Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

เผยตัวตนลับ จับหัวใจเธอ - ตอนที่ 371 แซ่เฉิง บอสใหญ่ และความเป็นมา วันนี้เจ๊หร่านพิจารณาเสร็จหรือยัง?

  1. Home
  2. เผยตัวตนลับ จับหัวใจเธอ
  3. ตอนที่ 371 แซ่เฉิง บอสใหญ่ และความเป็นมา วันนี้เจ๊หร่านพิจารณาเสร็จหรือยัง?
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 371 แซ่เฉิง บอสใหญ่ และความเป็นมา วันนี้เจ๊หร่านพิจารณาเสร็จหรือยัง?

ถิงหลาน

เฉิงเวินหรูทำงานที่บริษัทยังไม่เสร็จก็มาที่นี่แต่เช้า

เฉิงเจวี้ยนกำลังนั่งอยู่บนโซฟาชั้นล่าง แยกขาเล็กน้อยและเอาโน๊ตบุ๊กวางไว้บนเข่า

เฉิงมู่ถือพลั่วและชุดเครื่องมือนั่งยองๆ อยู่ในมุมเล็กๆ ด้วยท่าทางจริงจัง ปากเอาแต่บ่นพึมพำว่าพี่ชายเขาไม่ดูแลดอกไม้ให้ดี

เฉิงเวินหรูเดินไปดูชั้นบนมาหนึ่งรอบก็ยังไม่พบฉินหร่านก่อนจะมานั่งตรงข้ามเฉิงเจวี้ยน “หร่านหร่านยังไม่เลิกเรียนเหรอ?”

“รออีกเดี๋ยว” เฉิงเจวี้ยนเคาะแป้นพิมพ์อย่างเอื่อยเฉื่อยโดยไม่เงยหน้าขึ้น

“งั้นรออีกหน่อยก็ได้” เฉิงเวินหรูทอดถอนใจด้วยความเสียดาย เธอนั่งตัวตรง ปลายนิ้วเคาะเข่าพลางหรี่ตา “นายเคยได้ยินมาบ้างหรือเปล่าว่าคนใหม่ที่จะเข้าสถาบันวิจัยไม่ใช่คนของสี่ตระกูลหลัก”

สถาบันวิจัยมุ่งวิจัยทางด้านวิศวกรรมอัตโนมัติและด้านอาวุธ

เฉิงเจวี้ยนไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้มากนัก แววตาเป็นสีจาง “งั้นเหรอ?”

ผู้เรียบเรียง : Novel PDF

“ทำไมอารมณ์นายดูไม่เปลี่ยนแปลงเลยล่ะ?” เฉิงเวินหรูกอดอก กดคางลง “นายเริ่มสู้กับพี่ใหญ่แล้วไม่ใช่เหรอ?”

“ใครบอกพี่ว่าผมจะสู้กับเขา?” เฉิงเจวี้ยนยกมุมปากพลางเหลือบมองเธอ ปลายนิ้วบนแป้นพิมพ์หยุดการเคลื่อนไหวชั่วคราว

“ลือกันหมดทั้งตระกูลแล้ว” เฉิงเวินหรูโน้มตัวไปข้างหน้า “เรื่องหัวหน้าหน่วยสองนั่นน่ะ ตำแหน่งอันเจิดจรัสของพี่ใหญ่ในตระกูลเฉิงถูกนายสั่นคลอนแล้ว ไม่เลวเลยทีเดียว เห็นเงียบๆ แบบนี้ก็ทำให้คนแตกตื่นได้เหมือนกันนะเนี่ย”

“นั่นมันนอกเหนือจากการควบคุมต่างหาก” พอพูดถึงเรื่องนี้ เฉิงเจวี้ยนก็อดหัวเราะไม่ได้ ท่วงท่าอันสง่างามรินไหลออกทางหน้าผาก “ผมไม่สู้กับเขาหรอก”

