ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 864 สหายที่รักมาพบหน้า
ตอนที่ 864 สหายที่รักมาพบหน้า
คนนอกรู้สึกว่าซ่งฝูเซิงเลือกเวลากลับมา
ในความเป็นจริงผู้ว่าฯ ซ่งเร่งเดินทางกลับ ตลอดทางไม่มีเอ้อระเหยแม้แต่น้อย
วันแรกที่เปิดงาน ในที่สุดขบวนรถม้าของผู้ว่าฯ ซ่งก็ปรากฏ
เวลานี้เสมียนฉินกำลังหอบเอกสารที่หนาเท่านิ้วชี้ รอผู้ว่าซ่งตรวจดู คนไม่รู้ยังจะคิดว่าถ้าไม่มีซ่งฝูเซิง โลกของเขตหวงหลงจะหยุดหมุนแล้ว
มารอบนี้เสมียนฉินเลยหอบเอาเอกสารทั้งหมดที่สะสมไว้มาให้ด้วย
…
สถานที่จัดงานแสดงสินค้าในครั้งนี้ไม่ได้เลือกจัดที่ตัวเมืองเขตหวงหลง แต่เป็นที่ทะเลสาบฉากาน
ซ่งฝูหลิงเกาะขอบหน้าต่างตั้งแต่ขบวนรถม้ายังห่างอยู่อีกไกล ชะโงกหน้าออกไปมองความครึกครื้นตรงนั้น
ทะเลสาบฉากาน ผิวน้ำกระเพื่อม อีกฝั่งของทะเลสาบเป็นพื้นที่นาข้าว ต้นกล้าเขียวสด กังหันน้ำที่เหมาะสำหรับทางเหนือกำลังทดน้ำ ทั้งยังเหลือพื้นที่ว่างเอาไว้สำหรับวางข้าวที่เก็บเกี่ยว
ริมเขามีฝูงวัวกับฝูงแพะ ไกลออกไปอีกปลูกข้าวฟ่างเป็นวงกว้าง
ส่วนริมแม่น้ำฝั่งนี้มีกระโจมมากมายนับไม่ถ้วน
บรรดาแขกเหรื่อที่เดินทางมาไกลสามารถพักในกระโจมเหล่านี้ได้
ภายในกระโจมแต่ละหลังมีเตียง โต๊ะ กาน้ำชา ถังแช่อาบน้ำ มีแม้กระทั่งภาพวาดเปลือกไม้ของดีจากหวงหลง รวมถึงดอกไม้ป่าที่เบ่งบานในฤดูนี้
ห้องพักในโรงเตี๊ยมเป็นอย่างไร การจัดวางภายในกระโจมก็เป็นแบบนั้น
ทุกคนพักอยู่ริมน้ำอย่างไรไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด
สิ่งสำคัญที่สุดคือ ‘ร้านค้า’ ที่จับกลุ่มกันอยู่เป็นวงกว้างที่อยู่ไม่ไกลจากกระโจม
ร้านใหญ่ของหินซงฮวาที่มูลค่าสูง
หนังสัตว์ของหวงหลง หนังสัตว์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ร้านรับสั่งจองข้าวสารกับถั่วเหลืองของหวงหลง
ร้านขายโสม
ร้านนมผึ้งน้ำผึ้ง
น้ำมันจากกบป่า สั่งจองกบป่า
กวาง
สารพัดเหล้าดองจากสัตว์ในแต่ละท้องที่ เป็นต้น ของดีท้องถิ่นร่วมร้อยรายการกำลังรอการจับจองอยู่
แม้แต่เต้าเจี้ยว เต้าหู้ยี้ เต้าหู้แข็งของท้องถิ่นเราก็ยังมี
เรียกได้ว่า งานจัดแสดงสินค้าครั้งนี้ได้รวบรวมของดีท้องถิ่นที่มีมูลค่าของภาคตะวันออกเฉียงเหนือเอาไว้หมดแล้ว
อย่างครอบครัวซ่งมีสามกิจการ
