Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

เผยตัวตนลับ จับหัวใจเธอ - ตอนที่ 445 เจ๊หร่าน : ฉันเข้าร่วม

  1. Home
  2. เผยตัวตนลับ จับหัวใจเธอ
  3. ตอนที่ 445 เจ๊หร่าน : ฉันเข้าร่วม
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 445 เจ๊หร่าน : ฉันเข้าร่วม

“ติ๊ง——”

ประตูลิฟต์เปิด ฉินหร่านสาวเท้าเดินเข้าไป

พ่อบ้านฉินตามฉินหร่านเข้าไป เมื่อผ่านช่องประตูลิฟต์ที่กำลังปิดลงก็เห็นคุณชายสี่ตระกูลฉินและคนอื่นๆ ออกจากห้องประชุมมาพอดี

จนกระทั่งประตูลิฟต์ปิดหมดแล้ว พ่อบ้านฉินถึงจะละสายตา ส่ายหน้าพร้อมกับพูดด้วยความท้อแท้ “ไม่ได้หรอกครับ คุณชายน้อยจะเข้าร่วมไม่ได้ เขาต้องพักผ่อนไปอีกสองถึงสามเดือน”

การผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะส่งผลต่อระบบประสาทอย่างมาก

แม้ยาที่สถาบันวิจัยจัดหาให้จะมีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูมากเพียงใด แต่พ่อบ้านฉินก็ไม่ยอมให้ฉินหลิงต้องมาเสี่ยง

เสียงฉินหร่านยังคงนิ่ง แววตาล้ำลึก “ไม่ได้บอกว่าให้เขาไปเสียหน่อย”

วันนี้วันเสาร์ ที่บริษัทจึงไม่ค่อยมีคนอยู่ ลิฟต์มาถึงที่ชั้นหนึ่งอย่างรวดเร็ว

พ่อบ้านฉินเบิกตาโพลงด้วยความตกตะลึง เขาเดินตามฉินหร่านออกประตูใหญ่มาติดๆ เห็นเฉิงมู่จอดรถอยู่ฝั่งตรงข้าม “แต่ว่า…คุณชายไม่ไป แล้วใครจะไป…”

ฉินหร่านหัวเราะเบาๆ ดวงตาดำขลับกลับไม่มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่

เธอสอดมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ต หยุดอยู่ที่ข้างรถและเงยหน้ามองพ่อบ้านฉิน พูดด้วยเสียงที่เย็นเฉียบ “ฉัน”

พอพูดเสร็จก็เอื้อมมือเปิดประตูฝั่งข้างคนขับและเดินอ้อมไปนั่งที่เบาะหลัง

ทว่าพ่อบ้านฉินยังยืนอยู่กับที่ สายตาที่แข็งค้างราวกับไร้การตอบสนอง

เฉิงมู่รอมาสิบกว่านาทีแล้ว จึงเรียกเสียงดังขึ้น “พ่อบ้านฉิน?”

“เอ๊ะ?” พ่อบ้านฉินรู้สึกตัวก็นั่งข้างคนขับตัวเบาโหวง

หลังจากผ่านไปได้สามนาที เขาก็ได้สติกลับมา มองฉินหร่านผ่านกระจกมองหลัง อีกฝ่ายนั่งเอนกายพิงประตูรถอย่างเกียจคร้าน ถือเอกสารพิมพ์ที่เรียบเรียงไว้อย่างดีอยู่ในมือและหลุบตาลงเปิดอ่านเนื้อหาในเอกสาร มองแววตาที่อยู่ใต้ล่างไม่ชัดเจน

ช่างซับซ้อนเหลือเกิน

แหย่ไม่ได้เลยจริงๆ

พ่อบ้านฉินไม่กล้าซักไซ้ ได้แต่คิดไปต่างๆ นานาเป็นอย่างที่เขาคิดอยู่หรือเปล่า?

