Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1219 คนตายเพราะเงิน นกตายเพราะอาหาร

  1. Home
  2. หมอหญิงยอดมือสังหาร
  3. ตอนที่ 1219 คนตายเพราะเงิน นกตายเพราะอาหาร
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 1219 คนตายเพราะเงิน นกตายเพราะอาหาร

สำหรับการรู้จักเอาตัวรอดของพวกเขาหนานกงมั่วพึงพอใจยิ่งนัก ยามนี้เวลากระชั้นชิด นางก็ไม่มีเวลามาอ้อมความกับพวกเขาเหล่านี้นัก หนานกงมั่วเคาะพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ พร้อมเอ่ยถาม “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ บอกข้า พวกท่านเข้ามาทำอันใดในเมืองหลวง”

คนหนึ่งเอ่ย “หลายวันนี้ กลุ่มพลในเมืองต่างๆ ทางใต้ได้รับข่าวข่างหนึ่ง มีคนให้ค่าหัวหนึ่งล้านตำลึงทองสังหารคนสองคน”

ดวงตาของหนานกงมั่วไหววูบ “ผู้ใด”

“…ฮ่องเต้ไท่ชูเซียวโยว ฉู่อ๋องเซียวเชียนเย่” พี่ใหญ่สกุลเกากลืนน้ำลาย เอ่ยอย่างยากลำบาก ไม่โทษที่เขาไม่มีความกล้า ไอสังหารในดวงตาของสตรีตรงหน้าทำให้เขาหวาดกลัว ราวกับเอ่ยสิ่งใดพลาดไป เขาก็จะมีจุดจบอย่างประมุขเกาะหวงหลงนั่น

หนานกงมั่วราวกับกำลังครุ่นคิด ขมวดคิ้วเบาๆ แม้วังจื่อเซียวถอนตัวออกจากยุทธภพแล้ว แต่เส้นทางข่าวสารก็ยังคงอยู่ ข่าวใหญ่เพียงนี้ ไยพวกเขาจึงไม่รู้เล่า นึกว่าหนานกงมั่วไม่เชื่อ พี่ใหญ่สกุลเกาจึงรีบเอ่ย “สิ่งที่ข้าเอ่ยเป็นความจริงทั้งหมด ข่าวพวกนี้ถูกส่งต่ออย่างลับๆ ถูกส่งพ่อเพียงหัวหน้ากลุ่มพลด้านมืดเพียงไม่กี่คนเท่านั้นตระกูลเกาของเราเองก็มีฐานะในหลิ่งหนาน ดังนั้นจึงได้รับข่าว เพียงแต่…แม้เงินหนึ่งล้านตำลึงน่าดึงดูดใจ แต่อย่างไรก็เป็นฮ่องเต้ของแผ่นดินและชินอ๋อง ไม่ใช่ว่าจะสังหารได้ง่ายๆ ดังนั้นทุกคนหารือกันสุดท้ายจึงปล่อยข่าวไปตามเส้นทางใต้ดินแก่ผู้คนที่อยู่เบื้องล่าง เพียงบอกว่าต้องสังหารสองคนที่อยู่จินหลิง ไม่ได้เอ่ยชื่อหรือฐานะ”

หนานกงมั่วเอ่ย “หนึ่งล้านตำลองทองก็ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ พวกเจ้าไม่กลัวว่าจะไม่ได้เงินหรือ”

พี่ใหญ่เกาเอ่ย “หากเป็นเพียงข่าวข่าวหนึ่ง แน่นอนว่าคงไม่มีคนมากมายเพียงนี้ เพียงแต่สิบตระกูลที่ได้รับข่าวนี้เป็นคนแรก ล้วนได้รับเงินมัดจำกว่าสองหมื่นตำลึงทองไปแล้ว มีตระกูลหนึ่งได้รับเงินสองหมื่นตำลึงทองแล้วคิดเบี้ยวหนี สองวันต่อมาก็ถูกสังหารทั้งตระกูล ว่ากันว่ามีคนออกเงินจ้างสำนักมือสังหารหอบุปผาโบยบินที่ก่อตั้งขึ้นใหม่ในยุทธภพด้วย”

