็บเจ้าไว้ จะมีประโยชน์อันใด?”

ว่าพลาง เขาก็ยกดาบแห่งโลกาในมือขึ้น

“ช้าก่อน!”

ชายชุดดำรีบกล่าวขึ้นด้วยหน้าที่เปลี่ยนสีไป “เจ้าไม่อยากรู้หรือไรว่าข้าทำตามคำสั่งผู้ใดอยู่?”

ซูอี้ว่า “หากเจ้าปริปาก เจ้าจะรอดตาย”

“เราล้วนทำตามคำสั่งท่านจ้าวเร้นราตรี และทุกการกระทำของเราล้วนมีท่านจ้าวเร้นราตรีคอยสั่งการเบื้องหลัง”

ชายชุดดำรีบกล่าวรัวเร็ว “ขณะนี้ ท่านจ้าวเร้นราตรีอยู่ในเมืองหมื่นหลิว!”

ซูอี้ว่า “เราจะหาเขาพบได้เช่นไร?”

เมืองหมื่นหลิวกว้างใหญ่ยิ่งนัก เทียบได้กับเมืองย่อม ๆ อันมีผู้คนมากมายดุจหยาดวารีในท้องสมุทร ไม่ต่างจากการงมหาเข็มในกองฟาง

ชายชุดดำนำยันต์หยกสีดำออกมาส่งให้ซูอี้ชิ้นหนึ่ง “ด้วยยันต์นี้ เจ้าจะสามารถสืบร่องรอยของท่านจ้าวเร้นราตรีได้”

ซูอี้มองลงมายังยันต์ลับสีดำซึ่งถูกสลักลวดลายมารเล็กละเอียดประหลาดตาเอาไว้ และยังสลักรูปบานประตูบิดเบี้ยวสีเลือดไว้เบื้องหลัง

“เมื่อข้าพบท่านจ้าวเร้นราตรี ข้าจะปล่อยเจ้าไป”

ซูอี้เก็บยันต์ลับสีดำ ก่อนจะคว้ามือบนอากาศ และรวบร่างชายชุดดำไว้

“ข้าหวังเพียงว่า… ใต้เท้าทัศนาจารย์จะรักษาวาจา!”

ชายชุดดำรำพึง

…

เมืองหมื่นหลิว

ถนนทุกสายสว่างไสวขึ้นกลางราตรี

ในสวนแห่งหนึ่ง

ใต้ต้นหลิวเก่าแก่ขนาดหลายคนโอบ มีหญิงสาวน่ารักจิ้มลิ้มผู้หนึ่งนั่งอยู่

หญิงสาวผู้นั้นสวมชุดกระโปรงสีทับทิม เรือนผมสยายยาวเยี่ยงน้ำตก นั่งปอกผลทับทิมอยู่บนเก้าอี้ไม้ ชามใบน้อยตรงหน้านางเต็มไปด้วยเมล็ดทับทิมวับวาวเยี่ยงอัญมณี

มีเสียงเคาะที่ประตู

หญิงสาวกล่าวโดยหาเงยหน้าขึ้นไม่ “เข้ามาสิ”

เสียงของนางนุ่มนวลและรื่นหู

เมื่อประตูสวนเปิดออก ซูอี้ก็เดินเข้ามา

และเมื่อเขาเห็นหญิงสาว คิ้วก็เลิกขึ้น นางเป็นวิญญาณอาสัญ!

“เจ้าคือผู้มีเคล็ดเวียนวัฏสงสารสินะ ข้ารออยู่เจ้าอยู่ที่นี่นานแล้ว”

สตรีในชุดกระโปรงสีทับทิมเงยหน้าขึ้นกล่าวยิ้ม ๆ

“เจ้าคิดไว้แล้วว่าหรือว่าข้าจะมา?”

