ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 217 แมวนำโชคในรูปลักษณ์ของมนุษย์
เพื่อเตรียมตัวเข้าพบท่านเจ้าเมือง วันนี้หยุนเชวี่ยและเหอยาโถวไม่ได้เข้าไปค้าขายในเมือง หลังมื้ออาหารเย็นพวกเขาจึงถือตะกร้าและมีดตัดฟืนขึ้นไปบนภูเขาเพื่อเก็บหินเกลือ
หลังจากที่แม่นางเฉินก่อเรื่องน่าอายเมื่อวานนี้ ชาวบ้านบางคนก็พูดหยอกล้อเหอยาโถวอย่างขำขัน “นี่ เมื่อหลายวันก่อนข้ายังเห็นเจ้าเป็นสาวน้อยน่ารัก แต่เพียงพริบตาเดียวก็จะแต่งภรรยาแล้วรึ”
“ไปซะ ข้าไม่อ่อนไหวกับลมปากเน่า ๆ ของพวกเจ้าหรอก!” เหอยาโถวโบกมือไล่เหล่าคนที่กล่าวล้อเลียนเขา
“อย่าอายไปเลย ดูพวกข้าสิ… ไม่มีวาสนาดีเหมือนกับเจ้าแม้แต่น้อย คนมากมายต่างต้องการตัวของเจ้าเป็นลูกเขยทั้งนั้น ฮ่าฮ่าฮ่า…” กลุ่มเหล่านั้นระเบิดหัวเราะ
คนเหล่านั้นหันไปเอ่ยถามหยุนเชวี่ย “สาวน้อยเชวี่ยเอ๋อ อาสะใภ้ของเจ้ายังไม่ได้พูดอะไรอีกรึ? พวกเรารอดื่มสุรามงคลอยู่นะ!”
“อะไรนะ!” เหอยาโถวเอามือเท้าเอว “พูดจาเหลวไหล ข้าไม่เต็มใจ! เจ้าจะกดหัววัวให้กินน้ำไม่ได้*! พวกเจ้ามีความสุขกับเรื่องคอขาดบาดตายของผู้อื่นงั้นหรือ! หากอยากดื่มสุรามากนักก็แต่งเองเสียสิ!”
*กดหัววัวให้กินน้ำ หมายถึง บีบบังคับผู้อื่นให้ทำตามใจตน
“พวกข้าก็อยากทำเช่นนั้น…”
“ใช่แล้ว ใครบ้างที่ไม่ต้องการเพลิดเพลินไปกับความสุขของผู้คน!”
“ข้าไม่ได้อยากแต่งงาน พวกเจ้าเป็นชายเต็มตัวแล้วคนที่กินดีอยู่ดีไม่เข้าใจความรู้สึกของคนที่อดอยากหรอก*!”
*คนที่กินดีอยู่ดีไม่เข้าใจความรู้สึกของคนที่อดอยากหรอก เปรียบเปรยถึง คนที่ไม่เข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น
เหล่าชายหนุ่มที่แบกเครื่องมือการเกษตรส่งเสียงหัวเราะก่อนเดินไปยังทุ่งนาของพวกเขา
เหอยาโถวเผยสีหน้าบึ้งตึง “มันจบแล้ว อาสะใภ้สามของเจ้าก่อเรื่องวุ่นวายจนคนทั้งหมู่บ้านต่างหัวเราะเยาะข้า ข้าไม่ใช่ตัวตลกเสียหน่อย…”
หยุนเชวี่ยทำได้เพียงแสดงความเห็นใจและกล่าวปลอบ “เจ้าอย่าเก็บไปใส่ใจเลย อย่างไรเสีย… อีกไม่กี่วันพวกเขาก็ลืมเรื่องนี้ไปจนสิ้น เหตุใดเจ้าถึงตั้งแง่กับการแต่งงานนัก หืม… เปิดใจให้มากกว่านี้สิ”
“ข้าก็อยากทำอย่างนั้นเช่นกัน” เหอยาโถวถอนหายใจอย่างจนปัญญา “แต่ใครอยากแต่งงานกันเล่า!”
หยุนเชวี่ยตบบ่าของเหอยาโถวเบา ๆ พลางกล่าวแนะนำ “หน้าตาไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอก เรื่องหาเงินต่างหากที่สำคัญ สุภาษิตกล่าวว่ามีแต่ความร่ำรวยเท่านั้นที่สามารถปลดทุกข์ได้… เจ้าเห็นด้วยหรือไม่?”
เหอยาโถวครุ่นคิดตามคำแนะนำของหยุนเชวี่ยชั่วครู่ จากนั้นจึงเผยท่าทีเบิกบานใจพลางพยักหน้าพร้อมเอ่ยถาม “นักปราชญ์ผู้มีความรู้คนใดเป็นคนกล่าวคำนี้รึ?”
