เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1763 ไปไหว้บรรพบุรุษ
บทที่ 1763 ไปไหว้บรรพบุรุษ
เธอชะโงกหน้ามองเข้าไปข้างใน “แต่ทำไมต้องให้หยวนเส้าหยินอยู่ข้างในด้วยล่ะ! เป็นฉันไม่ดีกว่าเหรอคะ?”
ซู่เซี่ยงหยางมองเธอด้วยสายตาเย็นชา “ให้เธออยู่เหรอ? ฉันกลัวว่าเธอจะไปก่อเรื่องด้วยกันมากกว่า!”
ไจ๋โหรว “…”
เธอก้มหน้าลง ไม่กล้าโต้แย้งอะไรอีก
จากนั้นก็ผ่านไปอีกหลายวัน ลัทธิเต๋าปิดปากเงียบเกี่ยวกับเรื่องของตระกูลสั่ว ไม่ยอมพูดถึงเรื่องนี้กับคนนอก ส่วนคนใน…ไม่มีใครรู้ ทุกคนรู้เพียงว่าสำนักเต๋าที่เคยมีความสัมพันธ์ดีกับตระกูลสั่วหลายแห่ง ต่างออกมาประกาศตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลสั่วแล้ว
ส่วนสั่วเฟิงนั้นหายตัวไป
ตอนนี้คนตระกูลสั่วไร้ผู้นำ นอกจากถูกสำนักเต๋าสำนักอื่นตัดขาดแล้ว ยังถูกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาสอบสวนและตรวจค้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หยวนเส้าหยินเล่าความเป็นไปทั้งหมดของตระกูลสั่วให้เฉิงยวนฟัง “ถ้าหาสั่วเฟิงให้เจอ ผมคิดว่าไม่ว่าจะเป็นสำนักเต๋าหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะจัดการกับเธอแน่นอน”
เฉิงยวนนั่งอยู่ที่โต๊ะ นิ้วมือเลื่อนโทรศัพท์โดยไม่รู้ตัว ราวกับไม่ได้ยินคำพูดของเขาเลย
หลังผ่านไปหลายนาที เฉิงยวนก็ลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอก
หยวนเส้าหยินรีบตามไปทันที “คุณจะไปไหน?”
“ไปไหว้บรรพบุรุษ!”
พูดว่าไปไหว้บรรพบุรุษ ก็คือการไปไหว้บรรพบุรุษจริง ๆ
เฉิงยวนออกจากมณฑลหนาน เดินทางด้วยการซื้อตั๋วนั่งรถไป ใช้วิธีการเดินทางเยี่ยงคนเป็นจนมาถึงอีกเมืองหนึ่ง
เธอถือแผนที่ประวัติศาสตร์ เปรียบเทียบอดีตกับปัจจุบัน พลางมองพลางค้นหา
และในที่สุด…
เฉิงยวนมองสวนสาธารณะตรงหน้า ต้นไม้เขียวขจีเติบโตให้ร่มเงา ผู้คนมากมายกำลังเดินไปมาทำให้ดูคึกคักเป็นพิเศษ
เธอเก็บแผนที่ลง ยืนนิ่งอยู่กับที่ มองเงียบ ๆ อยู่สักพัก แล้วก้าวเท้าเดินเข้าไป
หยวนเส้าหยินเดินตามหลัง เขามองซ้ายแลขวา แต่ไม่พบอะไรเป็นพิเศษ
“คุณมาไหว้บรรพบุรุษที่นี่เหรอ?”
“อืม!”
“ไหว้ใคร?”
“ตัวข้าเอง”
หยวนเส้าหยิน “…”
เฉิงยวนเดินไปจนถึงริมทะเลสาบแห่งหนึ่ง สวนสาธารณะแห่งนี้ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี มีชาวบ้านผู้อาวุโสที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงไม่น้อย เมื่อเว้นว่างพวกเขาก็จะมาตกปลาที่นี่
เธอเดินไปนั่งบนม้านั่งยาว มองคนตกปลาเงียบ ๆ
หยวนเส้าหยินนั่งลงข้างเธอ และมองตามสายตาของเธอไปทางคนแก่ที่กำลังตกปลาอยู่
“แม่หนูกับพ่อหนุ่มก็ชอบตกปลาเหมือนกันเหรอ!”
ชายตกปลาคนหนึ่งที่เพิ่งเดินมามองพวกเขาด้วยความสงสัยเล็กน้อย
เฉิงยวนตอบ “ข้าไม่ได้ชอบตกปลา ข้าแค่มาดูบ้านของตัวเองเท่านั้น”
ชายตกปลา “…อะไรนะ? บ้านของเธอ?”
“ใช่ บ้านของข้า ที่นี่เคยเป็นบ้านของข้า แต่มันเปลี่ยนไปมากแล้ว!” เธอโบกมือกว้างขวาง เกือบจะครอบคลุมทั้งสวนสาธารณะไว้
ชายตกปลา “…”
เขาจัดเรียงคันเบ็ดพลางพูดอย่างหงุดหงิดไปด้วย “ถ้าอย้างนั้นบ้านของแม่หนูคงรวยมากสินะ! แถวนี้ในสมัยสาธารณรัฐจีนน่ะเป็นสุสานรกร้างทั้งนั้น เมื่อก่อนบ้านเธอคงเป็นสุสานรกร้างสินะ!”
“ไม่ใช่! มันคือจวนตระกูลเฉิง ข้า พ่อแม่ของข้า พี่ชายและพี่สะใภ้ของข้า…ทุกคนอาศัยอยู่ที่นี่”
ชายตกปลารู้สึกอึ้งมากกว่าเดิม
เขาหันไปมองเฉิงยวนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ แล้วมองหยวนเส้าหยินด้วยรอยยิ้มขมขื่น และได้แต่ส่ายหัวไปมา
คนหนุ่มสาวสมัยนี้เครียดเกินไปจริง ๆ !
อายุยังน้อยแท้ ๆ แต่สมองกลับมีปัญหาเสียแล้ว
ชายตกปลาอีกคนที่อยู่ไม่ไกลนักได้ยินบทสนทนาของพวกเขา จึงอดเหย้าแหย่ไม่ได้ “แม่หนู ตอนนี้เธออยากทำอะไรล่ะ? อยากซื้อบ้านของตัวเองคืนมาเหรอ?”
เฉิงยวน “ไม่ใช่ ข้ามาไหว้บรรพบุรุษ”
“ไหว้บรรพบุรุษ? ไหว้ใครล่ะ?”
สายตาของเฉิงยวนว่างเปล่า ราวกับกำลังมองทะลุภาพตรงหน้าไปยังเหตุการณ์เมื่อพันปีก่อน
“พ่อแม่ของข้า พี่ชายพี่สะใภ้…รวมถึงพวกหลาน ๆ ของข้า”
เธอยิ้มเศร้า “และตัวข้าเองด้วย”
พวกชายตกปลาที่เตรียมจะพูดแหย่สาวน้อยคนนี้สีหน้าเปลี่ยนไปทันที
ไม่แปลกเลยที่เธอสมองไม่ดี ที่แท้คนในครอบครัวก็ประสบเหตุร้ายกันหมดนี่เอง!
ช่างน่าสงสารจริง ๆ !
ส่วนหยวนเส้าหยินฟังคำพูดเบา ๆ ของเฉิงยวนแล้วรู้สึกหนักอึ้งในใจ