บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - บทที่ 2250 ภยันตรายแฝงเร้น
บทที่ 2250 ภยันตรายแฝงเร้น
“เจ้านี่มันอันใดกัน หากอยากร่วมมือ ไฉนไม่ออกมาแสดงตัวแต่แรก?”
หลินจิ่งหงกล่าวอย่างดูแคลน
“ผู้คนในโลกหล้าชอบเข้าข้างผู้ชนะ น้อยนักจะส่งถ่านฟืนยามหิมะตก”
ซูอี้กล่าวเนิบๆ
วาจาของเขาสะเทือนใจผู้คนมากมาย
ไม่นานนัก สัตว์ประหลาดเฒ่าทั้งหลายซึ่งเร้นกายอยู่ก็ทยอยจรจากไป
ไม่ต้องสงสัยว่ายามนี้ ทุกผู้ล้วนเห็นแล้วว่าซูอี้เป็นผู้ชนะ!
“พี่ชายร่วมวิถีฝูโหยว เรื่องจบลงแล้ว ข้าก็ควรกลับไปเช่นกัน”
ซากเทวะอาภรณ์เลือดเดินเข้ามา
ซูอี้พยักหน้ากล่าว “ข้าจะไม่ผิดสัจจะที่ให้เจ้าไว้”
หนนี้ที่เขาเชิญซากเทวะอาภรณ์เลือดมาช่วยได้ เพราะซูอี้ได้ให้เงื่อนไขว่าจะช่วยอีกฝ่ายเวียนวัฏสงสาร
มันคือการแลกเปลี่ยน
ซากเทวะอาภรณ์เลือดหัวเราะลั่น “ข้าไม่เคยกลัวหรอกว่าเจ้าจะคืนคำ เพราะข้ารู้ว่าเจ้าหลี่ฝูโหยวใช้ชีวิตเช่นไร ขอเพียงให้วาจาใดไว้ เจ้าจะทำเช่นนั้นแน่ๆ!”
เขาดูชอบใจ
“ย่อมเป็นเช่นนั้น ยามสหายฝูโหยวสัญจรในโลกเทพเมื่อก่อน ใครจะไม่ทราบบ้างว่ายามเขาให้สัจจะก็ยากจะแปรเปลี่ยน!?”
จ้าวคางคกกลืนสวรรค์เดินเข้ามา ชี้หน้าซากเทวะอาภรณ์เลือดกล่าวว่า “รู้หรือไม่ เจ้าน่ะได้กำไรเน้นๆ!”
ซากเทวะอาภรณ์เลือดแย้มยิ้มกล่าวว่า “รู้สิ หากภายหน้าพี่ชายร่วมวิถีฝูโหยวต้องการให้ช่วยอีก ข้าก็พร้อมให้เรียกใช้!”
ไม่นานนัก ตัวตนน่าสะพรึงกลัวจาก ‘ซากโบราณสาปโลหิต’ เขตหวงห้ามอันโจษจันน่าสะพรึงกลัวยิ่งนี้ก็จรจาก
“มีแม่นางหลินท่านนี้อยู่ ข้าก็วางใจจากได้แล้ว”
จ้าวคางคกกลืนสวรรค์กล่าวชมหลินจิ่งหงอย่างสุภาพ
ก่อนจะหันไปกล่าวกับชายหนุ่ม “ยามใดที่เจ้าจะคิดบัญชีกับเฒ่าสารเลวคนตกปลา เจ้าต้องบอกข้านะ!”
