ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 355 ต้าหวง
ตอนที่ 355 ต้าหวง
ตอนที่ 355 ต้าหวง
“ยังกินข้าวไม่อิ่ม พี่สาวจะออกไปทำอะไร?” หยุนเชวี่ยโยนท่อนฟืนทิ้งแล้วลากตัวหยุนเยี่ยนและเสี่ยวอู่เข้าไปในเรือน
“หากอาสะใภ้สามโวยวายไปทั่วหมู่บ้านจะทำอย่างไร ข้าต้องออกไปดูเสียหน่อย” หยุนเยี่ยนกล่าว
“แค่นี้เองหรือ?” หยุนเชวี่ยหัวเราะ “ปล่อยให้นางโวยวายไปเถิด อย่างไรเสียคนที่ต้องอับอายก็ไม่ใช่พวกเรา ไปกินข้าวกันต่อเถอะ”
หยุนเยี่ยนรู้สึกกังวลเล็กน้อย
เป็นดังที่หยุนเยี่ยนคาดไว้ หลังจากเวลาผ่านไปไม่นาน แม่นางเหลียนก็กลับมาที่บ้านอย่างรีบร้อน เมื่อเข้ามาในห้องโถงนางจึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง “เกิดอะไรขึ้น? อาสะใภ้สามบอกว่านางถูกทุบตีในบ้านของเรา พวกเจ้าปลอดภัยดีใช่หรือไม่?”
พี่น้องทั้งสามกำลังเก็บกวาดโต๊ะกินข้าว หยุนเชวี่ยได้ยินดังนั้นจึงลูบศีรษะของเสี่ยวอู่เบา ๆ “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ต้องขอบใจเสี่ยวอู่ของพวกเราที่ช่วยปกป้องข้าและพี่สาว”
เสี่ยวอู่เม้มริมฝีปากก่อนที่มุมปากค่อย ๆ ยกโค้งขึ้น
หยุนเยี่ยนกล่าวออก “อาสะใภ้สามต้องการมากินข้าวเที่ยวที่บ้านของเรา แต่ก๋วยเตี๋ยวที่ข้าทำมีไม่เพียงพอ นางไม่เชื่อจึงเอาแต่เดินวนไปมาในห้องครัว…”
“ยิ่งไปกว่านั้นนางยังแอบขโมยขนมวอโถวอีกสองชิ้นเจ้าค่ะ เคราะห์ดีที่ข้าเห็นเสียก่อน” หยุนเชวี่ยกล่าวเสริม “ข้าไม่อนุญาตให้นางเอากลับ นางจึงโมโหแล้วก่นด่าว่าพวกเราตระหนี่ แต่ใครจะรู้เล่าว่านางป่าวประกาศไปทั่ว…”
“เฮ้อ! เหตุใดสะใภ้สามผู้นี้ช่างหน้าไม่อายเสียจริง…” แม่นางเหลียนถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ “มันเป็นความผิดของแม่ แม่ผิดเอง พวกเจ้าทั้งสามคนไม่บาดเจ็บก็ดีแล้ว”
“นั่นเป็นเพราะท่านแม่ใจอ่อนเกินไป หากนางกล้ามายั่วโมโหข้าอีก” หยุนเชวี่ยถลึงตาพลางนึกถึงท่าแล่เนื้อ “ข้าจะเลี้ยงหมาไว้ที่บ้าน ปล่อยให้หมากัดนางสักครั้ง”
หยุนเชวี่ยทำตามคำมั่นที่เคยพูดไว้ บ่ายวันเดียวกัน นางนำขาไก่ป่าตากแห้งไปยังใต้ต้นไม้บริเวณทางเข้าหมู่บ้านเพื่อหลอกล่อสุนัข หลังจากเวลาผ่านไปครู่ใหญ่หนึ่งคนหนึ่งสุนัขก็เปิดประตูออกและเดินเข้าไปในลานเรือนทำให้หยุนเยี่ยนตกใจไม่น้อย