กิจการแรกคือขายพริก พริกป่น พริกแกง น้ำพริก หัวเชื้อน้ำแกงหม้อไฟ พี่ชายคนโตของซ่งฝูเซิงพาลูกน้องมาปักหลักอยู่ที่นี่แล้ว
พูดถึงพริก มีเหตุการณ์แทรกนิดหน่อย
ครั้งนี้ไปเที่ยวชายแดน ซ่งฝูเซิงชี้น้ำพริกที่ผู้หญิงชาวโครยอขายแล้วพูดกับลู่พั่นว่า เห็นหรือยัง ให้ตายเถอะ ที่นั่นมีพริกนานแล้วแต่ไม่ส่งมาเป็นเครื่องบรรณาการ
ลู่พั่นแปลกใจมาก ขณะเดียวกันก็แอบงง ถ้าอย่างนั้นท่านตาของฝูหลิงได้พริกมาจากทางนั้นเหรอ
ซ่งฝูเซิงสอนลูกเขย “ข้างนอกน่ะ นอกจากดินแดนของพวกเราแล้วยังมีแคว้นเล็กๆ อีกมาก ถ้ามีโอกาสควรออกไปดูหน่อย ดีไม่ดีของดีอาจอยู่ในแคว้นเล็กๆ”
“อืม”
“เจ้าแค่อืมเหรอ ต้องขยันหาเงินให้มากๆ พอถึงเวลาเงินทองนี่แหละแสดงถึงความสามารถ พอร่ำรวย มีรถม้าดีๆ แล้วอย่างไร มีเรือก็อย่างนั้นๆ ครอบครัวเราต้องมีเรือลำใหญ่ บนเรือมีครบทุกอย่าง คนอื่นออกไปเที่ยวนั่งรถม้า แต่บ้านเรานั่งเรือโอ่อ่าลำใหญ่”
เพ้อเจ้อไปไกลแล้ว
ต่อมากิจการที่สองของครอบครัวซ่งก็คือร้านขนมของย่าหม่า
ในร้านขนมเล็กๆ แห่งนี้แสดงให้เห็นฝีมือของหลานสาวคนเล็กของท่านย่าหม่าที่มีมาจนถึงตอนนี้ ยังไม่พูดเรื่องขนม เอาแค่นมก็รังสรรค์ออกมาได้หลายอย่างแล้วในช่วงสองปีนี้
แผ่นนม ลูกอมนม ก้อนนม อิฐนม เนยแข็ง ทั้งหมดถูกจัดแสดงอยู่ที่นี่แล้ว
แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุด ดึงดูดพ่อค้านอกพื้นที่มากที่สุดก็คือเสบียงทหารที่เกิดประโยชน์ที่สุด ถูกคนจับจ้องตั้งแต่แรกเห็น ขนมปังดำนั่นเอง
ด้วยเหตุนี้ พอท่านย่าหม่าลงจากรถม้าก็ถูกเชิญไป
พวกซ่งอิ๋นเฟิ่งลูกสาวคนโตที่อยู่ในกระโจมใหญ่ของร้านขนมได้ถูกเจ้าหน้าที่ทางการจากต่างเมืองถามว่าขนมปังดำต้องใช้เวลาทำนานเท่าไรถึงจะเอาไปส่งได้ ถามจนพวกนางลนลาน
พอท่านย่าหม่ามาก็ถามกลับว่า แล้วที่ว่าการของแต่ละท้องที่จัดหาเสบียงใช้เวลานานเท่าไร คำตอบคืออย่างช้าสุดภายในครึ่งปี
ท่านย่าหม่าบอกว่านางส่งให้ได้ภายในสามเดือน ส่งมอบได้เร็วกว่าเวลาที่พวกท่านใช้ในการจัดหาเสบียง
จะเอาไปส่งอย่างไร
เรื่องนั้นท่านไม่ต้องสนใจ
ถ้าท่านต้องการปริมารมาก อย่าว่าแต่ขนมปังดำเลย อย่างอื่นพวกเราก็ขนไปส่งได้
พวกเราน่ะ ไม่กลัวลำบากไม่กลัวเหนื่อยหรอกนะ
นี่คือคุณธรรมประจำใจที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาตั้งแต่บรรพบุรุษ
