จากหมอเทวดาสู่ป๊ะป๋าสายเปย์ - บทที่ 849 ยาต้มอี้เฉินสูตรใหม่
บทที่ 849 ยาต้มอี้เฉินสูตรใหม่
เหลียนซานนึกไม่ถึงว่าจะได้มาที่บ้านของเศรษฐี เธอคิดว่าอีกฝ่ายอาจเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองนี้ อย่างน้อยก็คงมีทรัพย์สินไม่ต่ำกว่าแปดร้อยล้านหยวน
“หมอโจวช่างน่าประทับใจ”
“เขาน่าจะรู้จักเศรษฐีใหญ่เยอะแน่”
“ไม่น่าล่ะถึงได้ไม่ไปทำงานที่โรงพยาบาลแพทย์แผนจีนจินหลิงมานานแล้ว เขาได้พบปะสังสรรค์กับคนรวยขนาดนี้ ต่อไปคงทำเงินได้มาก”
เหลียนซานเดินตามหลังเซียวลี่พลางครุ่นคิดบางอย่างในหัว
ทว่าหลังจากเดินไปไม่กี่ก้าวก็ได้กลิ่นยาจาง ๆ
“คุณเซียวลี่ มีคนต้มยาจีนที่นี่เหรอ?” เหลียนซานถาม
“คงเป็นคุณโจวน่ะค่ะ” เซียวลี่ตอบ
เหลียนซานพยักหน้ารับรู้
ไม่นานเธอก็มาถึงอาคารสองชั้นที่อยู่ห่างจากอาคารหลักไปเกือบร้อยเมตร
“คุณเหลียน คุณโจวกำลังยุ่งอยู่ด้านใน อยากจะไปเจอเขาเลยหรือสะดวกรออยู่ที่นี่คะ?” เซียวลี่ถาม
“เขาทำอะไรอยู่คะ?”
“ต้มยาค่ะ”
“งั้นฉันจะไปหาเขาเลยได้ไหม?”
“ได้ค่ะ”
เซียวลี่รับคำก่อนจะเคาะประตูและผลักเปิดเข้าไป
ขณะนี้โจวอี้กำลังต้มยาอยู่ในห้องขนาดใหญ่ โต๊ะข้าง ๆ เขามียาสมุนไพรมากมายวางอยู่ แต่ละชนิดมีปริมาณมาก
“สวัสดีครับคุณเหลียนซาน!” โจวอี้ได้ยินเสียงก็หันมายิ้มให้
“หมอโจว ทำอะไรอยู่เหรอคะ?” เหลียนซานถามด้วยความสงสัย
“กำลังต้มยาต้มอี้เฉินสูตรใหม่ครับ” โจวอี้โบกมือให้เซียวลี่ออกไปได้ ก่อนจะพูดต่อ “คราวนี้ผมอยากให้คุณมาช่วยผมปรุงยาต้มอี้เฉินสูตรใหม่นี้น่ะ”
“สูตรใหม่เหรอ?” เหลียนซานดูแปลกใจ
“ใช่แล้วครับ แม้ว่ายาต้มอี้เฉินสูตรเดิมจะได้ผลดีมากกับคนทั่วไป แต่ก็ยังช่วยเสริมความแข็งแรงได้แค่ในระยะสั้น ผมก็เลยคิดจะพัฒนาสรรพคุณของมันน่ะครับ ทุกคนที่ทานยาต้มอี้เฉินจะได้แข็งแรงและรักษาพลังเอาไว้ได้” โจวอี้ยิ้ม
“แล้วพัฒนาสูตรเสร็จหรือยังคะ?”
