คุณหนูใหญ่ผู้นี้กลับมาเพื่อแก้แค้น - บทที่ 422 หัวหน้าของพวกนายส่งนายมาทำอะไร
บทที่ 422 หัวหน้าของพวกนายส่งนายมาทำอะไร
“ตาม แน่นอนว่าต้องตาม!”
เจี้ยนคังตะโกนขึ้นทันที
“พี่ใหญ่สั่งไว้ว่า พวกเราต้องจับตาดูคนคนนี้ให้ดี เขาไปไหนพวกเราก็ต้องตามไปที่นั่น! ตอนนี้เขาลงจากรถแล้ว พวกเราก็ต้องตามไปสิ!”
“ไม่ได้นะเจี้ยนคัง!”
หลิวต้าโถวรีบห้ามเจี้ยนคังที่กำลังจะเปิดประตูรถลงไป เขาขมวดคิ้วพูดว่า
“เมื่อกี้ผมไปกดไฟรถเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ แล้วเขาก็ลงจากรถทันที ต้องเป็นเพราะเขาสังเกตเห็นแสงไฟรถเมื่อกี้แน่ ๆ บางทีตอนนี้เขาอาจจะล่อให้พวกเราตามไปก็ได้ ตามความเห็นผม เรายังคงอยู่เฉย ๆ ดีกว่า!”
แม้เขาจะดูซุ่มซ่ามไปหน่อย แต่สมองยังทำงานได้ดี เขารู้สึกว่ามีกับดักซ่อนอยู่ อย่างไรก็ตาม เจี้ยนคังไม่ได้คิดแบบนั้น ในสายตาเขา ตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการทำภารกิจที่พี่ใหญ่มอบหมายให้ พี่ใหญ่สั่งให้พวกเขาจับตาดูอวิ๋นโม่เทียนคนนั้น เขาก็ต้องจับตาดูคนนั้นให้ดี จะผิดพลาดแม้แต่นิดเดียวไม่ได้!
ดังนั้นเจี้ยนคังจึงมองหลิวต้าโถวอย่างดูแคลน ท่าทางเหมือนไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา
“นายไม่เพียงแต่ซุ่มซ่ามทำพลาดอยู่เรื่อย แถมยังขี้ขลาดอีก ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าพี่ใหญ่จะมอบหมายภารกิจสำคัญขนาดนี้ให้นายได้ยังไง! นายไม่อยากลงจากรถ ก็เฝ้ารถอยู่ตรงนี้แหละ ฉันไปดูเองคนเดียวก็พอ!”
พูดจบ เจี้ยนคังก็ลงจากรถไปคนเดียวอย่างเงียบ ๆ ค่อย ๆ คลำทางไปข้างหน้าในความมืดมิด
ตอนนี้เป็นเวลาตีหนึ่งกว่าแล้ว วันนี้เป็นต้นเดือนตามปฏิทินจันทรคติ พระจันทร์เสี้ยวบางเหมือนเส้นไหม มองไม่เห็นแสงจันทร์เลยแม้แต่น้อย เจี้ยนคังต้องเพ่งสายตาอย่างมากถึงจะพอเห็นร่างสูงใหญ่ข้างหน้า และจุดสีแดงของบุหรี่ที่กำลังส่ายไปมาในมือเขา
เขารู้สึกตื่นตัวขึ้นมาทันที รีบก้าวตามไปสองก้าว สายตาจับจ้องที่จุดสีแดงเล็ก ๆ นั้น
จุดสีแดงเล็ก ๆ นั้นเคลื่อนที่เร็วขึ้น เจี้ยนคังก็เร่งฝีเท้าตามไป เขาไม่กล้าปล่อยให้หลุดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว เท้าของเขาเลี้ยวตามจุดสีแดงเล็ก ๆ นั้นเข้าไปในตรอกแคบยาวและมืดมิด
ที่นี่มืดกว่าเดิม ตึกสองข้างสูง ไม่มีไฟถนน เจี้ยนคังเดินเข้าไปในตรอกนี้แล้วรู้สึกว่าอุณหภูมิรอบตัวลดลงฉับพลัน หนาวจนเขาต้องหดคอและกระชับเสื้อนอกให้แน่น
จุดสีแดงเล็ก ๆ นั้นเคลื่อนที่เร็วขึ้นอีก เจี้ยนคังต้องวิ่งเหยาะ ๆ ถึงจะตามทัน สุดท้ายก็กลายเป็นวิ่งเร็ว ตาของเขามองไม่เห็นอะไรอื่นแล้ว เหลือเพียงจุดสีแดงเล็ก ๆ นั้นเท่านั้น
ตุบ!
ในวินาทีที่เขาเลี้ยวอีกครั้ง จุดสีแดงเล็ก ๆ นั้นก็หายไปอย่างกะทันหัน เจี้ยนคังตกใจ รีบเร่งฝีเท้าวิ่งออกไป แต่เท้าดันสะดุดอะไรบางอย่าง ร่างของเขาล้มลงกับพื้นอย่างแรงเหมือนกระสอบทราย
ในเวลาเดียวกัน หลังของเขาถูกเหยียบด้วยรองเท้าหนังที่แข็งและเย็น เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นเหนือศีรษะเขา
“หัวหน้าของพวกนายส่งนายมาทำอะไร?”
“อื้อ!”
เจี้ยนคังหัวมึนจากการกระแทก รู้สึกว่าหน้าผากและจมูกปวดร้าว เขาใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะฟื้นสติ ยื่นมือไปลูบจมูก กลับพบว่ามีของเหลวเหนียว ๆ เต็มมือ จมูกแตกแล้ว!
เขาพยายามเงยหน้าขึ้น พูดเสียงอู้อี้
“ผมแค่เดินผ่านมา ทำไมคุณถึงทำร้ายผม?”
“บั้ม!”
เจี้ยนคังพูดจบ หลังของเขาก็โดนเตะอย่างแรง เตะหนักมาก เจ็บจนเขาสูดลมหายใจเฮือก นานกว่าจะได้สติ
เหนือศีรษะ ยังคงเป็นเสียงเย็นชาเดิม
“หัวหน้าของพวกนายสั่งให้นายมาทำอะไร?”
“อื้อ! แค่ก ๆ ๆ !” เจี้ยนคังครางเบา ๆ แล้วก็ไอออกมา
เหนือศีรษะ เสียงเย็นชานั้นไม่มีความรู้สึกใด ๆ เลย
“นายควรคิดให้ดีก่อนพูด ความอดทนของฉันมีจำกัด และหมัดของฉันก็ไม่ปรานี”
“หัวหน้าสั่งให้พวกเรามาสะกดรอยตามคุณ!”
เจี้ยนคังไม่ลังเลแม้แต่น้อย รีบพูดทุกอย่างที่รู้ออกมาหมด
“เขาแค่บอกให้พวกเราสะกดรอยตามคุณ แล้วจดบันทึกว่าคุณไปที่ไหนบ้าง แค่นี้ ไม่มีอะไรอื่นแล้ว ปล่อยผมไปเถอะ!”
เสียงเหนือศีรษะเงียบไปสองสามวินาที แล้วหัวเราะเบา ๆ
“ดีมาก นายช่างตรงไปตรงมาจริง ๆ ! แต่สิ่งที่ฉันเกลียดที่สุดในชีวิตคือการทรยศ ลูกน้องที่ทรยศหัวหน้าได้ง่าย ๆ แบบนาย ฉันมักจะจัดการให้จบอย่างรวดเร็ว!”
ในตรอกมืดและลึก มีเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น