บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - บทที่ 2125 หาได้ยากยิ่ง
บทที่ 2125 หาได้ยากยิ่ง
สีหน้าของชาติที่สามสั่นไหว
เขาไม่คาดคิดจริงๆ ว่าซูอี้จะถึงกับเปิดหนทางบรรลุเทพที่ถูกมองว่าไม่มีอยู่จริงได้สำเร็จ!
นี่มันช่างเหลือเชื่อนัก
และมันยังเป็นการล้มล้างความเข้าใจของชาติที่สามก่อนหน้านี้ด้วย!
“แต่เจ้าใกล้จะตายอยู่รอมร่อแล้ว พละกำลังไม่มีเหลือ จะรอดจากมหาภัยพิบัตินี้ได้อย่างไร?”
ผ่านไปสักพัก ชาติที่สามสงบสติลงได้ ก่อนมองซูอี้ผู้อยู่ไกลออกไป
ในความคิดของเขา กลิ่นอายจากมหาภัยพิบัติในส่วนลึกของท้องนภากำลังก่อตัวตลอดเวลา แม้จะไม่ส่งเสียง ก็ทำให้ใจสั่นได้
ซึ่งแค่กลิ่นอายของมัน ก็ทำให้เขารู้สึกใจสั่นแม้ว่าจะเป็นตัวตนในขอบเขตรังสรรค์สุดขั้วก็ตาม!
“ก้าวข้ามมหาภัยพิบัติ มันจะนับเป็นอันใด?!”
ซูอี้กล่าวด้วยเสียงแหบพร่าว่า “ในศึกก่อนหน้านี้ ทั่วร่างของข้า แม้แต่พละกำลังก็แตกสลาย ไม่เหลือเรี่ยวแรงให้พูดได้ด้วยซ้ำ ผลที่ได้ คือมหาภัยพิบัตินี้ในสายตาของข้า มันช่างไร้ค่ายิ่งนัก!”
ชาติที่สามตกตะลึง ถามด้วยความสับสนว่า “ทว่าเมื่อไร้กำลัง แบบนี้ มันไม่เท่ากับว่าเจ้าแพ้ไปแล้วหรือ?”
ซูอี้อดที่จะหัวเราะไม่ได้ ก่อนกล่าวว่า “เจ้าไม่เข้าใจเลย”
ชาติที่สามขมวดคิ้ว
‘เจ้าไม่เข้าใจเลย’ ที่ว่า แม้ฟังดูธรรมดา แต่กลับจี้ใจดำชาติที่สามไม่น้อย!
ใช่แล้ว เขาไม่เข้าใจจริงๆ เขาไม่อาจจินตนาการได้ว่าซูอี้จะใช้วิธีเอาชนะมหาภัยพิบัติในครั้งนี้ได้อย่างไร!
เพราะถึงอย่างไร ซูอี้ในยามนี้ก็นอนหมอบอยู่ ไร้ร่องรอยของเรี่ยวแรงกำลังกาย แล้วจะเอาชนะมหาภัยพิบัติบรรลุเทพได้อย่างไร?
“จะว่าไป ต้องขอบคุณเจ้าที่ลงมือด้วยแหละ”
คำพูดของซูอี้จริงใจ “หากไม่ใช่เพราะเจ้า คงเป็นการยากยิ่งที่จะทำลายกายเนื้อนี้ได้..คงไร้โอกาสข้ามผ่านศึกเป็นตาย จนชวดโอกาสบรรลุเทพนี้ไป”
ใบหน้าของชาติที่สามน่าเกลียดเล็กน้อย
หลังจากนั้น เจ้าตัวยิ้มก่อนส่ายหน้า ถามว่า “อย่างที่ข้าบอกก่อนหน้านี้ ถ้าเจ้ากลายเป็นเทพได้ เช่นนั้นให้ข้ามาเป็นหินลับมีดสักครั้งจะเป็นไรไป?”
เขาเงยหน้ามองส่วนลึกของท้องนภา กระซิบว่า “ทว่า เจ้าพูดถูก นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้เห็นหนทางบรรลุเทพอันแสนเหลือเชื่อนี้ ข้าไม่เข้าใจว่าเจ้าสร้างหนทางบรรลุเทพนี้ขึ้นมาได้อย่างไร ทว่า…”
“ในการดวลครั้งนี้ เจ้ายังแพ้อยู่ดี หรือไม่จริง?”
