เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1726 นี่แหละคือมนุษย์
บทที่ 1726 นี่แหละคือมนุษย์
แม้จะเป็นถ้อยคำที่เอื้อนเอ่ยออกมาโดยไม่ทันคิด
แต่มันคือความรู้สึกที่ทุกคนในที่แห่งนี้ต่างมีร่วมกัน
สายตาของพวกเขาจับจ้องไปยังร่างนั้น กระทั่งเธอเลือนหายไปในม่านสายฟ้าอสนีบาตสวรรค์
“เจ้านิกายอยู่ไหนแล้ว”
“จู่ ๆ เธอก็หายไป”
“เจ้านิกายคงจะไม่เป็นอะไรหรอกนะ!”
“อย่าพูดพล่อย ๆ นะ! ใครจะตกอยู่ในอันตรายก็ได้ แต่เจ้านิกายจะไม่มีวันเป็นอะไรทั้งนั้น”
เสียงโห่ร้องดังกึกก้อง ดังยิ่งกว่าเสียงอสนีบาตสวรรค์เมื่อครู่ ราวกับท้องฟ้ากำลังปริแตกออก ตามมาด้วยท้องฟ้ามืดครึ้มที่กดต่ำลงมา
“ฟ้าถล่มแล้วเหรอ” ใครบางคนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่กำลังตกลงมา
“นี่ไม่ใช่ฟ้าถล่ม! แต่เป็นพลังอาฆาต! พลังอาฆาตกำลังตกลงมา!” เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมกับความหวาดหวั่น
“ประตูมิติเปิดแล้ว!” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกแกมตื่นเต้น “หัวหน้าซู่ ประตูเปิดแล้ว พวกเราตรวจพบว่ามีประตูเกิดขึ้นกว่ายี่สิบแห่งครับ”
“และจำนวนประตูที่เกิดก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยครับ!”
พลังอาฆาตที่ตกลงมาจากเบื้องบนนั้นราวกับถูกควบคุม มันพุ่งตรงไปยังประตูมิติทั้งหมดอย่างไม่ลังเล
“ท่าไม่ดีแล้ว! พลังอาฆาตเหล่านี้กำลังมุ่งหน้าไปยังโลกของพวกเรา” หยวนเส้าหยินเอ่ยจบก็คว้าดาบ วิ่งออกไปทันที
ซู่เซี่ยงหยางคิดจะห้ามแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว
“หัวหน้าซู่ พวกเราจะทำอย่างไรดีครับ”
ซู่เซี่ยงหยางสูดหายใจลึก “ประตูมิติที่อยู่ใกล้พวกเรามากที่สุดอยู่ที่ไหน”
“ห่างออกไปหนึ่งกิโลเมตรครับ!”
ซู่เซี่ยงหยางพยักหน้าเล็กน้อย “ตอนนี้พวกนายไปกำจัดพลังอาฆาตที่ประตูมิตินั้นก่อน ส่วนที่เหลือให้เริ่มส่งคนธรรมดาออกไปจากหุบเหวเทพมรณะ”
“พอส่งคนธรรมดาออกไปเสร็จแล้ว ให้ส่งผู้บัญชาการเฒ่ากับบรรดาผู้เชี่ยวชาญออกไป!”
“จากนั้นก็พวกเจ้าหน้าที่ธรรมดา และสุดท้ายคือพวกนักพรต”
เขามองไปทางไจ๋โหรวและนักพรตคนอื่น ๆ
ไจ๋โหรวกับคนอื่นพยักหน้ารับ
“แล้วลั่วลั่วล่ะ” เสียงใส ๆ ดังขึ้น เฉิงยวนเดินออกมา ใบหน้าเธอซีดเซียวมาก อาจเป็นเพราะได้รับผลกระทบจากพลังหยินที่ตกลงมาจากฟ้า
เธอชี้ไปบนท้องฟ้า “ลั่วลั่วยังอยู่ข้างบนนั้นนะ”
ซู่เซี่ยงหยางพยักหน้า เขารู้แก่ใจ “ผมรู้ แต่พวกเราต้องดำเนินการตามแผนก่อน ส่วนเรื่องฉู่ลั่ว…”
เขาหันไปมองทางด้านข้าง “ไม่ใช่เรื่องที่พวกเราจะแก้ไขได้”
……
“ดูสิ พวกเขากำลังจะทอดทิ้งเธอแล้ว!” รอบด้านมีแต่สีขาวโพลนไร้จุดสิ้นสุด นอกจากสีขาวแล้วก็คือความว่างเปล่า
จางเจี่ยวยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ดูท่าเขาคงจะสามารถควบคุมโลกนี้ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว
เพียงแค่โบกมือเบา ๆ ภาพของสำนักเจิ้นเซียนก็ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนตรงหน้า แม้แต่สีหน้าเล็กน้อยของทุกคน เธอก็สามารถมองเห็นได้ชัด
“นี่แหละคือมนุษย์! นี่แหละคือมนุษย์ที่ถูกผูกมัดด้วยวิถีสวรรค์ ถูกแดนเทพใช้ประโยชน์ และถูกควบคุมโดยปรโลก!”
“ฉู่ลั่ว เธอดูพวกเขาสิ!”
“เธอเสียสละไปมากมายเพื่อช่วยพวกเขา เพื่อช่วยโลกใบนี้! แต่พวกเขาทำอะไร? ทอดทิ้งเธอโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย”
“นี่แหละคือมนุษย์!”
“นี่แหละคือมนุษย์ที่เธอเสียสละเพื่อพวกเขา!”
จางเจี่ยวพูดอย่างสงบ แต่เสียงของเขากลับดังก้องอยู่รอบโสตประสาทของฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่วมองซู่เซี่ยงหยางออกคำสั่งอย่างใจเย็น เห็นเขาไปพบกับฟางโหย่วกั๋ว และฟางโหย่วกั๋วก็เห็นด้วยกับแผนการนี้
จางเจี่ยวหัวเราะเยาะเย้ย
จนกระทั่งพวกเขาไปพบกับฮั่วเซียวหมิง ฮั่วเซียวหมิงกำลังยืนอยู่ที่ขอบของค่ายกล เงยหน้ามองท้องฟ้าที่พลังหยินกำลังตกลงมา เมื่อได้ยินแผนการที่ซู่เซี่ยงหยางบอก เขาก็เพียงแค่หันหน้าไปเล็กน้อย
จางเจี่ยวเอ่ยขึ้นพร้อมกับความเหยียดหยัน “เธอคิดว่าคนรักของเธอจะเลือกอะไร?”
“ตกลง!” เสียงราบเรียบของฮั่วเซียวหมิงดังขึ้นทันทีที่จางเจี่ยวพูดจบ
จางเจี่ยวได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะลั่น แม้จะหัวเราะแต่ก็ยังคงรักษากิริยาท่าทางเอาไว้ “เธอเห็นแล้วใช่ไหม นี่แหละคือคนรักของเธอ! เขาเองก็จะทอดทิ้งเธอเหมือนกัน!”
“ฉู่ลั่วเอ๋ยฉู่ลั่ว การเลือกของเธอช่างน่าขันจริง ๆ !”
ฉู่ลั่วมองภาพตรงหน้าด้วยความสงบ แล้วค่อย ๆ เลื่อนสายตากลับมา “แล้วคุณอยากให้พวกเขาเลือกอะไรล่ะคะ”
จางเจี่ยวขมวดคิ้ว “อะไรนะ?”