เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1643 ช่วยเสี่ยวอิงด้วย
บทที่ 1643 ช่วยเสี่ยวอิงด้วย
ซุนหย่าจิ้งมองสีหน้าของเฉิงยวนที่สงบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยน แล้วก็มองสวีจิ้นที่เดินตามไปทีละก้าว เธอค่อย ๆ ถอยหลังออกมาเงียบเชียบ
เธอบอกแล้วว่าให้ปรมาจารย์ลงมือตัดความสัมพันธ์อันเลวร้ายระหว่างเฉิงยวนกับสวีจิ้นให้เร็ว ๆ แต่ปรมาจารย์กลับปล่อยให้เรื่องราวมันวุ่นวายมาถึงขนาดนี้
ซุนหย่าจิ้งส่ายหัวเบา ๆ แล้วเดินตามไป
ฉู่ลั่วตรวจดูสั่วอิงแล้วบอกว่า “วิญญาณออกจากร่างค่ะ”
สั่วเฟิงอุ้มสั่วอิงด้วยความเป็นห่วง “ฉันรู้ว่าวิญญาณออกจากร่าง แต่พวกเราเรียกวิญญาณกลับมายังไงก็ไม่สำเร็จสักครั้ง”
“เจ้านิกายได้โปรดช่วยเสี่ยวอิงด้วยเถอะ!”
ในตอนนั้นเอง เฉิงยวนก็พาสวีจิ้นและคนอื่น ๆ เข้ามา
สั่วเฟิงเห็นเฉิงยวนกับสวีจิ้นก็แค่นหัวเราะ “คุณรู้ไหมว่าทำไมเสี่ยวอิงถึงถูกดึงวิญญาณไป? ก็เพราะเขานี่แหละ!”
เธอชี้ไปที่สวีจิ้น “ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นห่วงร่างของเขา คอยดูแลร่างของเขาอยู่ตลอด เธอคงไม่ออกจากตระกูลสั่วแล้วถูกวิญญาณร้ายดึงวิญญาณไปหรอก!”
“ส่วนเธอก็ดีนักนะ พอได้ยินว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นอะไรไป ก็ไม่สนใจร่างกายของตัวเองแล้วออกจากร่างไปเลย”
“เป็นเพราะเธอรู้ดีว่าเสี่ยวอิงจะดูแลร่างของเธอให้ดีใช่ไหม?”
“เหอะ!”
เฉิงยวนทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างเกียจคร้าน ยกมือกอดอกแล้วมองสั่วเฟิงด้วยสีหน้ากึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม “คำพูดของหัวหน้าตระกูลสั่ว ฟังแล้วเหมือนข้าจะเป็นชู้รักเลยนะ!”
“สวีจิ้น ข้าเป็นภรรยาน้อยหรือ?”
“แน่นอนว่าไม่ใช่!”
เฉิงยวนยิ้มเล็กน้อยให้สีหน้าที่ไม่สู้ดีของสั่วเฟิง “หัวหน้าตระกูลสั่ว เจ้าเข้าใจแล้วหรือยัง? สวีจิ้น เจ้าขอให้สั่วอิงดูแลร่างกายของเจ้าไหม?”
สวีจิ้นตอบ “ไม่ได้ขอ”
สีหน้าของสั่วเฟิงยิ่งดูแย่ลงไปอีก
เฉิงยวนเอ่ยต่อ “หัวหน้าตระกูลสั่ว เจ้าได้ยินแล้ว สั่วอิงของบ้านเจ้าเป็นฝ่ายเต็มใจเอง”
“ไม่มีใครบังคับนางหรือ นางต่างหากที่เต็มใจจะดูแลผู้ชายของคนอื่น”
“นางยอมตกต่ำ ยอมต่ำช้า ไร้ยางอายจนต้องไปแย่งผู้ชายของคนอื่น”
“เฉิงยวน!” สั่วเฟิงโกรธจัดจนลุกขึ้นยืน ยกมือเตรียมจะทำท่าร่ายคาถา
เฉิงยวนมองเธออย่างเย็นชา แล้วค่อย ๆ เลื่อนสายตาไปที่ใบหน้าของสวีจิ้น “เจ้าจะมองนางทำร้ายข้าเหรอสวีจิ้น!”
คำว่าสวีจิ้นเปล่งออกมาจากลำคอของเธอ
สวีจิ้นพลันเข้ามายืนขวางหน้าเฉิงยวนทันที เขาจ้องมองไปที่สั่วเฟิง
สั่วเฟิงโกรธเกรี้ยวจนกัดฟันกรอด หอบหายใจถี่ ๆ หลายครั้ง ก่อนจะหัวเราะเยาะ “เธอช่างใจเย็นเหลือเกินนะ ลองถามครอบครัวของเธอดูสิว่าพวกเขายินดีให้เธอตายเพื่อผีสาวตนหนึ่งหรือเปล่า! ถามพวกเขาดูว่ายินดีให้เธอทิ้งเสี่ยวอิงไปเพื่อผีสาวตนหนึ่งไหม!”
เธอละสายตาจากเขา หันไปมองฉู่ลั่ว “เจ้านิกาย เรามีข้อตกลงกันอยู่นะ คุณต้องกำจัดวิญญาณร้ายที่ติดตัวเสี่ยวอิง”
ฉู่ลั่ว “ค่ะ!”
“ถ้าอย่างนั้นฉันจะทำให้วิญญาณของเธอมั่นคงก่อน”
เธอเดินไปข้าง ๆ สั่วอิง วางมือข้างหนึ่งบนจุดสวรรค์ของสั่วอิง ประสาทอินด้วยมือข้างเดียว ปากท่องคาถา
ไม่นานนักสั่วอิงก็ลืมตาขึ้น
สั่วเฟิงเห็นดังนั้นก็รีบเข้าไปกอดเธอทันที “เสี่ยวอิง เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม!”
“หัวหน้าตระกูล หนูกลัวมากเลย! ที่นั่นมืดมากแถมยังมีผีเยอะแยะไปหมดเลย! พวกเขาเอาแต่จ้องมองฉันอยู่” สั่วอิงหดตัวด้วยความกลัวอยู่ในอ้อมกอดของสั่วเฟิง
สั่วเฟิงปลอบโยนเธอสักครู่ ก่อนจะเงยหน้ามองฉู่ลั่ว “เจ้านิกายช่วยกำจัดวิญญาณร้ายให้เสี่ยวอิงเร็ว ๆ เถอะ! ถ้าเจ้านิกายคิดจะผิดสัญญา…”
“ฉันไม่ได้คิดจะผิดสัญญาค่ะ!”
ฉู่ลั่วเอ่ยตัดบทสั่วเฟิงเสียงเบา “ฉันใช้พลังวิญญาณของตัวเองช่วยดวงวิญญาณของเธอกลับมาแล้ว ในระยะเวลาอันสั้นพวกวิญญาณร้ายเหล่านี้จะไม่กล้ามาอีก”
“เจ้านิกายหมายความว่ายังไง? คุณไม่เต็มใจจะกำจัดพวกวิญญาณร้ายพวกนั้นเหรอ? เจ้านิกาย คุณอย่าลืมนะ…”
“สั่วอิงเป็นเหยื่อล่อ ย่อมมีวิญญาณร้ายที่เต็มใจจะมาหา” ฉู่ลั่วมองไปทางสั่วเฟิง “นี่เป็นวิธีเดียวที่จะดึงดูดวิญญาณร้ายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพค่ะ”