สองหมื่นตำลึงทองสำหรับคนในยุทธภพนั้นไม่ใช่จำนวนน้อยๆ หนึ่งล้านตำลึงทองมากพอที่จะทำให้คนบ้าคลั่ง อย่าว่าแต่ไม่อาจได้เงินจำนวนนี้ ขอเพียงคืนเงินสองหมื่นตำลึงทองนั่นคือเกรงว่าคนเหล่านี้คงทำใจไม่ได้ โบราณว่าคนตายเพราะเงินนกตายเพราะอาหาร แม้แต่หนานกงมั่วที่เรียกว่าเป็นคนรวยที่นับว่ามีจำนวนน้อยในจินหลิง ให้นางควักเงินหนึ่งล้าตำลึงเงินออกมา นางยังไม่อาจทำได้

หนานกงมั่วขมวดคิ้ว หันกลับไปมองชวีเหลียนซิง

ชวีเหลียนซิงส่ายศีรษะ เห็นได้ว่าคาดเดาไม่ออกเช่นกันว่าใครจะมีเงินจำนวนมากเพียงนี้ ลังเลอยู่ชั่วครู่ ชวีเหลียนซิงจึงเอ่ย “จะเป็นสำนักหอธาราหรือไม่เพคะ”

หนานกงมั่วส่ายศีรษะ “ลงมือรุนแรงเช่นนี้ ไม่คล้ายฝีมือของกงอวี้เฉิน อีกทั้งตอนนี้กงอวี้เฉินเกรงว่าคงไม่มีเวลาว่างเพียงนั้น ยิ่งไม่ได้ใจกว้างเพียงนั้น” กงอวี้เฉินยังยุ่งอยู่กับการชิงอำนาจในเป่ยหยวน ต่อให้เขามีเงินหนึ่งล้านตำลึงทองก็ไม่อาจนำมันออกมาสังหารฮ่องเต้ไท่ชูและเว่ยจวินมั่ว เขาย่อมรู้ถึงสถานการณ์ที่หนักเบา

“คนที่ติดต่อกับพวกเจ้าเป็นใคร หลังจากเสร็จงานแล้วจ่ายเงินอย่างไร” หนานกงมั่วเอ่ยถาม

พี่ใหญ่เกาส่ายศีรษะ เอ่ย “พวกเราก็ไม่รู้ว่าคนผู้นั้นเป็นใคร เพียงแต่เขาให้สิ่งของที่เป็นสัญลักษณ์บางอย่าง สังหารฮ่องเต้ไท่ชูหรือฉู่อ๋องแล้ว ขอเพียงทิ้งสัญลักษณ์ครึ่งหนึ่งเอาไว้ในเหตุการณ์ สามารถนำอีกครึ่งไปรับเงินที่เหลือตามจุดนัดพบได้”

ชวีเหลียนซิงเลิกคิ้ว “จุดนัดพบหรือ หากอีกฝ่ายเบี้ยวนัดเล่า”

พี่ใหญ่เกาเอ่ย “อีกฝ่ายนำตำลึงทองที่เหลือไปเก็บเอาไว้ในที่ร้านรับฝากเงินที่ใหญ่ที่สุดในหนานเย่ว์แล้ว ใครก็ตรวจสอบได้”

“แผนการที่ดี” หนานกงมั่วเอ่ยชื่นชม “ระยะทางไปกลับจากจินหลิงไปหนานเย่ว์ต่อให้ควบม้าเร็วก็ต้องใช้เวลายี่สิบกว่าวัน และวันเวลาที่เหมาะสมจะสังการเสด็จพ่อที่สุดคงเป็นสองวันนี้แล้ว ไม่ต้องเอ่ยว่าพวกเราจะส่งคนไปนำตำลึงทองเหล่านั้นออกมาหรือทำลายกิจการนั้นได้หรือไม่ ต่อให้ทำได้ก็คงไม่ทันแล้ว”

