Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - บทที่ 2099 ทวยเทพกรีธาทัพ

  1. Home
  2. บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
  3. บทที่ 2099 ทวยเทพกรีธาทัพ
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

บทที่ 2099 ทวยเทพกรีธาทัพ

ตู้ม!

เหนือท่าเรือข้ามฟาก การต่อสู้ครั้งใหญ่กำลังอุบัติขึ้น

ปราณดาบพัวพัน แสงสว่างศักดิ์สิทธิ์โหมกระหน่ำ

ชุดคลุมสีเขียวของซูอี้ปลิวไสว มือสะบัด ส่งปราณดาบพุ่งออกไป ฉีกกระชากท้องนภาอย่างง่ายดาย

อีกฝ่ายคือวานรตัวน้อย

เพียงแต่ว่าวานรตัวน้อยในตอนนี้ มีรูปร่างสูงสิบจั้ง มีสามเศียรหกกร สายตาเฉียบแหลม แม้จะมีเพียงมือเปล่า แต่ก็สามารถกวัดแกว่งแขนทั้งหก เหวี่ยงกำปั้นไปทั่วท้องนภา อย่างรุนแรงราวกับฟ้าร้อง และได้พุ่งเข้าหาซูอี้อย่างดุดันนัก!

ตู้ม!

สุญญะถูกบดขยี้

กำปั้นนี้เต็มไปด้วยอำนาจแห่งสายเลือดที่คุกคามสวรรค์และปฐพี รุกเข้าใส่อีกฝ่ายอย่างช้าๆ

วานรตัวน้อยกวาดผ่านโลกหล้าพร้อมพลังอันเกรี้ยวกราด เข้าต่อสู้ไปมาอย่างดุเดือด ไม่ต่างจากเทพสงครามผู้สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วสวรรค์ชั้นฟ้า!

ซูอี้โจมตีอย่างสุดกำลัง ทว่าผ่านไปสักพักกลับไม่สามารถโค่นวานรตัวน้อยได้!

ต้องทราบก่อนว่า อำนาจต่อสู้ของเขาพัฒนาขึ้นหลายเท่านัก และมากพอที่จะต่อสู้กับเทพชั้นสูงได้

แต่การเปลี่ยนแปลงของวานรตัวน้อยน่าทึ่งกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยสามหัวหกแขน ทำให้มันดุร้ายยิ่ง จนเขาไม่สามารถชิงความได้เปรียบได้

แต่ยิ่งมันเป็นเช่นนี้เท่าไร ซูอี้ก็ยิ่งมีความสุข เปี่ยมด้วยความปีตินัก

นานมากแล้วที่เขาได้พบกับคู่ต่อสู้ที่ทัดเทียมกัน!

คาดไม่ถึงเลยว่าวานรตัวน้อย จะทำให้เขารู้สึกถึงจิตวิญญาณการต่อสู้ที่ห่างหายไปนาน กลายเป็นความประหลาดใจระคนยินดี

“เอาอีก!”

ชายหนุ่มส่งเสียงคำราม เส้นผมยาวของเขาพลิ้วพัด ถีบตัวเองเข้าหาอีกฝ่าย จิตดาบทะยานสู่สวรรค์และปฐพี ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ

ทุกหมัด ทุกฝ่ามือ ทุกนิ้ว… ล้วนเต็มไปด้วยอำนาจปราณดาบอันเข้มข้น เผยพลังที่น่าตกตะลึงออกมา

เห็นได้ชัดว่าวานรตัวน้อยตื่นเต้นยินดียิ่ง จิตวิญญาณต่อสู้จึงลุกโชน ก่อนจะโจมตีอย่างสุดกำลัง

ทันใดนั้น ทั้งสองยิ่งรบยิ่งอาจหาญ ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมใคร เกิดเป็นฉากประลองที่มากพอจะทำให้โลกหล้าสั่นสะเทือน!

ระหว่างต่อสู้ หกแขนของวานรตัวน้อยหมุนเป็นรูปสวัสดิกะ มือทั้งสองจากหกข้างร่ายผนึกขึ้นมา ในเวลาเดียวกันก็มีอัสนีวสันต์พุ่งออกจากลิ้นของมัน เกิดเป็นเสียงคำรามดังสนั่น

ตู้ม!!

ร่างของวานรตัวน้อยที่สูงลับฟ้าพลันแผ่อำนาจแผดเผาอันเจิดจ้าออกมา เกิดเป็นแสงสว่างสีแดงร้อนแรงราวหินหลอมเหลวระหว่างแขนทั้งหกที่กำลังหมุนไปมา……กำลังผนึกตัวก่อรูป!

