Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1387: ผลกระทบ

  1. Home
  2. บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
  3. ตอนที่ 1387: ผลกระทบ
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 1387: ผลกระทบ

………………..

ตอนที่ 1387: ผลกระทบ

ณ วัดสรรพสุญตา

“คุณชายน้อย”

เฒ่าเว่ยพาเว่ยซานกับหลวงจีนคงจ้าวมาด้วย เขายื่นไหสุราให้

ซูอี้ยิ้มพลางยื่นมือไปรับ จากนั้นกรอกสุราเข้าปาก

ในอดีตที่ผ่านมา เฒ่าเว่ยคอยติดตามอยู่ข้างกายทัศนาจารย์ เวลาที่ผ่านการต่อสู้ครั้งใหญ่ เฒ่าเว่ยจะยกไหสุราออกมามอบให้

นี่เป็นเรื่องที่รู้กันระหว่างเฒ่าเว่ยกับทัศนาจารย์

“หลวงจีน รีบไปจัดโต๊ะฉลอง วันนี้ข้าจะดื่มกับทุกคนให้เต็มอิ่ม”

ซูอี้ยิ้มพลางออกคำสั่ง

หลวงจีนคงจ้าวกล่าว “ทำอย่างกับข้าไม่รู้ใจเจ้า ข้าจัดเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้ว!”

คนอื่น ๆ ได้ฟังความพากันหัวเราะขึ้นมา

วันเดียวกันนั้นเอง งานฉลองก็ถูกจัดขึ้นบนภูเขาจันทร์กระจ่าง

งานเลี้ยงนี้ไม่เพียงแต่มีเซียนดาบชิงซื่อกับดาบพุทธะสรรพสุญตาเท่านั้น ยังมีตัวประหลาดอย่าง มารดาบสกุลหวงกับจอมภูติมู่หลิงร่วมงานเลี้ยงด้วย

ในงาน คนทั้งหลายพอพูดถึงการต่อสู้ในวันนี้ขึ้นมาแล้วต่างก็อดสูดปากไม่ได้

ขณะเดียวกันยังอดพูดถึงตระกูลหงที่หนุนหลังหงเฟยอวี่ขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วยเช่นกัน ตัวประหลาดที่อยู่ร่วมงานเลี้ยงฉลองเหล่านั้นต่างก็พูดถึงด้วยความหวาดเกรง

เป็นเพราะรากฐานของตระกลูนี้ช่างน่ายำเกรงยิ่ง น่ายำเกรงยิ่งกว่ากลุ่มเต๋าโบราณทั่ว ๆ ไปมาก

สำหรับเรื่องนี้ ซูอี้ไม่ได้เก็บมาใส่ใจมากนัก

มาจากโลกเซียน แล้วอย่างไร?

ก็เป็นเพียงแค่พวกวิญญาณอาสัญที่โชคดีรอดชีวิตมาได้จากภัยพิบัติร้ายแรงของยุคสิ้นกฎเกณฑ์เท่านั้น

แน่นอน ตระกูลหงมีคนเก่งมากมายราวกับเมฆบนฟ้า มีวิญญาณอาสัญในวิถีเซียนอยู่จำนวนไม่น้อย ทว่าต้องอยู่ในกฎสวรรค์ ในตอนนี้ยังเป็นไปไม่ได้ที่จะออกเดินบนโลกได้

ดังเช่นการต่อสู้ในวันนี้ เจตจำนงแห่งเซียนที่หงเฟยอวี่เรียกออกมามีความน่ากลัวเพียงใด แต่สุดท้ายก็ต้องดับสิ้นแตกสลายเพราะโดนกฎสวรรค์ลงโทษ

ระหว่างที่พูดคุยกัน ซูอี้รู้มาว่าไม่เกินสองเดือน วิญญาณอาสัญขอบเขตจุติมงคลก็สามารถออกเดินบนโลกหล้าได้ตามต้องการโดยที่ไม่ต้องหวาดกลัวต่อกฎสวรรค์

นอกจากนี้ ในบรรดากลุ่มเต๋าโบราณระดับสุดยอด วิญญาณอาสัญในวิถีเซียนเริ่มทยอยฟื้นจิตสำนึกกันแล้ว

เห็นได้ว่า สักวันหนึ่งไม่ช้าก็เร็ว วิญญาณอาสัญพวกนี้ก็จะปรากฏตัวบนจักรวาลพร่างดาวอีกครั้ง ซึ่งจะมีผลกระทบและเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในใต้หล้า!

