ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 863 เจ้าเป็นนางเอกที่โชคดีที่สุดในบทประพันธ์ของข้า
ตอนที่ 863 เจ้าเป็นนางเอกที่โชคดีที่สุดในบทประพันธ์ของข้า
หยางหมิงหย่วนอยู่ในชุดขุนนางสำนักฮั่นหลินสีเขียวเข้ม มองชื่อ ‘ซ่งฝูหลิง’ ที่อยู่ในจดหมาย กลืนน้ำลายอึกใหญ่
เขามองชื่อนี้แล้วรู้สึกเหมือนเห็นใบหน้ายิ้มแย้มมีชีวิตชีวาของนางลอยมา
คิดว่าตัวเองดีขึ้นบ้างแล้ว
นึกไม่ถึงว่า…
“ทูลฝ่าบาท โปรดประทานอภัยที่กระหม่อมเสียมารยาท…
…เหนือความคาดหมายของกระหม่อมมาก…
…นึกไม่ถึงว่าหนึ่งในผู้ประพันธ์คือซ่งฝูหลิง บุตรสาวของผู้ว่าฯ ซ่งแห่งหวงหลงพ่ะย่ะค่ะ”
ปลายพู่กันของติงเจียนชะงัก
ฮ่องเต้ที่กำลังเปิดอ่านฎีกาพอได้ยินก็อึ้งไปชั่วขณะ
ใครนะ
บุตรสาวขุนนางซ่งรึ
นั่นไม่ใช่ว่าที่ภรรยาของหมินหรุ่ยหรอกหรือ เพิ่งได้รับราชโองการอภิเษกเป็นพระชายาอวี้ชินอ๋องจากเขา
ฮ่องเต้ยื่นมือออกไปเพื่อบอกให้หยางหมิงหย่วนส่งจดหมายมา
อาจารย์เหยียนเขียนชื่นชมซ่งฝูหลิงในจดหมายเยอะมาก
อีกทั้งพอจะเดาได้ว่าถ้าเรื่องถึงฮ่องเต้คงต้องถามถึงสาเหตุ เขาจึงอธิบายอย่างละเอียดว่าซ่งฝูหลิงศึกษาเองอยู่ที่บ้าน
เช่น
อาจารย์เหยียนบอกว่า ด้านการคำนวณ ซ่งฝูหลิงได้พ่อสอนให้ ถูกจับนั่งบนตักสอนมาตั้งแต่เด็ก
พรสวรรค์สูงมาก ตอนนี้เก่งเกินผู้ว่าฯ ซ่งไปมากแล้ว
ก็เหมือนกับว่าถ้าให้อาจารย์ในสำนักศึกษาที่ปั้นลูกศิษย์ให้เป็นจอหงวน ปั๋งเหยี่ยน ทั่นฮวา ไปสอบเอง ก็ใช่ว่าจะสอบได้จอหงวน ทุกอย่างต้องดูพรสวรรค์ทั้งนั้น
และซ่งฝูหลิงบุตรสาวของผู้ว่าฯ ซ่งก็คือผู้มีพรสวรรค์ในด้านการคำนวณ มีความรู้ความสามารถด้านคำนวณ มีสูตรลัดโดยเฉพาะ เรียกได้ว่าระดับของนางไม่ใช่แค่สูงกว่าบิดา ยังสูงกว่าเขาในบางด้านแล้วด้วย
ฮ่องเต้รู้สึกตะลึงอยู่ในใจ เป็นบุตรสาวของขุนนางซ่งจริงๆ
กวาดตามองหยางหมิงหย่วน
ขุนนางหยางรู้มาก่อนหรือเปล่า
แต่ท่าทางเหมือนไม่รู้จริงๆ
นั่นสินะ ไม่รู้หรอก
ท่าทางของหยางหมิงหย่วนกำลังอยู่ในอาการตกตะลึง ‘นี่มันโชคชะตาอะไรกันเนี่ย’
ฮ่องเต้อ่านจดหมายต่อ แอบลอบถอนใจ สำนวนการเขียนอ่านดูก็รู้เลยว่าเป็น ‘อรรถรส’ แบบอาจารย์เหยียน
ชายหญิง สูงส่งต่ำต้อย อายุ ไม่อยู่ในความคิด ศรัทธาแค่คนมีความรู้ ขอแค่มีความรู้มากกว่าเขาก็รู้สึกชื่นชมแล้ว ไม่เหมือนพวกอาจารย์อย่างมหาบัณฑิตเมิ่งที่มีอคติ
