Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1316 แดนสุขาวดีแคว้นฟ่าน

  1. Home
  2. บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
  3. ตอนที่ 1316 แดนสุขาวดีแคว้นฟ่าน
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 1316 แดนสุขาวดีแคว้นฟ่าน

………………..

ตอนที่ 1316 แดนสุขาวดีแคว้นฟ่าน

ร่างเวียนวัฏของทัศนาจารย์ปรากฏขึ้นในภูมิดาราเทพนคร!

เมื่อข่าวนี้ปรากฏ แทบจะในชั่วข้ามคืน มันก็แพร่กระจายไปทั่วภูมิดาราเทพนคร เกิดเป็นเสียงฮือฮา

ภูมิดาราเทพนครคือภูมิดาราอันดับหนึ่งแห่งจักรวาลพร่างดาว เป็นหัวใจแห่งจักรดาราตงเสวียน

หกตระกูลโบราณอารักษ์วิถี ขุมกำลังยักษ์ใหญ่แห่งจักรวาลพร่างดาว และตระกูลราชันแห่งภูมิล้วนมีที่ตั้งอยู่ ณ ที่แห่งนี้

เมื่อข่าวแพร่งพราย ขุมกำลังสูงสุดในโลกหล้าล้วนรับรู้เป็นผู้แรก

และวิญญาณอาสัญซึ่งอยู่เบื้องหลังขุมกำลังสูงสุดเหล่านี้ต่างกระสับกระส่าย

ใต้นทีกระเพื่อมคลื่น

พายุกำลังก่อตัว

……

ขณะที่ภูมิดาราเทพนครเดือดพล่าน ซูอี้ก็เดินทางไปยัง ‘แคว้นฟ่าน’ แล้ว

แคว้นฟ่านคือหนึ่งในสามสิบหกแคว้นของภูมิดาราเทพนคร พื้นที่ส่วนใหญ่ปกครองโดยขุมกำลังวิถีพุทธ วัดและอารามโบราณตั้งเรียงราย ควันธูปพลิ้วโชยอบอวล

ในภูมิดาราเทพนคร แคว้นฟ่านมีชื่อเสียงว่าเป็น ‘พุทธสถานบนแดนดิน’

“นายน้อย ข่าวศึกในเมืองหมื่นหลิวแพร่ออกไป ยามนี้ภูมิดาราเทพนครรู้ถึงการกลับมาของท่านแล้วนะขอรับ”

เว่ยซานขมวดคิ้วกล่าวบนเรือท้องแบน

เมื่อครู่ ยามผ่านเมืองอันรุ่งโรจน์เมืองหนึ่ง พวกเขาก็พบว่าศึกเมืองหมื่นหลิวเมื่อคืนก่อนได้ก่อกระแสในภูมิดาราเทพนครเป็นที่เรียบร้อย

“มิแปลก ต้องเป็นฝีมือตาเฒ่าชั่วช่างเสื้อที่คอยก่อกวนสร้างปัญหาให้ข้าอยู่แน่แท้ เพื่อที่มันจะได้ตกปลายามน้ำขุ่นได้”

ซูอี้ใช้หัวแม่เท้าคิดก็รู้ว่าผู้อยู่เบื้องหลังต้องเป็นช่างเสื้อแน่แท้

“ไอ้แก่นี่ น่าสับเป็นพัน ๆ ชิ้นนัก!”

เว่ยซานข่มเขี้ยวเคี้ยวฟัน

ซูอี้กล่าวเรียบ ๆ “เมื่อข้าไปพบหลวงจีนเฒ่าคงจ้าวหนนี้ ข้าจะไปคิดบัญชีกับไอ้แก่นี่”

เพิ่งสิ้นคำ…

ตู้ม!

กระสวยสีดำลำหนึ่งพลันปรากฏ ทะลวงผ่านเรือท้องแบนของซูอี้จากด้านล่าง

ตู้ม!