หลังจากงานเลี้ยงฉลองสิ้นสุดลง มารดาบสกุลหวงกับคนอื่น ๆ ก็ขอตัวลากลับ

ภายในห้อง

ซูอี้นั่งขัดสมาธิ เตาเสริมสวรรค์ลอยตัวอยู่ด้านหน้า

โอสถทิพย์สีเขียวสามเม็ดลอยอยู่ในเตา ภายในโอสถทิพย์แต่ละเม็ดราวกับมีเงาของมังกรกำลังพาดผ่าน มีอสนีบาตคึกคะนอง แผ่กลิ่นอายน่าตื่นตะลึง

สายตาของซูอี้เปลี่ยนแปลงไป

เตาเสริมสวรรค์หลอมปราณวิญญาณของมังกรเซียนดาวฤกษ์เขียวตัวนั้นจนกลายเป็นโอสถทิพย์!!

หากให้คนตระกูลหงมาเห็นเข้า คงโกรธจนกระอักเลือดเป็นแน่

เอื๊อก!

ราวกับสังเกตเห็นสายตาของซูอี้ ภายในเตาเสริมสวรรค์ แสงทิพย์สีม่วงของเซียนรวมตัวกันเป็นรูปมือ คว้าไปที่โอสถทิพย์เม็ดหนึ่งในสามเม็ดนั้น

ส่วนโอสถทิพย์ที่เหลืออีกสองเม็ดพุ่งออกมาจากเตาหลอม ลอยมาอยู่ตรงหน้าซูอี้

คิดสักครู่ ซูอี้หยิบโอสถทิพย์มาเพียงหนึ่งเม็ด ส่วนอีกเม็ดหนึ่งโยนเข้าไปในเตาหลอม

“ในการต่อสู้วันนี้ เจ้าช่วยข้าไว้มาก โอสถทิพย์เม็ดนี้ให้เจ้าเป็นรางวัล”

ซูอี้กล่าว

เตาเสริมสวรรค์นิ่งเงียบไปชั่วครู่ แสงทิพย์สีม่วงของเซียนภายในเตาบิดมือชูนิ้วหัวแม่มือขึ้น ราวกับกำลังชื่นชมซูอี้ที่รู้จักตอบแทนบุญคุณ

ซูอี้ “…”

เขาหยิบที่ใส่ของออกมา จากนั้นเปิดปากมัน เทสมบัติล้ำค่ามากมายให้ไหลออกมาราวกับสายน้ำ กองเต็มพื้น

นี่เป็นสิ่งที่ได้มาในวันนี้ หลังจากที่หลวงจีนคงจ้าวเก็บรวบรวมมาได้ก็มอบให้ซูอี้

ซูอี้เคาะเตาเสริมสวรรค์เบา ๆ กล่าว “มองออกได้ว่า เจ้าก็เป็นสมบัติเซียนที่มีความภูมิฐานมากเช่นกัน ต้องเรียนรู้ที่จะลงมือเองได้แล้ว เจ้าไปหลอมสมบัติเหล่านี้ จากนั้นพวกเราแบ่งกันคนละครึ่ง”

เดิมทีเขาเพียงแค่หยอกเล่นเท่านั้น ใครเล่าจะคิดว่าเตาเสริมสวรรค์กลับตื่นเต้นดีใจโยกไปมาต่อหน้าซูอี้ ราวกับกำลังพยักหน้า

ซูอี้ “…”

เขาแทบจะเข้าใจไปว่าสมบัติชิ้นนี้คงจะมีหัวใจและจิตวิญญาณ!