ฉินหร่านบอกว่าเธอจะเข้าร่วมการคัดเลือกแทนฉินหลิง?

แล้ว…

ที่สำคัญคือ…เธอทำได้จริงไหม?

**

ชั้นบน

ทางเข้าลิฟต์

คุณชายสี่ตระกูลฉินและลูกน้องที่ตามอยู่ข้างๆ ได้ยินบทสนทนาที่พ่อบ้านฉินคุยกับฉินหร่านอย่างชัดเจน

“คุณชายสี่ ที่พวกพ่อบ้านฉินพูดหมายถึงอะไร?” ลูกน้องคุณชายสี่ตระกูลฉินมองลิฟต์ที่ลงไปถึงชั้นหนึ่ง เสียงของเขาหยุดชะงักเล็กน้อย

คุณชายสี่ตระกูลฉินย่นหัวคิ้ว

พ่อบ้านฉินนั้นไม่มีอะไร แต่หลักๆ คือท่าทีฉินหร่านทำให้คนยากที่จะเข้าใจ เธอนิ่งไปหน่อย…

“อาการบาดเจ็บของฉินหลิง นายแน่ใจนะ?” คุณชายสี่ตระกูลฉินหมุนตัวเดินไปทางห้องทำงานของตัวเอง

ลูกน้องพยักหน้าพูดด้วยความเคารพ “เขาผ่าตัดเปิดกะโหลก คงไม่ฟื้นตัวเร็วขนาดนั้นหรอกครับ”

คุณชายสี่ตระกูลฉินก็เชื่อว่าเขาไม่ได้ตรวจสอบมาผิด วันนี้เขาเห็นความกังวลของพ่อบ้านฉินผ่านทางแววตา “งั้นก็ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องไปสนใจว่าพวกเขาจะใช้ลูกไม้อะไร ฉินเจาทำตามที่ฉันหวังไว้จริงๆ เหี้ยมเหลือเกิน”

คุณชายสี่ตระกูลฉินเริ่มอารมณ์ดีขึ้นมา

อุตส่าห์เลี้ยงดูฉินเจามานาน อีกฝ่ายถือว่าช่วยเขาขจัดปัญหาใหญ่ไปแล้วหนึ่งอย่าง

ตั้งแต่รู้ถึงการมีตัวตนของฉินหลิง คุณชายสี่ตระกูลฉินก็นั่งไม่ติดที่

สำหรับคุณชายสี่ตระกูลฉินแล้ว ฉินฮั่นชิวกับฉินซิวเฉินยังไม่ได้เก่งพอที่จะทำให้เขารู้สึกได้ถึงภัยคุกคาม คนที่ทำให้เขารู้สึกถึงการคุกคามมีเพียงคนเดียวนั่นก็คือฉินหลิงผู้ที่มีพรสวรรค์อันโดดเด่นตั้งแต่อายุยังน้อย

ตอนนี้ฉินหลิงไม่มีทางออกงานได้แน่ๆ คุณชายสี่ตระกูลฉินจึงรู้สึกผ่อนคลายภายในพริบตา

เพราะถึงอย่างไรเสียเขาก็ไม่คิดจะปล่อยหุ้น10%และตำแหน่งผู้สืบทอดไปอย่างแน่นอน

**

ครึ่งชั่วโมงต่อมา เฉิงมู่ก็ขับรถมาถึงโรงพยาบาล

พ่อบ้านฉินลงจากรถแล้ว แต่ฉินหร่านไม่ลง ตอนนี้เหลืออีกไม่นานก็จะถึงเวลาที่เธอนัดกับลู่จ้าวอิ่งไว้

หน้าประตูทางเข้าโรงพยาบาลจอดรถนานไม่ได้ พ่อบ้านฉินปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับเสร็จ เฉิงมู่ก็สตาร์ทรถทันที