สามพี่น้องสกุลเกาไม่กล้าเอ่ยปาก หนานกงมั่วครุ่นคิดพลางเอ่ยถาม “คนที่ไปหาพวกเจ้ามีสำเนียงอย่างไร”

พี่ใหญ่เกาชะงัก เกาสามผู้มีอายุน้อยที่สุดจึงเอ่ย “เหมือนจะเป็น…สำเนียงจีนกลาง อาจมีสำเนียงเจียงหนานเล็กน้อย ค่อนข้างแตกต่างจากหลิ่งหนาน”

หนานกงมั่วรู้ว่าพวกเขาคงไม่รู้มากกว่านี้ สุดท้ายจึงเอ่ยถาม “ยังมีอันใดจะเอ่ยอีกหรือไม่”

พี่ใหญ่เกาลังเลอยู่ชั่วครู่ เอ่ย “คนที่ได้รับข่าวนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่เพียงจอมยุทธ์ในต้าเซี่ย ยังมีเผ่าอื่นๆ ในแคว้นต่างๆ ด้วย เพียงแต่พวกเขาไม่ได้รับเงินมัดจำ” ไม่ต้องเอ่ยถึงต่างแดน ชายขอบต้าเซี่ยก็มีชนเผ่าอยู่ไม่น้อย ชนเผ่าเหล่านี้แม่ขึ้นชื่อว่าขึ้นตรงกับต้าเซี่ย ทว่ากลับไม่เคยมีใจภักดีต่อราชวงศ์จงหยวน การมีอยู่หรือล่มสลายของราชวงศ์ไม่เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของพวกเขา แต่หากเพราะเงินนั้นอาจเป็นไปได้

หนานกงมั่วขมวดคิ้วหรี่ตาลง “หมายความว่า…กลุ่มพล สำนักมือสังหารที่เดินทางด้านมืดต่างก็ได้รับข่าวนี้ใช่หรือไม่”

“ไม่ใช่ แต่ก็ใกล้เคียง อย่างน้อย…หลิงโจวจนค่อนไปทางใต้ต่างก็ได้รับเกือบทั้งหมดแล้ว”

ได้ยินเช่นนี้สีหน้าของชวีเหลียนซิงจึงเครียดเขม็งขึ้นมา ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นอำนาจของวังจื่อเซียวหรือสำนักหอธาราต่างก็อยู่บริเวณรอบๆ จินหลิงและมุ่งขึ้นทางเหนือทางตะวันตก ฝั่งหลิ่งหนาน กวางตุ้งไม่เคยได้รับความสำคัญ รอจนวังจื่อเซียวถอนตัวออกมาจากยุทธภพแล้ว หลายปีมานี้วางกำลังส่วนใหญ่เอาไว้ทางเหนือและกองทัพในราชสำนัก เรื่องในยุทธภพจึงไม่ได้สนใจเท่าใดนัก อีกฝ่ายตั้งใจดำเนินการทางใต้ คิดว่าคงเป็นเพราะต้องการหลบเลี่ยงจากสายตาของวังจื่อเซียว ตอนนี้ดูเหมือนว่าคงจะวุ่นวายแล้วจริงๆ

“พระชายา หากเป็นเช่นนี้…” ชวีเหลียนซิงขมวดคิ้ว “คงต้องรีบทูลต่อฝ่าบาทและท่านอ๋อง ให้ฝ่าบาทเป็นคนตัดสินใจเพคะ” หากเกิดการลอบสังหารขึ้นมาในวันพระบรมราชสมภพครั้งแรกหลังจากฝ่าบาทขึ้นครองบัลลังก์จริงๆ เช่นนั้นคงได้ขายหน้าอย่างใหญ่หลวงแล้ว แต่ก็ไม่สามารถผลักดันคนที่ไม่ใช่คนจินหลิงออกไปนอกเมืองได้ ฮ่องเต้ไท่ชูจัดงานเลี้ยงขึ้นมาเพื่อแสดงอำนาจความยิ่งใหญ่ไปทั่วต้าเซี่ย ไม่ใช่เพื่อแสดงให้เห็นถึงความหวาดกลัวความตายของฮ่องเต้แห่งต้าเซี่ยและเชื้อพระวงศ์ เอ่ยออกไปคงได้เป็นเรื่องตลก