มิเช่นนั้น เหตุใดจึงแสนรู้ได้ถึงเพียงนี้?

“น่าสนใจ”

สายตาของซูอี้ประหลาดไป

เขาเคยตรวจอดีตที่ผ่านมาของเตาเสริมสวรรค์ รู้ว่าสมบัติชิ้นนี้มีที่มาพิศดาร ไม่ใช่สิ่งที่สมบัติเซียนทั่วไปจะสามารถเทียบเคียงได้

และการต่อสู้ในวันนี้ เตาเสริมสวรรค์ก็แสดงคุณประโยชน์อย่างคาดไม่ถึง ไม่เพียงแต่สยบมังกรเซียนดาวฤกษ์เขียวเท่านั้น ยังขัดขวางการโจมตีอย่างเต็มพลังของเจตจำนงแห่งเซียนอีกด้วย!

ซูอี้แทบไม่ต้องคิดก็รู้ได้ว่า สมบัติชิ้นนี้จะต้องมีความลับบางอย่างซุกซ่อน!

ทว่า มีดาบเก้าคุมขังอยู่ ซูอี้ไม่กังวลว่าสมบัติชิ้นนี้จะทรยศนาย

สลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งแล้ว ซูอี้ก็เริ่มสงบใจนั่งสมาธิ

การต่อสู้ในวันนี้ เขาได้รับบาดเจ็บและสูญเสียพลังไปมากเช่นกัน

ทว่าเมื่อเทียบกับบาดแผลเหล่านี้แล้ว ซูอี้ได้รับประโยชน์จากการต่อสู้ในครั้งนี้ไม่น้อย ศักยภาพในตัวถูกค้นพบและปลดปล่อยออกไปยิ่งกว่าเดิม!

ในขณะเดียวกัน เตาเสริมสวรรค์เริ่มทำงาน แสงทิพย์สีม่วงของเซียนพุ่งออกมาจากตัวเตาเป็นเส้นสายคล้ายกับหนวดปลาหมึก คว้าจับโอสถจำนวนหนึ่งเข้าสู่เตาหลอม จากนั้นจึงเริ่มทำการหลอมโอสถ

หากสังเกตให้ดีจะพบว่า โอสถที่เตาเสริมสวรรค์เลือก ล้วนมีความแตกต่างกัน คล้ายกับเภสัชกรกำลังจัดยาตามใบสั่งแพทย์

แยบยลจนบอกไม่ถูก

——-

และในวันเดียวกัน ข่าวคราวของภูเขาจันทร์กระจ่างก็แพร่ออกไป

ไม่ผิดไปจากความคาดหมาย เกิดเป็นลมพายุใหญ่ในใต้หล้าอย่างไม่เคยมีมาก่อน

“ประหารทายาทเซียน ฆ่าตัวตนขอบเขตจุติมงคลยี่สิบเอ็ดตน สังหารมังกรเซียนดาวฤกษ์เขียวสายพันธุ์ประหลาดของโลกเซียน และรับมือกับเจตจำนงแห่งเซียน?”

เมื่อได้รู้ผลงานเช่นนี้แล้ว ทุกคนรู้สึกงงงัน นิ่งตะลึงขาดสติ

“เทียบกับการต่อสู้ที่ภูเขาจันทร์กระจ่างแล้ว ความสามารถของทัศนาจารย์ก้าวหน้าเสียจนน่ากลัว!”

มีคนพึมพำ

การต่อสู้ที่วัดสรรพสุญตา ในสถานการณ์ที่ต้องสู้กันหนึ่งต่อหนึ่ง ทัศนาจารย์ทำได้เพียงเอาชนะวิญญาณอาสัญขอบเขตจิตทารกเท่านั้น

จนการต่อสู้ที่โรงหลอมเทวะ ทัศนาจารย์ก็สามารถเรียงคิวสังหารคู่ต่อสู้ในระดับนี้ได้แล้ว!