“เจ้าเฒ่านี่ไหลลื่นยิ่งนัก ข้าลำพังมิอาจฆ่าเขาได้ แต่หากเจ้าลงมือ มันก็คนละเรื่องเลย”
ซูอี้แย้มยิ้มกล่าวตอบ “แน่นอน”
จ้าวคางคกกลืนสวรรค์และคนตกปลาเป็นศัตรูคู่อาฆาตกัน
ยามซูอี้ขอให้อีกฝ่ายมาช่วยหนนี้ เมื่อกล่าวว่าคนตกปลาก็จะมาด้วย จ้าวคางคกกลืนสวรรค์ก็ตอบตกลงโดยไม่มากความทันที
นี่ก็นับเป็นการแลกเปลี่ยน
สัจธรรมนี้ชี้ชัดว่าศัตรูของศัตรูคือมิตร
แน่นอนว่า เรื่องราวนี้ยังเกิดจากขณะที่หลี่ฝูโหยวทัศนาโลกหล้าแดนเทพ เขาได้เคยพบพานจ้าวคางคกกลืนสวรรค์มาก่อนด้วย
หาไม่ หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่นก็คงมิอาจขับเคลื่อนผู้เฒ่าอันดุร้ายยิ่งอย่างจ้าวคางคกกลืนสวรรค์ได้เลย
หลังจากจ้าวคางคกกลืนสวรรค์จากไป นักบวชซิงอวี่เองก็กล่าวลาซูอี้เช่นกัน
“ขออภัยด้วย หนนี้ลากเจ้ามาพัวพันเสียแล้ว”
ซูอี้รู้สึกผิดเล็กน้อย
ยามเขากำลังครุ่นคิดว่าจะเชิญ ‘นักบวชซิงอวี่’ ออกมาต่อสู้หรือไม่ ชายหนุ่มก็ลังเลเล็กน้อยเช่นกัน
เพราะสถานการณ์ของนักบวชซิงอวี่ย่ำแย่ยิ่งนัก นางเหลือเพียงเสี้ยววิญญาณ และหากวันนี้เกิดอุบัติเหตุ นางจะตกตายโดยสมบูรณ์
แต่สุดท้าย ซูอี้ก็ยังขอให้นางออกมา
เพราะเขาต้องเตรียมไพ่ตายให้พอใช้ในศึกนี้
ทว่า ขณะที่ขอความช่วยเหลือจากนักบวชซิงอวี่ ซูอี้ก็กล่าวถึงความกังวลในใจของเขาอย่างตรงไปตรงมา บอกอีกฝ่ายว่านางสามารถปฏิเสธได้ และเขาก็จะมิโทษนางเช่นกัน
นักบวชซิงอวี่ตอบตกลงโดยไม่คิด
“เจ้าหมายความเช่นไรที่ว่าลากข้ามาพัวพัน?”
นางถลึงตามองชายหนุ่ม “ยามข้าเคลื่อนขอบเขตเมื่อก่อน พุทธเจ้าแผดตะเกียงกับพรรคพวกวางแผนลอบโจมตีข้า เป็นเจ้าอี้เต้าเสวียนที่ลงมือล่อศัตรูร้ายเหล่านั้นออกไปในยามคับขัน เสี้ยววิญญาณของข้าจึงเหลือรอดมาจนยามนี้ นี่เป็นบุญคุณช่วยชีวิตข้านะ!”
หลังจากเว้นช่วงเล็กน้อย นางจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ข้าไม่รู้หรอกว่าเจ้ากังวลอันใดอยู่ อย่างมากที่สุด เมื่อข้าเผยตัวตนออกมาในวันนี้ พุทธเจ้าแผดตะเกียงก็จะทำทุกสิ่งที่ทำได้เพื่อจัดการกับข้าเท่านั้น”
“อย่าห่วงเลย ข้าไม่สู้กับเขาหรอก ข้าจะไปซ่อนตัวไกลๆ เลย”
“ยามเจ้าจัดการกับพุทธเจ้าแผดตะเกียงอีกในภายหน้า ข้าจะโผล่มาช่วยเจ้าฆ่าเขาอีก!”
ตัวตนระดับบรรพชนของ ‘ตำหนักเทพดารา’ ผู้นี้พยายามเสาะแสวงธารนทีแห่งโชคชะตามาหลายต่อหลายหน อำนาจต่อสู้ของนางจึงน่าสะพรึงกลัวนัก
ยามสมบูรณ์พร้อม นางเทียบชั้นได้กับตัวตนผู้ย่างสู่ธารนทีแห่งโชคชะตาครึ่งก้าวอย่างตี้เอ้อ
แม้ยามนี้นางจะเหลือเพียงเสี้ยววิญญาณ นางก็ยังไม่ได้ด้อยไปกว่าพุทธเจ้าแผดตะเกียงในศึกเมื่อครู่!
