Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1213 พยานรู้เห็นย่อมได้ส่วนแบ่ง

  1. Home
  2. หมอหญิงยอดมือสังหาร
  3. ตอนที่ 1213 พยานรู้เห็นย่อมได้ส่วนแบ่ง
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 1213 พยานรู้เห็นย่อมได้ส่วนแบ่ง

หลังจากที่หนานกงมั่วแยกตัวออกมาจากกลุ่มของฮ่องเต้ไท่ชูแล้วก็รู้สึกหายใจสะดวกมากขึ้น นางเดินเล่นท่ามกลางฝูงชนชื่นชมข้าวของนานาชนิดพลางฟังเสียงชาวต่างชาติตะโกนขายสินค้าของพวกเขาเป็นภาษาจงหยวนที่ลอกเลียนแบบมาอย่างแข็งทื่อ บางคนก็จ้างคนจงหยวนมาช่วยเรียกลูกค้าให้เลย สินค้าแปลกใหม่หลากหลายประเภทมีมานำเสนอไม่ขาดสาย มีทั้งสินค้าที่มีราคาเพียงไม่กี่อีแปะ และมีของล้ำค่าที่มีมูลค่าเป็นพันตำลึงจนต้องให้คนมาคอยเฝ้าด้วย บางคนที่มีเงินร่ำรวยก็ซื้อไปเพราะความอยากรู้อยากเห็น ในขณะที่บางคนก็เพียงต้องการร่วมชมเรื่องสนุกๆ เท่านั้น นอกจากนี้บนถนนยังมีอาหารมากมายหลากหลายชนิดที่ไม่เคยมีในเมืองจินหลิงซึ่งก็เป็นสิ่งที่ดึงดูดให้ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนต้องหยุดฝีเท้าลงได้เช่นกัน

หนานกงมั่วเองก็อดเลือกซื้อขนมที่มีสีสันดูน่ากินชนิดหนึ่งไปลองชิมดูไม่ได้ หากพบว่ารสชาติดี นางก็จะไปถามวิธีทำ และกลับไปทำให้เสด็จแม่และลูกๆ ลองชิม หนานกงมั่วยังไม่กล้าให้เด็กๆ กินของจากร้านค้าแผงลอยข้างนอกสุ่มสี่สุ่มห้า

หนานกงมั่วเดินเล่นท่ามกลางฝูงชนไปพลางกินขนมไปพลาง ทัศนาความคึกคักของกระโจมที่ทำเป็นร้านค้าสองข้างทางและโคมไฟหลากสีสัน ทันใดนั้นหนานกงมั่วก็รู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในตลาดกลางคืนเมื่อชาติที่แล้ว แต่ตอนนั้นนางอยู่ตัวคนเดียวเพียงลำพัง รู้สึกอ้างว้างเดียวดาย แม้ว่านางจะมีพี่น้องเป็นเพื่อน แต่ก็ยังอดรู้สึกถึงความเหงาที่ผุดขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจเป็นระยะๆ ไม่ได้ แต่ตอนนี้กลับแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง แม้ว่านางจะอยู่คนเดียวท่ามกลางทะเลผู้คน แต่ก็ไม่ได้รู้สึกสับสนและโดดเดี่ยวอีกต่อไป เพราะนางรู้ว่ามีคนรอให้นางกลับไปหาอยู่ทุกเมื่อ

ฝูงชนแออัดเบียดเสียดเล็กน้อย ชายผู้หนึ่งที่กำลังเดินอย่างเร็ชนเข้ากับหนานกงมั่วเบาๆ ขณะที่เดินสวนกัน อันใดบางอย่างร่วงหล่นลงบนพื้นดังตุบเบาๆ คนผู้นั้นรีบโน้มตัวก้มลงเพื่อจะหยิบของ แต่การย่อตัวนั่งลงบนพื้นท่ามกลางกระแสผู้คนในยามกลางคืนเช่นนี้ก็ค่อนข้างอันตรายอยู่บ้าง และยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยว่าของสิ่งนั้นได้ถูกใครก็ไม่รู้เตะไปไม่ได้อยู่ในจุดเดิมอีกแล้ว