แสดงให้เห็นว่าฮ่องเต้ก็แอบยอมรับในจุดนี้ของอาจารย์เหยียนอยู่
“แจ้งเหยียนผิ่นถังกับลูกหลานสกุลเหยียนที่ร่วมประพันธ์หนังสือให้เข้ามาเมืองหลวง”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”
ส่วนบุตรสาวของผู้ว่าฯ ซ่ง หรือว่าที่พระชายาอวี้ชินอ๋อง ฮ่องเต้คิดอย่างไร รู้สึกว่านี่คือสตรีชั้นสูงที่ใช้ได้คนหนึ่งหรือไม่ หยางหมิงหย่วนกับติงเจียนไม่มีโอกาสได้รับทราบคำติชมอันมีค่าของโอรสสวรรค์
แต่อัครเสนาบดีลู่ เสนาบดี และรองเสนาบดีคนอื่นๆ ที่ร่วมประชุมต่างได้ยินกันหมด
เพราะขณะที่ฮ่องเต้กินชากับขนมหลังประชุมเสร็จ อยู่ๆ ก็ถามอัครเสนาบดีลู่ว่า ท่านทราบหรือไม่ว่าภรรยาของหมินหรุ่ยมีความสามารถด้านการคำนวณ
อัครเสนาบดีลู่ได้ฟังก็มีสีหน้าสงสัย ตอบว่าไม่ทราบ
ฮ่องเต้หันไปบอกขันทีใหญ่ให้เอาหนังสือชุดนั้นให้อัครเสนาบดีลู่ เอากลับไปอ่านดู
“อืม” ฮ่องเต้กลืนขนม จิบชาแล้วพูดขึ้น “หนึ่งในผู้ประพันธ์คือภรรยาของหมินหรุ่ย”
แต่น่าเสียดายที่เป็นสตรี
…
หยางหมิงหย่วนรู้สึกเศร้าอีกแล้ว เพิ่งกลับมาเป็นปกติได้ไม่กี่วันก็เริ่มรู้สึกแย่อีกแล้ว
กลับถึงบ้านกลายเป็นคนพูดน้อยกว่าเดิม
เล่นเอาแม่หยางกับพี่ใหญ่แอบชำเลืองมองบ่อยครั้ง ถูกทิ้งแล้ว ไม่สิ ไม่เป็นที่ต้องการแล้ว อาการที่มาจากสาเหตุนี้ยังจะเป็นซ้ำๆ ได้อีกเหรอ
หยางหมิงหย่วนรู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควร รู้สึกว่าการมีตัวตนของซ่งฝูหลิงก็เพื่อเปิดโลกทัศน์ให้กับเขา
แต่ก็ยังคงพูดเหมือนเดิม ไม่ว่าจะรู้สึกแย่แค่ไหนเขาก็ยังอวยพรให้
แต่บรรดาคุณหนูที่แอบรักลู่พั่นกลับไม่มีความคิดแบบเขา
สตรีสูงศักดิ์ที่ไม่เอาแต่ใจ พอได้ยินว่าซ่งฝูหลิงมีพรสวรรค์ด้านการคำนวณ อยู่ต่อหน้าคนอื่นก็พูดว่า สตรีที่องค์หญิงใหญ่ถูกใจมีหรือจะธรรมดาได้ อีกอย่าง มีพ่อเก่งลูกสาวย่อมเก่งไปด้วย แต่ถ่อมตัวมาตลอด
แต่ลับหลังสิ่งที่คิดในใจคือ ก็แค่คำนวณเก่งแล้วอย่างไรล่ะ
ส่วนสตรีสูงศักดิ์ที่เอาแต่ใจ หลังจากได้ฟังก็แสดงออกว่าไม่สนใจต่อหน้าคนในครอบครัว บอกว่านางก็ทำได้เหมือนกัน แต่พอพ่อได้ยินแบบนี้ก็ด่าว่าโง่เขลา ไม่รู้จักใช้สมองคิดบ้างว่า ถ้าแค่คิดบัญชีในครัวเรือนเป็นจะรู้ถึงหูฮ่องเต้ได้ยังไง