และแตกต่างจากยามเชื้อเชิญซากเทวะอาภรณ์เลือดกับจ้าวคางคกกลืนสวรรค์ อี้เต้าเสวียน……อดีตชาติของซูอี้คือผู้มีบุญคุณช่วยชีวิตนักบวชซิงอวี่จริงๆ
เรื่องนี้…ถือได้ว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณของนักบวชซิงอวี่
“เอาเถิด เช่นนั้นข้าจะไม่มากความแล้ว หากภายหน้ามีสิ่งใดต้องการให้ข้าช่วย ข้าจะมิบิดพลิ้ว”
ซูอี้พยักหน้า
นักบวชซิงอวี่กล่าวพลางแย้มยิ้มว่า “เรื่องเหล่านี้ล้วนไม่จำเป็น รู้หรือไม่ ข้ายินดียิ่งยามได้ข่าวว่าเจ้าเวียนวัฏสงสารกลับมา”
ว่าแล้ว ร่างของนางก็หวนคืนสู่โคมวังหลวงเก่าแก่ แล้วละล่องจากไป
เมื่อเห็นอีกฝ่ายจรจาก ซูอี้ก็ผ่อนลมหายใจยาว นึกถึงคนบางคน
‘จอมดาบจื่อเทียน’ หรือวั่นจื่อเทียนผู้โจมตีบรรพตเทพเทียนฮวง
‘มารหอก’ จางอู๋ซู่ผู้โจมตีศาลดาบธารโลหิต
‘บรรพชนเซวี่ยหู’ โจมตีศาลมารสะบั้นสรวง
……และยังมี ‘สหายเก่า’ คนอื่นๆ ที่บุกโจมตีกลุ่มเต๋าต่างๆ ในเหตุการณ์วันนี้
คนเหล่านี้ล้วนแต่เป็นตัวตนในตำนาน เลื่องลือระบือนามนับแต่อดีตกาลเนิ่นนาน!
และเพราะการเชื้อเชิญของเขา เหล่าผู้เฒ่าซึ่งห่างหายจากโลกหล้าไปเนิ่นนานล้วนปรากฏตัว!
ดั่งวาจาที่ซูอี้กล่าวก่อนเริ่มสงคราม เขาทุ่มเทวางแผนสำหรับวันนี้มาเนิ่นนาน!
บุญคุณและกำลังที่หลี่ฝูโหยวกับอี้เต้าเสวียนสั่งสมมาในอดีตชาติต่างถูกใช้ไปเกินครึ่ง!
และจุดประสงค์ก็เพื่อสนองศัตรูแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน!
ศัตรูกระทำการโดยไม่สนวิธีการ ไร้บรรทัดฐาน เขาย่อมสนองตอบอย่างสมน้ำสมเนื้อ
ซูอี้ไม่อาจทนให้ศัตรูร้ายเหล่านี้ใช้วิธีไร้ยางอายมากดดันเขาอีกต่อไป
หนนี้ เขาจะใช้ศึกภูเขาหมิงคงมาประกาศศักดา!
ให้ทุกผู้ในโลกหล้าแดนเทพรับรู้ว่า บรรทัดฐานของเขาซูอี้ไม่อาจถูกล่วงล้ำได้!
ยามนี้ สงครามจบลงแล้ว ศัตรูร้ายซึ่งนำโดยตี้เอ้อล้วนเสียหายสาหัสและล่าถอยไป
ซูอี้แน่ใจว่ายามข่าวการต่อสู้นี้แพร่งพรายออกไป ผู้อยากจัดการกับเขาด้วยวิถีการคล้ายคลึงกับที่ใช้ตระกูลซีมาข่มขู่ก็ต้องชั่งใจแล้ว!