เฉิงเวินหรูเอนหลัง ขมวดคิ้ว “ยังไม่สู้อีกเหรอ? นายต้องรู้ไว้นะว่าสุดท้ายแล้วคนอย่างพี่ใหญ่ไม่เหลือทางรอดให้นาย”

ยังดีที่ตระกูลเฉิงอยู่ภายใต้การควบคุมของนายท่านเฉิง

ตระกูลฉินเข่นฆ่าสายเลือดเดียวกันจนตอนนี้ยังเบียดเข้ามาอยู่ในสี่ตระกูลหลักไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

สิ่งสำคัญที่สุดของแต่ละตระกูลคือผู้นำที่มีความสามารถและคุณธรรม จิตใจกว้างขวางปราศจากอคติ มีเมตตากว่าคนทั่วไป มิฉะนั้นจะทำการใหญ่ไม่สำเร็จ

ตอนที่นายท่านเฉิงตั้งชื่อนี้ให้เฉิงเหราฮั่น นายท่านเฉิงก็หวังว่าเขาจะเป็นคนที่มีจิตใจกว้างขวาง

แต่ไม่คิดว่าท้ายที่สุดแล้วเขาก็ยังเป็นเหมือนแม่ของเขา ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นับวันนายท่านเฉิงก็ยิ่งรู้สึกผิดหวังในตัวเฉิงเหราฮั่นมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เนื่องจากเฉิงเจวี้ยนไม่ได้ให้ความสนใจกับตระกูลเฉิง ส่วนเฉิงเวินหรูก็เอาแต่ทุ่มเทให้บริษัท จึงทำให้เฉิงเหราฮั่นมีอำนาจในตระกูลเฉิงแต่เพียงผู้เดียว

“จะสู้ก็สู้” เสียงแหบพร่าของเฉิงเจวี้ยนฟังดูเฉยชาเล็กน้อย “แต่คนที่สู้ไม่ใช่ผม”

เขาวางโน๊ตบุ๊กลงบนโต๊ะอย่างลวกๆ มองไปทางเฉิงเวินหรูพูดอย่างไม่เร่งรีบ “เป็นพี่”

“ฉัน?” เฉิงเวินหรูถึงกับผงะ จากนั้นก็ส่ายหน้าหลุดยิ้ม “เป็นฉันได้ไง?”

“แค่พี่เท่านั้น” เฉิงเจวี้ยนลุกขึ้น ใช้ปลายนิ้วเกี่ยวกุญแจรถขึ้นมา ขณะเดินไปที่หน้าประตูก็ชะงักเล็กน้อยแล้วพูดอย่างนุ่มนวล “ตระกูลเฉิงยังต้องการคนตระกูลเฉิงมาสืบทอด”

ปิดประตูเบาๆ

เฉิงเวินหรูนั่งบนโซฟา ดวงตาเฉียบคมหรี่ลง

“คุณหนูใหญ่ ดื่มชาครับ” เฉิงมู่ล้างมือเสร็จก็วิ่งไปรินชาที่ห้องครัวมาวางไว้ข้างมือเฉิงเวินหรู

เฉิงเวินหรูยื่นมือไปรับมา

มือกำลังถือถ้วยชา

ขมวดคิ้วเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเคาะถ้วยชาโดยไม่รู้ตัว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เฉิงเจวี้ยนคุยเรื่องนี้กับเธอ

แต่เมื่อก่อนเฉิงเจวี้ยนรับปากเธอส่งเดช ต่อจากนั้นควรทำอะไรต่อไปก็ยังทำอย่างนั้น อย่างมากที่สุดเขาก็รับช่วงเรื่องตระกูลเฉิงไปครึ่งหนึ่ง เมื่อเป็นไปตามแนวทางที่ถูกที่ควรก็ส่งต่อให้คนตระกูลเฉิง