นี่คือบททดสอบสุดท้ายของหอคอยเทพที่หก
ผู้ชนะ จะได้รับรางวัลจากหอคอยเทพที่หก
แต่ยามนี้ ชาติที่สามไม่ได้พ่ายแพ้ ขณะที่ซูอี้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ นั่นเท่ากับว่า ชายหนุ่มแพ้แล้ว!
“แพ้หรือ?”
ซูอี้ถามว่า “ข้ากำลังจะบรรลุเทพ แล้วเช่นนี้ เจ้าจะยังเป็นคู่ต่อสู้ของข้าอีกได้อย่างไร?”
ชาติที่สามถอนหายใจออกมา “ข้าคิดว่า เมื่อเจ้าแพ้ ย่อมสามารถก้มศีรษะอย่างมีความสุขได้ แต่ไม่คิดเลย ว่าข้ายังรู้สึกไม่พอใจ ถ้าเป็นเช่นนั้น ให้ข้าสงเคราะห์เจ้าเพิ่มดีกว่า”
ขณะพูด เขายกเท้าขึ้นเพื่อกำลังจะลงมือ
แต่เมื่อเท้าขวายกขึ้น
ตูม!
เสียงฟ้าร้องอันปั่นป่วนชวนใจสั่นพลันระเบิดขึ้นในเมฆาฮุ่นตุ้นนี้
ร่างของชาติที่สามแข็งทื่อ เท้าเพิ่งเหยียบย่างออกไป ไม่ว่าทำอย่างไรก็ไม่อาจไปต่อได้!
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากทำ แต่ทันทีที่เข้าใกล้ ตนจะต้องถูกกำจัดโดยมหาภัยพิบัติบรรลุเทพนี้อย่างแน่นอน!
“ตอนนี้เจ้าน่าจะรู้ เมื่อข้าย่างเท้าเข้าสู่หนทางบรรลุเทพ เจ้าจะไม่มีโอกาสกำจัดข้าได้อีก”
ซูอี้นอนอยู่กับที่ ดูผ่อนคลายยิ่ง
ชาติที่สามดึงเท้าขวากลับออกช้าๆ เงียบสักพัก ถามว่า “เจ้าช่วยตอบคำถามข้าได้หรือไม่?”
ซูอี้กล่าวว่า “ว่ามา”
ชาติที่สามถามว่า “พูดถึงเจ้าแล้ว เกิดอันใดขึ้นกัน เหตุใดจึงทำให้การฝึกฝนทลายขีดจำกัดของระดับสุดลึกล้ำได้?”
ซูอี้ตอบตามตรงว่า “นี่คือขอบเขตพินิจสุดขั้ว อยู่ระหว่างขอบเขตเทพและขอบเขตมหาศาลสามระดับ นับว่าเป็นขอบเขตที่ซ่อนอยู่ในวิถีหมื่นสวรรค์ มีเพียงผู้สะบั้นกฎที่ควบคุมวัฏสงสารเท่านั้น ที่มีโอกาสจะก้าวเข้าไปได้”
“ขอบเขตพินิจสุดขั้ว!!”
ชาติที่สามตกตะลึงอยู่กับที่ สายตาเปลี่ยนไป “ในโลกหล้านี้ ยังมีขอบเขตลึกลับเช่นนั้นอีกหรือ?”
เห็นได้ชัดว่าเขาตกตะลึง จนตอนนี้สูญเสียความสงบไป!
“ในขอบเขตนี้ ต้องอาศัยการทำลายจากนั้นจึงก่อเกิด ดังนั้นหากไม่มีอำนาจวัฏสงสารของวัฏจักร ไม่ว่าเป็นใคร ก็ไม่สามารถย่างเท้าเข้าสู่สภาพนี้ได้”
ซูอี้กล่าวอย่างสงบว่า “ตอนนี้ ข้าได้ทำลายวิถีทั้งหมดแล้ว ถือกำเนิดจากความตาย ใช้ร่างกายแทนเมล็ดพันธุ์แห่งวิถี เพื่อเปิดหนทางบรรลุเทพของตัวเองขึ้นมา!”
“ทีนี้ เจ้าเข้าใจหรือยัง?”
เพียงไม่กี่คำ ไม่มีการปกปิด เขาโพล่งความลับออกมา
เพราะซูอี้รู้ว่า ต่อให้ชาติที่สามรู้ไป ก็เป็นไปไม่ได้ที่ชาติที่สามจะทำแบบนี้ได้!
“อย่างนี้นี่เอง…”
ชาติที่สามถอนหายใจอย่างเสียดาย สีหน้าของเขาซับซ้อนยิ่ง
ในเวลาเดียวกัน……
ตูม!