แต่ซูอี้ก็รู้เช่นกันว่าหลังจากศึกนี้ เมื่อตัวตนของเหล่า ‘สหายเก่า’ ที่เขาเชื้อเชิญมาถูกเปิดเผย พวกเขาก็จะถูกถือเป็นขวากหนามยอกอกในสายตาของศัตรูเหล่านั้น
จะให้ทำเช่นไรได้ ทุกสิ่งล้วนมีข้อดีข้อเสีย
แต่ชายหนุ่มก็หากังวลไม่
ไม่มี ‘สหายเก่า’ คนใดที่รังแกได้ง่ายเพียงนั้น
นอกจากนี้ชายหนุ่มยังรับปากไว้ด้วยว่าขอเพียง ‘สหายเก่า’ เหล่านี้มีสิ่งใดให้ช่วยเหลือ เขาก็จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่
‘ยามข้ามีเวลาว่าง คงต้องเขียนสารลับไปขอบคุณพวกเขาสักหน่อยแล้ว’
ซูอี้กล่าวในใจ
เขาเป็นเช่นนี้เสมอไม่ว่าชาติใด มีคุณต้องตอบแทน มีแค้นต้องสะสาง!
“สหายเต๋าซู”
เฒ่าอมรณากับซือมิ่งเดินเข้ามา พวกเขาประสานกำปั้นและกล่าวว่า “เราศิษย์อาจารย์ไม่อาจช่วยอันใดได้ในวันนี้ โปรดระวังตัวให้มาก”
ซูอี้แย้มยิ้ม “สหายเต๋าอย่ากล่าวเช่นนั้นเลย วันนี้พวกเจ้าศิษย์อาจารย์ช่วยข้าได้มากนัก! ข้าจะจดจำบุญคุณนี้ไว้!”
วาจาเหล่านี้หาเป็นการยกยอตามมารยาทไม่
ในศึกวันนี้ เฒ่าอมรณาออกมารับมือตี้เอ้อไว้ก่อนใคร และซือมิ่งศิษย์เขาก็ออกมาเผชิญหน้ากลุ่มศัตรูร้ายเป็นคนแรก!
คู่ศิษย์อาจารย์เดิมพันชีวิตของตนครั้งใหญ่หลวง!
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าในช่วงท้าย เขายังสังหารจอมเทพหล่อหลอมขั้นเก้าสองคนติดๆ กัน
กล่าวได้ว่า บทบาทของเฒ่าอมรณาในศึกวันนี้เป็นรองเพียงหลินจิ่งหง!
เรื่องสำคัญที่สุดคือ ศิษย์อาจารย์คู่นี้ ซูอี้ไม่ได้เชิญมา!!
บุญคุณเช่นนี้ย่อมล้ำค่าที่สุด
แน่นอน ซูอี้ก็รู้ว่าจุดประสงค์ที่ศิษย์อาจารย์คู่นี้มาช่วยเหลือเขาก็เหมือนกับซากเทวะอาภรณ์เลือด พวกเขาหวังว่าสักวัน เขาจะใช้อำนาจวัฏสงสารช่วยเหลือพวกตน
เมื่อได้ยินซูอี้ขอบคุณตนอย่างเคร่งขรึมจริงจัง เฒ่าอมรณาพลันกล่าวทั้งรอยยิ้ม “อนิจจา ถึงอย่างไร สาเหตุที่ข้ากับศิษย์ช่วยเหลือในวันนี้ไม่ได้บริสุทธิ์ มิได้ยื่นมือช่วยยามผู้อื่นลำบากอย่างมีคุณธรรมหรอก”
ซูอี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ในสายตาข้า นี่ก็ล้ำค่าเหมือนส่งถ่านฟืนยามหิมะตกแล้ว”
หลังจากสนทนากันครู่หนึ่ง เขาก็กล่าวขึ้นว่า “อีกไม่เกินสามสิบปี ยุคตำนานทมิฬจะมาเยือน สหายเต๋าซูระวังตัวด้วย”
“เรื่องราวในวันนี้ แม้บรรพชนเต๋าลู่ซื่อจะไม่ปรากฏตัว ประกาศิตของเขาก็โผล่มาแล้วชิ้นหนึ่ง”
“สถานที่ไร้นามส่วนใหญ่ในโลกเทพล้วนนับถือบรรพชนเต๋าลู่ซื่อ ดังนั้นหลังจากเห็นประกาศิตของเขา พวกเจ้าเฒ่าที่ข้าเชิญมาในหนนี้จึงถอยกลับไปกันหมด”
ว่าแล้วเขาก็รำพึง “ข้าสงสัยว่าหากถึงกาลปรากฏของยุคตำนานทมิฬ บรรพชนเต๋าลู่ซื่อและตัวตนอื่นๆ ซึ่งก้าวสู่ธารนทีสายยาวแห่งโชคชะตาแล้ว เกรงว่า…จะกลับมาโลกเทพกันด้วย!”