คนผู้นั้นย่อตัวลงเก็บแต่กลับหาไม่เจอ เขาจึงตื่นตระหนกขึ้นมาทันทีและรีบยื่นมือออกไปควานหา แต่กลับถูกคนที่เดินผ่านมาเหยียบเท้าลงบนมือ “อ๊าก” ชายผู้นั้นกรีดร้องออกมาทันที คนที่เหยียบมือเขาก็ตกใจเช่นกัน มือเท้าของเขาพัลวันจนแทบล้มลงกับพื้น เขาเอ่ยขึ้นด้วยความโกรธ “เจ้าอยากตายหรือ!”

“ข้า…” คนที่ถูกเหยียบมือเองก็ล้มลงนั่งกับพื้นโดยที่ยังหาของไม่พบ เมื่อเขานึกถึงของที่ทำหล่นหายขึ้นมาได้ก็ยิ่งกังวลร้อนใจ “ข้า…ข้าทำของหายน่ะ…” เขาพยายามจะหาอีกครั้ง

“คนบ้า!” คนที่เดินผ่านมาตะโกนด้วยความโมโห คนที่เดินตามเขามาข้างหลังก็ผลักเขาอีก คนอื่นต้องคอยหลบหลีกคนที่นั่งอยู่บนพื้นแล้วเดินต่อไปอย่างหัวเสีย กระทั่งมีคนที่กำลังเดินดุ่มมาโดยไม่ดูทางสะดุดเขาเข้า ทันใดนั้นฝูงชนก็ดูวุ่นวายขึ้นทันที หนานกงมั่วนิ่วหน้า มือข้างหนึ่งของนางยกตัวชายที่สะดุดและผลักเขาไปยังที่โล่งกว่าเพื่อไม่ให้คนข้างหลังเหยียบ ขณะที่อีกมือหนึ่งของนางก็คว้าตัวคนที่กำลังหาของขึ้นมาและลากออกไปจากที่ตรงนั้น

คนพวกนั้นอารมณ์ร้อนอย่างเห็นได้ชัด ถ้าพวกเขาเห็นผู้ชายคนนี้อีกครั้ง เขาจะต้องถูกทุบตีอย่างแน่นอน

“ของ…ของของข้า!”

“นี่” หนานกงมั่วเอ่ยอย่างอารมณ์เสีย มือข้างหนึ่งเกี่ยวถุงผ้าที่ดูเก่าเล็กน้อยออกมาเขย่าๆ ตรงหน้าเขา ชายคนนั้นรู้สึกโล่งใจในทันที เขาปล่อยให้หนานกงมั่วลากตัวเขาออกไปไม่ได้ขัดขืน หลังจากที่พวกเขาเดินไปยังสถานที่ที่มีผู้คนน้อยกว่าแล้ว หนานกงมั่วจึงปล่อยตัวเขาและโยนถุงผ้าเข้าสู่อ้อมอกเขาอย่างง่ายๆ ชายคนนั้นรีบรับมันไว้และเอ่ยขอบคุณซ้ำๆ

ตอนนั้นเองที่หนานกงมั่วได้เห็นว่าชายคนนั้นยังเป็นชายหนุ่มในวัยยี่สิบต้นๆ เสื้อผ้าของเขาก็ค่อนข้างเก่าและมอมแมมไปด้วยฝุ่นที่เปื้อนตอนเขาหาของอยู่บนพื้นเมื่อครู่นี้ “ของสิ่งใดที่สำคัญเพียงนั้น เจ้าไม่กลัวถูกเหยียบตายหรือ”