หนานกงมั่วส่งสัญญาณมือให้เอาตัวคนเหล่านี้ไปไต่สวนอีกเผื่อได้เรื่องอันใดเพิ่ม ซิงเวยตอบรับ เรียกทหารองครักษ์เข้ามาไม่กี่คนจากนั้นก็หายออกไปจากเรือนเล็กอย่างรวดเร็ว

หนานกงมั่วเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ด้านหลังภายใต้ชายคา ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างอดไม่ได้ บ่นเบาๆ “ช่างยุ่งยากเสียจริง”

ชวีเหลียนซิงมองไปยังหนานกงมั่ว เอ่ยด้วยความห่วงใย “พระชายา”

หนานกงมั่วถอนหายใจ เอ่ย “ตอนนี้ทำอันใดก็คงไม่ทันแล้ว หลายวันมานี้มีคนต่างถิ่นเข้ามาในเมืองจินหลิงอย่างน้อยก็หลายแสน คนในยุทธภพเชี่ยวชาญการแฝงตัว ในเมืองยังมีปัญญาชนไม่น้อย เกิดเรื่องขื้นคงไม่เป็นการดี” ครุ่นคิดชั่วครู่ หนานกงมั่วก็เอ่ยต่อ “สำหรับสิ่งนี้…คงต้องสยบเอาไว้เท่านั้นแล้ว ข้าจะทูลต่อเสด็จพ่อ เรียกรวมกำลังทหารที่ปักหลักอยู่นอกวังมารวมกับกองปัญจทิศคุ้มกันเมือง คนที่เหลือ กระจายกันไปในระยะหนึ่งร้อยลี้โดยยึดจินหลิงเป็นศูนย์กลาง ถ่ายทอดคำของข้าออกไป หากเกิดเรื่องใดขึ้น…คนเหล่านี้อย่าได้คิดหนีรอดออกไปจากจินหลิงแม้เพียงคนเดียว”

ชวีเหลียนซิงมีท่าทีลังเล “เช่นนี้เกรงว่าคงไม่ดีหรือไม่เพคะ” ไม่ดีต่อชื่อเสียงพระชายาอย่างแน่นอน เดิมทีปัญญาชนคร่ำครึเหล่านั้นก็คิดอยากท้าทายจวนฉู่อ๋อง หากสิ่งนี้ถูกแพร่งพรายออกไป เกรงว่าพระชายาคงได้จมน้ำลายคนเหล่านั้นอย่างแน่นอน หนานกงมั่วเลิกคิ้วอย่างไม่สนใจ “กลัวอันใด พวกเขาจะเข้ามากัดข้าหรือ ข้าจะไปเขียนจดหมายให้เสด็จพ่อ เจ้าไปรายงานแม่ทัพเซวียแม่ทัพเฉินทั้งสองก่อน เล่าเรื่องนี้ให้พวกเขาฟัง ถึงตอนนั้นเสด็จพ่อต้องยืมมือพวกเขาจะได้เตรียมตัว”

“เพคะ พระชายา” ชวีเหลียนซิงเอ่ยอย่างนอบน้อม ไม่พูดมากความแล้วหมุนตัวเดินออกไป

หนานกงมั่วกลับมาที่ห้องหนังสือเพื่อเขียนจดหมาย ผู้ดูแลพลันเข้ามารายงานว่าคุณชายฉังเฟิงขอเข้าพบ หนานกงมั่วรีบให้คนไปเชิญเขาเข้ามา และสั่งให้คนส่งจดหมายเข้าวังไปให้ฮ่องเต้ไท่ชู

ลิ่นฉังเฟิงยังอยู่ในชุดขุนนางเดินเข้ามา มองเห็นสีหน้าของหนานกงมั่วพลันเลิกคิ้วขึ้น เอ่ย “แม่นางมั่วเป็นอันใดไปหรือ อารมณ์ไม่ดีหรือ”