พ่อบ้านฉินยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าโรงพยาบาล รอจนมองไม่เห็นรถเฉิงมู่แล้ว เขาถึงจะหันเข้าไปข้างใน

เมื่อคืนผู้จัดการฉินซิวเฉินได้พักผ่อนมาทั้งคืนแล้ว ตอนนี้เขาเพิ่งกลับมาจากสตูดิโอด้วยความแจ่มใส

เขาจอดรถเสร็จก็เห็นพ่อบ้านฉินกำลังเดินอยู่บนถนนใหญ่ด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง

“พ่อบ้านฉิน” ผู้จัดการเดินไปไม่กี่ก้าวก็มาอยู่ข้างพ่อบ้านฉิน ปลอบใจเขา “ผู้อำนวยการเฉิงก็บอกแล้วไงว่าเสี่ยวหลิงไม่เป็นไร คุณอย่ากังวลไปเลย”

“ผมไม่ได้กังวลเรื่องนี้” ผู้จัดการก็เป็นคนที่รู้จักมักจี่กันมานาน เขารู้เรื่องของตระกูลฉินเกือบทุกอย่าง พ่อบ้านฉินจึงไม่ได้ปิดบังเขา เล่าเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ “ความจริงแล้วผู้ถือหุ้นพวกนั้นไม่เห็นด้วย เดิมทีผมตั้งใจจะสละโอกาสนี้ไป แต่คุณหนูบอกว่าเธอจะเข้าร่วมคัดเลือกแทนคุณชายน้อย…”

ฉินซิวเฉินคุยกับเขามาหลายครั้งแล้ว ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ห้ามไปรบกวนฉินหร่าน

ตอนนี้ทุกเรื่องของฉินหลิงล้วนเป็นฉินหร่านกับ…คนที่คอยดูแลท่านนั้น และเธอยังต้องมาเคลียร์ปัญหาเลอะเทอะพวกนี้อีก

พ่อบ้านฉินสูดหายใจ

“หลานสาวตัวน้อยบอกว่าเธอจะเข้าร่วมการคัดเลือกแทนฉินหลิงหรอ?” ผู้จัดการรู้ดีว่าฉินหลิงจะเข้าร่วมการคัดเลือกผู้สืบทอด แต่พอได้ยินที่พ่อบ้านฉินพูด เขาก็นิ่งไปสักพักและพูดด้วยความตื่นเต้น “เป็นเรื่องดี!”

พ่อบ้านฉินมองผู้จัดการที่กำลังตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก “? ? ?”

“หลานสาวตัวน้อยเล่าให้คุณฟังด้วยเหรอว่าเธอเขียนโปรแกรมเป็น?” ผู้จัดการคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ก็ไพ่เทพเกมท่องยุทธภพนั่นน่ะ การเคลื่อนไหวและความเชี่ยวชาญทางเทคนิคล้วนเป็นโปรแกรมที่เธอเขียนไว้เมื่อสี่ปีก่อน พูดแล้วก็ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นคนวาดรูปไพ่เทพสามใบนั้นด้วยมั้ง…”

ผู้จัดการชะงักเมื่อพูดถึงตรงนี้ เขาไม่ได้คิดเยอะอะไร แค่ตบไหล่พ่อบ้านฉิน

พ่อบ้านฉินเบลออยู่หน่อยๆ เขาเงยหน้าด้วยความตกใจ “คุณบอกว่าคุณหนูยังเขียนโปรแกรมเป็นด้วยเหรอครับ? เธอเรียนเอกฟิสิกส์ไม่ใช่เหรอ?”

