เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1979 ยกเลิกการสืบทอด
บทที่ 1979 ยกเลิกการสืบทอด
เธอไม่ยอมคุกเข่า แต่คนตระกูลไจ๋กลับเริ่มก้มหัวคำนับอย่างแรงแล้ว “บรรพบุรุษอย่าโกรธ เธอยังเด็กไร้เดียงสา พูดจาไม่คิด พวกเราตระกูลไจ๋จะต้องลงโทษเธออย่างหนักแน่นอน”
ไจ๋ฉางไม่ได้พูดอะไร ทำเพียงมองฉู่ลั่ว “ฉันเชื่อว่าคนทั้งลัทธิเต๋าคงจะเหมือนกับตระกูลไจ๋”
คนทั้งลัทธิเต๋าต่างเคารพเทพเป็นอาจารย์
“เจ้านิกายควรตัดสินใจแต่เนิ่น ๆ นะ”
ไจ๋ฉางมองคนตระกูลไจ๋ที่กำลังคุกเข่าก้มหัว “ติดตามเทพ หรือไม่ก็…สูญเสียพลังทั้งหมด ลัทธิเต๋าตอนนี้มีแค่สองทางเลือกนี้เท่านั้น”
เขาถอนหายใจเบา ๆ
คนตระกูลไจ๋รีบพูดทันที “ตระกูลของเราได้รับการสืบทอดวิถีเทพมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ปราบปีศาจ กำจัดมาร สร้างความยุติธรรม แล้วจะให้พวกเราละทิ้งมันได้ยังไง?”
ไจ๋ฉางไม่พูดอะไร
ไจ๋โหรวทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ “หัวหน้าตระกูลจะทรยศมนุษย์ ไปอยู่ฝ่ายเทพเหรอคะ?”
คนตระกูลไจ๋หันขวับไปมองไจ๋โหรวทันที “มนุษย์เคารพบูชาเทพมาหลายพันปีแล้ว มีตรงไหนไม่ดีกัน? เทพระงับสงคราม ช่วยเหลือมนุษย์ สร้างโลกใหม่มาแล้วไม่รู้กี่ครั้ง”
“มนุษย์จะเนรคุณแบบนี้ได้ยังไง!”
พวกเขาจ้องมองไจ๋โหรวด้วยความโกรธแค้น
ส่วนไจ๋โหรวยิ่งโกรธมากขึ้น “การถูกบ่งการตั้งแต่เกิดจนตายเป็นสิ่งที่ดีหรือไง? สงครามเกิดขึ้นเพราะอะไร มนุษย์ทุกข์ยากเพราะอะไร โลกถึงต้องถูกสร้างใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะอะไร พวกคุณไม่รู้เหรอ?”
“กี่ครั้งแล้วที่แค่ไม่เคารพเทพ โลกก็วุ่นวาย นี่เป็นสิ่งที่ดีเหรอ?”
คนตระกูลไจ๋แค่นเสียงเย็นชา “ชีวิตมนุษย์อยู่ใต้ฟ้า อำนาจจักรพรรดิมาจากสวรรค์ นี่ต่างหากคือหนทางที่ถูกต้อง”
“ตอนนี้ พวกเธอเป็นศัตรูกับสวรรค์ นั่นคือการรนหาที่ตายเอง”
“พวกเธออยากตาย ก็อย่าลากพวกเราไปด้วยสิ”
พวกเขาหันไปมองไจ๋ฉาง “หัวหน้าตระกูล โปรดตัดสินใจด้วย”
“หัวหน้าตระกูลโปรดตัดสินใจด้วย”
คนอื่น ๆ ก็ตะโกนพร้อมกัน
ไจ๋โหรวก็จ้องมองไจ๋ฉางเช่นกัน “หัวหน้าตระกูล…”
ไจ๋ฉางยกมือขึ้นขัดจังหวะคำพูดของไจ๋โหรว “ฉันรู้ดี”
ไจ๋โหรวพลันรู้สึกสิ้นหวัง
เธอมองฉู่ลั่วด้วยความเจ็บปวด
ไจ๋ฉางพยุงร่างกายที่อ่อนแอของเขา ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนโซเซ “ไปที่ศาลบรรพบุรุษกันเถอะ!”