หนานกงมั่วกลอกตา หยิบจดหมายด้านข้างส่งไปตรงหน้าเขา เอ่ย “หากอ่านสิ่งนี้แล้วอารมณ์ของเจ้ายังดีอยู่ได้”

ลิ่นฉังเฟิงเลิกคิ้ว ก้มหน้าลงไปพลิกอ่านมุมปากพลันกระตุกโดยไม่อาจห้ามได้ “ไม่มีข่าวดีๆ สักข่าว ช่างยุ่งยากแล้วจริงๆ หากเป็นหลายปีก่อน ต่อให้หลิ่งหนานไม่ใช่พื้นที่ของเรา อย่างน้อยก็ไม่ใช่พึ่งมารู้เอาตอนนี้อย่างแน่นอน” หนานกงมั่วส่ายศีรษะ เอ่ย “มีข้อดีข้อเสียเท่านั้น สำนักมือสังหารที่มีหน่วยข่าวอยู่ในมือคงถูกกีดกัน ดำเนินการยากขึ้นจึงจะถูก” ต่อให้คนทั้งโลกต่างรู้ว่าเว่ยจวินมั่วเป็นผู้อยู่เบื้องหลังวังจื่อเซียว แต่จนกระทั่งตอนนี้เว่ยจวินมั่วยังไม่เคยยอมรับต่อหน้าผู้คนว่าเขาเป็นเจ้าสำนักวังจื่อเซียว ของที่มี ใช้ได้ดีในยุทธภพ ในราชสำนักกลับตรงกันข้าม

“อีกทั้งฝ่าบาทเองก็ไม่อาจสืบได้มิใช่หรือ” หนานกงมั่วเอ่ยเสียงเรียบ “เพียงแต่เพราะสถานการณ์พิเศษ ฝ่าบาทเพิ่งขึ้นครองบัลลังก์ มีธุระนอกในต้องจัดการมากมาย หากผ่านไปอีกสักสองปี ไม่แน่ว่าอีกฝ่ายจะปิดบังเอาไว้ได้”

ลิ่นฉังเฟิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ดังนั้นเขาเลือกเวลานี้ก็เหมาะสมที่สุดแล้ว”

หนานกงมั่วหรี่ตาลง รอยยิ้มไม่มีความอบอุ่นแม้เพียงนิด “ดังนั้น คนที่อยู่เบื้องหลังจะต้องเป็นคนที่เข้าใจสถานการณ์ในราชสำนักตอนนี้เป็นอย่างดี” อีกทั้งต้องเป็นคนในจินหลิงอย่างแน่นอน

ลิ่นฉังเฟิงเอ่ย “คนที่ใช้การได้กระจายออกไปหมดแล้ว ไม่นานคงมีข่าวส่งกลับมา เพียงแต่เกรงว่าคงไม่ทันการณ์แล้ว”

หนานกงมั่วลูบกระดาษในมือ พยักหน้าพลางเอ่ย “ไม่ทันแล้วจริงๆ ดังนั้นอีกฝ่ายถึงได้ทำตามอำเภอใจโดยไม่เกรงกลัวเพียงนี้ จริงสิ เจ้าเป็นถึงรองเจ้ากรมคลัง มาทำอันใดเวลานี้ กรมคลังไม่มีงานหรือ” ลิ่นฉังเฟิงยิ้มพลางเอ่ย “ไม่มีงานแล้วจริงๆ งานเลี้ยงจัดเตรียมเอาไว้เกือบจะเสร็จแล้ว เงินที่กรมคลังต้องจ่ายออกไปก็จ่ายไปแล้ว ยังจะมีเรื่องอันใดอีกเล่า ฉู่อ๋องให้ข้าดูว่าเจ้ามีอันใดให้ข้าช่วยหรือไม่”

หนานกงมั่วขมวดคิ้ว ยิ้มพลางเอ่ย “มีจริงๆ”