และยังเก่งมากอีกด้วย

“ใช่แล้ว ฝีมือน่าจะไม่เลวเลยทีเดียว” ผู้จัดการส่ายหน้า “ผมไม่รู้ว่าการคัดเลือกของพวกคุณจะออกโจทย์ยากแค่ไหน แต่การที่เธอยินดีเข้าร่วมก็ถือว่าเป็นเรื่องดี”

ผู้จัดการไม่ค่อยรู้เรื่องการเขียนโปรแกรมและไม่รู้ว่าฉินหร่านไปถึงขั้นไหนแล้ว แต่ถึงอย่างไรตระกูลฉินก็เคยมาถึงจุดสูงสุดของสายงานนี้ คนเลวก็มีไม่น้อย การคัดเลือกก็ยิ่งผิดแผกออกไป ผู้จัดการเองก็ไม่รู้ว่าฉินหร่านจะผ่านมันไปได้หรือไม่

นี่ไม่ใช่เรื่องเหลวไหล

พอเขาพูดจบ พ่อบ้านฉินก็ไม่มีการตอบสนอง

ตอนนี้พ่อบ้านฉินมีแต่ความวุ่นวายอยู่ในหัว เขายังจนปัญญาที่จะเชื่อว่าฉินหร่านเขียนโปรแกรมได้ พึมพำกับตัวเอง “เขียนโปรแกรมได้ตั้งแต่สี่ปีก่อน…”

สี่ปีที่แล้วเธออายุแค่สิบหกเอง ไม่ว่าจะเขียนโปรแกรมอะไร พอมาอายุเท่านี้ก็สามารถเขียนได้หมดแล้ว นั่นก็แสดงให้เห็นว่าเธอมีพรสวรรค์…

ถ้านายท่านยังอยู่ ถ้าเธอได้รับการฝึกฝนอย่างดีจากตระกูลฉินล่ะก็…

**

ทางด้านนี้

ฉินหร่านมาถึงร้านอาหารที่นัดกับลู่จ้าวอิ่งไว้แล้ว

ร้านอาหารอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลมากนัก

ลู่จ้าวอิ่งกับคุณแม่ลู่มาถึงที่ห้องอาหารเรียบร้อยแล้ว ฉินหร่านดึงผ้าพันคอขึ้นมาคลุมเกือบครึ่งหน้า เผยให้เห็นดวงตาที่มืดมนและเยือกเย็นคู่หนึ่ง เธอบอกชื่อห้องให้กับพนักงานและปล่อยพนักงานพาตัวเองไปที่หน้าประตูห้องอาหาร

ตอนที่พนักงานกำลังจะไป ก็อดด้อมๆ มองๆ มาทางฉินหร่านไม่ได้ “คุ้นจัง…”

ภายในห้องอาหาร

คุณแม่ลู่เดินไปเดินมาอยู่ในห้องอาหาร

ลู่จ้าวอิ่งนั่งอยู่ริมหน้าต่าง เขาพิงพนักเก้าอี้พลางเล่นโทรศัพท์มือถือ “แม่ฮะ แม่อย่าเดินไปเดินมาเลย ผมเห็นแล้วเวียนหัว”

ใกล้จะถึงเที่ยงครึ่งขึ้นมาทุกทีแล้ว ตอนนี้เธอจึงไม่ได้คิดถือสาหาความกับลู่จ้าวอิ่ง เพียงกลอกตาใส่เขา

ยังไม่ทันได้พูดก็มีเสียงเคาะประตู

คุณแม่ลู่รีบวางท่วงท่าสง่างามเพียบพร้อมไปด้วยความเป็นกุลสตรีอย่างรวดเร็ว เธอเหลือบมองลู่จ้าวอิ่ง ใช้สายตาส่งสัญญาณให้เขารีบไปเปิดประตูให้ไว

ลู่จ้าวอิ่ง “…”

เขาเดินไปเปิดประตู

ฉินหร่านเดินเข้ามา

คุณแม่ลู่ลุกขึ้นด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน ท่วงท่าสง่างาม อากัปกิริยาผู้ดีมีระดับ “หนูก็คือคุณหนูฉินใช่ไหมจ๊ะ ฉันเป็นแม่ของลู่จ้าวอิ่ง”