บอกมาเลยว่าต้องการเท่าไร
เห็นหรือเปล่า ท่านอ๋องยืนอยู่ตรงนั้น พวกทหารกินของพวกนี้โดยเฉพาะ คิดว่าพวกเขาจะต้องการเยอะไหมล่ะ
ในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด เสบียงอาหารปริมาณมากขบวนแรกที่ส่งไปก็มาจากร้านย่าหม่าของข้า นี่คือผลงานทั้งนั้น คนทั่วไปจะมีประสบการณ์ ความสามารถ รับกำลังผลิตปริมาณมากแบบนี้ได้อีกเหรอ นี่ก็แสดงว่าเคยรับงานใหญ่ สรุปสั้นๆ ไม่ต้องกังวล
แถมกินแล้วอยู่ท้องด้วยนะ
เกิดท้องถิ่นของพวกท่านมีลมพายุ ฟ้าฝนไม่เป็นใจเกิดภัยพิบัติ ถึงแม้ของสิ่งนี้จะไม่อร่อย แต่แจกออกไปจะต้องมีชาวบ้านที่หิวน้อยลงแน่นอน
สำหรับเจ้าหน้าที่ทางการแล้ว ยามเกิดภัยพิบัติ หากไม่มีคนตายหรือคนตายน้อยก็ถือเป็นผลงานด้านปกครอง
ท่านย่าหม่าตะโกนเรียกพั่งยา “หลานย่า มานี่หน่อย สะใภ้สามเจ้าก็มาด้วย” ให้ฝูหลิงกับเฉียนเพ่ยอิงมาทำบัญชี ดีไม่ดียังไม่ทันเริ่มงานพวกเขาก็ได้เปิดร้านก่อนแล้ว
ครอบครัวซ่งยังมีอีกกิจการที่โดดเด่นที่สุดที่มาเปิดในงานจัดแสดงสินค้าครั้งนี้ นั่นก็คือ ม้าพันลี้ที่มีธงแดงโบกสะบัดพลิ้ว
ม้าพันลี้กินพื้นที่ใหญ่มากในงานนี้
พ่อบ้านใหญ่ซ่งฝูกุ้ยกลับมาแล้วพร้อมร่างกายที่ผอมลง ทั้งดำทั้งผอม ด้านหลังมีลูกน้องยืนอยู่หลายสิบคน
ม้าพันลี้ต้องทำให้ได้ ขอแค่มีการสั่งซื้อสินค้าในงานนี้ ซื้อตอนเช้า ตอนบ่ายก็ออกไปส่งได้
ฝูกุ้ยกลับมาพอได้ยินว่าพั่งยาหลานสาวของเขากลายเป็นพระชายาอ๋องเขาก็ตกใจหนักมาก
ความรู้สึกแรกคือ ไอ๊หยาแม่จ๋า เขาอยู่ข้างนอกไม่กล้าบอกว่ารู้จักท่านอ๋อง แม้แต่คำว่ารู้จักยังต้องระมัดระวังไม่กล้าพูด กลัวคนอื่นจะหาว่าเขาขี้โม้
แต่นี่อะไร กลายเป็นญาติท่านอ๋องแล้ว
พอถามคนในบ้านถึงท่าทีของฝูเซิง ทุกคนบอกฝูกุ้ยว่า ไอ๊หยาอย่าให้พูดเลย ทำสารพัด ชักสีหน้าใส่บ้างล่ะ เดี๋ยวก็จะเอาอย่างนั้น เดี๋ยวก็จะเอาอย่างนี้ พอถามเรื่องฐานะที่ต่างกัน หลังจากที่รู้ว่าแม่ทัพเล็กได้แสดงออกอย่างจริงใจทั้งที่ถูกฝูเซิง ‘ทรมาน’ ฝูกุ้ยก็วางใจอย่างสิ้นเชิงแล้ว เหลือเพียงความประทับใจ
เพราะแบบนี้เขาเลยถูมือเดินเข้าไปหา
ฝูเซิงเองก็ร้อนใจอยากคุยกับฝูกุ้ย แต่ติดตรงที่ว่ามีคนมากมายอยากทักทายเขา ฝูกุ้ย เจ้ารอก่อนนะ ต่อแถวก่อน ตอนเย็นพวกเราพี่น้องค่อยพักห้องเดียวกัน