“โอ้…” หยุนเยี่ยนอุทานด้วยความประหลาดใจ
ต้าหวงที่กำลังนอนแทะน่องไก่อยู่กลางลานบ้านเงยหน้ามองหยุนเยี่ยน ขณะที่หางของมันกระดิกไปมาไม่หยุดเพื่อแสดงถึงมิตรภาพ
“พี่สาว ต้าหวง ต้าหวงที่มักนอนอยู่ตรงทางเข้าหมู่บ้าน” หยุนเชวี่ยนั่งยอง ๆ ข้างต้าหวงพลางลูบไล้ขนบนหลังของมันอย่างเบามือ
เจ้าหมาตัวนี้รูปร่างผอมแห้ง กระดูกสันหลังตั้งฉากกับพื้น อุปนิสัยเชื่อง ง่ายต่อการเข้าใกล้ เมื่อใดที่เอามือไปสัมผัสตัวของต้าหวง มันจะนอนหงายท้องและกระดิกหางไปมาอย่างมีความสุข
เมื่อรู้ว่าเป็นต้าหวง หยุนเยี่ยนจึงลดความระแวดระวังลง “ไยเจ้าถึงนำมันกลับมาที่บ้านด้วย?”
“เพื่อเฝ้าบ้าน” หยุนเชวี่ยกล่าวพร้อมลูบไล้ขนของมัน “ข้าเห็นว่ามันเชื่องและพอเข้าสู่ฤดูหนาวมันก็ไม่มีที่ซุกหัวนอน ข้าสงสารมันจึงตั้งใจจะเลี้ยงไว้ที่เรือนของเรา พรุ่งนี้ข้าจะบอกสืออีให้สร้างเพิงนอนให้มัน”
ใบหูของต้าหวงกระดิกไปมาก่อนเก่าสองครั้ง
“เห็นหรือไม่ มันเข้าใจที่ข้าพูด” หยุนเชวี่ยหัวเราะพลางตบหัวสุนัขอย่างอ่อนโยน “มา ๆ ครั้งนี้เจ้าจะเข้าใจหรือไม่”
ต้าหวง “โฮ่ง โฮ่ง…”
“ช่างเป็นเด็กดีเสียจริง” หยุนเชวี่ยดีใจอย่างมาก “ต่อไปนี้พวกเราคือพี่น้องกัน ที่นี่คือบ้านของเจ้า เจ้าต้องดูแลบ้านให้ดีและปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขัน วางใจเถิด ข้ากินอะไร เจ้าก็จะได้กินด้วย…”
ต้าหวง “โฮ่ง โฮ่ง…”
หยุนเยี่ยนอึ้งงัน
บางทีอาจเป็นเพราะต้าหวงได้ยินหวังหลี่เจิ้งเล่าบทกวีของนักปราชญ์และคำสอนของขงจื๊อที่บริเวณทางเข้าหมู่บ้านจนชิน มันจึงได้รับอิทธิพลจากคำสอน ทำให้กลายเป็นสุนัขที่เชื่องและฉลาดมาก หลังจากแทะน่องไก่จนหมด ต้าหวงก็เดินสำรวจรอบบ้านหนึ่งรอบแล้วนอนนิ่งอยู่ที่หน้าประตู
ยามบ่าย หยุนลี่เต๋อ แม่นางเหลียน และสืออีเดินทางกลับมาจากเรือนตระกูลอู๋ ต้าหวงไม่ส่งเสียงเห่า แต่กลับลุกยืนขึ้นพลางกระดิกหางต้อนรับราวกับรู้ว่าทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกัน
“นี่มิใช่ต้าหวงที่อยู่ตรงทางเข้าหมู่บ้านหรอกหรือ? เหตุใดจึงมาอยู่ที่บ้านของเรา?” แม่นางเหลียนไม่ทอดทิ้งต้าหวง นางมักเก็บขาไก่ที่เหลือกินเอาไปให้มันทุกครั้งที่เดินผ่านต้นไม้ใหญ่หน้าหมู่บ้าน
“เชวี่ยเอ๋อพากลับมาเจ้าค่ะ นางบอกว่าจะให้มันดูแลบ้านของเรา” หยุนเยี่ยนตอบ “จะว่าไปแล้วสุนัขตัวนี้ก็ฉลาดและเข้าใจภาษามนุษย์ เชวี่ยเอ๋อนั่งยอง ๆ อยู่ในลานบ้านพร้อมสั่งสอนสองสามประโยค มันก็นอนเฝ้าประตูไม่ขยับเขยื้อนไปที่ใดจริง ๆ ด้วยเจ้าค่ะ”
“นั่นหมายความว่าเจ้าหมาน้อยตัวนี้มีวาสนากับครอบครัวของเรา” หยุนลี่เต๋อผิวปาก ต้าหวงที่นอนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลรีบเดินเข้ามาหาและใช้หัวถูไถกับขากางเกงของเขาทันที
“ไม่สิ ข้าเป็นคนเอาน่องไก่ไปให้เจ้านะ” หยุนเชวี่ยกล่าวต่อ “มันสามารถรับรู้ได้ว่าผู้ใดมีเมตตาต่อมัน”
“เลี้ยงไว้เถิด” แม่นางเหลียนกล่าว “บ้านของเราอยู่ตรงทางเข้าหมู่บ้าน หากมีคนคอยเฝ้าบ้านก็อุ่นใจได้เปลาะหนึ่ง นอกจากนี้ต้าหวงจะได้ไม่ต้องหิวโหย อีกทั้งยังมีที่พักพิงด้วย”
แม่นางเหลียนยังคงรู้สึกกังวลกับเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ ครานี้ยังเป็นแม่นางเฉิน แต่ถ้าครั้งหน้าเป็นน้องสามที่มากล่าวหาว่าครอบครัวของนางตระหนี่และเล่นแง่เล่า หยุนลี่เต๋อไม่อาจคอยอยู่ปกป้องที่บ้านได้ทั้งวัน ดังนั้นการเลี้ยงสุนัขคงเป็นทางแก้ปัญหาที่ดี
ต้าหวงกลายเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัวโดยปริยาย วันรุ่งขึ้นสืออีสร้างเพิงให้มันเข้าไปหลบแดดและนอนพักอยู่ข้างห้องเก็บฟืน ซึ่งด้านในมีฟูกหนาและชามใบเก่าที่บรรจุน้ำวางอยู่
ต้าหวงเป็นสุนัขที่ไม่จุกจิก มันสามารถกินอาหารเหลือทิ้งได้ทุกประเภท หลังจากกินจนอิ่มแปล้แล้วจึงไปนอนหลับตาพริ้มท่ามกลางแสงแดดอยู่บริเวณหน้าประตูเรือน ทว่าเมื่อใดที่มีเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ ใบหูของต้าหวงก็จะตั้งตรงขึ้นทันที
หยุนเชวี่ยชี้นิ้วพลางกล่าวแนะนำสมาชิกในครอบครัวทีละคนก่อนกำชับมัน “ต้าหวง มานี่สิ จำไว้นะว่าทุกคนคือครอบครัวของเจ้า ต่อไปนี้หากมีผู้ใดเข้ามาในอาณาเขตของบ้านเรา เจ้าต้องพิจารณาดูให้ดี เข้าใจหรือไม่?”