ฉินหร่านเอื้อมมือดึงผ้าพันคอลง พยักหน้าให้เธออย่างมีมารยาท “คุณเรียกชื่อหนูถูกแล้วค่ะ”

ทั้งสามคนนั่งลง

ลู่จ้าวอิ่งรู้รสปากของทั้งสองคนดี หลังจากหยิบระบบอัจฉริยะบนโต๊ะมาสั่งอาหารเสร็จก็มองมาที่ทั้งสองคน สุดท้ายก็หยุดสายตามาทางฉินหร่าน นั่งไขว่ห้างแล้วยิ้ม “ฉันบอกแล้วไงว่าพวกเธอเหมือนกันมาก”

“หร่านหร่านกินนี่สิ” คุณแม่ลู่คีบกระดูกซี่โครงให้ฉินหร่าน พูดด้วยเสียงที่อ่อนโยนขั้นสุด “นี่เป็นอาหารแนะนำ”

“ขอบคุณค่ะ” ฉินหร่านกล่าวขอบคุณอย่างสุภาพ

ตอนที่อยู่ที่บ้าน คุณแม่ลู่รู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก แต่พอได้มาเจอฉินหร่านจริงๆ เธอกลับสำรวมกิริยาขึ้นมา

ลู่จ้าวอิ่งอดถูแขนไม่ได้ “แม่ฮะ แม่อย่าเป็นแบบนี้ ผมกลัว”

“แกมัน…” คุณแม่ลู่ขบฟันพูด อยากด่าไปสักประโยคตามความเคยชิน แต่เมื่อเผชิญหน้ากับดวงตามืดมนและเยือกเย็นของฉินหร่านแล้ว เธอก็ยิ้มหน่อยๆ “เสี่ยวลู่ กินผักสิ”

เธอคีบผักใบเล็กๆ ให้ลู่จ้าวอิ่ง

ตอนที่คุณแม่ลู่ลาจากฉินหร่านก็คิดจะช่วยฉินหร่านจัดผ้าพันคอ ฉินหร่านถอยหลังออกไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว

ลู่จ้าวอิ่งไปส่งฉินหร่านที่โรงพยาบาลและถือโอกาสไปเยี่ยมฉินหลิง คุณแม่ลู่จึงส่งสายตามองพวกเขาจากไป

“คุณนาย ตอนนี้จะไปที่ไหนครับ?” คนขับรถตระกูลลู่เดินออกมาจากที่นั่งคนขับ เขาเปิดประตูเบาะหลังและถามด้วยความเคารพ

คุณแม่ลู่ไม่ตอบ เธอรอจนแผ่นหลังทั้งสองหายลับไปก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา กางมือขวา

คนขับรถมองตามสายตาเธอไปแล้วก้มหน้ามอง ในมือคุณแม่ลู่มีผมเส้นหนึ่ง

“กลับเถอะ” คุณแม่ลู่นั่งเบาะหลัง วางกระเป๋าไว้บนตัก เปิดซิปออก หยิบกระดาษเช็ดมือมาห่อผมของเธอและใส่ไว้ในกระเป๋าด้านในสุดอย่างระมัดระวัง

จากนั้นหยิบโทรศัพท์ออกมาและหาเบอร์โทรศัพท์ท้องถิ่นของรัฐM ส่งข้อความไป——

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 445 เจ๊หร่าน : ฉันเข้าร่วม"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

6188e53dm0GCjCeV
ซื่อจิ่น หวนรักประดับใจ (​จบบริบูรณ์​)
19/05/2024
6243dd31fo9In45P
ข้าอาศัยทำนาให้ร่ำรวยมหาศาล
18/03/2023
book-1623087047
ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
21/08/2022
62a95ddaZSiEiP4W
ทะลุมิติไปเป็นแม่ของวายร้ายทั้งสาม [穿书后,我成了三个反派的娘]
17/02/2024

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.