ชายคนนั้นคว้าถุงผ้าไว้แน่น จากนั้นเงยหน้าขึ้นมองหนานกงมั่วซึ่งนางก็ทำให้เขาประหลาดใจไปในทันที เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าคนที่ลากเขาออกมาได้อย่างง่ายดายจะเป็นผู้หญิงหน้าตาสะสวยที่ตัวเตี้ยกว่าเขามากเช่นนี้ “เจ้า…” หนานกงมั่วเองก็ไม่ได้ถือสาอันใด สาเหตุที่นางลากเขาออกมาเป็นเพราะทั้งสองชนกันจนทำให้สิ่งของของเขาหล่นหาย แม้ว่าจะเป็นเพราะชายคนนั้นรีบร้อนเกินไป แต่หากมีใครตายขึ้นมาก็คงไม่ใช่เรื่องดี และเรื่องนี้ก็ไม่ได้เปลืองแรงนางมากนักด้วย

ชายผู้นั้นรีบประสานมือให้นางด้วยความละอายใจ “ขอบคุณแม่นางมาก ข้าน้อย…” ขณะที่พูดเขาก็ยังคงกำถุงผ้าในมือแน่น ซึ่งแสดงให้เห็นได้ชัดว่าของสิ่งนี้สำคัญกับเขามากจริงๆ หนานกงมั่วโบกมือ “ก็ไม่ได้เปลืองแรงอันใดมาก บนถนนมีคนเยอะ ควรจะระวังหน่อย”

“ขอรับๆ” หนานกงมั่วพยักหน้าให้เขาก่อนจะหมุนตัวจากไป ชายหนุ่มดูเหมือนจะต้องการเอ่ยบางอย่าง แต่เมื่อเห็นว่านางหมุนตัวไปแล้ว เขาก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเก็บคำพูดนั้นไว้ เขาบีบถุงผ้าในมือแล้วเดินไปในทิศทางตรงกันข้ามกับหนานกงมั่ว

หนานกงมั่วเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็หยุดลงอีกครั้งพลางนิ่วหน้าเล็กน้อย นางนึกถึงรูปร่างของสิ่งของที่นางสัมผัสตอนที่หยิบถุงผ้าขึ้นมาเมื่อครู่นี้ หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งนางก็หันหลังกลับและเดินไปตามทิศทางที่ชายหนุ่มเดินไป

ที่มุมลานกว้าง ผู้คนที่เดินผ่านไปมาดูเหมือนจะไม่สังเกตว่าเกิดอะไรขึ้นในมุมนั้นบ้าง ชายหนุ่มเมื่อครู่นี้ถูกชายฉกรรจ์สองคนผลักเข้าไปในตรอกเล็กๆ ที่หัวมุม ชายหนุ่มมองคนตรงหน้าอย่างกระวนกระวายก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางเคร่งขรึม “พวก…พวกเจ้าคิดจะทำอะไร”

ชายฉกรรจ์หัวเราะอย่างน่ากลัว “มีของมีค่าอันใดอยู่ในอกเสื้อของเจ้า ทำไมเจ้าไม่เอามันออกมาให้พวกเราดูเล่า”

ชายหนุ่มตกใจ เขาอดลูบถุงผ้าที่อยู่ซ่อนไว้ในอกเสื้อไม่ได้ “อันใด…ของมีค่าอันใด ข้าเป็นเพียงบัณฑิตยากจนคนหนึ่ง ไหนเลยจะมีของมีค่าได้ พี่ใหญ่ทั้งสองตามหาคนผิดแล้วหรือเปล่า” ชายฉกรรจ์ทั้งสองมองหน้ากันและยิ้มทันที หนึ่งในนั้นเอ่ยเยาะ “บัณฑิตเจ้าเล่ห์เจ้าแผนการจริงๆ ด้วย ยังคิดจะหลอกพวกเราสองคนอีก เราเฝ้าดูเจ้ามาตลอดทาง ถ้าเจ้าพูดจารู้เรื่องก็เอาออกมาให้พวกเราสองคนดูเพื่อเปิดหูเปิดตาบ้าง หาไม่แล้ว…”

