เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1874 หนึ่งร้อยคน
บทที่ 1874 หนึ่งร้อยคน
“ผู้บำเพ็ญไม่เพียงต้องปราบปีศาจกำจัดมาร แต่ยังต้องมีจิตใจที่เปี่ยมด้วยความเมตตาและความชอบธรรม ดังนั้นหัวข้อของการแข่งขันรอบรองชนะเลิศครั้งนี้คือ ‘การช่วยเหลือ'”
“กฎการแข่งขัน คือผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนจะต้องออกมาจับฉลาก และต้องพาคนธรรมดาตั้งแต่หนึ่งถึงหนึ่งร้อยคนเข้าไปในภาพมายาหลอกหลอน โดยต้องรับประกันว่าคนธรรมดาที่พาไปด้วยจะต้องไม่เป็นอันตรายแม้แต่คนเดียว จึงจะถือว่าผ่านด่าน”
เมื่อกฎการแข่งขันถูกประกาศออกมา สถานที่จัดงานก็เกิดความวุ่นวายขึ้นทันที
ผู้ชมในถ่ายทอดสดก็เริ่มโต้เถียงกัน
กล้องถ่ายทอดสดหันไปที่ฉู่ลั่ว
ซีไป๋มองใบหน้าไร้อารมณ์ของเธอแล้วหัวเราะเยาะ “หนึ่งร้อยคน ฉันอยากรู้ว่าเธอจะพาคนหนึ่งร้อยคนเข้าไปในภาพมายาหลอกหลอนได้ยังไง”
[เรื่องอื่นฉันไม่รู้ แต่ฉันรู้ว่าใครจะจับฉลากได้ร้อยคน]
[ไม่จริงใช่ไหม! หรงอีกรุ๊ปไม่แกล้งทำเลยเหรอ?]
[นอกจากฉู่ลั่วแล้ว ใครจะรับมือกับตัวเลขหนึ่งร้อยได้ล่ะ!]
[อธิษฐานให้ฉู่ลั่วจับได้หนึ่งร้อย!]
[ฉู่ลั่วต้องจับฉลากให้ได้เลขหนึ่งร้อยนะ!]
เสียงของเฉียวโจวแผ่กระจายไปทั่วงาน “ผู้เข้าแข่งขัน ต้องเชิญคนมาเอง เวลาในการเชิญ…หนึ่งชั่วโมง หลังจากหนึ่งชั่วโมง หากจำนวนคนที่เชิญมามีไม่ครบ จะถือว่าสละสิทธิ์โดยอัตโนมัติ”
เมื่อกฎถูกประกาศออกมา สายตาของทุกคนก็มองไปที่โต๊ะกลมใหญ่แถวหลังสุด
แน่นอนว่าสีหน้าของคนอื่น ๆ บนโต๊ะเปลี่ยนไปทันที
“แม้แต่ฉู่ลั่วก็คงรับประกันไม่ได้ว่าคนร้อยคนจะผ่านภาพมายาที่น่ากลัวได้อย่างปลอดภัยหรอก!”
“มันถูกเรียกว่าภาพมายาหลอกหลอน แต่ความรู้สึกในนั้นสมจริงมาก มันเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่พัฒนาโดยอิ๋งเซียง เป็นเกมสยองขวัญแบบใหม่ พัฒนาจากความเป็นจริง มีอยู่ในทุกเมือง ตอนทดสอบ มีผู้บำเพ็ญหลายคนบอกว่ามันน่ากลัวมาก และคนธรรมดาที่ไปทดสอบ ก็ไม่มีใครที่ออกมาแล้วไม่รู้สึกกลัวมันเลย”
“นี่เป็นเกมสยองขวัญแบบใหม่ของหรงอีกรุ๊ป ฉันเคยเข้าร่วมทดสอบ ฉันเองเข้าไปแล้วออกมายังแทบไม่ไหว ยังจะพาคนธรรมดาไปอีก ยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย!”
คนในถ่ายทอดสดเองก็กำลังพูดคุยเกี่ยวกับเกมนี้
มีคนแอบใช้หางตามองไปที่โต๊ะของพวกฉู่ลั่ว เห็นว่าโต๊ะนั้นเริ่มจะทะเลาะกันแล้ว จึงได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ
ก็จริง ใครอยากไปล่ะ
ซีไป๋ก็เห็นสถานการณ์ที่โต๊ะกลมในถ่ายทอดสด เขาแค่นหัวเราะแล้วพูดว่า “หนึ่งร้อยคนต้องเป็นของฉู่ลั่วแน่นอน”
“หนึ่งร้อยคน ต้องเป็นปรมาจารย์แน่นอน”
“ปรมาจารย์ ถ้าคุณจะไป พาผมไปด้วยนะ!”
“ฉันไปด้วย! ฉันยังเด็ก ฉันจะเชื่อฟังแน่นอน”
“ทำไม? คุณเลือกปฏิบัติต่อคนที่อายุมากเหรอ! ปรมาจารย์ฉู่ ผมเชื่อฟังแน่นอน รับรองว่าจะเชื่อฟัง!”
ชั่วขณะนั้น คนบนโต๊ะกลมก็เริ่มทะเลาะกัน
ฉู่ลั่ว “รอให้ฉันจับฉลากก่อนนะคะ”
“ไม่ต้องคิดแล้ว ต้องเป็นหนึ่งร้อยคนแน่นอน ปรมาจารย์ ตอนนี้ผมจะไปชวนคนมาเลย”
“ฉันก็จะไปชวนคนมาเหมือนกัน!”
“อย่าชวนมาเยอะ ระวังคนมาเยอะแล้ว จะมาแย่งกับพวกเรา”
ฉู่ลั่ว “รอให้ฉันจับฉลากให้เสร็จก่อน”
ไม่มีใครสนใจเธอเลย
เย่อวิ๋นชูเกือบจะทิ้งตัวลงบนโต๊ะครึ่งตัว กระซิบกับคนรอบโต๊ะว่า “พวกเรามาสร้างกลุ่มภายในกันเถอะค่ะ ต้องเป็นคนที่สามารถไปถึงสถานที่จัดงานได้เร็วที่สุด เชื่อฟัง และไม่ถูกชักจูง ถึงจะได้รับเชิญเข้ามา”
“แค่หนึ่งร้อยคนเท่านั้น”
หางเจียซิ่น “วิธีนี้ดีครับ พวกเราเลือกคนเองภายในกลุ่มกัน”
น้ำปุ๋ยที่อุดมสมบูรณ์อย่าปล่อยให้ไหลเข้านาคนอื่น
ฝานจื้อ “ไม่เพียงแต่ต้องเชื่อฟัง แต่ต้องไม่พูดมาก ไม่ทำอะไรโดยพลการด้วย”
ในหัวของเขานึกถึงความหวาดกลัวที่ถูกฉู่ลั่วครอบงำเมื่อหลายสิบปีก่อนอย่างไม่มีเหตุผล “ห้ามแย่งซีนเด็ดขาด”
คนอื่นที่เหลือก็เสนอความเห็นในการเลือกคนอีกสองสามข้อ
บนเวที เฉียวโจวขานชื่อของฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่วมองทุกคนที่กำลังถกเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตาย จนถึงขั้นเริ่มชวนคนอื่นมาร่วมด้วย เธอพูดขึ้นว่า “ฉันจะไปจับฉลากแล้วนะคะ!”
“รอฉันไปจับฉลากให้เสร็จก่อน แล้วค่อยหาคนมาเพิ่มก็ได้ค่ะ!”