“ตั้งใจรับฟัง”

หนานกงมั่วเอ่ย “ช่วยข้าสืบความเคลื่อนไหวของตระกูลขุนนางในช่วงนี้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง”

ลิ่นฉังเฟิงกระตุกมุมปาก “เวลาเช่นนี้ เจ้าไปหาเซี่ยเจ็ดและฉินจื่อซวี่เหมาะกว่ามาหาข้านะ” หนานกงมั่วถอนหายใจ มองลิ่นฉังเฟิงอย่างเอือมระอา “จุดยืนและการทำงานของตระกูลฉินและตระกูลเซี่ย เจ้าคิดว่าต่อให้มีเรื่องจะดึงตระกูลขุนนางเหล่านั้นมาร่วมหารือได้หรือไม่”

ลิ่นฉังเฟิงพลันเข้าใจ “เข้าใจแล้ว จะไปเดี๋ยวนี้ ที่นี่เจ้า…”

หนานกงมั่วยักไหล่ เอ่ยอย่างเกียจคร้าน “ถึงยามนี้แล้ว รีบไปก็ไม่มีประโยชน์ ไม่เอาตัวผู้อยู่เบื้องหลังออกมาให้ทันก่อนงานเลี้ยงพรุ่งนี้ ไม่ก็…ไม่สิ ต่อให้จับผู้อยู่เบื้องหลังออกมาในยามนี้ก็ไม่มีประโยชน์ คนตายเพราะเงิน มิสู้ให้ความสำคัญกับการคุ้มกันฝ่าบาทในวันพรุ่งนี้ แน่นอนจับตัวได้จะเป็นการดีที่สุด”

ลิ่นฉังเฟิงพยักหน้า ลุกขึ้นพลางเอ่ย “ข้ารู้แล้ว ข้าจะกลับไปตระกูลลิ่นสักหน่อย”

“ลำบากเจ้าแล้ว” หนานกงมั่วยิ้มบาง

ลิ่นฉังเฟิงยิ้มจาง หมุนตัวเดินออกไป ขณะเดินออกมาก็บังเอิญพบเข้ากับองค์หญิงฉังผิง ลิ่นฉังเฟิงถวายความเคารพเบี่ยงตัวหลบให้นางเข้าไปก่อน ก่อนจะยกมือประสานกล่าวลา

มองเห็นองค์หญิงฉังผิง หนานกงมั่วจึงรีบลุกขึ้นต้อนรับ “ไยเสด็จแม่จึงมาได้แล้วเพคะ”

องค์หญิงฉังผิงยกน้ำแกงออกมา เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ได้ยินว่าสองวันนี้พวกเจ้ายุ่งมากหรือ”

หนานกงมั่วเอ่ยอย่างเลี่ยงไม่ได้ “สองวันมานี้ยุ่งมากจริงๆ เพคะ เด็กทั้งสองต้องรบกวนเสด็จแม่แล้ว”

องค์หญิงฉังผิงส่ายศีรษะ วางถาดลงบนโต๊ะตรงหน้า เอ่ยบ่น “ไม่รู้พี่สามเป็นอันใด หรือว่าผู้ใต้บัญชาไม่มีใครให้ใช้แล้วหรืออย่างไร ทำให้จวินเอ๋อร์ต้องหัวหมุนไปหมดแล้ว แม้แต่ลูกสะใภ้ก็ยุ่งทั้งงานนอกงานใน หากตอนนั้นไม่ยอมให้เขารับจวินเอ๋อร์กลับไป ข้าจะดูว่าเขาจะสั่งการใครได้”

หนานกงมั่วยิ้มเจื่อน ประคององค์หญิงฉังผิงไปนั่งลงด้านข้าง เอ่ย “ต่อให้ไม่รับกลับคืน ยังจะปล่อยไปไม่ให้เสด็จลุงสนใจได้หรือเพคะ หม่อมฉันรู้ว่าเสด็จแม่เป็นห่วงพวกหม่อมฉัน แต่ยุ่งเพียงไม่กี่วันคงจะดีขึ้นเพคะ”

