Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1458: หวนเยือนแดนแห่งความหลัง ไต่ถามตัวตน

  1. Home
  2. บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
  3. ตอนที่ 1458: หวนเยือนแดนแห่งความหลัง ไต่ถามตัวตน
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 1458: หวนเยือนแดนแห่งความหลัง ไต่ถามตัวตน

………………..

ตอนที่ 1458: หวนเยือนแดนแห่งความหลัง ไต่ถามตัวตน

ซูอี้จำเรื่องต่าง ๆ ได้มากมาย

กาลก่อน หวังเย่เคยพลิกอ่านสารพัดคัมภีร์โบราณซึ่งสะสมจากโลกภูมิใหญ่ ๆ ทั่วศักราชแห่งมารในตำหนักแห่งนี้

เพียงเพื่อจะค้นหาที่มาของอารยธรรมผู้ฝึกตนในศักราชแห่งมารจากคัมภีร์เหล่านั้น

เมื่ออยู่ในระดับขอบเขตของหวังเย่ เขาก็เริ่มศึกษาการแปรเปลี่ยนยุคสมัยและอารยธรรมเพื่อค้นหาเคล็ดฝึกฝนที่เป็นแก่นแท้

ประสบการณ์ผ่านยุคสมัยนับไม่ถ้วนนี้เองที่ทำให้หวังเย่รู้ว่าธารสายยาวแห่งยุคสมัยนั้นลึกล้ำมากปริศนามากกว่าธารยาวแห่งมิติเวลา!

และเพราะเช่นนั้น จึงค้นหาวิถีแปรตนสู่เทพ!

โชคร้ายที่ในยามนั้น หวังเย่ถูกบัญญัติห้ามแห่งทวยเทพ ณ ธารยาวแห่งยุคสมัยคุกคามจนต้องหนีไปเสียก่อน

ยามนี้ รายละเอียดยิบย่อยในประสบการณ์ของหวังเย่เกี่ยวกับตำหนักแห่งนี้ผลิบานเยี่ยงมวลบุปผาในใจซูอี้

ทำให้ซูอี้รำพึงออกมา

ทุกครั้งที่เขาหลอมกรรมวิถีอดีตชาติ ทัศนคติและประสบการณ์ของเขาจะแปรเปลี่ยนอย่างสะเทือนแดนดินทุกคราไป

แม้จะถือกรรมวิถีของหวังเย่เป็นมารหัวใจ เขาก็ยังต้องยอมรับว่าชาติที่หกของเขา… ควรค่าเป็นตัวตน ณ จุดสูงสุดแห่งวิถีเซียนอย่างแท้จริง

ยิ่งใหญ่สยบแดนดินค้ำสวรรค์!

“หือ? พวกเจ้าดูสิ ไอ้หนูนั่นอยู่นี่!”

ไกลออกไป ชายในอาภรณ์ขุนนางพบเข้าซูอี้แล้วอดขมวดคิ้วไม่ได้

“แปลกจัง เขารอดมาถึงที่นี่ได้เช่นไร?”

บางผู้งุนงง

ชายในอาภรณ์ขุนนางแค่นยิ้ม “ปุถุชนอันใด ข้าเห็นตั้งนานแล้วว่าไอ้หนูนี่ไม่ใช่เรื่องดี เขาซ่อนปราณการฝึกตัวได้ ร้ายกาจยิ่งนัก!”

สตรีชุดม่วงขมวดคิ้วกล่าว “หรงเหวิน เจ้าพูดให้มันสุภาพกว่านี้มิได้หรือ?”

ขณะสนทนา ซูอี้ก็มุ่งหน้ามายังทะเลสาบศิลาหลอม

“เจ้านี่คิดจะบุกเข้าไปในตำหนักเทพหมื่นแดนดินหรือ? ใจร้อนไปหรือไม่?”

บางผู้ตะลึงงัน

หัวใจบางผู้เต้นกระตุกอย่างช่วยมิได้

อีกฝ่ายจัดทัพได้ทรงพลังยิ่งนัก ยามนี้พวกเขาทำได้เพียงแค่หลบซ่อน เลือกรอฉวยโอกาสอยู่ที่นี่

แต่ใครจะคิดว่าชายหนุ่มคนเดียวจะเลือกโถมตัวสู่ปลักโคลนโดยตรง แล้วจะมิให้ประหลาดใจได้อย่างไร?