งานจัดแสดงสินค้าครั้งนี้ครึกครื้นมากจริงๆ
เพราะไม่ใช่แค่ร้านค้าของทางเราจะมีหลายกระโจม ยังได้จัดเตรียมกระโจมใหญ่จำนวนมากสำหรับแสดงสินค้าไว้ให้บรรดาแขกเหรื่อที่มาจากแดนไกลด้วย มีน้ำตาลที่ผลิตจากทั่วแผ่นดิน พอเอามาวางจัดแสดง แค่เขตหวงหลงก็สั่งซื้อปริมาณมากแล้ว นี่ไม่ใช่การค้าปลีก มีทางเขตรับรอง ราคาถูกกดจนต่ำที่สุด
มีผ้าทอชั้นดี
ทั้งผ้าฝ้าย ผ้าป่าน ผ้าไหม ที่ผลิตจากที่นั่น
มีกระดาษ น้ำหมึก เป็นต้น
กิจการที่ได้รับการตอบรับดีที่สุดในครั้งนี้ก็คือดอกฝ้าย ทางตะวันออกเฉียงเหนืออากาศหนาว พ่อค้าจากแหล่งผลิตดอกฝ้ายมาเอง
ส่วนจุดที่คึกคักที่สุด เนื่องจากงานจัดแสดงสินค้ายังไม่ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ อันที่จริงไม่ใช่ทางพื้นที่จัดแสดงหรอกที่ครึกครื้น แต่เป็น ‘ถนนสายของกิน’ ต่างหาก
ถนนที่เลาะไปตามริมแม่น้ำ
ขายบะหมี่ ขนมถั่วนึ่งแบบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผัดเนื้อซี่โครง ไก่ตุ๋นเห็ด สารพัดของตุ๋นหม้อเหล็ก ปลานึ่งที่ทำจากปลาที่เพิ่งจับได้สดๆ ในทะเลสาบ ร้านอาหารหลายร้านในหวงหลงต่างมาเข้าร่วม
พวกยายๆ ยกเว้นท่านย่าหม่าก็ลากเก้าอี้กับโต๊ะที่ยืมมาจากชาวบ้านท้องถิ่นมาตั้งร้าน
พวกนางกะไว้ว่าจะไม่ขายขนมในช่วงวันจัดงาน เปลี่ยนไปขายเนื้อแพะเสียบไม้ ผัดกระทะร้อน อาหารต้มๆ แบบตะวันออกเฉียงเหนือ
ซ่งฝูเซิงเดินอยู่ท่ามกลางธงหลากสีที่มีเขียนคำต่างๆ
ร่วมด้วยช่วยกัน ร่ำรวยไปพร้อมกัน
พูดและลงมือทำ ร่วมจัดเก็บส่วยอย่างยั่งยืน
อุทิศตน สามัคคี ช่วยเหลือ เจริญก้าวหน้า
สร้างปณิธานที่ยิ่งใหญ่ ก้าวไปด้วยความพยายามเล็กๆ
เส้นทางยาวไกล ค่อยๆ ก้าวไปย่อมถึงจุดหมาย เส้นทางแสนสั้น สองขาไม่ก้าวย่อมไม่มีวันถึง
บ้านเมืองต้องพัฒนา เราห้ามยอมแพ้
นอกจากประโยคสร้างขวัญกำลังใจเหล่านี้แล้วยังมีธงอีกแบบหนึ่งที่โบกสะบัดตลอดเส้นทาง บนนั้นเป็นชื่อเมืองต่างๆ ที่ร่วมมือกับหวงหลงในครั้งนี้
ซุ่นจื่อเห็นแล้วก็อึ้ง คำขวัญพวกนี้ ไอ๊หยา คุณชาย ทำไมบ่าวรู้สึกว่าถ้าให้ท่านซ่งไปอยู่กรมพิธีการเป็นเสนาบดีได้เลยนะ ทั้งหกกรมเหมาะสมกับท่านซ่งหมด
เรื่องที่ลู่พั่นรู้สึกชื่นชมพ่อตามากที่สุดคือ พวกจิ้นซื่อที่เคยสอบจอหงวนด้วยกันมากันหลายคนเลยทีเดียว