ในส่วนลึกของท้องนภา ฟ้าร้องดังสนั่น กึกก้องทั่วโลก ปลุกเขตเทพโบราณให้ตื่นขึ้นอย่างแท้จริง!
กลุ่มแรกที่สังเกตเห็นมหาภัยพิบัตินี้ คือกลุ่มผู้แข็งแกร่งในบททดสอบด่านสวรรค์
ในตอนนั้น ผู้คนกำลังยืนรอบหอคอยเทพที่หก ยังคงรอให้ซูอี้สร้างปาฏิหาริย์ขึ้นมาอีกครั้ง
หลังจากนั้น คนทุกผู้พลันสังเกตเห็นว่า ในส่วนลึกของเมฆาฮุ่นตุ้นที่ปกคลุมในบททดสอบด่านสวรรค์ ฉากที่สุดจะจินตนาการได้ปรากฏขึ้น……
กลุ่มแสงสว่างภัยพิบัติราวกับโซ่แห่งกฎเกณฑ์ ปรากฏขึ้นในส่วนลึกของหมู่เมฆมหาภัยพิบัติอย่างเงียบงัน แสงสว่างจากมหาภัยพิบัติเหล่านั้นเจิดจ้ากระจ่างชัด หลากสีสันโอ่อ่า ราวกับลำแสงหลากสีสันที่งดงามที่สุดในโลกหล้า
สีแดง สีฟ้า สีเงิน สีดำ สีม่วง สีทอง… มันพัวพันอย่างต่อเนื่อง ย้อมเมฆาฮุ่นตุ้นให้เต็มไปด้วยสีสัน
เมื่อแสงสว่างภัยพิบัติเคลื่อนเข้ามา มันพลันวิวัฒนาการเป็นธารนทีสายยาวอันกล้าแกร่ง!
มีภาพมายาของทวยเทพนับไม่ถ้วนลอยอยู่ในนั้น มีภาพมายาของอารายธรรมแห่งยุคสมัยนับไม่ถ้วนรวมอยู่ที่นั่น!
ทุกสิ่งเกิดจากการเปลี่ยนสภาพของแสงสว่างมหาภัยพิบัติ ดังนั้นฉากที่สุดจะจินตนาการเหล่านั้น จึงเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งการทำลายล้างที่ทำให้ใจสั่น
“นะ… นี่คือมหาภัยพิบัติอันใดกัน?”
ใครบางผู้พูดติดอ่าง
“ธารนทีสายยาวแห่งภัยพิบัติ มีไว้ฝังทวยเทพ ทำให้อารายธรรมแห่งยุคสมัยสิ้นสุดลง นี่คือมหาภัยพิบัติยามที่อารายธรรมแห่งยุคสมัยล่วงลับงั้นหรือ?”
ใครบางผู้กล่าวด้วยความหวาดกลัว
“ไม่ใช่!”
ลวี่ซั่ว ไป๋ซิ่ว อวี๋จิ่ว และคนอื่นล้วนปฏิเสธข้อสรุปนี้
พวกเขาเคยเผชิญหน้ากับมหาภัยพิบัติแห่งยุคสมัยของอารายธรรมตัวเองมาแล้ว ดังนั้นพวกเขาจะไม่ทราบถึงความน่าหวาดกลัวของภัยพิบัติที่ว่าได้อย่างไร?
ด้วยมหาภัยพิบัติตรงหน้าพวกเขานี้ น่ากลัวน้อยยิ่งกว่าภัยพิบัติแห่งยุคสมัย!
แต่ว่า…
มันแปลกประหลาดยิ่งกว่าภัยพิบัติแห่งยุคสมัย ทั้งยังลึกลับยิ่งกว่า!
มีบรรยากาศอำนาจต้องห้ามน่าขนลุกอยู่ทุกหนแห่ง ทำให้แม้ผู้คนจะมองดูจากไกลๆ ยังรู้สึกเย็นเยือกทั้งกายใจ ราวกับตกลงไปในถ้ำน้ำแข็ง
แม้กระทั่งลวี่ซั่วผู้เป็นเทพชั้นกลาง รวมถึงบรรดาเทพชั้นสูงบางส่วนผู้อยู่ที่นี่ ยังเกิดอาการสั่นสะท้าน ไม่อาจสงบสติลงได้
มันให้ความรู้สึกเหมือนกับ ตกเป็นเป้าจากอำนาจมหาศาล!
“งั้น… นี่คือมหาภัยพิบัติอันใดกัน?”