ฐานทัพก็เป็นแบบนี้ในช่วงแรก เขาเข้าร่วมการฝึกพิเศษเป็นเวลาครึ่งปีก็ปีนขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งผู้รับผิดชอบฐานทัพ แต่พอสอนคนออกมาได้หนึ่งทีม เขาก็หนีหน้าไปเรียนถ่ายภาพ ตอนนั้นนายท่านเฉิงโมโหเขามาก แต่ท้ายที่สุดก็ยังทำใจยอมคุยกับเขา

ยังมีอีกหลายเรื่องอย่างเช่น มีข่าวลือว่าเขามีงานอดิเรกที่หลากหลาย ทำตัวเถลไถล ยโสโอหัง เป็นการยากที่จะทำการใหญ่

ทีแรกเฉิงเวินหรูก็คิดว่าเขาเป็นแบบนี้ จนกระทั่งต่อมา…

นายท่านป่วยหนัก เฉิงจินพาเธอไปงานประมูลและได้รู้จักกับ “ดอกไม้ลืมทุกข์” ที่มีบางอย่างคล้ายพืชสายพันธุ์ต่างดาว

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาอาการป่วยของนายท่านก็มีอาการทรงตัว เฉิงจินกำชับเธอว่าจะเผยแพร่ออกไปไม่ได้

ต่อมาเฉิงเจวี้ยนก็พาเธอเปิดบริษัท

สังคมภายนอกต่างเล่าลือกันว่าฝีมือเธอนั้นไม่ธรรมดา แต่ความจริงแล้วฝีมือเธอด้อยกว่าเฉิงเจวี้ยนไม่ใช่น้อย แม้กระทั่งการตัดสินใจที่เด็ดขาดในสนามการค้าก็เรียนรู้มาจากเฉิงเจวี้ยน

เธอรู้ว่าตัวเองเปลี่ยนไปมาก บางครั้งผู้อาวุโสหลายคนในบริษัทที่เฉิงเจวี้ยนหามาก็สอนสิ่งใหม่ๆ ให้เธอ

เธอรู้ดีกว่าใครว่าตราบใดที่เฉิงเจวี้ยนมีความคิดที่จะเป็นผู้สืบทอดตระกูลเฉิง ก็ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เธอคุยประเด็นนี้กับเฉิงเจวี้ยนมาแล้วหลายครั้ง แต่ทุกครั้งเฉิงเจวี้ยนก็พูดแบบขอไปที มีเพียงครั้งนี้ที่…

ตระกูลเฉิงยังคงต้องการให้คนตระกูลเฉิงมาเป็นผู้สืบทอด…หมายความว่าอย่างไร?

เฉิงเวินหรูดื่มน้ำไปหนึ่งอึก พลันนึกไปถึงตอนที่นายท่านเฉิงรับเฉิงเจวี้ยนกลับบ้านตระกูลเฉิงเป็นครั้งแรก ตอนนั้นเธอยังไม่เป็นผู้ใหญ่ จำได้แค่ว่าแต่ละปีผ่านไปด้วยดี และยังมีฝนดาวตกครั้งใหญ่ในรอบร้อยปีอีกด้วย

สถานการณ์ในเมืองหลวงเปลี่ยนแปลงไปมาก ผู้นำตระกูลใหญ่หลายตระกูลออกไปต่างถิ่นกันหมดภายในปีนั้น

หลังจากนายท่านเฉิงกลับมาก็พาเด็กชายวัยสามขวบที่หน้าตาเกลี้ยงเกลาราวกับหยกขาวเจียระไนมาด้วย เขาอยู่ในอาการโคม่ามาตลอดและฟื้นขึ้นมาได้ภายในสามวัน

นายท่านเฉิงแค่อธิบายให้เธอกับเฉิงเหราฮั่นฟังว่านั่นคือลูกชายคนสุดท้องของเขาเอง ส่วนเรื่องอื่นไม่มีการพูดถึง