ผนึกนี้แผดเผาราวกับเปลวเพลิง เจิดจ้าไร้ที่สิ้นสุด มันเผาไหม้และหลอมละลายได้แม้กระทั่งอากาศ!

เมื่อวานรน้อยโจมตีใส่ด้วยผนึกเต๋านี้ ก็ราวกับสวรรค์ทั้งเก้าได้เคลื่อนลงมาสู่โลกหล้า!

ตู้ม!!

ซูอี้พยายามขัดขืนอย่างสุดกำลัง แต่ตัวคนกลับถูกกระแทกกลางอากาศ รอยไหม้จำนวนมากปรากฏตามผิวหนังทั่วร่าง ความรู้สึกซาบซ่านของการถูกเผาลามลึกไปถึงวิญญาณ

เขาอดที่จะประหลาดใจไม่ได้ นี่ต้องเป็นอำนาจวิเศษโดยกำเนิดของวานรตัวน้อยอย่างแน่นอน!

“ชื่อของอำนาจวิเศษนี้คืออันใด?”

ซูอี้ถาม

“เจ้านาย อำนาจวิเศษนี้มาจากสายเลือดของข้า และมันก็มีนามว่า ‘ผนึกเคลื่อนกงล้อตะวันเทพ’ !”

วานรตัวน้อยอธิบายว่า “กลิ่นอายเหมือนตะวันเทพ หมุนเวียนและเคลื่อนย้ายไปมา แผดเผาสวรรค์และหลอมละลายวิถี ทำลายล้างวิญญาณชั่วร้าย”

ซูอี้กล่าวชื่นชมว่า “ไม่เลว มีอีกไหม?”

“มี!”

ขณะวานรน้อยตอบ มันพลันเปลี่ยนไป กลายเป็นชายร่างสูง แผ่กลิ่นอายฮุ่นตุ้นเคลื่อนลงมาราวกับน้ำตก เผยพลังอำนาจอันมั่นคง

ตู้ม!

หกแขนที่ราวกับขุนเขาพลันยกขึ้น ทำให้สุญญะแตกสลาย ปราณและโลหิตอันน่าสะพรึงปะทุขึ้น ราวกับอยากบดขยี้โลกหล้าให้เป็นเสี่ยงๆ

ดวงตาของชายหนุ่มจับจ้อง ไม่กล้าประมาท ขณะสำแดงวิชาทรงอำนาจที่สุดอย่างเลี่ยงไม่ได้ ปลดปล่อยปราณดาบมหึมาที่กวัดแกว่งผ่านท้องนภาออกไป

ตู้ม!

วานรน้อยยกแขนทั้งหกขึ้น กระหน่ำใส่อย่างบ้าคลั่ง ไม่ว่าการบุกโจมตีของเขาจะรุนแรงเพียงใด พวกมันก็ถูกทำลายจนหมดสิ้น

ขณะวานรน้อยโต้กลับ หมัดแต่ละข้าง ไม่ต่างจากเทพปีศาจโบราณ……ซัดใส่ซูอี้อย่างหนักจนเขาจำต้องหลบ

เพราะหมัดนั่นน่าสะพรึงกลัวเกินไป!

มันร้ายกาจกว่าอำนาจของเทพชั้นสูงบางตนเสียอีก

“อำนาจวิเศษนี้คืออะไร?”

“กฎสวรรค์เทียบหล้า!”

“อย่างที่คิด เช่นนั้นเจ้าเองก็ลองอำนาจวิถีดาบวัฏสงสารของข้าดูสิ!”

…เมื่อกล่าวเช่นนี้ ซูอี้ก็แสดงพลังแห่งวัฏสงสารออกมา ก่อนพุ่งเข้าโจมตี

เพียงชั่วพริบตา ท้องนภาสั่นสะเทือน แสงและเงาแห่งวัฏสงสารผันผวน ปราณดาบไร้ที่สิ้นสุดเคลื่อนผ่าน เข้าโจมตีวานรน้อยที่ล่าถอยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีรอยดาบโลหิตจำนวนมากทิ้งไว้บนร่างของมัน

เห็นได้ชัดว่าวานรตัวน้อยหงุดหงิด จนใช้อำนาจวิเศษต้องห้ามออกมาอีกครา

ตรงหว่างคิ้วของมัน ลวดลายวิถีเปิดออกอย่างเงียบงันราวกับดวงตา ก่อนจะยิงลำแสงสีเทาออกไป

ภายใต้ลำแสงนี้ สุญญะที่พังทลายพลันตกอยู่ในความนิ่งงัน ชิ้นส่วนสวรรค์และปฐพีนี้ราวกับภาพที่ถูกแช่แข็งไว้ มันโดนจองจำโดยสมบูรณ์

แม้กระทั่งมิติเวลา ก็ยังคล้ายกับถูกแช่แข็งเอาไว้!