ต้าหวงส่งเสียงเห่าราวกับกำลังเอ่ยตอบหยุนเชวี่ย
เย็นวันนั้น ต้าหวงก็ได้ทำคุณงามความดี
ขณะที่ทุกคนกำลังนั่งล้อมวงเตรียมตัวรับประทานอาหารเย็น แม่นางเฉินได้กลับมาอีกครั้ง ทว่ายังไม่ทันก้าวข้ามธรณีประตู นางก็ตกใจเสียงของต้าหวงจนไม่กล้าก้าวไปข้างหน้าแม้แต่ก้าวเดียว
“เกิดอะไรขึ้น? ใครมาหรือ?” แม่นางเหลียนได้ยินเสียงเห่าของสุนัขจึงวางตะเกียบลงก่อนลุกเดินไปเปิดประตูเพื่อมองออกไปข้างนอก
“พี่สะใภ้รอง พี่สะใภ้รอง!” แม่นางเฉินยืนอยู่ในที่ไกล ๆ นางปัดป้องการโจมตีของต้าหวงด้วยความหวาดกลัวพลางตะโกนเสียงดัง “เหตุใดบ้านท่านถึงมีหมา? เห็นคนทีไรก็ส่งเสียงเห่าน่ารำคาญ รีบเอาเดรัจฉานตัวนี้ออกไปเร็วเข้า ข้ากลัวจนฉี่จะราดแล้ว!”
“อาสะใภ้สาม ท่านเป็นอะไรไปรึ?” หยุนเชวี่ยชะโงกหน้าออกมา
เมื่อเห็นหยุนเชวี่ย แม่นางเฉินก็กลอกตาพลางตะโกนเรียกแม่นางเหลียน “พี่สะใภ้รอง รีบเอาหมาตัวนี้ออกไปสิ เร็วเข้า!”
“สะใภ้สาม ดึกดื่นเพียงนี้แล้วเจ้ามาทำอะไรที่นี่?” แม่นางเหลียนเอ่ยถามพลางเดินไปข้างหน้าสองก้าว
“ข้ามีธุระ ข้ามีธุระ ให้ข้าเข้าไปในเรือนก่อน!” แม่นางเฉินพยายามเดินหลบหลีกไปทางอื่น ทว่าไม่อาจรอดพ้นจากต้าหวงที่คอยเงี่ยหูฟังตลอดเวลา มันจ้องเขม็งไปยังแม่นางเฉินขณะแยกเขี้ยวพร้อมส่งเสียงขู่
“ท่านแม่เข้ามาในเรือนเถิดเจ้าค่ะ” หยุนเชวี่ยดึงแขนแม่นางเหลียนให้กลับเข้ามาในห้องโถงแล้วปิดประตูเสียงดัง “ไม่พูดก็ไม่ต้องพูด ต้าหวงดูแลความปลอดภัยของบ้านเราให้ดี อย่าปล่อยให้คนอื่นเข้ามาได้ล่ะ!”
“นี่…” แม่นางเหลียนเปิดหน้าต่างและมองออกไปด้านนอกอีกครั้งด้วยความกังวล นางสังเกตการณ์อยู่ชั่วครู่ก่อนเอ่ยปาก “เราจะไม่สนใจนางจริง ๆ หรือ?”