กระทั่งการต่อสู้ที่แท่นนภาม่วง ทัศนาจารย์เพียงคนเดียวพร้อมกับดาบหนึ่งเล่ม สามารถสังหารวิญญาณอาสัญขอบเขตจุติสรวงนับร้อยคน ซึ่งในจำนวนนี้ยังมีวิญญาณอาสัญขอบเขตรวมวิถีอีกยี่สิบกว่าคน!

แต่ใครจะคาดคิดว่าไม่นานเท่าไร การต่อสู้ที่สนามเต๋าประกายทอง ทัศนาจารย์สามารถชักดาบสังหารผู้ยิ่งใหญ่ขอบเขตจุติมงคลได้!

ในการต่อสู้แต่ละครั้ง ระยะเวลาห่างกันไม่มาก

ทว่าความสามารถที่ทัศนาจารย์แสดงออกมาระหว่างการต่อสู้กลับแข็งแกร่งเพิ่มยิ่งขึ้นกว่าเดิม!

จนถึงตอนนี้ เมื่อการต่อสู้บนภูเขาจันทร์กระจ่างปิดฉากลง ทัศนาจารย์อาศัยเพียงกำลังของตัวเองก็สามารถฆ่าตัวตนขอบเขตจุติมงคลได้เป็นพรวน!

ผลการต่อสู้เช่นนี้ ใครบ้างจะสงบใจได้?

“ตอนที่ทัศนาจารย์กลับชาติมา ขุมกำลังใหญ่ ๆ ในโลกเหล่าต่างก็เข้าใจว่า ตำนานยุคเก่าอย่างทัศนาจารย์มีแต่จะเสื่อมโทรมลง ใต้หล้าในวันข้างหน้าจะมีตัวตนขอบเขตจุติสรวงเป็นผู้กำหนดชะตา”

“แต่ตอนนี้ดูท่าทางแล้ว ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นแค่เรื่องน่าขันเท่านั้น!”

“พวกยักษ์ใหญ่ในจักรวาลพร่างดาวที่มองทัศนาจารย์เป็นศัตรู พวกตระกูลโบราณอารักษ์วิถีที่ทำตัวสูงส่ง กับกลุ่มเต๋าโบราณที่ลึกลับจนยากจะคาดเดาพวกนั้น… มีใครบ้างที่หัวไม่แตกเลือดไม่อาบเวลาอยู่ต่อหน้าทัศนาจารย์? แล้วมีฝ่ายไหนบ้างที่ไม่สูญเสียอย่างแสนสาหัส?”

“เช่นนี้จึงจะเป็นตำนานที่แท้จริง!”

“ต่อให้เป็นเทพเซียนอยู่บนสวรรค์ ก็ควรจะก้มหน้าสงบเสงี่ยม!”

“ดูท่าทางเช่นนี้แล้ว หรือว่าทัศนาจารย์จะทำการคิดบัญชีครั้งใหญ่แล้วจริง ๆ?”

…ผู้คนต่างก็พูดวิจารณ์ แต่ละภูมิดาราล้วนระส่ำระสาย

ข่าวคราวเช่นนี้ สร้างความสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงต่อตระกูลโบราณอารักษ์วิถีด้วยเช่นกัน แต่ละคนล้วนตื่นตระหนกจนขวัญหนีดีฝ่อ

“นับแต่นี้เป็นต้นไป ตระกูลโบราณอารักษ์วิถีอย่างพวกข้าเช่นนี้ คงไม่มีคุณสมบัติที่ไปจะงัดข้อกับทัศนาจารย์แล้ว!”

ผู้เฒ่ารุ่นลายครามของเผ่าภูตหลวนครามทอดถอนใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง

ผลกระทบจากการต่อสู้บนภูเขาจันทร์กระจ่าง ไม่ใช่เพียงแค่ผู้ยิ่งใหญ่ขอบเขตจุติมงคลจำนวนหนึ่งได้รับบาดเจ็บล้มตายเท่านั้น

ในการต่อสู้ครั้งนี้ ความน่ากลัวของกำลังการต่อสู้อันร้ายกาจที่ซูอี้แสดงออกมานั้น เพียงพอที่จะเหยียบตระกูลโบราณอารักษ์วิถีของพวกเขาให้จมมิดติดดินได้เลย!