หลายผู้สับสน
คนเหล่านั้น คือเทพผู้มีประสบการณ์มากล้น ในด้านความรู้ พวกเขาเหนือกว่าทุกสรรพสิ่งในโลกหล้า
แต่ตอนนี้ พวกเขาล้วนสับสน ไม่รู้ว่ามหาภัยพิบัติที่รอคอยพวกเขาอยู่นั้นคืออะไร!
“หากข้าเดาไม่ผิด นี่… อาจจะเป็นมหาภัยพิบัติบรรลุเทพของสหายเต๋าซูก็เป็นได้!”
ดวงตาเปล่งประกายของไป๋ซิ่วเจิดจ้ามากขึ้น ขณะกล่าวอนุมานเช่นนั้น
สิ้นคำพูด ผู้ชมต่างตกตะลึง
มหาภัยพิบัติบรรลุเทพหรือ?
มีมหาภัยพิบัติบรรลุเทพที่แปลกประหลาดและน่าเหลือเชื่ออยู่ในโลกใบนี้ด้วยหรือ?
……
เมืองแห่งการเริ่มต้น
นักบวชสูงสุดที่สาม เลี่ยซิงชวีกำลังดื่มอยู่
“ข้าไม่คิดเลย ว่าขนาดท่านมหาเทพทั้งเจ็ดจากเขตเทพโบราณรวมตัวกันพร้อมกับตัวตนระดับเทพโบราณลึกลับ แต่กลับไม่มีผู้ใดทำอันใดสหายเต๋าซูได้…”
ดวงตาของเลี่ยซิงชวีสับสนเล็กน้อย
เมื่อวาน เขาได้รับข่าวจากตระกูล ทำให้ทราบรายละเอียดการต่อสู้ที่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์
ในตอนนั้น เขาตกตะลึงจนถึงขั้นประหลาดใจ
จนถึงตอนนี้เมื่อคิดถึงการต่อสู้ที่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์สิ้นสวรรค์ในวันนั้น ก็ยังยากที่จะทำให้ใจสงบลงได้
“ข้านึกอยู่แล้ว ว่าสหายเต๋าซูผู้ควบคุมเปลวเพลิงแห่งยุคสมัยกับอำนาจแห่งวัฏสงสารได้ ย่อมเหนือชั้นเกินกว่าจะถูกใครกลั่นแกล้ง”
เลี่ยซิงชวีดื่มสุรา เปี่ยมด้วยอารมณ์
ทันใดนั้น ฉากอันเหลือเชื่อพลันปรากฏขึ้นในส่วนลึกของท้องนภา แสงสว่างมหาภัยพิบัติหลากสีสันโอ่อ่านับไม่ถ้วนปรากฏขึ้น กลายเป็นโซ่แห่งกฎเกณฑ์ที่พัวพันกันอย่างต่อเนื่อง ค่อยๆ ก่อตัวเป็นธารนทีสายยาวแห่งภัยพิบัติอันกล้าแกร่ง
กลิ่นอายแห่งมหาภัยพิบัติที่มากพอจะทำให้ทวยเทพหวาดกลัวและสิ้นหวัง ปกคลุมท้องนภาเหนือเมืองแห่งการเริ่มต้น
ผ่านไปสักพัก ทั่วทั้งเมืองพลันตกอยู่ในความโกลาหล!
“นะ… นี่มันมหาภัยพิบัติอันใดกัน!?”
“น่ากลัวยิ่งนัก!”
น้ำเสียงหวาดกลัวนับไม่ถ้วนดังขึ้น
“หรือว่า… นี่คือมหาภัยพิบัติบรรลุเทพของสหายเต๋าซู?”
เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นในใจ นิ้วของเลี่ยซิงชวีสั่นสะท้าน จอกสุราร่วงหล่น
เพล้ง!
จอกสุราแตกละเอียด
แต่เลี่ยซิงชวีนิ่งอยู่กับที่ ไม่รู้สึกตัว
……
ทะเลดาราเทพผันแปร
“หลวงจีน ยินดีด้วย!”
ในพื้นที่แห่งหนึ่ง เฟิงอู๋จี้เผยรอยยิ้มก่อนแสดงความยินดี
เมื่อครู่ บุตรพุทธะเหลียนเซิงขัดเกลาอำนาจเทพที่เรียกได้ว่าเป็นผลงานชิ้นเอก นำไปสู่มหาภัยพิบัติบรรลุเทพอันไร้เทียมทาน ก่อนพิสูจน์เต๋าได้สำเร็จเพียงอึดใจเดียว!