ซูอี้ก้าวเข้ามา

สวนนี้กว้างใหญ่ มีสะพานน้อย ศาลาและธารหลั่งริน

หญิงสาวนั่งอยู่ใต้ต้นหลิวใหญ่อย่างสงบเสงี่ยมระคนสำราญใจ

“เปล่า ข้าคิดว่าเจ้าจะตาย และข้าก็ไม่ต้องลงแรงใด ๆ อีก แต่ข้ากังวลว่าเจ้าจะมิตาย จึงต้องมารอที่นี่เอง”

หญิงสาวในชุดกระโปรงสีทับทิมกล่าวเสียงใส “ยามนี้ดูเหมือนว่าพวกที่ข้าส่งไปจัดการเจ้าก่อนหน้านี้ ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นยอดฝีมือสูงสุดในโลกหล้าปัจจุบัน แต่ก็ทำอันใดเจ้ามิได้อยู่ดี”

กล่าวถึงตรงนี้ นางก็นำชามหยกใบน้อยอันบรรจุเมล็ดทับทิมไว้ขึ้นมา “กินไหม?”

ซูอี้เมินมันไปทันที “เจ้าหรือคือท่านจ้าวเร้นราตรี?”

หญิงสาวในชุดกระโปรงสีทับทิมพยักหน้าน้อย ๆ “ก็แค่หนึ่งในนั้นแหละ”

วาจาสื่อว่ามีท่านจ้าวเร้นราตรีคนอื่น ๆ นอกจากนางอยู่!

ซูอี้ว่า “เจ้ามาจากขุมกำลังใด?”

สตรีในชุดกระโปรงสีทับทิมหัวเราะออกมา “การถูกเจ้าสอบปากคำเยี่ยงนักโทษนั้นไม่น่าสบายใจเลยจริง ๆ”

ซูอี้กล่าวเนิบ ๆ “ไม่ต้องหัวเราะให้มากนัก ร่วมมือกับข้าแต่โดยดี เจ้าจะรอด หาไม่ก็ตาย”

สตรีในชุดกระโปรงสีทับทิมเงยหน้าขึ้น กรอกเมล็ดทับทิมในชามใบน้อยเข้าปาก เคี้ยวแก้มตุ่ยขณะพูดอู้อี้ “ได้ หากเจ้าออกจากสวนนี้ได้ ข้าไม่ถือหากจะบอกความจริงเจ้าบ้าง”

ซูอี้ว่า “แค่เจ้าลำพังหรือ?”

สตรีในชุดกระโปรงสีทับทิมกล่าวยิ้ม ๆ “ข้าคือวิญญาณอาสัญ ย่อมกลัวพลังแห่งวัฏสงสารเป็นที่สุด ดังนั้นยามใดที่ข้าต้องลงมือเอง ข้าย่อมไม่พลาด”

นางว่าพลางดีดนิ้ว

ทันใดนั้น ทั่วทิศรอบสวนก็ปรากฏคนสี่ร่างขึ้น

คนเหล่านั้นมีกันทั้งชายและหญิง และทุกคนล้วนเป็นวิญญาณอาสัญ!

ในมือของคนเหล่านั้นถือธงสีดำธงหนึ่ง แสงสีดำวนเวียน ปราณเซียนเคลื่อนไหววูบไปมา

“มหาค่ายกล?”

ซูอี้ขมวดคิ้ว

“นี่มิใช่มหาค่ายกลธรรมดา”

สตรีในชุดกระโปรงสีทับทิมอธิบาย “นามของมันคือ ‘ค่ายกลโลกาถล่มภูผาฝังสมุทร’ ประกอบด้วยค่ายกลสังหารระดับจุติสรวงสี่สิบเก้าค่าย และเมื่อนานมาแล้ว ค่ายกลนี้เคยเป็นค่ายกลสังหารพิทักษ์สำนักของขุมกำลังเซียนสูงสุดแห่งหนึ่ง แข็งแกร่งเสียจนสามารถสังหารยอดคนในขอบเขตจุติสรวงได้”