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ต้องสงสัยแม้แต่น้อย

ต่อให้ในแต่ละตระกูลของพวกเขามีกลุ่มผู้แข็งแกร่งที่ย่างก้าวเข้าสู่หนทางจุติสรวง ก็อยู่เพียงแค่ขอบเขตจิตทารกเท่านั้น

เผชิญหน้ากับทัศนาจารย์ ด้อยกว่ามาก!

นอกจากนี้แล้ว ต่อให้เบื้องหลังของแต่ละตระกูลมีกลุ่มเต๋าโบราณคอยหนุนหลัง ทว่าอำนาจหนุนหลังเช่นนี้ก็ไม่อาจปกป้องพวกเขาได้อีก

ดังที่เห็นกันแล้วว่าตระกูลอวิ๋นที่มีโรงดาบเทพลี้ลับหนุนหลัง มีจุดจบที่น่าอนาถเพียงใด?

การต่อสู้บนภูเขาจันทร์กระจ่าง ตัวตนขอบเขตจุติมงคลของกลุ่มเต๋าโบราณที่มีความแข็งแกร่งมากอย่างบรรพตมารธารปรภพกับพรรคเซียนเร้นราตรีก็ยังตายกันเรียบไม่ใช่หรือ?

ไม่ว่าเป็นใคร ล้วนไม่อาจปฏิเสธได้ว่า นอกเสียจากทัศนาจารย์สิ้นชีวา มิเช่นนั้นต่อให้แข็งแกร่งเหมือนอย่างตระกูลโบราณอารักษ์วิถีก็ยังไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นศัตรูกับทัศนาจารย์!

ขณะเดียวกัน ข่าวคราวการต่อสู้บนภูเขาจันทร์กระจ่างก็ได้แพร่กระจายไปสู่กลุ่มเต๋าโบราณใหญ่ ๆ แต่ละแห่งเช่นกัน

ความสั่นสะเทือนรุนแรงที่เกิดขึ้นเกินกว่าที่ใคร ๆ คาดคิด!

เพราะอย่างไรใต้หล้าในตอนนี้ ตัวตนขอบเขตจุติมงคลถือเป็นกำลังการต่อสู้ที่สูงสุดแล้ว

ทว่าซูอี้เพียงคนเดียวพร้อมกับดาบหนึ่งเล่มกลับสามารถสังหารได้อย่างง่ายดาย!

กลุ่มเต๋าโบราณใดบ้างที่ไม่ตื่นตระหนก?

กลุ่มเต๋าโบราณที่พ่ายแพ้ในการต่อสู้บนภูเขาจันทร์กระจ่างเหล่านั้น ยิ่งระส่ำระสายหนัก

บ้างก็โกรธแค้นแทบคลั่ง

บ้างก็กลัดกลุ้มจนไม่กล้าพูดถึง

บ้างก็เจ็บปวดจนอยากตาย

ส่วนกลุ่มเต๋าโบราณที่แสดงความเป็นมิตรต่อซูอี้เหล่านั้น ต่างรู้สึกโชคดีเสียเหลือเกิน และรู้สึกกดดันอย่างหนักด้วยเช่นกัน

จันทราส่องสว่างทั่วเก้าแคว้น มีทั้งคนยินดีและคนระทม

——-

“เจ้านาย ซูอี้เป็นฝ่ายชนะ! แม้กระทั่งเทพมารน้อยของตระกูลหงก็ยังตายด้วยฝีมือของเขา!”

