เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1612 ให้เธอได้สัมผัสความสุขสุดยอด
บทที่ 1612 ให้เธอได้สัมผัสความสุขสุดยอด
เฉิงยวนดื่มเหล้าอีกอึกเงียบ ๆ สองมือยันไว้ด้านหลัง “การเป็นเทพเป็นอย่างไรบ้าง?”
“ไม่ดี ไม่ดีเลยสักนิด” ซุนหย่าจิ้งก็ดื่มเหล้าอึกหนึ่ง “ทุกวันยุ่งจนแทบตาย แต่ว่า…ฉันไม่เป็นเทพก็ไม่ได้อีก!”
“ฉันติดหนี้ไว้มากมายยังไม่ได้ใช้คืน แถมยังถูกทรมานจนตาย ถ้าไปเกิดใหม่ในปรโลก คงไม่ได้เกิดในชาติที่ดีแน่ สู้เป็นวิญญาณเร่ร่อนในโลกดีกว่ากลายเป็นผีร้าย”
“สำหรับฉันในตอนนี้ มีแต่การเป็นเทพเท่านั้นที่เป็นทางออก”
พูดจบ ซุนหย่าจิ้งก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “ถ้าพวกนักพรตเต๋ารู้ว่าฉันพูดแบบนี้ คงจะต้องมาทุบตีฉันแน่”
เฉิงยวน “เจ้ามีเขตปกครอง ได้รับการยอมรับจากรัฐบาล และมีธูปเทียนบูชาในโลก ต่างจากเทพที่นักพรตเต๋าตามหา”
“นักพรตเต๋าต้องการตำแหน่งเทพบนสวรรค์”
“แม้จะไม่ได้รับการบูชาด้วยธูปเทียน แต่ก็ไม่สูญสลายเพราะขาดธูปเทียนบูชา”
ซุนหย่าจิ้งกลอกตาอย่างเบื่อหน่าย “คิดจะดูถูกฉันที่เป็นเทพเหรอ!”
“ไม่ใช่!” เฉิงยวนเงยหน้ามองไปไกล “ข้าแค่อยากถามเจ้าว่าการเป็นเทพมันเป็นยังไงบ้าง? มีความสุขหรือไม่?”
“ถ้าไม่ต้องทำงานก็ดีนะ”
ซุนหย่าจิ้งยักไหล่ “ไม่แปลกใจเลยที่นักพรตทุกคนอยากบำเพ็ญตนเป็นเซียน ไม่ต้องแก่ ไม่ต้องเจ็บ ไม่ต้องตาย ไม่ต้องพูดถึงความรัก…ช่างดีอะไรอย่างนี้!”
“ใช่! เป็นเทพนี่ดีจริงๆ!” ยิ่งเป็นเทพที่ไม่ต้องทำงานก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่
ซุนหย่าจิ้งมองเฉิงยวนที่มีสีหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึก จู่ ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ “เธอ…เธอไม่ได้คิดจะ…”
“อืม!”
ซุนหย่าจิ้งลุกพรวดขึ้นยืนมองเธออย่างไม่อยากเชื่อ
เฉิงยวนก็เงยหน้าสบตากับเธอเช่นกัน
“ข้าติดค้างเขา”
“ติดค้างบ้าอะไร! นี่เธอ…”
เฉิงยวน “อย่างไรเสียเจ้าก็อยากให้ข้าเลิกยุ่งกับสวีจิ้นมาตลอดไม่ใช่หรือ? ตอนนี้ข้าจะเลิก แล้วทำไมเจ้ายังจะโกรธอีก!”
ซุนหย่าจิ้งกลอกตา แล้วดึงเธอขึ้นมาทันที “ฉันให้เธอเลิกยุ่งหมายถึงให้เลิกจากใจ! ไม่ใช่ให้เธอเสียสละเปล่า ๆ เพื่อคนอื่น!”
“เธอนี่มันสมองกลวงเรื่องความรักชั้นเยี่ยมเลยนะรู้ไหม? เยี่ยมที่สุดในบรรดาพวกที่เยี่ยมที่สุด!”