เรือท้องแบนระเบิดเป็นจุณ

ซูอี้และเว่ยซานทะยานสู่เวหา หลบการโจมตีกะทันหันนี้ไปได้ก่อนหนึ่งก้าว

ทว่า ก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งหลัก เสียงคำรามสะท้านสรวงก็ดังขึ้น วิหคร้ายสีดำขนาดราวขุนเขาปรากฏขึ้นบนเวหา ปีกโบกสะบัดข้ามนภา

ร่างของวิหคร้ายย้อมด้วยแสงเซียน ปีกทั้งสองเหมือนมีดแหวกสวรรค์ แยกสุญญะสร้างพายุวิถีอันเจิดจรัส

เงาร่างของซูอี้วูบไหว ใช้หมัดกระแทกบนอากาศเยี่ยงดาบ

ตู้ม!!

อำนาจร้ายกาจแห่งวัฏสงสารถาโถมลงสู่โลกหล้าเยี่ยงภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ทำให้วิหคร้ายสีดำตะลึงจนเส้นขนร่วงโรยโปรยปราย กรีดร้องลั่นพลางเผ่นหายไปไกล

ทว่าก็สายไป

ทั่วทิศบนสุญญะ ตาข่ายกว้างปรากฏขึ้นปกคลุมท้องนภา ประสานเกี่ยวด้วยอำนาจกฎเกณฑ์ ปราณเซียนเจิดจรัสทะลักไหล

สี่เงาร่างปรากฏขึ้นถือแต่ละมุมของตาข่ายกว้าง โยนลงมาสุดแรง

ทันใดนั้น ตาข่ายกว้างก็คลุมร่างซูอี้กับเว่ยซานไว้

การถูกคลุมกะทันหันชวนให้รู้สึกราวไม่อาจหลบหนีตอบโต้ใด ๆ

ทว่าซูอี้หาหลบหนีไม่

ตู้ม!

ดาบแห่งโลกาวาดผ่าน ซูอี้คว้าแขนเว่ยซานทะยานตามดาบไป

เปรี้ยง!!!

คมดาบทะลวงตาข่ายใหญ่แหลกสลาย

ซูอี้และเว่ยซานรอดออกมาได้

แทบจะในขณะเดียวกัน กระสวยสีดำก็พุ่งมาอีกครั้ง รวดเร็วเหลือเชื่อยิ่งนัก

และวิหคร้ายสีดำขนาดราวขุนเขานั้นก็กระพือปีกอย่างบ้าคลั่ง ส่งพายุแสงเซียนพัดกระหน่ำทั่วฟ้าดิน ทะยานเข้าหาพวกซูอี้

ชุดการโจมตีอันเกิดขึ้นในพริบตานี้ร้ายแรงยิ่งนัก

กล่าวคือ ราชันแห่งภูมิใด ๆ ในโลกหล้าไม่อาจหยุดมันได้เลย

กระทั่งเว่ยซานยังหลั่งเหงื่อกาฬแตกพลั่ก

ทว่าซูอี้กลับแค่นเสียงอย่างเย็นชา สะบัดแขนเสื้อของเขา

ตู้ม!

ดาบบินพิรุณสิ้นเหมันต์พุ่งออกมา ฉาบด้วยอำนาจวัฏสงสารดำทมิฬทะยานผ่าพายุข้ามนภา ฟาดฟันเข้าใส่วิหคร้ายสีดำ

เพียงพริบตา ปีกของวิหคร้ายก็สะบั้น หัวหลุดจากคอ ส่งเสียงร้องโหยหวน

ขณะเดียวกัน ซูอี้ก็ใช้ดาบแห่งโลกาฟาดผ่านอากาศ สะบั้นกระสวยสีดำเป็นสองท่อนด้วยเสียงเลื่อนลั่น

“ทุกผู้หยุดมือเถิด”

ไกลออกไปใต้ท้องนภา เสียงทุ้มหนักเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

พร้อมกันนั้น ร่างหนึ่งเดินออกมาจากใต้ท้องนภาไกลออกไป

เขาสวมอาภรณ์สีดำ ร่างสูง ใบหน้าหล่อเหลา ยามเยื้องย่างผ่อนคลายไร้กังวล

เมื่อเขาปรากฏ เหล่ายอดฝีมือผู้รุมโจมตีซูอี้เมื่อครู่ล้วนพุ่งมารวมตัว

“ที่แท้ก็เป็นวิญญาณอาสัญกลุ่มหนึ่ง”

สีหน้าของเว่ยซานมืดดำ

จวบยามนี้ เขาเห็นแล้วว่าทั้งห้าล้วนแต่เป็นวิญญาณอาสัญผู้ทรงเชาว์ ความแข็งแกร่งเหนือล้ำกว่าราชันแห่งภูมิไปไกล!