“อยู่ใต้จมูกฝ่าบาทอย่างนี้ ที่นี่ก็ไม่ได้เป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนไร้กฎหมาย พวกเจ้ากล้าหรือ” ชายหนุ่มขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ชายฉกรรจ์แค่นเสียงเยาะเขาอย่างดูถูก “ใต้จมูกฝ่าบาทฝ่าบาทแล้วอย่างไร ใครจะสังเกตเห็นว่าบัณฑิตธรรมดาๆ อย่างเจ้าหายตัวไป” ชายหนุ่มอดตัวสั่นไม่ได้เมื่อได้ยินเช่นนั้น ความหวาดกลัวในใจของเขาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ชายฉกรรจ์ยื่นมือออกมาอย่างได้ใจยิ่งขึ้น “เอามันมานี่ เจ้าจะได้ไม่ต้องเจ็บตัว ถ้าเจ้ายังพูดไม่รู้เรื่องอีก ก็อย่าได้หาว่าพวกเราไม่เกรงใจ”

“ไม่…” ชายหนุ่มก้าวถอยหลังด้วยความหวาดกลัว แต่เขาก็ยังคงข่มความกลัวในใจและพ่นคำปฏิเสธออกมา

สายตาของชายฉกรรจ์ผู้เป็นหัวหน้าฉายประกายดุร้ายขึ้นมาทันที “ไม้อ่อนไม่ชอบ ชอบไม้แข็ง!” ชายหนุ่มกอดของที่อยู่ตรงอกเสื้อไว้แน่น เอ่ยเสียงดัง “หากมีปัญญาก็ฆ่าข้าเลยสิ! ข้าไม่เชื่อว่าโลกนี้จะไร้ความยุติธรรม มาดูกันว่าเจ้าหน้าที่ทางการจะปล่อยพวกเจ้าไปหรือไม่!”

ชายฉกรรจ์ทั้งคู่ชะงักไปทันที แต่ก็ยิ้มออกมาอย่างรวดเร็ว “อยากจะเรียกคนมาอย่างนั้นหรือ ในที่แบบนี้เจ้าคิดว่าจะมีใครแส่เข้ามายุ่งเรื่องคนอื่นด้วยหรือ ต่อให้ข้าฆ่าเจ้าแล้วอย่างไร” ชายหนุ่มหน้าซีด “ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ฆ่าข้าสิ ข้าจะทุบของในนี้ให้แหลกเลย!” ขณะที่พูดเขาก็ยกถุงผ้าในมือขึ้นทำท่าจะทุบมันเข้ากับกำแพงข้างๆ แล้วชายฉกรรจ์ทั้งสองก็กังวลขึ้นมาทันทีเห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่คาดคิดว่าชายผู้นี้จะไม่กลัวความตายจริงๆ “เจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือ เอาของมาให้เรา แล้วเราจะไว้ชีวิตเจ้า!”

ชายหนุ่มเองก็ไม่ใช่คนโง่เช่นกัน จู่ๆ เขาก็เข้าใจอะไรขึ้นมาเล็กน้อย “พวกเจ้าไม่ใช่โจร ใครส่งพวกเจ้ามา!” เขาไม่เคยหยิบของข้างในออกมาเลย แต่คนทั้งสองก็รู้ว่ามีสิ่งใดอยู่ข้างในอย่างเห็นได้ชัด และท่าทีกระวนกระวายใจของพวกเขานั้นก็มีมากเกินกว่าจะเป็นท่าทีของโจรที่ฉกชิงวิ่งราวเพื่อเงินทองเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ก็จริง ในเมืองจินหลิงใต้จมูกของฮ่องเต้เช่นนี้ จะมีสักกี่คนที่กล้าดักปล้นคนกลางทางอย่างเปิดเผยเช่นนี้ ชายฉกรรจ์ทั้งสองสะดุ้งตกใจและทำอันใดไม่ถูกไปชั่วขณะ ได้แต่ขู่เขา “รู้มากไปก็ไม่ดีกับเจ้าหรอก เอาของมาให้เรา แล้วเราจะไปทันที!”