เพียงแค่สองวัน ร้านหนังสือแต่ละแห่งก็พบว่า หนังสืออ้างอิงที่แสนน่าเบื่อนี้ แม้จะราคาแพง แต่สำหรับคนที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริงมันก็ยังมีหนังสือที่แพงกว่านี้ หนังสือชุดนี้เลยกลายเป็นหนังสือขายดี
มีแบบที่ไม่ซื้อเลยกับซื้อทีก็ซื้อทั้งชุด
แม้แต่อัครเสนาบดีลู่พอเห็นชื่อโรงพิมพ์ที่พิมพ์หนังสือนี้ว่าเป็นโรงพิมพ์ของตระกูลลู่ เขาก็ออกคำสั่ง พิมพ์เพิ่ม
เล่นเอาพี่ชายคนโตของเถ้าแก่ฉีที่รับหน้าที่ดูแลกิจการนี้ของตระกูลลู่รู้สึกดีใจมาก
หลายปีมานี้มีกิจการในครอบครัวมากมาย แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นนายใหญ่ของตระกูลลู่
โดยปกติอัครเสนาบดีลู่ไม่มีทางถามเรื่องเล็กน้อยพวกนี้
ในขณะเดียวกันอัครเสนาบดีลู่ก็เข้าใจแล้วว่า มิน่าฮ่องเต้ถึงได้ถามเขาว่ารู้หรือเปล่า
แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่นายท่านผู้เฒ่าลู่ไม่สนใจว่าฮ่องเต้จะคิดอย่างไร
ไม่สนใจว่าฮ่องเต้อาจคิดว่าตระกูลลู่ต้องการยืมมือนักปราชญ์เหยียนเพื่อเพิ่มชื่อเสียงให้พระชายาอวี้ชินอ๋องหรือไม่ ตระกูลลู่วางแผนนี้ไว้แล้วหรือเปล่า เป็นต้น เขายังไงก็ได้ ฮ่องเต้จะคิดอย่างไรก็เชิญ
ครั้งนี้ไม่ต้องถึงมือองค์หญิงใหญ่โอ้อวดหลานสะใภ้ไปทั่ว อัครเสนาบดีลู่ออกโรงเอง
ให้พิมพ์เพิ่มแล้วเอามาส่งที่จวนเขาหลายชุดก็เพื่อแจกคนให้ทั่ว
คนเขียนหนังสือเล่มนี้เป็นหลานสะใภ้ของเขาเอง
อัครเสนาบดีลู่ยังแอบชมซ่งฝูหลิงให้องค์หญิงใหญ่ฟังเป็นการส่วนตัว ถึงแม้จะพูดน้อยมาก แต่ก็เป็นครั้งแรกที่ชม
อีกทั้งจากคำชมสั้นๆ นี้ยังสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงความชื่นชมที่ปู่มีต่อหลานสะใภ้ และอยู่ๆ ก็ปรากฏให้เห็นความเอ็นดูที่ผู้ใหญ่มีต่อผู้น้อย
องค์หญิงใหญ่ยิ้ม บางครั้งสามีของนางก็เหมือนเหยียนผิ่นถัง ชื่นชอบคนที่มีความรู้
โดยเฉพาะกับว่าที่หลานสะใภ้คนนี้ ยิ่งรู้สึกภูมิใจมาก
อีกทั้งคนอื่นไม่รู้ แต่นางกลับรู้ว่า ข้อสอบที่หมินหรุ่ยสอบได้อันดับหนึ่งของจวี่เหริน ตอนนี้ถูกอัครเสนาบดีลู่เก็บรักษาไว้อย่างดี
อย่าเห็นว่าเขาทำทีเป็นห้ามหมินหรุ่ยไปสอบ แต่พอสอบเสร็จ ไม่มีใครดีใจสู้อัครเสนาบดีลู่ได้อีกแล้ว แอบเอาข้อสอบมาดีใจยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว
ในขณะที่เกิดเรื่องพวกนี้ในเมืองหลวง
ในที่สุดพวกซ่งฝูเซิงก็ท่องเที่ยวเสร็จกำลังเดินทางกลับ
ในขณะที่ซ่งฝูเซิงนอนคว่ำอยู่ในรถม้า ฝ่ามือของหมี่โซ่วเต็มไปด้วยน้ำมันนวด กำลังนวดให้ท่านลุง ซ่งฝูเซิงร้องอ่าอย่างสบายอารมณ์ ทันใดนั้นกลับเปลี่ยนเป็นสองมือใหญ่ เขาหันไปเห็นลู่พั่นรับน้ำมันมากำลังนวดให้เขา
ในที่พักชั่วคราวระหว่างเดินทางกลับ ลู่พั่นขัดหลังให้ซ่งฝูเซิงที่อยู่หน้าสุด หมี่โซ่วนั่งขัดหลังให้ลู่พั่น ซ่งฝูเซิงล้างหน้าจนหน้าแดงหันไปพูดกับลู่พั่น “ออกแรงหน่อย” ใบหน้าลู่พั่นมีแต่เหงื่อ บอกหมี่โซ่วโดยไม่หันหน้ากลับไปมอง “เจ้าก็ออกแรงหน่อย”
ทางด้านหวงหลง ตรงหน้าที่ว่าการของหน่วยงานต่างๆ ในหวงหลงได้ติดประกาศแบบเดียวกัน
เนื้อหาสรุปได้สั้นๆ คือ รับสมัครงาน
ใต้เท้าผู้ว่าฯ ของเราต้องการรับคนงานให้ลูกสาว แม่ครัวทำอาหารสี่คน ขอแค่รักสะอาดเป็นพอ ทำอาหารไม่ต้องอร่อยมากก็ได้ เขากะว่าจะสอนให้ลูกสาวเองในช่วงที่ยังไม่ออกเรือนอยู่แล้ว
รับสมัครช่างทำเครื่องเรือนในเขตหวงหลงที่ฝีมือสุดยอดขั้นเทพ ขอแค่ฟังคำพูดของเขาเข้าใจ ดูภาพของเขารู้เรื่องเป็นพอ ใต้เท้าผู้ว่าฯ อยากออกแบบเครื่องเรือนเป็นของขวัญให้ลูกสาว
รับสมัครสาวใช้ยี่สิบคน ตำแหน่งนี้เงื่อนไขเยอะหน่อย ยาวเป็นหางว่าว
เป็นต้นว่า ต้องอ่านออกขั้นพื้นฐาน ต้องรู้จักพูดจา จะได้ช่วยห้ามเวลาลูกสาวเขาทะเลาะได้ ลูกสาวไม่กลับบ้านเล่าความน้อยเนื้อต่ำใจให้พ่อแม่ฟัง เลยจะให้สาวใช้พวกนี้เล่า
สาวใช้ต้องขาวอวบ กินอาหารด้วยความอร่อย แค่ดูก็ทำเป็น
นิสัยของสาวใช้ต้องร่าเริงหมดทุกคน อย่าให้เป็นแบบที่ว่าลูกสาวเขาอารมณ์ดีอยู่กลับมีคนชอบพูดขัดใจ แบบนั้นคงหมดอารมณ์กันพอดี
จะให้ดีขอคนมีความสามารถพิเศษอยู่บ้าง
ถ้าอยากได้คนที่ต่อสู้เป็นนิดหน่อยยังพอเข้าใจได้ ถือเป็นการป้องกันตัว
แต่ขอถามใต้เท้าผู้ว่าฯ ท่านเขียนว่าต้องคล่องแคล่วโลดโผนได้ มันหมายความว่าอย่างไร อยากให้ช่วยลูกสาวท่านปีนกำแพงหรือ
จากที่กล่าวมาข้างต้น ซ่งฝูหลิงที่ท่องเที่ยวไปทั่วไม่ได้รู้เลย
นางกำลังดีใจที่พ่อตัดสินใจจะพาพวกนางไปร่วมงานจัดแสดงสินค้า
งานจัดแสดงสินค้าครั้งแรกในเขตหวงหลงกำลังจะเปิดฉากอย่างเป็นทางการแล้ว