หลังจากซุนหย่าจิ้งด่าเสียงดังไปหลายประโยค ก็ลากเฉิงยวนไปที่ห้องของฉู่ลั่ว
“ท่านปรมาจารย์แย่แล้วค่ะ เฉิงยวนเสียสติเพราะเรื่องความรักอีกแล้ว!”
เธอตะโกนพลางลากเฉิงยวนเข้าไปในห้องของฉู่ลั่ว แต่แล้วก็ต้องชะงักฝีเท้า
ในห้องของฉู่ลั่วยังมีคนอีกคน พูดให้ถูกก็คือมีดวงวิญญาณหนึ่งดวง
เมื่อวิญญาณนั้นเห็นเฉิงยวนก็ชะงักไป
ซุนหย่าจิ้งปล่อยมือ “นี่คือ…”
“วิญญาณของเจี่ยซี!”
เฉิงยวนตาเบิกกว้างขึ้นทันที “สวีจิ้น…”
เจี่ยซีก้มหน้าลง “คนในครอบครัวของฉันมาแล้ว”
เฉิงยวน “…”
ฉู่ลั่วโบกมือวิญญาณของเจี่ยซีก็สลายหายไปทันที
ซุนหย่าจิ้งผลักเฉิงยวนเบา ๆ “ท่านปรมาจารย์คะ คุณรู้ไหมว่าเฉิงยวนวางแผนจะทำอะไร? เธอวางแผนจะให้สวีจิ้นกลายเป็นเทพ!”
ฉู่ลั่วมองเฉิงยวน
เฉิงยวนนั่งลงบนโซฟาด้วยสีหน้าไม่แยแส “ยังไงก็ผ่านมาตั้งเก้าชาติแล้ว เพิ่มอีกสักชาตินี้ก็ไม่เป็นไร!”
“เขาหลายเป็นเทพ สิ่งที่ข้าติดค้างเขาก็จะถูกชำระทั้งหมด!”
“หลังจากนี้… ต่างคนต่างไป!”
ฉู่ลั่วเอ่ย “หลังจากฉันปลดปล่อยขวดผนึกรักบนตัวพวกเขา ชื่อของพวกเขาก็จะกลับไปอยู่บนหินบุพเพ เมื่อชาตินี้ผ่านไป สายสัมพันธ์แห่งรักทั้งสิบชาติก็จะสมบูรณ์”
“พวกเขาทั้งสองคนจะได้ขึ้นสวรรค์!”
“ขึ้นสวรรค์ก็ขึ้นสวรรค์สิ!”
ฉู่ลั่วจ้องมองเฉิงยวน “เธอคิดแบบนั้นจริง ๆ เหรอ?”
“แน่นอนสิ! ไม่อย่างนั้นจะทำยังไงล่ะ? จะให้เจี่ยซีตายไปจริง ๆ หรือให้เขาสลับไปมาระหว่างเจี่ยซีกับสวีจิ้น” เฉิงยวนส่ายหน้า “ไม่ได้ ข้ารับไม่ได้”
ซุนหย่าจิ้งถอนหายใจอย่างหนัก แล้วหยิบโทรศัพท์ออกมาทันที “เสี่ยวหลีใช่ไหม? พาจิ้งจอกตัวผู้ที่เตรียมไว้ครั้งก่อนจากสามตัวเพิ่มเป็นห้าตัว แล้วพาทั้งหมดมาที่นี่ที!”
เธอคว้าข้อมือของเฉิงยวนไว้ “วางใจได้ ฉันจะพาเธอไปส่งเอง”
เฉิงยวนเบิกตากว้าง “เจ้าจะทำอะไร?”
ซุนหย่าจิ้ง “จะให้เธอได้สัมผัสความสุขสุดยอด แล้วทีนี้จะได้ไม่มีสมองมาคิดเรื่องความรักอีก!”
“ท่านปรมาจารย์คะ ฉันจะพาเธอออกไปสักครู่นะคะ ตระกูลสั่วอะไรนั่น สวีจิ้นกับเจี่ยซีอะไรนั่น ฉันขอฝากให้ท่านปรมาจารย์จัดการเรื่องนี้แล้วกันค่ะ!”
พูดจบ เธอก็ลากตัวเฉิงยวนออกไปอย่างรวดเร็ว