“ฝันไปเถิด ต่อให้ข้าตาย ข้าก็ไม่ปล่อยให้พวกเจ้าเอาของที่อยู่ข้างในไปได้หรอก!” ชายหนุ่มถอยไปสองก้าว เขายืนพิงตรอกกำแพง กัดฟันเอ่ยอย่างหนักแน่น “ไม่รู้จักที่ตาย! ช่างเถิดพี่ใหญ่ ลุยกันเลย!”

“อะแฮ่ม” มีเสียงไอเบาๆ ดังมาจากในตรอกมืด จากนั้นน้ำเสียงใสๆ และไพเราะพลันเอ่ยขึ้น “ของล้ำค่าอันใดกันที่ทำให้มีคนอยากจะฉกมันมากมายหลายคนเพียงนี้ พยานรู้เห็นย่อมได้ส่วนแบ่ง หรือว่าเอามาให้ข้าดูก่อนดีหรือไม่”

คนทั้งสามที่อยู่ตรงนั้นตกใจ เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่คาดคิดว่าจะยังมีบุคคลที่สี่อยู่ในที่มืดและเปลี่ยวเช่นนี้ด้วย สิ่งสำคัญที่สุดคือไม่มีใครรู้ว่าคนผู้นั้นปรากฏตัวตั้งแต่เมื่อไหร่

หนานกงมั่วนั่งอยู่บนหลังคาบ้านในตรอกนี้พลางมองคนทั้งสามที่กำลังตื่นตระหนกด้านล่างยิ้มๆ ก่อนจะเอ่ย “มองไปที่ใดน่ะ ข้าอยู่ที่นี่” ทั้งสามคนเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกัน จึงได้เห็นผู้หญิงรูปร่างสะโอดสะองนั่งอยู่บนหลังคา ภายใต้แสงจันทร์อ่อนๆ ดวงตาเย็นชาเจือรอยยิ้มจางๆ คู่หนึ่งกลับทำให้คนรู้สึกเย็นเยียบในใจ

“เจ้าเป็นใคร” ชายฉกรรจ์ที่เป็นผู้นำถามอย่างระแวดระวัง

หนานกงมั่วมองลงไปยังคนทั้งสามในตรอกมืด รอยยิ้มขี้เล่นปรากฏบนริมฝีปากนาง “คนผ่านทางที่อยากได้ส่วนแบ่งด้วย”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นทั้งสองก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกทันที หญิงสาวคนนี้สามารถปรากฏตัวขึ้นที่นี่อย่างเงียบๆ ได้โดยที่พวกเขาไม่รู้ตัวเลย จะต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ ถ้านางเพียงทำเพื่อเงินจริงๆ ก็จะเป็นการดีที่สุด “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ถ้าอย่างนั้นก็เชิญแม่นางคอยดูอยู่ข้างๆ จบเรื่องแล้วแม่นางจะได้ส่วนแบ่งด้วยแน่ๆ” หนานกงมั่วกะพริบตาก่อนจะเอ่ย “ส่วนแบ่งอันใด ข้าสงสัยว่าของล้ำค่าที่พวกเจ้าเอ่ยถึงคือสิ่งใดกันแน่”

ดวงตาของชายผู้ฉกรรจ์ดำมืดลง “จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่ของมีค่าอันใด ขอเพียงแม่นางไม่สอดมือเข้ามายุ่งเรื่องนี้ ข้าก็ยินดีจะตอบแทนแม่นางเป็นราคาสองเท่าของของสิ่งนี้”

หนานกงมั่วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้า “ไม่ได้ ข้าเป็นคนที่อยากรู้อยากเห็นมาก ถ้าเห็นคนอื่นมีของน่าสนใจแล้วข้าไม่ได้มาก็จะเศร้ามาก”

“พูดไม่รู้เรื่อง! ดูท่าแม่นางคิดจะยุ่งเรื่องชาวบ้านอย่างนั้นหรือ” ชายฉกรรจ์ที่อยู่ด้านหลังไม่สามารถอดกลั้นได้อีกต่อไป เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา และก่อนที่หนานกงมั่วจะทันเอ่ยอันใดออกมา เขาก็พุ่งขึ้นมาบนหลังคาแล้ว เห็นได้ชัดว่าเขารู้ความจริงที่ว่าจู่โจมก่อนได้เปรียบเช่นกัน

“ระวัง!”