“ช่างน่าเสียดายที่โลกหล้าทุกวันนี้ถดถอยกว่าบรรพกาล และต่อให้ข้าทุ่มกำลังสุดฝีมือ ก็รีดเร้นพลังค่ายกลนี้ได้เพียงกึ่ง”

ท้ายที่สุด คู่เนตรงามคล้ายธารวารีของนางก็มองซูอี้ยิ้ม ๆ “แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ดูเหมือนจะสังหารตัวตนเช่นสหายเต๋าได้”

“ลองดูก็รู้เอง”

ซูอี้พลันขยับ

วูบ!

หนึ่งปราณดาบปรากฏกลางอากาศ ฟาดฟันร่างของสตรีในชุดกระโปรงสีทับทิมลงทันที

ทว่าซูอี้กลับขมวดคิ้ว

นี่คือยันต์แทนกาย ลึกลับสุดขั้ว ลวงเนตรทิพย์ของซูอี้ได้!

เมื่อตระหนักเช่นนี้ แววตาของซูอี้ก็แปรเปลี่ยนพิกล มุมปากอดยกยิ้มเย้าหยอกมิได้

“ลองก็ลอง”

ไกลออกไปบนชายคา

ร่างของสตรีในชุดกระโปรงสีทับทิมปรากฏขึ้นจากอากาศธาตุ

นางโบกมือขณะแย้มยิ้ม “เริ่มกันเถอะ”

ตู้ม!

แล้วทั้งสวนก็เต็มไปด้วยอำนาจค่ายกลที่ปกคลุมด้วยอักขระจรัสแสงในฉับพลัน

แสงเซียนแผดกล้า วจีวิถีคำรามก้อง ค่ายกลสังหารเช่นนี้เหนือล้ำกว่าระดับราชันแห่งภูมิมากนัก ทั้งยังเป็นอาวุธสังหารระดับจุติสรวงซึ่งสามารถสังหารยอดคนในขอบเขตจุติสรวงได้

แม้จะเป็นเพียงนิมิต แต่ก็เผยจิตสังหารร้ายกาจรุนแรง

สวนใหญ่แปรเปลี่ยนเป็นโลกเร้นลับอันโหดร้ายน่าหวาดผวา

รอบสวน วิญญาณอาสัญทั้งสี่เร่งใช้ธงสำริดโคจรพลังของ ‘ค่ายกลโลกาถล่มภูผาฝังสมุทร’ นี้จนถึงขีดสุด

สตรีในชุดกระโปรงสีทับทิมที่อยู่บนชายคามองเรื่องทั้งหมดนี้ด้วยรอยยิ้ม คู่เนตรงามเปี่ยมความเย็นชาเย้ยหยัน

จะมีผู้ใดในโลกหล้าเข้าใจพลังในขอบเขตจุติสรวงด้วยหรือไร?

ถือครองวัฏสงสารแล้วเช่นไร? มิเห็นจำเป็นต้องลงมือเอง เพียงยืมอำนาจภายนอกเข้าสักหน่อยก็ปราบได้ง่าย ๆ แล้ว!

“ระวังด้วย อย่าฆ่าเขาไปจริง ๆ เสียเล่า”

สตรีในชุดกระโปรงสีทับทิมกล่าวสั่งเสียงเย็น

ขณะนี้ บรรยากาศอ่อนหวานน่ารักของนางหายวับไป ร่างของนางเต็มไปด้วยปราณเย็นชาโดดเดี่ยวดุจผู้นำหนึ่งเดียวในโลกหล้า

“รับทราบ!”

วิญญาณอาสัญสี่คนรับคำสั่งอย่างเคร่งขรึม

ทว่าไม่นานนัก ซูอี้ผู้ติดในค่ายกลก็ระเบิดร่างแหลกเป็นเศษเสี้ยวนับไม่ถ้วน

ทุกคนล้วนผงะ

นี่มันเรื่องอันใดกัน?