ชายในอาภรณ์ขุนนางกล่าวขึ้น “เฮอะ เขามองหาที่ตายเอง มิเกี่ยวอันใดกับเรา”

มีเพียงสตรีในอาภรณ์ม่วงเท่านั้นที่ลังเลชั่วขณะ ทว่าก็ยังอดเตือนผ่านกระแสปราณมิได้อยู่ดี “สหายเต๋าต้องมิกระทำการหุนหันนะ แทนที่จะไปยามนี้ สู้ถอยมารอโอกาสสักครู่คงจะดีกว่า”

ซูอี้ซึ่งอยู่ไกลออกไปสะดุ้งก่อนจะโบกมือพลางกล่าว “สมบัติ ณ ที่นี้มีเจ้าของแล้ว พวกเจ้าควรไปโดยเร็วที่สุดจะดีกว่านะ”

คิ้วของสตรีชุดม่วงขมวดหากัน ดวงตาคู่งามเจือความเคลือบแคลง

กล่าวเช่นนี้หมายความเช่นไร?

หรือคนผู้นี้พอจะรู้เรื่องความลับภายในตำหนักเทพหมื่นแดนดินอยู่ก่อนแล้ว?

หากเป็นเช่นนั้น เขาคือใครกัน?

ไฉนจึงกล้ามาที่นี่โดยลำพัง?

ขณะที่สตรีชุดม่วงกำลังครุ่นคิด ซูอี้ก็เหยียบย่างบนทะเลสาบศิลาหลอมสู่สนามเต๋าแล้ว

ศึกยังคงดำเนินต่อไปอย่างดุเดือดยิ่ง

ผู้ฝึกตนทั้งหลายล้วนตาแดงฉาน

“ไอ้หนู เจ้ากล้าบุกเดี่ยวมาฉวยโอกาสหรือ? ไสหัวไปซะ!”

ชายชราผมขาวในอาภรณ์ดำผู้หนึ่งตะเบ็งเสียง

ผู้ฝึกตนอื่น ๆ ซึ่งกำลังโรมรันเองก็สังเกตเห็นการมาถึงของซูอี้เช่นกัน แต่เมื่อเห็นว่าเป็นชายหนุ่มผู้ไร้ปราณฝึกฝน พวกเขาก็เมินอีกฝ่ายไปทันใด

“เจ้าเด็กนั่นจบเห่แล้ว!”

เขาจำได้ว่าชายชราผมขาวในอาภรณ์ดำนั้นเป็นยอดคนขอบเขตรวมวิถี เป็นมารเฒ่าผู้ลือนามจากชายแดนทักษิณภูมิเสวียนเหิง ฆ่าคนไม่กะพริบตา มือเปรอะโลหิตเกินลบล้าง!

จริงตามนั้น ขณะที่วาจาของชายชราผมขาวในชุดดำยังคงดังไม่ห้วง เขาก็โบกฝ่ามือแหวกอากาศโจมตีใส่ซูอี้ทันที

ตู้ม!

อำนาจของฝ่ามือนั้นดุร้ายเยี่ยงอสนีบาต แสงสีเลือดจรัสจ้าและทรงพลัง

“ให้ข้าไสหัวไปหรือ?”

สายตาของซูอี้แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาไร้อารมณ์ ก่อนจะดีดนิ้วหนึ่งหน

เปรี้ยง!

อำนาจฝ่ามือที่ประดังเข้ามาระเบิดแหลก

ณ แดนดินที่อยู่ไกลออกไป หว่างคิ้วของชายชราผมขาวในชุดดำถูกทะลวงเป็นรูชุ่มเลือด

“เจ้า…” ดวงตาของชายชราผมขาวในชุดดำเบิกกว้าง จากนั้นร่างของเขาก็ระเบิดแหลก เลือดเนื้อสาดกระจายทั่วถิ่น

การตายอย่างสยดสยองของเขาทำให้เหล่าผู้ชมผงะโดยพลัน

“นี่…”

รอยยิ้มของชายในอาภรณ์ขุนนางที่อยู่ไกลออกไปชะงักค้าง ร่างแข็งทื่อ

“แข็งแกร่งยิ่งนัก!!”

