เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1934 เรื่องราวที่เกิดขึ้น
บทที่ 1934 เรื่องราวที่เกิดขึ้น
ฉู่ลั่วมองรอบ ๆ ในที่สุดก็จำได้
ที่นี่คือสถานที่ที่เธอและฮั่วเซียวหมิงเลือกไว้สำหรับสร้างคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวันในมณฑลหนาน
ตอนนี้อาคารได้ก่อสร้างขึ้นเป็นรูปร่างแล้ว แต่สีสันกลับดูซีดเซียว บนเขาไม่มีต้นไม้สีเขียวแม้แต่ต้นเดียว แต่เชิงเขากลับเต็มไปด้วยพุ่มไม้หนาทึบ
ดอกไห่ถังบานอยู่ด้านหน้า โอนเอนกิ่งก้านและใบไม้อย่างแรง
ฉู่ลั่วเดินเข้าไปใกล้ พุ่มไม้หนามก็เปิดทางให้เธอโดยอัตโนมัติ ทำให้เธอเดินเข้าไปได้อย่างราบรื่น
จนกระทั่งเดินมาถึงประตูอาคาร ดอกไห่ถังก็หายไป
ประตูหนาหนักเปิดออกด้วยเสียงเอี๊ยดอ๊าด
เด็กหญิงตัวน้อยน่ารักคนหนึ่งชะโงกหน้าออกมาจากช่องประตู มองซ้ายมองขวาด้วยความระแวดระวัง ก่อนจะโบกมือเรียกฉู่ลั่วด้วยความกังวล “พี่ลั่วลั่ว เร็วเข้า ๆ !”
ฉู่ลั่วเพิ่งจะเดินเข้าไป ก็ถูกมือเล็ก ๆ คว้าตัวเข้าไปข้างในทันที
ประตูปิดลงเสียงดังปัง
“โชคดี โชคดี! ไม่มีใครตามมา! ตกใจหมดเลย!”
ฉู่ลั่วจ้องมองเด็กหญิงคนนี้ “ไห่ถัง?”
ตอนที่ดอกไห่ถังแปลงร่างเป็นมนุษย์ เธอก็มีรูปร่างหน้าตาแบบนี้
เมื่อเด็กหญิงตัวน้อยได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าทันที “หนูคือไห่ถังเอง! พี่ลั่วลั่วยังจำหนูได้ด้วย!”
ฉู่ลั่วกำลังจะพูด แต่แล้วก็ได้ยินเสียงร้องไห้ดังขึ้น “คุณหนู!”
ฉู่ลั่วหันกลับไปทันที เผชิญหน้ากับใบหน้าที่มีร่องรอยของกาลเวลา เธอเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “หัวหว่าน เธอ…”
“คุณหนู!”
หัวหว่านที่อายุใกล้ห้าสิบแล้ววิ่งเข้ามากอดฉู่ลั่วไว้แน่น”คุณหนู ในที่สุดคุณก็กลับมาแล้ว! กลับมาแล้วจริง ๆ !”
ฉู่ลั่วยื่นมือออกไปกอดหัวหว่านเช่นกัน “ดีจัง! เธอยังอยู่!”
หัวหว่านได้ยินคำพูดนี้ก็ร้องไห้หนักขึ้น
แต่ฉู่ลั่วกลับมองไปยังคนที่อยู่ด้านหลังหัวหว่าน
หูเสี่ยวหลีโบกมือให้เธอ
ข้างกันคือฟู่ปู้เสวี่ยนและเด็กผู้ชายคนหนึ่งซึ่งดูคล้ายคลึงกับเขามาก
และด้านหลังเป็นยายาและจั่วโยวโยวที่เธอเคยเห็นในรูปถ่าย สองแม่ลูกมองเธอด้วยดวงตาแดงก่ำ
“ฉู่ลั่วมาแล้วใช่ไหม มาแล้วใช่ไหม!”