หนานกงมั่วเลิกคิ้วขึ้นและสะบัดแขนเสื้อกวาดเขาหล่นลงบนพื้นอย่างไม่เกรงใจ เขารู้วรยุทธ์อยู่บ้างจริงๆ แต่น่าเสียดายที่วิชาตัวเบาของเขานั้นธรรมดามาก

“น้องรอง!” ชายฉกรรจ์ด้านล่างสะดุ้งตกใจ เขาพุ่งตัวเข้าหาชายหนุ่มอย่างเกรี้ยวกราดทันที ชายหนุ่มกัดฟันพลางยกมือขึ้นก่อนจะโยนบางอย่างขึ้นไปบนฟ้า ชายฉกรรจ์รีบละทิ้งชายหนุ่มและเหาะขึ้นไปตามถุงผ้านั้นด้วยความตกใจ แต่มันกลับถูกมือเรียวคว้าไว้ได้ก่อน ชายหนุ่มกัดฟันและเงยหน้าเอ่ยเสียงดัง “แม่นาง รีบไปเร็วเข้า ของข้างในไม่มีค่าอันใด ถือว่าข้าให้แม่นางก็แล้วกัน!”

หนานกงมั่วรู้สึกสงสัย “เจ้ายินดีที่จะมอบให้ข้าเช่นนี้ ทำไมไม่มอบให้พวกเขาเสียเลยล่ะ”

ชายหนุ่มเอ่ยเยาะหยัน “ข้าเดาได้ว่าใครต้องการมัน ข้าจะไม่ให้พวกเขา ต่อให้ข้าตายก็ไม่มีวันให้!”

“เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะเป็นพวกเดียวกับพวกเขาบ้างหรือ” หนานกงมั่วถามด้วยรอยยิ้ม ภายใต้แสงจันทร์ ใบหน้าของชายหนุ่มซีดลงทันที เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้นึกถึงความเป็นไปได้นี้เลย

หนานกงมั่วกระโดดลงมาจากหลังคา เมื่อตรอกที่แคบและมืดนั้นมีคนเพิ่มมาอีกคน ก็ยิ่งเบียดเสียดยัดเยียดขึ้นไปอีก

แสงจันทร์สลัวส่องลงมายังตรอกเล็กๆ นั้นและสาดส่องร่างของหนานกงมั่ว ชายหนุ่มอดนิ่งงันไปไม่ได้เมื่อเห็นหนานกงมั่วที่ลอยลงมาบนพื้น “เป็นเจ้าหรือ”

หนานกงมั่วยิ้มอย่างสดใสพลางเขย่าของในมือ “ให้ข้าจริงๆ หรือ”

ชายหนุ่มถอนใจ “มันไม่มีราคาค่างวดอันใดเลย ข้าน้อยเองก็ไม่สามารถที่จะรักษามันไว้ได้ ถ้าแม่นางไม่กลัวปัญหา ข้าให้เจ้าก็ได้”