“เอ่อ…” หยุนเชวี่ยเกาศีรษะ “เรื่องนี้… ข้าลืมไปแล้วน่ะ นึกเท่าใดก็นึกไม่ออก เจ้ามีอะไรหรือ?”
“ไม่มีอะไรหรอก ข้าเพียงรู้สึกว่ามันสมเหตุสมผลน่ะ เมื่อลองคิดตามแล้วจะเข้าใจความหมายเหล่านั้นดี” เหอยาโถวสูดหายใจเข้าลึก “พรุ่งนี้เราไปหาพี่สือยวินกันเถอะ ให้เขาเขียนคำเหล่านี้ให้ จากนั้นข้าจะเอามันแขวนไว้ที่หัวเตียงเพื่อเตือนใจในทุก ๆ วัน”
หยุนเชวี่ยงุนงง “เจ้าอ่านตัวอักษรไม่ได้แล้วเหตุใดถึงต้องการเขียนคำเหล่านั้น?”
“เจ้าดูแคลนผู้อื่นอีกแล้ว” เหอยาโถวฉีกยิ้มกว้าง “ใครเล่าจะไม่รู้หนังสือตลอดชีวิต? รอให้การสอบในฤดูใบไม้ร่วงผ่านพ้นไปก่อนเถิด เมื่อใดที่พี่สือยวินมีเวลาว่าง ข้าก็จะไปเรียนตำรากับเขา”
“มีอนาคต ๆ” หยุนเชวี่ยเหยียดยิ้มยกนิ้วโป้งขึ้น
ไม่รู้ว่าเฟิงซิ่วไฉผู้ที่หวังหลี่เจิ้งยกย่องว่าเป็นบัณฑิตอัจฉริยะผู้มากความสามารถจะมี ‘สีหน้า’ เช่นไร เมื่อได้ยินคำว่า ‘มีแต่ความร่ำรวยเท่านั้นที่สามารถปลดทุกข์ได้’
ภูเขาด้านหลังหมู่บ้าน
คนผู้หนึ่งกำลังรอ ‘อาหารอร่อย ๆ’ จากหยุนเชวี่ยจนหมดอาลัยตายอยาก ซึ่งขณะนี้เขากำลังนั่งอย่างเบื่อหน่ายอยู่บนโขดหินพลางลูบเคราที่เพิ่งมีเส้นหนวดโผล่ออกมาก่อนออกแรงดึงทีละเส้น
ระหว่างที่ดึงเส้นหนวดเส้นที่ยี่สิบสามอยู่นั้น จู่ ๆ เถาวัลย์ที่ห้อยระย้าอยู่บริเวณปากถ้ำก็เปิดออก ชายหนุ่มกระโดดลงจากโขดหินด้วยความตื่นเต้นก่อนเดินไปหาหยุนเชวี่ยราวกับสุนัขพบหน้าเจ้าของ
หยุนเชวี่ยตกตะลึง เจ้าโง่คนนี้อยู่บนภูเขาตามลำพังมานานจนรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่เห็นสิ่งมีชีวิตรึ
“เชวี่ยเอ๋อ เจ้ามาได้อย่างไร” สืออีเอ่ยถามพลางเอามือปิดคางที่กลายเป็นสีแดง
“เหตุใดข้าจะมาไม่ได้ เจ้ากำลังทำเรื่องน่าละอายในนี้รึ?” สายตาของหยุนเชวี่ยเลื่อนไปหยุดอยู่ยังกองหินเกลือที่กองรวมกันคล้ายกับเนินเขา
เจ้านี่เป็นพยาธิตัวตืดในท้องของนางรึ? เหตุใดถึงรู้ว่านางต้องการอะไรและตระเตรียมไว้ล่วงหน้ามากมาย ก่อนที่จะทำการค้าขายในระยะยาวจนไม่มีเวลา ในระหว่างนี้ทั้งสองจึงสนิทสนมและมีเวลาใกล้ชิดกันมากขึ้น
“เหตุใดเจ้าจึงรู้ว่าข้าต้องการสิ่งนี้?” หยุนเชวี่ยเดินไปข้างหน้าพลางย่อตัวลง นางต้องการหยิบหินเกลือที่มีความบริสุทธิ์มากที่สุดใส่ในตะกร้าแล้วนำพวกมันลงเขาเหลือเกิน
“ข้าเดาว่าเจ้าต้องชอบหินเหล่านี้ เมื่อมีเวลาว่าง ข้าจึงออกไปเก็บพวกมันมาน่ะ” สืออีรีบวิ่งเข้าไปหาหยุนเชวี่ยพลางกล่าวประจบประแจงและขอความดีความชอบ “ดูสิ พวกมันล้วนแต่เป็นหินที่ดีที่สุด”
ยิ่งสีของหินเกลือดีมากเท่าไหร่ ผลึกของมันก็ยิ่งใสมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าหินเกลือมีความบริสุทธิ์สูงและภายในตัวของหินมีสิ่งแปลกปลอมปะปนอยู่ในจำนวนที่น้อยมาก หยุนเชวี่ยตะลึงงันก่อนตะโกนเรียกเหอยาโถว “เข้ามาเก็บมันสิ เร็วเข้า!”