ตอนนี้ซูอี้สัมผัสได้ถึงหายนะบางอย่าง ทว่าเขาไม่ใส่ใจมากนัก ก่อนทุ่มการโจมตีทั้งหมดออกไป

ปัง!!

ปราณดาบพลันปรากฏขึ้น แต่มันกลับถูกแช่แข็งและจองจำไว้ ทำให้ซูอี้จำต้องกระตุ้นวิถีเต๋า เรียกปราณดาบให้มารวมตัวกัน ก่อรูปลักษณ์อย่างต่อเนื่อง ก่อนร่างคนจะขยับเคลื่อนไปเบื้องหน้าอย่างมั่นคง!

ในสวรรค์และปฐพีอันนิ่งงัน มีเพียงร่างของซูอี้ที่พุ่งออกไปพร้อมกับดาบที่ขยับตาม

เหตุการณ์นี้คล้ายกับแปลกประหลาดยิ่ง แสงสว่างศักดิ์สิทธิ์สีเทายิงออกจากหว่างคิ้วของวานรน้อย จองจำทุกสิ่งในโลกหล้าเอาไว้ ทำให้ทุกสิ่งนิ่งงัน

แม้กระทั่งซูอี้ก็ถูกกดขี่อย่างแสนสาหัส ราวกับปลาที่กำลังถูกแช่ในน้ำแข็ง เขาต้องทุ่มสุดกำลัง จึงจะสามารถเป็นอิสระจากการจองจำได้อย่างช้าๆ

ด้วยเสียงคำรามดังสนั่น ชายหนุ่มกวัดแกว่งดาบ แยกแสงสว่างสีเทานั่นออกจากกัน!

แต่ร่างของชายหนุ่มก็พลอยได้รับแรงกระแทกอันน่าตกตะลึงเช่นกัน ถูกกระแสอำนาจที่ทำลายสวรรค์และปฐพีซัดเข้าใส่ จนโลหิตไหลออกจากมุมปาก

พอมองดูวานรน้อยที่อยู่ไกลออกไป เขาก็พบว่าร่างสูงเองก็โซเซ เช่นเดียวกับเสียงคำรามอู้อี้ที่เล็ดลอดผ่านไรฝัน

ไม่สงสัยเลย หลังจากซูอี้ทะลวงอำนาจวิเศษโดยกำเนิดของมันแล้ว ทำให้เจ้าวานรได้รับผลย้อนกลับเช่นกัน!

แต่อึดใจต่อมา ซูอี้ก็ทะยานออกไป คิดเข้าโจมตีอีกครั้ง

“เอาอีก!”

“ขอรับ!”

……

ผ่านไปหนึ่งก้านธูป

ซูอี้นอนหอบอย่างหนักบนพื้น โลหิตไหลออกจากกาย เส้นผมยาวยุ่งเหยิง ดูน่าอับอายยิ่ง

อีกด้าน วานรน้อยนั่งอยู่กับที่เช่นกัน ขนเต็มไปด้วยโลหิต จมูกและใบหน้าช้ำไปหมด ผิวหนังเต็มไปด้วยรอยดาบ

มันยิ้มกว้างพลางหยิบโอสถเทพออกมาแล้วกลืนเข้าไป จากนั้นลอบมองอีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง ราวกับสำนึกผิด มันกล่าวว่า “เจ้านาย ท่านคงไม่โทษข้า…”

ซูอี้ส่ายหน้า กล่าวว่า “การต่อสู้เพื่อมหาวิถี เจ้าควรพยายามสุดความสามารถ การต่อสู้นี้ทำให้ข้ารู้สึกยินดีนัก ไม่มีอะไรที่น่ายินดีไปกว่านี้แล้ว ดังนั้นข้าจะโทษเจ้าได้อย่างไร?”

วานรน้อยยิ้มกว้าง รู้สึกโล่งอกขึ้นมา

ขณะเดียวกัน ซูอี้นั่งขัดสมาธิ เริ่มรักษาบาดแผลของตัวเอง

ในการต่อสู้นี้ เขาไม่ได้ใช้พลังภายนอก ใช้แค่อำนาจที่เป็นของตนเองอย่างสุดกำลัง ทำให้ตัดสินได้คร่าวๆ ว่า ตนประชันกับเทพชั้นสูงที่อยู่ขอบเขตกำเนิดวาสนาได้!