สตรีชุดม่วงร่างสั่นอ้าปากค้าง

ผู้อื่นทั้งหลายล้วนตะลึงงัน ชะงักนิ่ง เกือบคิดว่าพวกตนตาฝาดไปเสียแล้ว

พวกเขารู้แล้วว่าซูอี้หาใช่คนธรรมดา แต่ไม่คาดคิดว่าชายหนุ่มผู้นี้จะร้ายกาจเพียงนี้

เพียงหนึ่งดีดนิ้ว เขาก็กวาดล้างมารเฒ่าในขอบเขตรวมวิถีลงได้!!

และในสนามเต๋านั้น เหล่าผู้ฝึกตนซึ่งกำลังรับมือหุ่นเชิดมารทั้งหลายเองก็ตะลึง สีหน้าแปรเปลี่ยน

“หือ! เจ้านี่มิธรรมดาเลย”

บางผู้ตกตะลึง

“มิคาดว่าจะมีผู้แข็งแกร่งเร้นกายอยู่!”

ดวงตาของบางผู้วูบไหว

“สหายเต๋าผู้นี้ เราร่วมมือกันปราบหุ่นเชิดมารที่นี่ลงก่อนดีหรือไม่ จากนั้นก็ไปแบ่งโอกาสในวิหารเทพหมื่นแดนดินด้วยกัน?”

ชายในอาภรณ์นักพรตเต๋าผู้หนึ่งกล่าวเสียงดัง ราวกับยอมรับความแข็งแกร่งของซูอี้และเอ่ยเชื้อเชิญ

ขณะสนทนา พวกเขาหาหยุดต่อสู้ไม่

ซูอี้เมินเรื่องทั้งหมดนี้ไปเสียสนิท

แม้ว่าจะอยู่ในสนามรบอันอื้ออึงอลหม่าน ทว่ากิริยาของเขากลับผ่อนคลายสุขุมราวเดินท่องสวนหลังบ้านตนเอง

สายตาของชายหนุ่มกวาดมองเหล่าหุ่นเชิดมารในสนาม มือประทับตราประหลาดกดลงบนอากาศ กล่าววาจาอันเกินฟังเข้าใจเบา ๆ

“ย้าก!”

สุรเสียงก้องสะเทือนทั่วทิศ

ภายใต้สายตาที่ไม่อยากเชื่อของผู้คน เหล่าหุ่นเชิดมารซึ่งกำลังต่อสู้กับผู้ฝึกตนอย่างดุเดือดพลันมลายหายไปดุจอากาศธาตุ

แต่ละฝั่งสนามเต๋าปรากฏแถวรูปสลักศิลามากขึ้น

พวกมันแปลงมาจากหุ่นเชิดมารเหล่านั้น!

เพียงแค่ว่ายามนี้ เหล่ารูปปั้นศิลาล้วนนิ่งไม่ไหวติง ถูกผนึกไปโดยสิ้นเชิง

เหล่าผู้ชมล้วนเงียบกริบดุจป่าช้า

เหล่าผู้ฝึกตนซึ่งกำลังต่อสู้รากเลือดเมื่อครู่ล้วนตะลึงมองหน้ากัน

ชายในอาภรณ์ขุนนางกับสตรีชุดม่วงซึ่งอยู่ไกลออกไปเองก็ล้วนตกตะลึง คนผู้นี้ผนึกหุ่นเชิดมารเหล่านั้นได้เพียงพลิกฝ่ามือหรือ!?

จากนั้นทุกสายตาก็มองไปทางซูอี้เป็นตาเดียว!

บรรยากาศเงียบอึมครึมอย่างยิ่ง

ซูอี้ดูจะไม่รู้ตัว เขานำไหสุราหนึ่งออกมากระดกดื่ม แล้วจึงกล่าวว่า “ไปเสียตอนนี้ แล้วข้าจะให้โอกาสพวกเจ้ารอดชีวิต”

กล่าวจบ เขาก็เมินทุกคนแล้วเดินไปยังตำหนัก

ผู้คนป่วนปั่น เหล่าผู้ฝึกตนตะลึงอึ้ง

บางผู้อดกล่าวมิได้ “เจ้า… ผนึกหุ่นเชิดเหล่านั้นหรือ?”