ลึกเข้าไปในสมุทรมารไร้กำหนด สุนัขพื้นเมืองนามซิงเชวียตื่นตะลึงเอามาก

“ตระกูลหง…”

ปราชญ์หงอวิ๋นกำลังกะเทาะเปลือกเมล็ดทานตะวัน พอพูดถึงตระกูลหงขึ้นมา คิ้วของนางขมวดน้อย ๆ กล่าว “ต่อจากนี้ไปสหายเต๋าซูอาจต้องเจอกับอันตรายที่ไม่คาดคิด”

ในอดีต นางไม่เคยจะใส่ใจต่อเรื่องราวภายนอก

ทว่าเวลานี้ กลับพูดออกมาเช่นนี้ เห็นได้ว่า ปราชญ์หงอวิ๋นเข้าใจสถานการณ์ของตระกูลหงเป็นอย่างดี จึงได้คาดเดาออกมาเช่นนี้

“เจ้านาย ต้องเตือนสติซูอี้สักหน่อยหรือไม่?”

สุนัขพื้นเมืองอดถามขึ้นไม่ได้

“ไม่ต้อง”

ปราชญ์หงอวิ๋นกล่าวเบา ๆ “ยิ่งฆ่าคนมาก ก็ยิ่งสามารถลับดาบให้คมได้มาก ยังไม่ถึงเวลาที่วิญญาณอาสัญในวิถีเซียนจะปรากฏตัวบนโลก ไม่จำเป็นต้องห่วงความปลอดภัยของสหายเต๋าซู”

สุนัขพื้นเมืองตะลึงไปชั่วครู่แล้วโต้แย้ง “ข้าไม่เคยเป็นห่วงผู้ชายคนนั้นเลย ทั้งยังอยากจะเห็นเขาล้มหัวคะมำด้วยซ้ำไป!”

ปราชญ์หงอวิ๋นไม่ได้พูดอะไรอีก

——

“แย่แล้ว”

ม่อชิงโฉวคิ้วขมวด “ตระกูลหงเป็นถึงขุมกำลังวิถีมารในโลกเซียน มีรากฐานน่ากลัว ทำตัวมีอำนาจ หงเฟยอวี่ตาย ตระกูลหงไม่มีทางยอมเลิกราง่าย ๆ อย่างแน่นอน”

หลีจงกล่าวด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม “เช่นนี้ก็เท่ากับว่าสหายเต๋าซูตกอยู่ในอันตรายเช่นนั้นหรือ?”

ม่อชิงโฉวนิ่งเงียบไปชั่วครู่ กล่าว “ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นนั้น แต่สามารถเชื่อมั่นได้ว่า ต่อให้ข้าเป็นฝ่ายออกรับหน้า ก็ไม่อาจไกล่เกลี่ยความวุ่นวายลงได้”

หลีจงรู้สึกหนักใจ

——

ณ เขตหวงห้ามเซียนละล่อง ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ลูกหนึ่งถูกปกคลุมด้วยอสนีสีโลหิตอยู่ตลอดทั้งปี

ภูเขาศักดิ์สิทธิ์อัสนีแดง

ที่ตั้งของจวนตระกูลหง

เวลานี้ ณ ริมหน้าผาแห่งหนึ่ง คนหนุ่มหน้าตาสดใสนั่งอยู่ตรงนั้น ลมเย็น ๆ พัดผ่านมา ชุดสีขาวประดุจหิมะของเขาก็โบกสะบัด

แววตาของเขานิ่งตะลึง มองท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ห่างไกลแสนไกล นานมากจึงถอนใจขึ้นมาเบา ๆ

“ข้าผู้เป็นพี่ชายคนนี้เองที่ทำให้เฟยอวี่ต้องตาย…”

ในน้ำเสียง เต็มไปด้วยความโศกเศร้า

………………..

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1387: ผลกระทบ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

62660ef8FEnVUUGD
สำรับมนตราของชายาอ๋อง [戏精王妃的魔力美食屋]
04/12/2022
84
พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
12/06/2026
20228319-member-193×278
ทะลุมิติทั้งครอบครัว
29/07/2023
624a6657xxcqS7hT
ข้าก็แค่กลั่นลมปราณ 3,000 ปี [炼气练了三千年]
11/01/2024

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.