พวกเขายังมิทันโจมตีเลย!

“ไม่ คนผู้นั้นดูจะใช้สมบัติลับซึ่งคล้ายยันต์แทนกาย!”

สีหน้าของสตรีในชุดกระโปรงสีทับทิมบนชายคาแปรเปลี่ยนเล็กน้อย

ทันใดนั้นเอง

ตู้ม!

นอกสวน ปราณดาบสายหนึ่งทะยานขึ้น แปรเปลี่ยนเป็นนิมิตหกวิถีเวียนวัฏอันมืดดำเยี่ยงราตรีกาลปกคลุมทั่วนภา

สี่วิญญาณอาสัญผู้กำลังร่วมมือโคจรค่ายกลล้วนหวาดผวา สัมผัสได้ถึงภัยคุกคามถึงตาย

“นี่มันวัฏสงสาร!”

มีผู้คำรามออก

ตู้ม!

ทว่าปราณดาบก็ระเบิดเปรี้ยง

มันดูราวกับโลกแห่งหกวิถีวัฏสงสารประทับลงมาจากสรวงสวรรค์

สี่วิญญาณอาสัญผงะ พยายามเร่งค่ายกลเข้าสู้ในทันใด

ทว่าก็สายไปก้าวหนึ่ง

ปราณดาบทะยานลง พลังแห่งวัฏสงสารถาโถมใส่ร่างของวิญญาณอาสัญทั้งสี่คนหายไปทันที

“อ๊ากกก!”

“อย่านะ!!”

วิญญาณอาสัญเหล่านี้เป็นเยี่ยงหิมะน้ำแข็งหลอมละลายท่ามกลางเพลิงคลั่ง พวกเขาแต่ละคนล้วนเกินทานทน ถูกกำจัดสิ้นด้วยอำนาจแห่งวัฏสงสาร

ไม่เหลือแม้เพียงร่องรอยเถ้าถ่าน!

เป็นดั่งวาจายามก่อนของปราชญ์หงอวิ๋น ผู้ถือครองวัฏสงสารเป็นเหมือนเจ้าชีวิตของวิญญาณอาสัญ เขาสามารถปลดปล่อยวิญญาณอาสัญจากคำสาป คืนชีวิตใหม่ให้ และยังสามารถสลายวิญญาณให้ตกตายอย่างสมบูรณ์ได้เช่นกัน!

เมื่อสิ้นการควบคุมจากสี่วิญญาณอาสัญ ‘ค่ายกลโลกาถล่มภูผาฝังสมุทร’ ก็สลายไป

ใบหน้าของสตรีในชุดกระโปรงสีทับทิมบนชายคาแดงก่ำ คู่เนตรเดือดดาลเสียจนแทบสำรอกไฟ

ถูกหลอกแล้ว!

มหาค่ายกลถูกใช้ ทว่าเป้าหมายกลับเป็นเพียงสมบัติลับแทนตนของคู่ต่อสู้

และร่างจริงของอีกฝ่ายก็ฉวยโอกาสลงมือ!

“พวกเขาลองแล้วก็ตาย แล้วเจ้าเล่า อยากลองต่อหรือไม่?”

ท่ามกลางราตรี ซูอี้ผู้แต่งกายด้วยอาภรณ์เขียวปรากฏขึ้นจากไกล ๆ มองสตรีในชุดกระโปรงสีทับทิมซึ่งอยู่บนชายคาด้วยรอยยิ้ม

………………..

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1313: ลองแล้วก็ตาย"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

Yqkg
ฉันมีพี่ชาย 7 คน
18/04/2025
novelpdf002
ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย
04/02/2024
6d-fe53-105
ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที
12/06/2026
novelpds958
ยอดชายาหนีรัก ไปพักใจที่ชายป่า
02/07/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.