เงาร่างหนึ่งวิ่งมาจากที่ไกล ๆ ตะโกนเสียงดังพลางวิ่งเข้ามา
หัวหว่านรีบปล่อยมือจากฉู่ลั่ว เช็ดน้ำตาที่หางตา
พอหมิงคุนวิ่งเข้ามาแล้วก็เบิกตากว้าง “เป็นฉู่ลั่วจริง ๆ ! พวกเขาเล่าลือกันว่าฉู่ลั่วกลับมาแล้ว ข้านึกว่าเป็นแค่ข่าวลือ ไม่คิดว่าเจ้าจะกลับมาจริง ๆ!”
“เก่งมาก! สมแล้วที่เป็นเจ้า!”
“พอกลับมาก็ตัดการเชื่อมต่อ ทำลายค่ายกล ปลดปล่อยเหล่าเทพ!”
“เจ้าอยู่ข้างเดียวกับเทพหรือ?”
“ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมจริง ๆ !”
เขาชูนิ้วโป้งให้ฉู่ลั่ว
ส่วนด้านหลังหมิงคุนคือเทพเอกเก้าญาณที่เดินมาช้า ๆ เขามองสำรวจฉู่ลั่วขึ้นลง “พลังเพิ่มขึ้นมากนะ! ข้าไม่สามารถตรวจสอบขีดจำกัดพลังของเจ้าได้แล้ว ดูเหมือนว่าในโลกอื่นเจ้าคงจะอยู่ดีมีสุข”
ฉู่ลั่ว “พวกคุณอยู่ที่นี่กันหมดเลยเหรอ?”
หัวหว่านเช็ดน้ำตา “ค่ะ!”
พวกเขาพาฉู่ลั่วเดินเข้าไปข้างใน พลางเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
“ตอนนั้นมณฑลหนานเกิดเรื่อง หลังจากเหล่าเทพลงมา ปีศาจหลายตนต้องการเข้าสวามิภักดิ์ต่อเผ่าเทพ ก่อความวุ่นวายครั้งใหญ่ในมณฑลหนาน ทำให้คนธรรมดาในมณฑลหนานหันไปบูชาเทพเจ้ามากขึ้น ต่อมา ย่วนย่วนก็พาไห่ถังมาในฐานะราชาปีศาจ”
“อย่างน้อยก็ยังสามารถควบคุมปีศาจตนอื่น ๆ ได้”
“แต่หลังจากที่คุณหนูตัวปลอมคนนั้นมา ปีศาจจำนวนมากก็ถูกปลุกปั่น…ถึงขนาดมีปีศาจเข้าร่วมลอบสังหารประธานฮั่ว”
“หลังจากเหตุการณ์นั้น องค์กรก็เริ่มตรวจสอบเผ่าปีศาจอย่างเข้มงวด เผ่าปีศาจหลายเผ่ารู้สึกว่าไม่ยุติธรรม ไม่ต้องการอยู่ภายใต้การควบคุมขององค์กรอีกต่อไป จากนั้น…”
“จากนั้นก็เกิดสงครามระหว่างเผ่าปีศาจกับองค์กร”
“แม้ว่าก่อนหน้านั้นจะอพยพคนธรรมดาออกไปเกือบหมดแล้ว แต่สงครามครั้งนั้นก็ยังคงรุนแรงมาก”
อาวุธหนักขององค์กร พลังอันแข็งแกร่งของเผ่าปีศาจ
ล้วนทำลายเมืองแห่งนี้
เมื่อพูดถึงเรื่องราวในอดีต สีหน้าของหัวหว่านดูเศร้าสร้อย
“หลังจากสงครามครั้งนั้น องค์กรไม่มีกำลังมากพอที่จะตรวจสอบและแยกแยะ จึงใช้นโยบายตัดสินแบบเหมารวม ย้ายพวกปีศาจทั้งหมดมาที่นี่และห้ามออกไปไหน”
ไห่ถังยืนอยู่ข้าง ๆ จับแขนเสื้อของฉู่ลั่วไว้ สีหน้าดูหม่นหมองเช่นกัน
หร่วนย่วนย่วนเดินเข้ามา “ตอนนี้ท่านปรมาจารย์กลับมาแล้ว ทุกอย่างคงจะดีขึ้น”