ต่อให้เอาชนะไม่ได้ ก็ยังสามารถต่อสู้กับอีกฝ่ายได้!

ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาตื้นตันจริงๆ คือพลังต่อสู้ของวานรน้อย

รากฐานการฝึกฝนของวานรน้อยตัวนี้อยู่ระดับเทพชั้นกลาง หากทว่าพลังอำนาจของมันกลับหาใดเปรียบ เทียบเท่ากับเทพชั้นสูงในขอบเขตกำเนิดวาสนา!

โดยเฉพาะอำนาจโดยกำเนิดทั้งสามที่วานรน้อยเชี่ยวชาญ หนึ่งในนั้นน่าสะพรึงยิ่งกว่าสิ่งใด

อำนาจโดยกำเนิดทั้งสามนี้คือ ‘ผนึกเคลื่อนกงล้อตะวันเทพ’ ‘กฎสวรรค์เทียบหล้า’ และ ‘เนตรแห่งความเงียบงัน’ !

ยิ่งกว่านั้น นี่เป็นเพียงอำนาจโดยกำเนิดที่วานรน้อยเพิ่งปลุกมาได้ในตอนนี้ หากมันพัฒนาวิถีเต๋า ย่อมมีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น จนมีชะตาที่จะปลุกอำนาจพลังอื่นขึ้นมาได้อีก!

เมื่อรู้ดังนี้ ซูอี้จะไม่ประหลาดใจได้อย่างไร?

ความน่าหวาดกลัวของเทพโดยกำเนิด ดูได้จากตรงนี้!

สามวันต่อมา

บาดแผลของซูอี้หายสนิท การฝึกฝนของเขาในตอนนี้พัฒนาขึ้นมาก กำลังเข้าใกล้ขอบเขตพินิจสุดขั้วขั้นสมบูรณ์

“น่าแปลก ข้าอยู่ที่นี่มาสองเดือนแล้ว แต่กลับไม่พบผู้ใดจากเขตเทพโบราณเลย”

ซูอี้ลูบคาง

เดิมที เขาวางแผนจะใช้ท่าเรือข้ามฟากนี้เป็นที่มั่น เพื่อรอคอยเหยื่อ ก่อนจะลงมือสังหาร

แต่ตอนนี้ดูท่าว่า ชายหนุ่มจะทำได้เพียงต้องตัดใจ

เหตุผลพอจะคาดเดาได้ไม่ยาก คนเหล่านั้นที่มาจากเขตเทพโบราณ ต้องทราบเรื่องแล้วแน่ๆ ว่าเขาสามารถใช้พลังของเปลวเพลิงแห่งยุคสมัยเพื่อควบคุมพลังปกติของ ‘เสาเทพสามสหัส’ ได้!

“ช่างเถอะ ถึงเวลาไปเขตเทพโบราณแล้ว”

ซูอี้ตัดสินใจ

ในวันนั้น เขานำวานรน้อยมุ่งเข้าสู่วังวนของท้องนภาที่เต็มไปด้วยดวงดาว ก่อนออกจากทะเลดาราเทพผันแปรไป

……

ณ เขตเทพโบราณ

ในแดนดินอันแสนโกลาหล มีภูเขาศักดิ์สิทธิ์โบราณโอ่อ่าตั้งตระหง่านอยู่

ด้านหลังภูเขา มีความปั่นป่วนของมิติเวลาที่กำลังพังทลาย มันปกคลุมไปด้วยบรรยากาศแปรปรวน

เบื้องหน้าภูเขาศักดิ์สิทธิ์ มีดินแดนรกร้างสีดำไร้ที่สิ้นสุด ไร้ซึ่งพลังชีวิต ไม่มีต้นหญ้าเติบโต

ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ลูกนี้ มีชื่อพิเศษอยู่……

สิ้นสวรรค์!

หมายความว่ายามมาถึงภูเขาศักดิ์สิทธิ์ลูกนี้ หากข้ามไป จะมีก็เพียงความปั่นป่วนของมิติเวลาอันไร้ที่สิ้นสุดรออยู่!

หากสวรรค์มีจริง เช่นนั้นที่แห่งนี้ก็คือจุดสิ้นสุดของมัน

ดังนั้นมันจึงถูกเรียกว่าภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์

ดินแดนรกร้างสีดำไร้ที่สิ้นสุดอยู่ตรงหน้าภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์ มันมีชื่อว่า ‘ดินแดนรกร้างไร้เทพ’ !