ดวงตาของซูอี้นิ่งเฉยทว่าลึกล้ำ “นี่คือปัญหาที่ช่างเสื้อหามาให้ข้า ต่อให้ฆ่าข้าไม่ได้ ก็ทำให้ข้าขยะแขยงได้”

“แข็งแกร่งนัก ควรค่าเป็นยอดฝีมือผู้ทำให้พรรคเซียนเร้นราตรีเพลี่ยงพล้ำได้”

ยามนั้น ชายอาภรณ์สีดำเดินมาหาจากไกล ๆ และกล่าวยิ้ม ๆ “เมื่อครู่ข้าผลีผลามลงมือ ไม่ใช่ใดอื่นนอกจากเพื่อยืนยันตัวตนของสหายเต๋า ไร้เจตนาเป็นอื่น หวังให้สหายเต๋าอภัยด้วย”

กล่าวจบ เขาก็โบกมือ “พวกเจ้าเองก็ไปขอขมาทัศนาจารย์เร็วเข้า”

“ขอรับ!”

วิญญาณอาสัญเหล่านั้นรับคำสั่ง

“ขอสหายเต๋าอภัยด้วย”

วิญญาณอาสัญแต่ละผู้ล้วนก้มหัวคำนับ

สิ่งนี้ทำให้เว่ยซานพลันกัดฟันกรอดอย่างรังเกียจ “ลอบโจมตีด้วยเจตนาร้าย แต่เจ้ากลับมาพูดกลบเกลื่อน นี่หรือครรลองการวางตัว?”

“สหายเต๋าโปรดใจเย็นก่อน หากเราไม่ลงมือ เราหรือจะตัดสินร่างแท้ของทัศนาจารย์ได้? ยิ่งกว่านั้น เราทั้งหลายต่างขอขมาแล้ว ยังมิพอหรือ?”

ชายชราผู้หนึ่งในชุดผ้าลินินกล่าวอย่างไร้อารมณ์ ในมือถือกระสวยซึ่งขาดเป็นสองท่อนไว้

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาคือผู้ลงมือทำลายเรือท้องแบนของซูอี้ในคราแรก

ซูอี้คร้านเกินกว่าจะเสวนา เขาลงมือทันที

แสงดาบวูบไหว แดนดินในรัศมีพันจั้งแหลกร้าว ปราณดาบไร้ที่เปรียบอาบอำนาจวัฏสงสารพร่างพรม และร่างของชายชราในชุดผ้าลินินก็แหลกสลายไปทันที

สิ้นปัญญาต่อต้าน!

ภาพนี้ทำให้ชายอาภรณ์สีดำและคนอื่น ๆ หน้าเปลี่ยนสี ใบหน้าพลันมืดหมอง

“เราเข้าใจได้ว่าทัศนาจารย์มีโทสะ เพราะถึงอย่างไร หากถูกโจมตีเช่นนี้ก็คงไม่ชอบใจอยู่ดี”

ชายอาภรณ์สีดำสูดหายใจลึก ๆ และกล่าวยิ้ม ๆ “ยามนี้ถึงกาลที่ทัศนาจารย์จะผ่อนอารมณ์ลงได้แล้วหรือไม่? อันที่จริง หนนี้เรามาด้วยเจตนาดี อยากสร้างสัมพันธ์ฉันมิตรกับผู้อาวุโสนะ…”

โดยไม่รอให้พูดจบ ซูอี้หาพิรี้พิไรไม่ เขาลงมืออีกครั้ง

ปราณดาบทะยานผ่านนภา ฉีกกระชากแดนสรวง ชายชุดขาวผู้หนึ่งรับเคราะห์แหลกสลายตายไปด้วยปราณดาบนี้

ผลกระทบร้ายกาจของปราณดาบทะลวงลง ชายอาภรณ์สีดำและคนอื่น ๆ จึงต้องหลบเลี่ยง

ชั่วขณะนั้น พวกเขากรุ่นโกรธเดือดดาล ไม่อาจคาดเดาได้ว่าไฉนทัศนาจารย์ผู้นี้จึงกล้าอหังการนัก!