ซูอี้หาสนใจไม่

“ผู้อาวุโสคิดครองสมบัติเหล่านั้นผู้เดียว? มิเกินไปหน่อยหรือ?”

สีหน้าของบางผู้บิดเบี้ยว

ซูอี้ยังคงมิสนใจ

การกระทำเฉยเมยของเขาทำให้สีหน้าของหลายผู้คนถมึงตึง

“หากเจ้ามิแถลงไขให้ชัดเจน ก็เท่ากับเจ้าคิดครองสมบัติไว้ผู้เดียว เรามิยอมหรอกนะ!”

ทันใดนั้น ตัวตนกลุ่มหนึ่งก็เคลื่อนเข้ามาขวางทางตรงหน้าซูอี้ไว้ แต่ละคนดูดุดันมาดร้าย

ผู้ฝึกตนอื่น ๆ ที่นี่ต่างจับตามองซูอี้อย่างใกล้ชิด เตรียมตัวเคลื่อนไหว ราวกับเพียงซูอี้เผยช่องแม้เล็กน้อย พวกเขาก็จะรี่เข้าไป!

ซูอี้ชะงัก เบนสายตามองเหล่าผู้ฝึกตนขวางทางแล้วขมวดคิ้ว “ข้าพยายามคุมตัวเองแทบแย่แล้ว ไฉน… พวกเจ้าต้องมารนหาที่ด้วย?”

น้ำเสียงของเขาแฝงด้วยความจนใจ

เขาสะกดกลั้นจิตสังหารไว้ในใจอยู่จริง ๆ

นั่นคือเจตนาสังหารของชาติที่หก อหังการไร้อารมณ์ คิดเข่นฆ่าไร้ใส่ใจ หากไม่ใช่เพราะซูอี้สะกดกลั้นไว้ เขาคงฆ่าทุกผู้ไปนับแต่ก้าวสู่สนามเต๋านี้แล้ว!

“ทุกท่าน เขาบอกเรามาหาที่ตายว่ะ ฮ่า ๆๆ!”

ชายชราผมขาวผู้หนึ่งหัวเราะร่า

เมื่อเห็นเช่นนี้ ซูอี้พลันหยุดกลั้นอารมณ์

หรือก็คือ ความคิดของเขากับชาติที่หก ณ ขณะนี้เป็นหนึ่งเดียวกัน

ตู้ม!

ซูอี้โบกแขนเสื้อ ปราณดาบสายหนึ่งทะยานผ่านเวหา

เปรี้ยง!

ร่างของชายชราผู้กำลังหัวเราะร่าพลันเปลี่ยนเป็นเศษซากหายลับไป

แทบจะในยามเดียวกันนั้น เหล่าผู้ฝึกตนที่ขวางทางตรงหน้าเขาก็ระเบิดแหลกเยี่ยงดอกไม้ไฟปะทุ โลหิตไหลรินดุจวารีแดงฉาน

เพียงพริบตา เจ็ดตัวตนวิถีมารผู้อยู่ในวิถีจุติสรวงก็ถูกสังหารลงอย่างสยดสยอง

ภาพสะเทือนขวัญนี้กระตุ้นให้ผู้อื่นหวาดผวา

เพียงหนึ่งการโจมตี!

หากกล่าวให้ละมุนหน่อยก็คือ สรรพศัตรูตรงหน้าล้วนถูกกวาดล้าง!

ซูอี้มิจำเป็นต้องพูดซ้ำ เหล่าผู้ฝึกตนที่เหลือก็ล้วนตระหนกจนหันหลังเผ่นหนีไป

เพียงพริบตา ก็เหลือซูอี้อยู่บนสนามเต๋าเพียงผู้เดียว

เมื่อเห็นเรื่องทั้งหมดนี้ ชายในอาภรณ์ขุนนางก็ร่างสั่น เข่าอ่อนยวบแทบทรุดลงกับพื้น

ยามนี้เอง เขาจึงตระหนักว่าหากลงมือกับซูอี้ยามแรกพบ ตนคงมิรอดชีวิตจวบยามนี้!