ทว่า สำหรับผู้คนในเขตเทพโบราณแล้ว ภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์ยังมีอีกชื่อหนึ่ง

ภูเขาแห่งการทดสอบ!

เมื่อคนนอกเข้าสู่เขตเทพโบราณจากทะเลดาราเทพผันแปร พวกเขาจะถูกส่งมาที่ภูเขาแห่งการทดสอบ

หลังจากนั้น ด้วยป้ายประจำตัวที่ได้รับมาจากเมืองแห่งการเริ่มต้น พวกเขาจะสามารถเข้าสู่เก้าบททดสอบอันยิ่งใหญ่เพื่อฟันฝ่าไปได้

ซึ่งบนดินแดนรกร้างไร้เทพที่อยู่ไกลจากภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์ในยามนี้ มีเงาร่างอยู่ทุกหนแห่ง

จำนวนมหาศาล รวมตัวกันจนเป็นเงา

มองเพียงปราดเดียว ก็รับรู้ได้ทันทีว่าส่วนใหญ่เป็นเทพ!

บ้างขี่วิหคเทพ บ้างเหยียบอยู่บนสมบัติศักดิ์สิทธิ์ บ้างนั่งอยู่บนแท่นดอกบัว บ้างยืนอยู่ใต้หมู่เมฆอย่างภาคภูมิ

กลิ่นอายน่าสะพรึงยิ่งกว่าผู้อื่น!

หลังจากระบุตัวตนแล้ว เทพนับร้อยตนนี้ เห็นได้ชัดว่ามาจากกลุ่มถิ่นที่แตกต่างกัน ถูกส่งมาเป็นกลุ่ม ยืนประจำแต่ละพื้นที่ ราวกับกำลังรอคอยบางสิ่ง

ท้องนภาเต็มไปด้วยหมู่เมฆสีดำหนาทึบ จิตสังหารแผ่ซ่านไปทั่วปฐพี

เพียงแค่พลังศักดิ์สิทธิ์ที่แผ่ออกมาจากเทพทุกตน ก็มากพอจะทำให้ดินแดนรกร้างสีดำแห่งนี้ถูกปกคลุมด้วยบรรยากาศอันน่าหดหู่

ทันใดนั้น บนยอดเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์ พลังแห่งมิติเวลาคำรามลั่น เปลวเพลิงโหมกระหน่ำ เกิดเป็นเค้าโครงประตูแห่งมิติเวลา

หลังจากนั้น เทพทุกตนในพื้นที่พลันหยุดเคลื่อนไหว สายตาของพวกเขาราวกับสายฟ้าเย็นเยือกน่าหวาดกลัว เฝ้ามองดูจากที่ไกลลิบออกไป

บนยอดเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์ มีสนามเต๋าโบราณอยู่ ประตูมิติเวลาบานนั้นตั้งอยู่ ณ ใจกลางของสนามเต๋า

ท่ามกลางสายตานับไม่ถ้วน ร่างสูงโปร่งเดินออกมาจากประตูมิติเวลาอย่างเกียจคร้าน ตรงมาที่สนามเต๋า

เขาสวมชุดคลุมสีเขียว ปัดฝุ่นธุลีออกจากตัว

“เป็นหมอนั่น!!”

“ในที่สุดเขาก็มาที่นี่!”

ทันใดนั้น เกิดความโกลาหลในดินแดนรกร้างไร้เทพ

เทพทั้งหลายจากกลุ่มต่างๆ ของเขตเทพโบราณขยับ ตัวคนทะยานขึ้นสู่นภา เข้าหาภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์พร้อมกัน

ในตอนนั้น ทวยเทพต่างลงมือ พลังศักดิ์สิทธิ์บนร่างกายราวกับคลื่นน้ำ กวาดผ่านเก้าสวรรค์สิบปฐพี!

ยามสวรรค์แผ่จิตสังหาร ดาราพลันแปรเปลี่ยน……

ยามปฐพีแผ่จิตสังหาร มังกรแลนาคาต่างแทรกแผ่นดินหลบหนี……

ยามทวยเทพแผ่จิตสังหาร สวรรค์และปฐพีสั่นสะเทือน มหาวิถีร่ำร้อง!

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 2099 ทวยเทพกรีธาทัพ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

65d4753b8ff1a8001d619f2d
ปลายจวักครองใจ
01/11/2024
N1lN39
เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
05/12/2025
600ff4f0qBTFsl5k
เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า
03/06/2026
62453e48m0wdVboK
ทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง
14/12/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.