เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1682 เป็นสั่วอิงแน่นอน
บทที่ 1682 เป็นสั่วอิงแน่นอน
ฉู่ลั่วประสานมือทำท่าร่ายเวท ใช้วิชาค่ายกลกักขังเฉิงยวนเอาไว้ในค่ายกล
จากนั้น เธอจึงโยนแผ่นยันต์สิบกว่าแผ่นไปติดไว้บนตัวของเฉิงยวน
พลังหยินภายในห้องค่อย ๆ จางหายไป จนกระทั่งพวกมันมลายสิ้นไปทั้งหมด
เฉิงยวนที่อยู่ในค่ายกลค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา เธอก้มมองสภาพของตัวเอง ก่อนจะมองผู้คนรอบข้างที่กำลังตั้งท่าเตรียมพร้อมรับมือ เธอถามด้วยความระมัดระวังว่า “ข้าฆ่าคนไปหรือเปล่า?”
ฉู่ลั่วตอบ “ไม่!”
เฉิงยวนจึงลูบอกตัวเอง “ดีแล้ว ดีแล้ว! พวกเจ้าทำท่าทางแบบนี้ ข้าก็เลยนึกว่าตัวเองกลายเป็นผีร้ายฆ่าล้างเมืองไปซะแล้ว!”
หยวนเส้าหยินมองพลังหยินรอบตัวเธอที่ยังไม่จางหายกับรอยยิ้มสดใสบนใบหน้า พอมองแล้วก็รู้สึกขัดแย้งกันอย่างยิ่ง
เมื่อครู่เธอยังสูญเสียสติสัมปชัญญะ จนเกือบจะกลายเป็นผีร้ายอยู่แล้ว
แต่ตอนนี้…ถึงแม้จะมีพลังหยินหนาแน่นอยู่รอบตัวเฉิงยวน แต่กลับดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
“ยังจะทำต่ออีกไหม?” ฉู่ลั่วส่งสัญญาณไปถามเฉิงเฉิงซุน
เฉิงเฉิงซุนยังถ่ายโอนหนี้เลือดไม่เสร็จสิ้น
เฉิงยวนรีบพยักหน้าตอบทันที “แน่นอนว่าต้องทำต่อสิ! พวกเขาล้วนเป็นหลานชายหลานสาวของข้า จะปฏิบัติกับพวกเขาโดยไม่เท่าเทียมกันได้อย่างไร!”
เธอโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ แล้วพูดว่า “เริ่มได้เลยเถอะ!”
ฉู่ลั่วมองจิ่วฉานแวบหนึ่ง จิ่วฉานพยักหน้าให้
เฉิงเฉิงซุนถูกควบคุมตัวไว้แล้ว
ฉู่ลั่ววางมือลงบนกระหม่อมของเฉิงเฉิงซุน วิชาค่ายกลเริ่มทำงาน พลังหยินหยางของค่ายกลปลาคู่ไหลเวียนอีกครั้ง
หยวนเส้าหยินมองพลังหยินบนตัวเฉิงยวนที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ดวงตาของเธอพลันเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานอย่างช้า ๆ แต่ครั้งนี้เธอไม่มีปฏิกิริยารุนแรงอะไร เพียงแค่นั่งขัดสมาธิ ปล่อยให้หนี้เลือดและพลังหยินซึมซาบเข้าสู่วิญญาณของเธอ
พลังทั้งหมดทำให้วิญญาณที่ขุ่นมัวอยู่แล้วของเธอยิ่งมืดมนลงไปอีก
ส่วนเฉิงเฉิงซุนกลับต่างออกไป วิญญาณของเขาใสสะอาดขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็บริสุทธิ์ราวกับเด็กทารกแรกเกิด
หยวนเส้าหยิน “…”
เขาเคลื่อนสายตามองไปทางเฉิงยวนอีกครั้ง
ฉู่ลั่วหยุดมือลงในที่สุด
เฉิงเฉิงซุนลืมตาขึ้น สายตามองตรงไปยังเฉิงยวนทันที ก่อนจะเห็นว่าวิญญาณของเฉิงยวนขุ่นมัวยิ่งหนัก “อาหญิง!”
“ข้าไม่เป็นไร เจ้าจะร้องอะไรกัน!”
เฉิงยวนลืมตาขึ้น ดวงตาแปลกประหลาดทั้งสองแดงก่ำราวกับเลือด
เธอก้มลงมองวิญญาณของตัวเอง “ว้าว! นี่คือวิญญาณที่เต็มไปด้วยหนี้เลือดสินะ? เหมือนกับผิวหนังของข้าเปลี่ยนไปเลย!”
“ไม่เลว ๆ !”
ฉู่ลั่วสะบัดยันต์สิบกว่าแผ่นติดลงบนตัวของเฉิงยวนทันที แล้วกัดปลายนิ้วตัวเองจนเลือดออก เธอคว้าตัวเฉิงยวนมา แล้วเริ่มตวัดวาดอักขระบนวิญญาณของเฉิงยวน
หยาดเลือดค่อย ๆ แทรกซึมเข้าสู่วิญญาณของเฉิงยวน พลังหยินที่เดิมคุกรุ่นอย่างบ้าคลั่งถูกสะกดลงในทันทีด้วยพลังของเลือดนี้
จนกระทั่งอักขระวาดเสร็จแล้ว วิญญาณของเฉิงยวนจึงกลับคืนสู่สภาพเดิม ไม่เห็นร่องรอยของการแบกรับหนี้เลือดมากมายนับไม่ถ้วนอีกต่อไป
เฉิงยวนเอ่ย “ผิวใหม่ของข้าหายไปแล้ว แต่ผิวเก่าก็ไม่เลวเหมือนกัน”
เธอพูดจาติดตลกเพียงประโยคเดียว ก่อนจะสบตาเข้ากับฉู่ลั่ว ทันใดนั้นเฉิงยวนก็หุบปากฉับ
“ออกไปกันเถอะ! สวีจิ้นน่าจะได้อะไรกลับมาบ้างแล้ว”
หลังจากทุกคนมารวมตัวกัน สวีจิ้นก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นนอกโรงแรมให้ฟังทั้งหมด
“พลังวิญญาณของคนที่มาแข็งแกร่งจริง ๆ และยังบริสุทธิ์ด้วย เหมือนกับที่…ปรมาจารย์บอกไว้ คนอื่น ๆ ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง มีแต่ข้า…ที่ดูเหมือนจะทำให้นางบาดเจ็บได้”
ผีวิญญาณและปีศาจต่าง ๆ แม้จะทำร้ายอีกฝ่ายได้ในขณะต่อสู้ แต่ก็ไม่สามารถสร้างความเสียหายอะไรให้อีกฝ่ายได้จริง ๆ
ไจ๋โหรวขมวดคิ้ว เอ่ยขึ้นว่า “เป็นสั่วอิงแน่นอน!”
พลังวิญญาณอันแข็งแกร่งนี้เกิดจากบุญกุศลที่สั่งสมมาทั้งสิบชาติ
แต่จุดอ่อนเพียงอย่างเดียวก็คือ คู่บุพเพสามารถทำร้ายเธอได้
บนโต๊ะตรงหน้าทุกคนมีแขนที่ถูกตัดขาดวางอยู่ หยดเลือดหยุดไหลไปแล้ว แต่รอยตัดนั้นเรียบเนียนเป็นพิเศษ
ไจ๋โหรวพูดในใจเงียบ ๆ ‘ฝีมือการใช้ดาบยอดเยี่ยมมาก!’