และซูอี้ก็ใช้ดาบแห่งโลกาลงมือโจมตีมาอีกหน

ดวงตาของเขาเยือกเย็นไร้แยแส ร่างสูงใหญ่รัดพันด้วยกฎวัฏสงสารดุจผู้ครองพิภพท่องแดนดิน

“ถอย!”

ใบหน้าของชายอาภรณ์สีดำบึ้งตึง หันหลังจากไป

ตู้ม!

ปราณดาบคลั่งคลุ้งเยี่ยงทะเลเดือด

ก่อนที่วิญญาณอาสัญทั้งสองจะทันได้หลบ พวกเขาก็ถูกสังหารทันที

ท้ายที่สุดก็เหลือเพียงชายอาภรณ์สีดำและวิหคร้ายซึ่งบาดเจ็บกระเสือกกระสนหนีแตกตื่น

“จะมาสร้างสัมพันธ์ฉันมิตรไม่ใช่หรือ? ไฉนจึงหนีเล่า? เจตนาดีของเจ้าอยู่หนใด?”

เว่ยซานตะโกน

ชายชุดดำหาตอบสนองไม่ เขาหายวับไปในพริบตา

ซูอี้เก็บดาบแห่งโลกาไปพลางกล่าว “พวกเขาโง่หรือ?”

เว่ยซานว่า “รู้ทั้งรู้ว่าเคล็ดวัฏสงสารของนายน้อยถือไพ่เหนือกว่า ยังกล้ามารนหาที่ ไม่โง่ได้หรือ?”

ซูอี้ว่า “ทว่าหากเราถูกจับเป็นจากการลอบโจมตีนั้นเล่า?”

เว่ยซานนิ่งไป

ไม่รีรอให้ตอบ ซูอี้กล่าวขึ้นว่า “พวกเขาต่อสู้เพื่อโอกาสนี้ คนตายเพราะทรัพย์สิน วิหคสิ้นเพราะอาหาร หากคนนอกมามองการลอบโจมตีนี้ ย่อมคิดว่าพวกเขาโง่เขลา ทว่าหากพวกเขาทำสำเร็จจริง พวกเขาจะได้เป็นวิญญาณอาสัญกลุ่มแรกที่ได้ทำลายคำสาปในร่าง ซ้ำยังควบคุมพลังแห่งวัฏสงสาร กลายเป็นเจ้าชีวิตเหนือวิญญาณอาสัญตนอื่น ๆ”

เว่ยซานรำพึง “ความเย้ายวนใจสูงเกินไป ทำให้อดลองมิได้จริง ๆ”

ซูอี้ว่า “คนนอกมักคิดเสมอว่าพวกตนพรั่งพร้อม แต่หารู้ไม่ว่าหากพบความเย้ายวนเกินต้าน พวกเขาก็อาจไม่ได้ดีไปกว่าเจ้าพวกเมื่อครู่”

เว่ยซานถอนใจ “จริง ทุกผู้ในโลกล้วนรู้ว่าการเดิมพันทำร้ายคน และรู้ว่ามีมีดดาบแขวนเหนือหัว แต่ไม่ใช่ว่าโลกนี้ยังคงมีนักเดิมพันอยู่หรือ?”

ซูอี้ “…”

ครู่ต่อมา เขาก็กล่าวว่า “มิได้อยู่ในสถานการณ์ แต่กลับพูดถึงเรื่องราวภายในด้วยคิดว่ามองกระจ่างทุกสิ่งสรรพ คนเช่นนี้น่าขำที่สุดอย่างไร้กังขา”

เว่ยซานเสสรวลว่า “นายน้อยชอบด้วยเหตุผลอย่างเห็นได้ชัดขอรับ”

“ไม่มีทาง แมลงวันพวกนั้นช่างน่าสะอิดสะเอียน”

ซูอี้ว่าพลางทะยานไปเบื้องหน้า “ไปกันเถอะ ในกาลต่อมาจะมีแมลงวันมาหาถึงที่อีกไม่น้อยแน่แท้ และเรา… ขอเพียงไม่เพลี่ยงพล้ำก็จบสิ้น ดังนั้นต้องไม่ให้โอกาสแมลงวันเหล่านี้เด็ดขาด”

เว่ยซานเองก็เห็นด้วย

สามวันต่อมา

“พระพุทธรูปศิลานั่นหายไปแล้วหรือ?”