แม่ของเฉิงเวินหรูจากไปหลังจากคลอดเธอ หลายปีที่ผ่านมานายท่านเฉิงก็ไม่ได้แต่งงานใหม่อีกเลย แต่จู่ๆ ก็มีลูกชายคลอดออกมาคนหนึ่งและยังเป็นที่รักของชายชราคนนี้มาก เฉิงเหราฮั่นรับไม่ได้ แต่เฉิงเวินหรูกลับรับได้

ตอนที่เฉิงเจวี้ยนยังเด็ก มีช่วงหนึ่งที่เฉิงเวินหรูเป็นคนเลี้ยงดูเขา ความสัมพันธ์พี่สาวน้องชายระหว่างทั้งสองคนจึงลึกซึ้งกว่าเฉิงเหราฮั่นมาก

เฉิงเวินหรูดื่มชาเสร็จแล้วก็คิดอะไรหลายๆ อย่าง

ทุกอย่างเหมือนมีเงื่อนงำและคล้ายจะไม่มี

ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz

เฉิงเวินหรูวางถ้วยชาลง มองไปทางเฉิงมู่และเคาะขาที่นั่งไขว่ห้าง “มู่มู่ น้องสามเก็บพวกนายมาได้ยังไง?”

เธอไม่รู้ว่าเฉิงจินทำงานอะไร แต่ดูจากคำพูดและมารยาทของเฉิงจินก็พอจะรู้ว่าเขาเก่งกว่าเหล่าผู้อาวุโสในบริษัทของเธอเสียอีก

“เก็บมา?” เฉิงมู่ส่ายหน้าทันทีที่ได้ยิน เขาชะงักเล็กน้อย จากนั้นก็อธิบายอ้ำๆ อึ้งๆ

“อะไรนะ? นายพูดดังๆ หน่อยสิ” เฉิงเวินหรูเลิกคิ้ว

“ผมบอกว่าพวกพี่ๆ ผมพวกเขาไปต้มตุ๋นคุณชายเจวี้ยน!” เฉิงมู่พูดพลางหน้าแดง

เฉิงเวินหรูประหลาดใจกับคำพูดดังกล่าว เธอเอามือเท้าคาง นึกอยากจะลองถามเฉิงมู่ว่าพวกเขาไปทำเรื่องต้มตุ๋นได้อย่างไร

คราวนี้เฉิงมู่ไม่พูดออกมาสักคำ เอาแต่ก้มหน้าตัดแต่งดอกไม้

**

สภาพอากาศในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมานั้นหนาวมาก

วันนี้ไม่ใช่วันหยุด เฉิงเจวี้ยนจอดรถไว้ที่ปากทางเข้าแล้วเดินต่อไปอีกสองนาทีกว่าจะถึงหน้าประตูมหาวิทยาลัย

เขายกมือดูเวลา คาดว่ารออีกหนึ่งนาทีก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองไปที่ประตูมหาวิทยาลัยอย่างใจเย็น

ไม่ว่าเวลาไหน หน้าประตูมหาวิทยาลัยเมืองหลวงก็มีคนอยู่จำนวนมาก

เฉิงเจวี้ยนรอจนครบหนึ่งนาทีก็เห็นคนที่สวมหมวกเสื้อสเวตเตอร์อยู่ท่ามกลางฝูงชน เธอลดศีรษะลงมาครึ่งหนึ่งเหมือนรำคาญ และยังเห็นสายหูฟังสีดำของเธอและเสื้อสเวตเตอร์สีขาวเลื่อนลงมา

ตอนนี้เมืองหลวงเข้าสู่ฤดูหนาวมานานแล้ว

สภาพอากาศเดือนพฤศจิกายน อุณหภูมิต่ำสุดลดลงเหลือสี่องศา ผู้คนมากมายต่างก็สวมเสื้อบุนวม

รอจนกระทั่งเธอเดินมาใกล้ เฉิงเจวี้ยนจึงเดินไปลากเข้ามา ดึงหมวกเธอลง “หนาวไหม? เสื้อโค้ตเธอล่ะ?”