“เกือบแล้วครับ”
โจวอี้ยื่นยาต้มอี้เฉินที่ได้ลองพัฒนาสูตรมาแล้วให้อีกฝ่าย
มีทั้งหมดสองสูตร
สูตรแรกเป็นสูตรปกติ อีกสูตรเป็นสูตรที่ปรับปรุงแล้ว
ผลของสูตรปกติยังคงมีข้อบกพร่อง แต่เมื่อให้คนทั่วไปทานแล้วก็ยังทำให้อาการดีขึ้น ส่วนสูตรที่พัฒนาใหม่ให้ผลดีกว่านั้น มันค่อย ๆ เสริมสร้างร่างกายและบำรุงอวัยวะภายใน และทำให้แข็งแกร่งขึ้นได้อย่างชัดเจน
เรียกได้ว่าหากคนทั่วไปทานยาต้มอี้เฉินสูตรใหม่ในระยะเวลาต่อเนื่อง เมื่อทานไปจนครบสิบขวดก็จะเทียบเท่ากับทานโอสถระดับธรรมดา
ร่างกายจะอึดขึ้นอย่างสังเกตได้ชัด
ความแข็งแรงก็จะมากขึ้นหลายเท่า
ต่อไปก็จะไม่ติดโรคอย่างไข้หวัดง่าย ๆ อีก
หากทานยาต้มอี้เฉินไปยี่สิบถึงสามสิบขวดภายในสามถึงห้าปี พวกเขาจะกลายเป็นผู้แข็งแกร่ง และต่อให้ไม่สามารถยกน้ำหนักได้ถึงครึ่งตันแต่ก็ไม่ต่างจากนั้นมากนัก
เหลียนซานฟังคำอธิบายของเขาแล้วรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
สิ่งนี้เป็นข่าวดีสำหรับมนุษยชาติ
หากผลิตขายได้จำนวนมาก เชื่อว่าจะกลายเป็นยาที่หลายคนต้องการครอบครอง
“หมอโจว บอกสูตรยาต้มอี้เฉินให้ฉันรู้แบบนี้ ไม่กลัวว่าฉัน…” เธอลังเลจะเอ่ย
“เหลียนซาน เรารู้จักกันมานาน ผมรู้นิสัยคุณดีครับ ก็เลยเชื่อว่าคุณจะไม่แพร่งพรายสูตรยานี้กับใคร” เขาบอกพลางมองสีหน้านิ่งอึ้งของเธอและหัวเราะ “แน่นอนว่าถ้าต่อไปคุณต้องใช้ยาต้มอี้เฉินหรือขัดสนเงินทองก็เอาสูตรนี้ไปทำขายได้เลย ขอแค่อย่าขายมากเกินไปและโก่งราคาก็พอแล้วครับ”
ในขณะนี้เอง ดวงตาของเหลียนซานก็ฉายแววตื้นตันใจและน้ำตาคลอขึ้นมา
ว่ากันว่า ‘บุรุษยอมตายเพื่อคนสนิท’ ตอนนี้เธอรู้ซึ้งถึงคำนั้นแล้ว
เธอหมายมั่นในใจว่าต่อไปจะไม่มีทางต้มยาอี้เฉินนี้ง่าย ๆ อย่าว่าแต่ทรยศความเชื่อใจของโจวอี้เลย ต่อให้เหนื่อยยากแค่ไหนเธอก็จะช่วยเขาต้มยาอี้เฉินนี้
ห้าวันต่อมา
โจวอี้และเหลียนซานหมกมุ่นอยู่กับการต้มยาอี้เฉิน เนื่องจากเซี่ยหลู่และอู๋ซินเยว่ส่งลูกน้องไปซื้อสมุนไพรและสั่งขวดยามาพร้อม ๆ กัน เพียงห้าวันทั้งสองก็เคี่ยวยาต้มอี้เฉินได้หกพันขวด
ในบรรดายาต้มทั้งหมด
มียาต้มอี้เฉินสูตรปกติห้าพันขวด ส่วนสูตรพิเศษนั้นมีหนึ่งพันขวด
โจวอี้เหนื่อยแล้ว แต่เหลียนซานเหนื่อยยิ่งกว่า
เขามองท่าทีอิดโรยของเหลียนซานและบอกให้พักการเตรียมยาต้มอี้เฉินไปวันหนึ่ง
ภายในอาคารหลักของวิลล่า
เหลียนซานเดินตามโจวอี้มาด้วยความรู้สึกอ่อนเพลียและไร้เรี่ยวแรงจะเดิน