ซูอี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย

วัดสรรพสุญตานั้นถือได้ว่าเป็นสถานที่ลับแลอันลึกลับสูงสุด เป็นแดนสุขาวดีบนดินในสายตาเหล่าผู้ฝึกตนในพุทธศาสนา

ตลอดกาลนานมา มีเพียงน้อยคนที่รู้ว่าวัดสรรพสุญตาตั้งอยู่ในส่วนลึกแห่งแดนรกร้างนี้

การจะเข้าไปในวัดสรรพสุญตา ต้องหาพระพุทธรูปศิลาให้เจอเสียก่อน

ทว่าพระพุทธรูปศิลาหายไปแล้ว

“หรือหลวงจีนเฒ่าคงจ้าวจะออกเดินทางสู่เขตหวงห้ามเซียนละล่องเหมือนกันหนอ?”

ซูอี้ขมวดคิ้ว

หลังครุ่นคิดสักพัก เขาพลันทะยานสู่อากาศ มือประทับตราบงกช ร่ายบริกรรมเสียงดัง

“ข้าขอระลึกถึงอดีตกาลแห่งองค์ยูไล ฝึกฝนบำเพ็ญเผชิญหายนะเกินคาดหยั่ง อนันตกาลไร้สิ้นสุด สะบั้นพ้นโลกีย์ องค์ยูไลสิ้นกิเลสตัณหา สะบั้นสิ้นแปรครรลอง…”

บทสวดสันสกฤตก้องทั่วนภาแดนดิน

ชั่วขณะนั้น พิรุณแสงพร่างโปรย จรัสแสงชั่วกาลนาน ทั่วฟ้าดินให้บรรยากาศเคร่งขรึมศักดิ์สิทธิ์ดุจพุทธภูมิปรากฏ แดนสุขาวดีกำลังจะก่อตนขึ้นอีกหน

นี่คือพระสูตรธรรมการันสุญตาไร้ประมาณ

หลวงจีนเฒ่าคงจ้าวแห่งวัดสรรพสุญตาถือตนเป็น ‘ธรรมการัน’ และรากฐานวิถีเต๋าของเขาก็มาจากพระสูตรวิถีพุทธสูงสุดนี้

ตราบจนสิ้นพระคาถา การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ก็เงียบสงัด

สิ่งนี้ทำให้ซูอี้เสียดาย ไม่ต้องสงสัยเลยว่าวัดสรรพสุญตามิได้อยู่ที่นี่นานแล้ว

หาไม่ เพียงบริกรรมพุทธคาถานี้ ระฆังวัดจะดังประสานไปกับมัน

“ไปกันเถอะ”

ซูอี้หันหลังเตรียมจากไป

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้ากัมปนาทสะเทือนแดนดินพลันดังมาไกล ๆ

จากนั้น ภาพอันน่าเหลือเชื่อก็ปรากฏแก่คลองจักษุของซูอี้และเว่ยซาน

ไกลออกไป หลวงจีนเฒ่าร่างสูงใหญ่เปลือยอกผู้หนึ่งก็แบกพุทธอุโบสถใหญ่โตดุจขุนเขาวิ่งรี่มาทางนี้

………………..

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1316 แดนสุขาวดีแคว้นฟ่าน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

624bc07dTeTL2Kdj
สตรีมเมอร์สาว กินพิชิตอวกาศ [她靠吃播征服星际
06/08/2023
novelpdf002
ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย
04/02/2024
5f9f77d25aRgV0N8
ไหปีศาจ
17/11/2024
c84a700
เด็กหญิงผู้เป็นที่รักของเหล่าวายร้าย
12/06/2025

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.