ซูอี้หรี่ตาลงกล่าว “ข้าพออนุมานเรื่องนี้ได้บ้างในใจแล้ว”
เขาหรือจะไม่รู้จักบรรพชนเต๋าลู่ซื่อ?
ตลอดกาลจวบปัจจุบัน มีเพียงน้อยคนนักทั่วทั้งโลกเทพจะได้เหยียบบนธารนทีแห่งโชคชะตา
ลู่ซื่อคือหนึ่งในนั้น!
คนผู้นี้มีตัวตนอยู่ในโบราณกาลช่วงแรกอุบัติโลกเทพ และแยกตนจากโลกเทพไปยังธารนทีสายยาวแห่งโชคชะตาตั้งแต่อี้เต้าเสวียนยังไม่เป็นจอมเทพ
ไม่ใช่การกล่าวเกินไปหากจะพูดว่าลู่ซื่อผู้นี้คือตัวตนบรรพกาลในตำนานอันสูงส่งลือเลื่อง
ไม่ต้องคิดก็รู้ได้ว่าตี้เอ้อกับลู่ซื่ออยู่ฝ่ายเดียวกัน!!
กล่าวคือ บรรพชนเต๋าลู่ซื่อผู้นี้จะเป็นศัตรูร้ายในอนาคตที่ซูอี้ต้องเผชิญแน่นอน
ไม่นานจากนั้น เฒ่าอมรณากับซือมิ่งก็จรจากไป
ก่อนจรจาก ผู้นำทัศนาวายุกระจ่างผู้นี้ก็ส่งจี้หยกชิ้นหนึ่งให้กับซูอี้ กล่าวว่าหากเขามีสิ่งใดให้ช่วยเหลือ จงทำลายจี้หยกนี้เสีย
“ข้าก็ควรไปได้แล้วเช่นกัน”
หลินจิ่งหงกล่าว “อาไฉ่รอข้าอยู่ ข้าไม่วางใจจะให้นางอยู่ใน ‘ทะเลสยบมาร’ ลำพัง”
ทะเลสยบมาร
มันเป็นหนึ่งเขตหวงห้ามซึ่งตั้งอยู่ในทวีปเทพตอนกลาง
อันที่จริง ทวีปเทพตอนกลางทั้งทวีปอันกลายเป็นเศษซากนั้นคือเขตหวงห้ามอันดับหนึ่งอันเลื่องลือในโลกหล้า!
ยามซูอี้เชิญหลินจิ่งหงมาช่วยในหนนี้ นางกำลังสำรวจหาวาสนาเกี่ยวกับสิ่งต้องห้ามโบราณ ใน ‘ทะเลสยบมาร’ ณ ทวีปเทพตอนกลางกับอาไฉ่อยู่
หากเรื่องนี้เป็นที่ล่วงรู้ ผู้ใดย่อมเชื่อไม่ลงเป็นแน่
เพราะนับตั้งแต่ทวีปเทพตอนกลางกลายเป็นเขตหวงห้ามไร้ชีวิต ตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ไม่มีผู้ใดรอดชีวิตออกมาจากทวีปเทพตอนกลางได้อีกเลย!
ทว่าหลินจิ่งหงทำได้!