“พักผ่อนให้เต็มที่นะคะ! ไม่ต้องรีบทำยาต้มอี้เฉินหรอก” อู๋ซินเยว่บอกขณะเดินกุมหน้าท้องลงบันไดมา
“คุณอู๋”
เหลียนซานเผยสีหน้าเคารพนับถือทันทีเมื่อเห็นอู๋ซินเยว่
เธอเคยพบอีกฝ่ายมาหลายครั้งในช่วงห้าวันที่ผ่านมา และรู้มาจากการหาข้อมูลในโลกออนไลน์ว่าอีกฝ่ายเป็นผู้หญิงที่รวยที่สุดในเมืองเยี่ยเฉิง
ยิ่งไปกว่านั้นยังต้องแปลกใจที่เธอไม่เพียงแต่หน้าตาสวยเท่านั้น แต่ยังกำลังตั้งท้องอยู่ด้วย
สิ่งเดียวที่ทำให้งุนงงคือโจวอี้ดูเหมือนจะใจดีกับอู๋ซินเยว่มาก ทุกครั้งที่หญิงสาวคนนั้นไม่พอใจก็จะไปทำอาหารให้กินเสมอ
แม้จะรู้สึกคลางแคลงใจเรื่องโจวอี้ แต่ตนเองก็ไม่ได้มีสิทธิ์ถามมากนัก
“ต้องพักผ่อนจริง ๆ นั่นแหละ” โจวอี้ยิ้มและเอื้อมมือมาลูบหน้าท้องนูนของอู๋ซินเยว่ เขาถามพลางยกยิ้ม “วันนี้ลูกชายผมได้เตะท้องหรือเปล่า?”
“วันนี้เป็นเด็กดี” อู๋ซินเยว่ยิ้ม
“เป็นเด็กดี อย่าทำให้แม่เขาเจ็บด้วยล่ะ” เขายิ้ม
เหลียนซานที่กำลังจะกลับไปนอนที่ห้องตนเองก้าวเท้าไม่ออก
เธอจ้องมองการกระทำของโจวอี้ด้วยความอึ้ง เมื่อได้ยินบทสนทนาระหว่างเขากับอู๋ซินเยว่ก็ยืนนิ่งราวกับฟ้าผ่าเข้าที่หัว
เวลาผ่านไปมากกว่าสิบวินาที
เธอได้สติเหมือนตื่นจากฝันและรีบยกมือขยี้ตาตนเอง ก่อนจะเหลียวมองกลับไปทางที่โจวอี้กับอู๋ซินเยว่ยืนอยู่
ใช่แล้ว!
หมอโจวกำลังลูบหน้าท้องของอู๋ซินเยว่
อย่างนั้น…
สิ่งที่พวกเขาพูดก็เป็นเรื่องจริงหรือ เธอไม่ได้หูฝาดไปเองใช่ไหม?
ลูกชายหรือ?
หมอโจวเรียกลูกในท้องอู๋ซินเยว่ว่าลูกชายอย่างนั้นหรือ?
นี่มันเรื่องอะไรกัน?
ถังหว่านเป็นภรรยาของหมอโจวไม่ใช่หรือ?
เกิดอะไรขึ้นระหว่างเขากับอู๋ซินเยว่?
ตอนนี้เอง เซี่ยหลู่ได้เดินเข้ามาจากด้านนอกและเห็นท่าทีของโจวอี้กับอู๋ซินเยว่ หญิงสาวกุมขมับพลางเอ่ยว่า “อย่ามาหวานกันต่อหน้าฉันได้ไหม ดีจริง ๆ ที่คนสกุลอู๋มีลูกชายเนี่ย”
อู๋ซินเยว่เงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
เธอได้ยินคำประชดประชันของอีกฝ่ายจึงยิ้มและพูดว่า “มีลูกชายก็ดีจริง ๆ นั่นแหละ ถ้าเธอมีความสามารถก็ลองมีกับโจวอี้สักคนสิ!”
“เหอะ ถ้าอยากท้องก็คงมีฝาแฝดไปเลย จะได้เหนื่อยคราวเดียว” เซี่ยหลู่เม้มปากและหันไปมองหน้าโจวอี้ก่อนเอ่ยหยอกเย้า “ที่รัก ซินเยว่ท้องอยู่คงดูแลนายไม่ได้ ถ้าเหงาตอนกลางคืนละก็้ ฉันเปิดประตูห้องเอาไว้ต้อนรับเสมอนะ”
ให้ตายเถอะ!
เธอสะบัดผมและชายตามองเขาด้วยท่าทียั่วยวน