“ท่านแม่ ท่านกินอิ่มแล้วรึ? ท่านใจอ่อนอีกแล้ว…” หยุนเชวี่ยเบ้ปาก “อาสะใภ้สามหน้าหนากว่ากำแพงเมืองเสียอีก แม้ว่าท่านจะปฏิเสธนางอีกสักสองสามรอบ นางก็ไม่หลาบจำหรอก”
“ต้าหวงจะไม่กัดนางใช่หรือไม่?” แม่นางเหลียนกังวลใจ
“หากกัดจริงก็สมควรแล้ว” หยุนเชวี่ยคีบอาหารเข้าปาก เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบว่าสืออีกำลังส่งยิ้มให้ตน นางจึงกลอกตาพลางแค่นเสียง
บริเวณลานบ้าน
หนึ่งมนุษย์และหนึ่งสุนัขกำลังเผชิญหน้ากัน
แม่นางเฉินไม่ขยับ ต้าหวงก็ไม่ขยับ เมื่อนางยกเท้าก้าวไปด้านหน้า ต้าหวงก็รีบแยกเขี้ยวและส่งเสียงขู่ในลำคอราวกับพร้อมที่จะพุ่งเข้าโจมตีมนุษย์ตรงหน้าทันที
หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ แม่นางเฉินจึงจนใจและยอมแพ้
เดิมทีนางคิดจะฉกฉวยโอกาสเข้าไปขออาหารอร่อย ๆ กินสักมื้อ เพราะอย่างไรเสียแม่นางเหลียนก็อยู่ที่บ้าน คงไม่มีผู้ใดกล้าไล่ตนเยี่ยงหมูเยี่ยงหมาหรอก แต่ทุกอย่างกลับผิดคาด นางไม่สามารถเดินเข้าไปในอาณาเขตเรือนของพวกเขาแม้แต่ก้าวเดียว ทั้งยังถูกสุนัขขวางทางอีก
“พี่สะใภ้รอง… พี่สะใภ้รอง…” แม่นางเฉินตะโกนเรียกรอบแล้วรอบเล่า
ไม่มีผู้ใดตอบรับ
“ข้าเพียงจะมาบอกว่าท่านพ่อฟื้นแล้ว ไม่ได้มาขอข้าวกินเสียหน่อย แต่ดูพวกเจ้าทำกับข้าสิ!” แม่นางเฉินกล่าวด้วยความโมโห “ซ่อนตัวอยู่แต่ในบ้านไปเถอะ อย่างไรเสียท่านพ่อก็ไม่ได้ชี้นิ้วให้พวกเจ้าไปปรนนิบัติ ถุย!”
ประตูเรือนเปิดออก หยุนลี่เต๋อและแม่นางเหลียนเดินออกมาอย่างรีบร้อน “ท่านพ่อฟื้นแล้วหรือ?”
“ท่านพ่อจะฟื้นหรือไม่ฟื้นแล้วเกี่ยวอะไรกับพวกเจ้า? พวกเจ้าสองคนยุ่งจนหัวหมุนทั้งวันเลยนี่?” แม่นางเฉินยืนเท้าเอว ปากของนางเบ้ไปด้านข้างแปดชุ่น “ไม่ใช่ข้าคนเดียวหรอกหรือที่คอยปรนนิบัติท่านพ่อ ครอบครัวพวกเจ้าทำดีเสียจริง ไม่ปล่อยให้ข้าเดินเข้าประตูแม้แต่ก้าวเดียว พวกเจ้าทำราวกับคนในครอบครัวเป็นโจร!”
แม่นางเหลียนไม่สนใจคำพูดที่แฝงไปด้วยความคับข้องใจของแม่นางเฉิน นางหมุนตัวกลับและเดินเข้าไปในห้องนอน จากนั้นสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนมุ่งหน้าไปยังเรือนหลังเก่าของตระกูลหยุนพร้อมกับหยุนลี่เต๋อ ในขณะที่ต้าหวงยังคงขวางทางแม่นางเฉินไม่ให้นางก้าวเข้าไปในลานบ้าน
“ข้าไปด้วย” หยุนเชวี่ยวางขนมวอโถวในมือลง
“ข้าก็จะไปด้วย” หยุนเยี่ยนเดินตามไป
“เสี่ยวอู่ ต้าหวง ดูแลบ้านให้ดีล่ะ” หยุนเชวี่ยกล่าวกำชับเสียงดังขณะยืนอยู่ในลานบ้าน
เสี่ยวอู่พยักหน้า
ต้าหวง “โฮ่ง โฮ่ง…”
สืออีพลันรู้สึกว่าตนมีสถานะต่ำต้อยเสียยิ่งกว่าสุนัขตัวใหม่
“ท่านพ่อได้สติตั้งแต่เมื่อไร? เขาสามารถลุกออกจากเตียงและพูดคุยได้หรือยัง?” หยุนลี่เต๋อเอ่ยถามอย่างร้อนรน
แม่นางเฉินแค่เสียงไม่เอ่ยตอบ นางเดินไปด้านหน้าสองก้าวก่อนก้มลงหยิบก้อนหินหนึ่งก้อนจากข้างทางแล้วขว้างใส่ต้าหวงพร้อมก่นด่า “หมาเดรัจฉานจิตใจต่ำทราม ครอบครัวของเจ้าลืมไปแล้วหรือ! ถุย!”