องค์หญิงฉังผิงถอนหายใจ เอ่ย “ลำบากเจ้าแล้ว” ชี้ไปยังของที่วางอยู่บนโต๊ะ เอ่ย “ข้ามาเยี่ยมพวกเจ้าพอดีเลยให้คนตุ๋นมาให้ กินตอนร้อนๆ เถิด ส่งเยาเยากับอานอานมาแต่เช้า เด็กทั้งสองเอาแต่งอแงว่าท่านพ่อท่านแม่ไม่มีเวลาอยู่กับพวกเขา ข้าจึงมาดู เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือ”

หนานกงมั่วส่ายศีรษะ เอ่ย “เปล่าเพคะ พรุ่งนี้เช้าหม่อมฉันจะให้คนไปส่งเสด็จแม่เข้าวัง ช่วงนี้ให้เยาเยากับอานอานอยู่กับเสด็จแม่ไปก่อน สองวันมานี้หม่อมฉันยุ่งมาก เกรงว่าจะไม่มีเวลาดูแลพวกเขา พรุ่งนี้ศิษย์พี่ อาจารย์ และอาจารย์อาจะเข้าวังไปพร้อมกับเสด็จแม่ มีพวกเขาอยู่ หม่อมฉันและจวินมั่วก็จะไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยของพวกท่าน”

“เอ่ยเช่นนี้ เกิดเรื่องแล้วหรือ” องค์หญิงฉังผิงขมวดคิ้วกังวล

หนานกงมั่วยิ้มพลางเอ่ย “ไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใดเพคะ เสด็จแม่ไม่ต้องกังวล เพียงแต่พรุ่งนี้นับตั้งแต่เริ่มจนจบพิธี นอกจากศิษย์พี่อาจารย์และอาจารย์อา เสด็จแม่ห้ามไว้ใจผู้ใดทั้งนั้น”

องค์หญิงฉังผิงถอนหายใจ รู้ว่านางไม่ต้องการให้ตนกังวลจึงพยักหน้า “ช่างเถิด ข้ารู้แล้ว พวกเจ้าเองก็ต้องระวังตัว เยาเยาและอานอานปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้า ไม่ต้องกังวล”

หนานกงมั่วพยักหน้า เอ่ย “ทำให้เสด็จแม่ต้องกังวลแล้ว”

องค์หญิงฉังผิงนวดหัวคิ้ว ถอนหายใจก่อนจะเอ่ย “เจ้าว่าไยจึงไม่อาจใช้ชีวิตให้เรียบง่ายไปวันๆ ได้กันนะ”

หนานกงมั่วยิ้ม เอ่ยตอบ “ที่ที่มีคนย่อมมีการต่อสู้แย่งชิงเพคะ เพียงแต่ผ่านครั้งนี้ไปก็คงสงบลงไม่น้อยแล้ว สองวันนี้ต้องขอให้เสด็จแม่ช่วยดูแลแล้วเพคะ”

องค์หญิงฉังผิงปรายตามองนาง ลุกขึ้นแล้วจึงเอ่ย “ช่างเถิด ข้ากลับไปดูเด็กทั้งสองก่อนดีกว่า เรื่องอื่นอย่างไรข้าก็ไม่เข้าใจ พวกเจ้าระวังตัวกันด้วย อย่าได้ทำให้คนแก่เสียใจ”

หนานกงมั่วพยักหน้า “เพคะ หม่อมฉันไปส่งเสด็จแม่เพคะ”

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1219 คนตายเพราะเงิน นกตายเพราะอาหาร"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

61f2447eQHKxQIgL
เก็บตกนักฆ่า มาเป็นหนุ่มบ้านนา
17/06/2022
QWhAtB
ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
08/03/2025
novelpdfrh84
พี่ชายทั้งห้าของข้าเก่งเกินไปแล้ว
06/06/2026
61388e9eqbVDIzSH
สตรีอย่างข้าน่ะหรือ คือขันที?!
04/09/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.