สตรีชุดม่วงเองก็ตกตะลึง หนังศีรษะชายิบ นิ่งอยู่กับที่

ใครเล่าจะกล้าคาดคิดว่าชายหนุ่มผู้ดูไร้การฝึกฝนจะแข็งแกร่งร้ายกาจจนไม่น่าเชื่อเช่นนี้?

ทุกผู้ในบริเวณนั้นเองก็เสียขวัญโดยสิ้นเชิง

ซูอี้เมินทุกสิ่งไป และก้าวสู่ตำหนัก

ประตูตำหนักปิดอยู่ สลักลวดลายมารลึกลับอันโบราณเอาไว้บนนั้น

โดยไม่รีรอให้ซูอี้ผลักประตู

ประตูที่ปิดอยู่ก็เปิดออกเอง!

ขณะเดียวกัน เสียงหนึ่งก็ดังออกมาจากภายในตำหนัก

“พ่อหนุ่ม เจ้าผ่านบททดสอบตำหนักเทพหมื่นแดนดินแล้ว แต่น่าเสียดายที่เจ้ามาช้าไป สำนักข้าเลิกรับศิษย์มาเนิ่นนาน ในโลกนี้… สิ้นศาลมารหมื่นแดนดินไปนานแล้ว”

“หากเจ้ามาที่นี่เพียงเพื่อสมบัติ เจ้าก็เลือกนำคัมภีร์จากตำหนักนี้ไปเล่มหนึ่งได้”

น้ำเสียงนั้นสูงส่งทรงพลัง แฝงความรู้สึกเฉยเมยดุจนายเหนือเก้าสวรรค์เอ่ยโองการ

ทันใดนั้น ทุกสายตาก็มองมายังจุดเดียวด้วยสีหน้าเปี่ยมความตกตะลึง

ยังมีคนอยู่ในตำหนักเทพหมื่นแดนดินหรือ!?

นอกประตูตำหนัก ซูอี้กล่าวด้วยแววตาซับซ้อน “ข้ามิได้มาเพื่อสมบัติหรอก”

“หรือเจ้าจะมีสิ่งอื่นที่ต้องการเอ่ยขอหรือ?”

น้ำเสียงยิ่งใหญ่สูงส่งนั้นดังขึ้นอีกครั้ง

ซูอี้ส่ายหัวว่า “ข้าไม่ได้ต้องการสิ่งใด มันก็แค่การหวนเยือนแดนแห่งความหลังเท่านั้น แต่ข้ามิคาดเลยว่าที่นี่จะกลายเป็นเช่นนี้ไปแล้ว…”

เขากล่าวจบก็ถอนหายใจเบา ๆ

“หวนเยือนแดนแห่งความหลัง?”

น้ำเสียงยิ่งใหญ่ทรงพลังนั้นดูตกตะลึง “เจ้า… เป็นใครกันแน่? ในเมื่อเจ้าเคยมาที่นี่ ไฉนข้าจะมิเคยพบเจ้ามาก่อน?”

ซูอี้จิบสุราพลางกล่าว “ข้าน่ะนะ เคยอ่านมรดกวิถีแห่งโลกหล้า คุ้ยค้นหาเคล็ดฝึกตนในโลกนี้อยู่สิบปี”

“แน่นอน ข้ายังเคยชี้แนะเจ้าหัวทึ่มเช่นเจ้าอยู่ก่อนด้วย”

เพิ่งสิ้นคำ ตู้ม!

ตำหนักสะเทือนสั่น ปราณอันน่าสะพรึงกลัวฟื้นขึ้นภายในตำหนัก!

………………..

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1458: หวนเยือนแดนแห่งความหลัง ไต่ถามตัวตน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

aileen0084
เดิมพันเสน่หา
04/03/2023
book-1629315464
บัลลังก์หมอยาเซียน
10/08/2022
novelpdf-059
แมวน้อยของนายท่าน
24/03/2023
61d5850drMG2fe58
ศิษย์พี่ของข้าจะมั่นคงเกินไปแล้ว
10/10/2024

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.