นี่ทำให้เฟิงอู๋จี้ประทับใจยิ่งนัก
เขาควรค่าแก่การเป็นผู้ถูกเลือก ต่อให้จะเป็นเพียงการบรรลุเทพ ก็มากพอจะทำให้สวรรค์สั่นสะท้าน หาได้ยากในโลกหล้ายิ่ง
นับแต่นั้นมา ในวิถีพุทธของโลกเทพ จะมีทวยเทพไร้เทียมทานจากผู้ถูกเลือกอย่างแท้จริง!
ด้วยภูมิหลังของเหลียนเชิง ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะไม่สามารถกลายเป็นตัวตนระดับจอมเทพในอนาคตได้
ตอนนี้ มีบุตรแห่งสวรรค์จำนวนมากอยู่ใกล้ๆ นอกจากพวกเขาจะมองเหลียนเชิงด้วยความอิจฉาแล้ว มันยังเต็มไปด้วยความเคารพยำเกรงอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนอีกด้วย!
นั่นเพราะ เหลียนเชิงกลายเป็นเทพแล้ว ไม่ได้เหมือนกับพวกเขาอีกต่อไป!!
ยิ่งกว่านั้น เหลียนเชิงยังเป็นผู้ถูกเลือกที่มีความสามารถมากล้นที่สุดในวิถีพุทธ ทันทีที่กลายเป็นเทพ ก็มากพอที่จะบดบังทวยเทพจำนวนมากในโลกหล้าได้
“นี่ไม่เท่าไหร่หรอก ต่อให้ข้าบรรลุเทพแล้ว ก็ยังเทียบกับสหายเต๋าซูไม่ได้หรอก”
เหลียนเชิงส่ายหน้า
หลังจากนั้น ผู้ชมตกอยู่ในความเงียบงัน ทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยความสับสน ไม่มีใครพูดจา
“ตัวตนของผู้อาวุโสซู พวกเราจะไปทาบติดได้อย่างไรกัน?”
เฟิงอู๋จี้ถอนหายใจออกมา “ข้ามั่นใจ เมื่อผู้อาวุโสซูบรรลุเทพ การเคลื่อนไหวที่เขาสร้างขึ้น มีชะตาต้องเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์!”
หลังกล่าวเช่นนี้……
ตูม!!
ลึกเข้าไปในท้องนภา แสงสว่างมหาภัยพิบัติอันโอ่อ่าเจิดจ้านับไม่ถ้วนปรากฏขึ้น กลายเป็นธารนทีสายยาวอันกล้าแกร่ง สาดส่องทั่วทะเลดาราเทพผันแปร
ดวงตาของทุกคนถูกทิ่มแทง จิตวิญญาณแข็งทื่อ
“นี่… นี่คือมหาภัยพิบัติอันใดกัน?”
ใครบางผู้กรีดร้อง
บุตรพุทธะเหลียนเซิงผู้เพิ่งพิสูจน์เต๋าจนกลายเป็นเทพคล้ายกับตระหนักบางสิ่งได้ ก่อนพึมพำว่า “นี่จะต้องเป็นมหาภัยพิบัติบรรลุเทพของสหายเต๋าซูเป็นแน่!!”
หนังศีรษะของเฟิงอู๋จี้ชาด้าน กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก กล่าวว่า “เป็นไปไม่ได้ มหาภัยพิบัติต้องห้ามแปลกประหลาดเช่นนั้น แค่มองดูกลิ่นอาย มันก็ไม่ด้อยไปกว่ามหาภัยพิบัติตอนพิสูจน์เต๋ากลายเป็นเทพชั้นสูงเลย!”
“ก่อนหน้านี้เจ้าพูดไม่ใช่หรือ หากสหายเต๋าซูกลายเป็นเทพขึ้นมา การเคลื่อนไหวที่เขาสร้างขึ้น มีชะตาเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์!”
“ฉากในตอนนี้ ยืนยันเรื่องทั้งหมดนี้ได้อย่างไม่ต้องสงสัย”
บุตรพุทธะเหลียนเซิงมีสีหน้าซับซ้อน
หนึ่งคนก้าวข้ามมหาภัยพิบัติ ทำให้เกิดนิมิตน่าเหลือเชื่อในทะเลดาราเทพผันแปร
แบบนี้ จะไม่หาได้ยากยิ่งอย่างไรไหว? ผ่านไปสักพัก ทุกคนต่างตกตะลึง ตัวคนยืนนิ่งอยู่กับที่