นางไม่คาดคิดว่าก้อนหินที่ขว้างออกไปจะกระแทกเข้ากับขาหน้าของต้าหวง เมื่อเป็นเช่นนั้น ต้าหวงจึงส่งเสียงร้อง ‘แง่ง…’ พร้อมกระโจนเข้าหานาง ส่วนแม่นางเฉินอึ้งงัน สีหน้าของนางเปลี่ยนไปทันที
สองวันมานี้ต้าหวงกินอิ่มหนำสำราญจึงไม่แสดงอาการก้าวร้าวออกมา แต่ครั้งนี้อาจเป็นเพราะถูกยั่วโมโห ต้าหวงจึงโผเข้าหาแม่นางเฉินอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความมืดมิด เงาของสุนัขตัวหนึ่งวิ่งและกระโดดไปข้างหน้าสองสามก้าว ยังไม่ทันที่ผู้คนรอบข้างจะตอบสนอง มันก็พุ่งเข้าไปกัดขาของแม่นางเฉินเสียแล้ว
“โอ๊ย…” แม่นางเฉินกรีดร้องพลางปัดป้องอย่างสุดชีวิต
ต้าหวงกัดไม่ปล่อย
“ต้าหวง!” เมื่อได้สติ แม่นางเหลียนจึงตะโกนออกมาทันที “ต้าหวง ปล่อยนางเสีย!”
ต้าหวงเผยท่าทีลังเลอยู่ชั่วครู่ แม่นางตื่นตระหนกอย่างมากจึงยกขาขึ้นถีบร่างของมันอย่างเต็มแรงจนกระเด็นออกไป ต้าหวงนอนตัวงออยู่ครู่หนึ่งก่อนตั้งท่าเข้าจู่โจมแล้วพุ่งไปงับแขนของแม่นางเฉิน
“ต้าหวง!” หยุนเชวี่ยอุทานเสียงดัง “กลับมา!”
เมื่อสิ้นเสียงตะโกน ต้าหวงก็ปล่อยแขนของแม่นางเฉินแสดงความเมตตา มันคายเศษแขนเสื้อที่ขาดวิ่นของอีกฝ่ายลงพื้น จากนั้นเดินกะเผลกไปหาหยุนเชวี่ยพลางใช้หัวถูไถขากางเกงของนางอย่างเชื่อฟัง
หยุนเชวี่ยย่อตัวลงลูบขาหน้าของต้าหวงเพื่อสำรวจให้แน่ใจว่าไม่ได้รับบาดเจ็บ ก่อนเลื่อนมือไปลูบหัวของมัน “เจ้าล้างแค้นแล้ว กลับไปเถิด เฝ้าบ้านให้ดีล่ะ”
เมื่อครู่แม่นางเฉินตกใจจนสติหลุดลอย เมื่อเห็นต้าหวงเดินกะเผลกออกไปไกล ความเจ็บแสบและปวดร้อนพลันแล่นไปที่น่อง เคราะห์ร้ายที่วันนี้นางสวมเสื้อตัวสั้นเพียงตัวเดียวจึงโดนกัดทั้งขาและแขน แม่นางเฉินพับขากางเกงขึ้นพลางร้องโอดโอยทันทีที่เห็นบาดแผล “โอ๊ย… เจ้าสัตว์เดรัจฉานตัวนี้ไม่ตายดีแน่!”