“มากมายเพียงนี้เชียวรึ เรารวยแล้ว! ว้าว ๆ ๆ” ดวงตาของเหอยาโถวเปล่งประกาย เขาอยากโผเข้าไปนอนบนกองหินให้รู้แล้วรู้รอด
หินสามารถกลายเป็นเกลือได้ และเกลือไม่ใช่สิ่งที่มีสีขาวหรอกหรือ?!
สืออีคาบดอกหญ้าไว้ในปากขณะนั่งยอง ๆ อยู่ด้านข้างพลางมองดูท่าทีเบิกบานใจของทั้งสองคนพร้อมเอียงศีรษะ “หินพวกนี้ขายได้ด้วยหรือ? มันมีตั้งมากมาย ทั้งภูเขา…”
“ทั้งภูเขา?!” หยุนเชวี่ยและเหอยาโถวอุทานด้วยความดีใจ
หยุนเชวี่ย “เหมืองหินเกลือ! เหมือนที่คิดไว้ไม่มีผิด! ถึงเวลารุ่งเรืองแล้ว! พระเจ้าช่างเมตตาข้าจริง ๆ!”
เหอยาโถว “ท่านแม่! นั่นมันขุมสมบัติ! โอ้ มันต้องเป็นความฝันแน่ ๆ เชวี่ยเอ๋อหยิกแล้วเรียกสติของข้าที!”
สืออีเผยท่าทีสงสัย ‘มันมีค่าถึงเพียงนั้นเลยหรือ?’
“เจ้าเก็บหินเหล่านี้มาจากที่ใด?” หยุนเชวี่ยจ้องมองสืออีไม่วางตา เจ้ามีประโยชน์เหลือเกิน ช่างเปรียบเสมือนรูปปั้นแมวนำโชคในรูปลักษณ์ของมนุษย์เสียจริง!”
สืออีลุกยืนขึ้นพลางเดินไปดึงกองหญ้าแห้งที่อยู่หน้าผนังถ้ำออก เผยให้เห็นรูที่มีขนาดไม่เล็กและไม่ใหญ่เกินไป หยุนเชวี่ยขยับเข้าไปใกล้พลางเผยความต้องการในการค้นหาสมบัติ ความจริงแล้วที่นี่คือเหมืองหินเกลือแห่งแรกในราชวงศ์นี้อย่างแท้จริง
“สืออี ข้ารวยแล้ว และเจ้าคือผู้ที่ทำความดีความชอบ ดังนั้นเจ้าจะได้กินอาหารอร่อย ๆ ไม่ขาดปากแน่นอน”
“แล้วเมื่อใดเจ้าจะชวนข้าไปดื่มชาในเมืองหรือ?”
“นั่น…”
“อีกสองวัน เจ้าว่างหรือไม่?”
“เอ่อ…” หยุนเชวี่ยถูกจับจ้องด้วยสายตาที่จริงใจและคาดหวังจากสืออีจนรู้สึกละอาย เหตุใดตนจึงดูเหมือนคนชั่วร้ายที่หลอกใช้งานคนบริสุทธิ์แล้วปัดความรับผิดชอบ?
“หากอย่างนั้นรออีกสองวันเถิด เจ้าอย่าลืมล่ะ” ชายผู้บริสุทธิ์คนนี้เต็มไปด้วยเหตุและผล
เมื่อเห็นเช่นนั้นหยุนเชวี่ยจึงรู้สึกผิด แม้แต่น้ำเสียงยังอ่อนโยนลงอย่างช่วยไม่ได้ “วันนี้ตอนบ่ายข้ามีเรื่องสำคัญต้องทำ หากอย่างนั้นพรุ่งนี้… พรุ่งนี้บ่ายข้าจะพาเจ้าเข้าไปในเมืองแน่นอน หากโกหกอีก ขอให้ข้ากลายเป็นต้าหวงที่นอนอยู่หน้าหมู่บ้าน”
“จริงรึ?” สืออีโน้มตัวไปด้านหน้าพลางหรี่ตาลงพร้อมฉีกยิ้มกว้าง เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ สาวน้อยชอบหินพวกนี้
“จริงสิ พูดแล้วไม่คืนคำ และอีกอย่างข้าเคยโกหกเจ้าเสียเมื่อไร” หยุนเชวี่ยพยักหน้าพลางเลื่อนสายตาไปยังคางของเขาอย่างไม่รู้ตัว “เอ๊ะ? เหตุใดมันจึงดูบวมเช่นนี้?”
“ไม่เป็นไร ๆ”
“อย่าขยับ ขอข้าดูหน่อย…”
“ข้าไม่เป็นอะไรจริง ๆ”