เมื่อคืนเขาไปทำธุระบางอย่าง พอกลับมาตอนเช้าฉินหร่านก็ไปห้องเรียนสำหรับเรียนรู้ด้วยตัวเองที่มหาวิทยาลัยแล้ว ส่วนเฉิงมู่ก็ไปหาพ่อของหลินซือหรานตั้งแต่เช้าตรู่

เฉิงเจวี้ยนก้มหน้าถอดเสื้อคลุมตัวเองแล้วห่มตัวฉินหร่านตั้งแต่หัวลงมา จากนั้นก็เอียงหน้ามองฉินหร่านพลางครุ่นคิด เขาคิดว่าฤดูหนาวปีที่แล้ว เฉิงสุ่ยดูแลเธอดีมาก…

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เฉิงเจวี้ยนรู้สึกว่าที่เฉินซูหลานเป็นห่วงฉินหร่านก็ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล ฉินหร่านทำตัวเองให้ถึงตายได้

“หนาวนิดหน่อย ตอนเช้าๆ ไม่ได้หนาวขนาดนี้” ฉินหร่านเอื้อมมือดึงเสื้อผ้าอย่างลวกๆ โผล่หน้าออกมาและตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ ที่มหาวิทยาลัยมีเครื่องปรับอากาศ เธอจึงแต่งตัวสบายๆ

เฉิงเจวี้ยนเหลือบมองเธอโดยไม่พูดอะไร แค่ปล่อยมือแล้วหยิบกุญแจเปิดประตู ถามคำถามที่ถามอยู่ทุกวันด้วยเสียงเบาๆ “เจ๊หร่าน เธอพิจารณาหรือยัง?”

ฉินหร่านรวบเสื้อโดยไม่เงยหน้า เธอพูดอย่างคลุมเครือว่า “ยัง”

เฉิงเจวี้ยนหัวเราะเสียงทุ้ม “ก็ได้”

เขาขับรถกลับไปที่ถิงหลาน เฉิงเวินหรูยังนั่งที่โซฟาไม่ไปไหนคล้ายกับกำลังครุ่นคิดเรื่องราวในชีวิต

เมื่อเห็นฉินหร่านกลับมา ดวงตาก็เป็นประกาย เลิกคิดเรื่องทุกอย่าง “หร่านหร่าน พี่จะพาเธอไปร้านอาหารส่วนตัว ที่นั่นมีเนื้อต้มกับซี่โครงอร่อยสุดๆ ไปเลย!”

ฉินหร่านวางหนังสือทั้งหมดลงบนโต๊ะอย่างลวกๆ

ด้านบนหนังสือมีกระดาษA4วางกลับหัวอยู่สองแผ่น

เฉิงมู่เดินมาดู เขาเห็นคำว่า “ข้อตกลง” รางๆ ที่ด้านหลังกระดาษ

เธอคิดอยู่สักพักก็มองไปทางเฉิงเวินหรู กล่าวขอโทษ “วันนี้ฉันนัดอาจารย์คนหนึ่งทานข้าวน่ะค่ะ”

“อาจารย์?” เฉิงเวินหรูนึกถึงอาจารย์เว่ยขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว “งั้น…พี่เชิญอาจารย์เว่ยมาทานข้าวด้วยกันดีไหม?”

ฉินหร่านถอดเสื้อคลุมออกเตรียมจะขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เมื่อได้ยินเฉิงเวินหรูพูดก็คิดอยู่ครู่หนึ่ง เงยหน้าตอบ “ไม่ใช่อาจารย์เว่ย”

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 371 แซ่เฉิง บอสใหญ่ และความเป็นมา วันนี้เจ๊หร่านพิจารณาเสร็จหรือยัง?"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

6192208aBy6WoSao
เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙]
30/11/2025
novelpdf-059
แมวน้อยของนายท่าน
24/03/2023
novelpdfv3Br1q
ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70
08/02/2026
5f9f77d25aRgV0N8
ไหปีศาจ
17/11/2024

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.