ชายฉกรรจ์ทั้งสองพยุงกันลุกขึ้นพลางมองไปยังหญิงสาวในอาภรณ์สีน้ำเงินอย่างระแวดระวัง แม้ว่านางจะยังสาวและสวย แต่จากประสบการณ์ของพวกเขาเมื่อครู่นี้สามารถบอกได้ว่านางไม่ใช่คนที่จะจัดการได้ง่ายๆ แต่เมื่อพวกเขานึกถึงงานที่ได้รับมอบหมายมาของตนเอง ชายฉกรรจ์ก็อดกลั้นความรู้สึกกระวนกระวายใจไว้และประสานมือให้นาง “แม่นาง เจ้าลองดูก็ได้ว่ามันไม่ใช่ของมีราคาจริงๆ ขอเพียงแม่นางยินยอม เรายังยินดีจะซื้อมันคืนในราคาสองเท่า ของสิ่งนี้…เดิมทีก็เป็นของพวกเรา”

หนานกงมั่วรู้สึกประหลาดใจ “หืม? หรือว่าบัณฑิตผู้นี้ขโมยของของพวกเจ้ามา ถ้าอย่างนั้นข้าก็ยุ่งเรื่องชาวบ้านไม่เข้าเรื่องแล้วน่ะสิ”

“ขอให้แม่นางอำนวยความสะดวกด้วย”

หนานกงมั่วลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ย “ตกลง นี่ให้พวกเจ้า” หลังจากนางพูดจบก็โยนของในมือไปให้พวกเขาจริงๆ ทั้งสองคนดีใจมาก ชายผู้เป็นหัวหน้ารีบเอื้อมมือไปรับมา ในขณะที่ชายอีกคนก็หยิบตั๋วเงินปึกหนาออกมายื่นให้ หนานกงมั่วรับมาดูทันที พบว่าเป็นเงินหลายพันตำลึง

“เชิญแม่นาง”

หนานกงมั่วเก็บตั๋วเงินด้วยความพึงพอใจ โบกมือให้ชายหนุ่มแล้วเดินออกจากตรอกนั้นไป ใบหน้าของชายหนุ่มซีดเซียว แต่กลับไม่ได้เอ่ยอันใดสักคำ มีเพียงแววแห่งความสิ้นหวังในดวงตาของเขาเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่หนานกงมั่วจะถึงทางเข้าตรอก ทันใดนั้นก็มีลมแรงกระแสหนึ่งจู่โจมเข้ามา รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของหนานกงมั่ว นางหันกลับไปพลางสะบัดแขนเสื้อก่อให้เกิดกระแสลมกระโชกแรงพุ่งเข้าหาคนที่ยกดาบขึ้นฟันนาง ชายผู้นั้นถูกกระแทกเข้ากับผนังทันที เขาล้มลงกับพื้นไม่สามารถลุกขึ้นได้และคร่ำครวญเสียงดังอยู่นาน ชายฉกรรจ์อีกคนตกใจ จากนั้นเขาก็เข้าใจอย่างแท้จริงว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้านี้เป็นยอดฝีมือที่พวกเขาไม่มีทางสู้ได้เลย เมื่อเขาเหลือบไปเห็นพี่น้องที่นอนกองอยู่กับพื้นลุกไม่ขึ้น ชายผู้นั้นก็รีบพุ่งเข้าไปหาชายหนุ่มอีกครั้งทันทีด้วยต้องการจับเขาเป็นตัวประกัน แต่น่าเสียดาย ตอนที่เขาเพิ่งจะหันกลับมา เขาก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดกลางแผ่นหลังราวกับว่ามีสิ่งเย็นๆ พุ่งเข้าสู่เนื้อของเขา อึดใจต่อมาเขาก็ล้มลงกับพื้นเสียงดัง ไม่สามารถขยับตัวได้อีก

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1213 พยานรู้เห็นย่อมได้ส่วนแบ่ง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdgsdfrh84
ถูกขับออกจากตระกูลแล้วอย่างไร ข้าคือแม่มด
06/06/2026
novelpdfrh4
ท่านบัณฑิตเจ้าขา… ข้ามาแต่งแทน พร้อมระบบสุดป่วน!
06/06/2026
62789bebSaP1P9fk
บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
06/06/2026
c97a835-novelpdf
ทะลุมิติมาเป็นหวานใจของนายทหารคลั่งรักในยุค 70
19/07/2025

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.