คนตระกูลไจ๋เดินตามเขาไปอย่างตื่นเต้น
ไจ๋โหรวก้มหน้าลง ยิ้มเยาะตัวเอง “ฉันรู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? ถ้าลัทธิเต๋ายังมีความหวัง ก็คงไม่ตกต่ำมาถึงจุดนี้”
ฉู่ลั่วตบไหล่เธอเบา ๆ “อย่ามองโลกในแง่ร้ายเกินไป เธอก็เป็นนักพรตเต๋าไม่ใช่เหรอ? จี้ไจ่ก็เป็นนักพรตเต๋าไม่ใช่หรือไง? หยวนเส้าหยินก็เป็นนักพรตเต๋านี่?”
“แต่ว่า…”
“ตามไปดูกันเถอะ”
ฉู่ลั่วจูงมือไจ๋โหรวมาที่หน้าศาลบรรพบุรุษของตระกูลไจ๋
เหนือศาลบรรพบุรุษของตระกูลไจ๋มีภาพวาดของบรรพชนตระกูลไจ๋แขวนอยู่ คนในภาพดูสง่างาม มีเมตตา เมื่อก้มหน้าลงก็เหมือนกำลังสงสารสรรพสัตว์
ภาพวาดแขวนอยู่สูง ภายในศาลบรรพบุรุษตอนนี้เผยให้เห็นถึงความน่าเกรงขามอย่างบอกไม่ถูก
ผู้คนในตระกูลไจ๋ทั้งหมดเดินตามไจ๋ฉางเข้าไปในศาลบรรพบุรุษ
ทันทีที่เข้าไป ทุกคนก็คุกเข่าลงบนพื้น
ไจ๋ฉางจุดธูป ก้มศีรษะคำนับด้วยความเคารพอย่างสูง
เขาคุกเข่าบนเบาะรอง เงยหน้ามองรูปปั้นเทพ
“หัวหน้าตระกูล!”
คนตระกูลไจ๋ที่อยู่ด้านหลังเร่งเร้า
ไจ๋ฉางก้มมองฝ่ามือของตัวเอง “พลังทั้งหมดนี้ ไม่สามารถปราบปีศาจ ไม่สามารถสร้างความยุติธรรม และยิ่งไม่สามารถรักษาจรรยาบรรณของอาจารย์ได้ ถ้าอย่างนั้น… ถ้าอย่างนั้นก็ทิ้งมันไปเถอะ”
“หัวหน้าตระกูล!”
คนตระกูลไจ๋มองไจ๋ฉางด้วยความตกตะลึง
ไจ๋โหรวที่อยู่นอกประตูก็เบิกตากว้างเช่นกัน
ไจ๋ฉางก้มหัวคำนับรูปปั้นเทพ “ฉันไจ๋ฉาง ขอยกเลิกการสืบทอดจากเทพ ขออาจารย์โปรดอนุญาตด้วยเถอะ!”
เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น จ้องมองภาพวาดที่แขวนอยู่
ภายในศาลบรรพบุรุษจู่ ๆ ก็มีลมพัดมา ทำให้ภาพวาดที่แขวนอยู่ปลิวสะบัด เทียนที่ตั้งอยู่รอบ ๆ ก็สั่นไหวท่ามกลางสายลม
ส่วนธูปที่ไจ๋ฉางเพิ่งจุดไปกำลังไหม้อย่างรวดเร็ว
จนกระทั่งธูปไหม้หมด สายลมหายไป ภาพวาดที่ปลิวสะบัดก็ร่วงลงมาอย่างแรง แกนม้วนภาพใต้ภาพวาดกระแทกลงบนแผ่นไม้
โครม!
ทันใดนั้นไจ๋ฉางที่อยู่บนพื้นก็ส่งเสียงร้องโหยหวนน่าสยดสยอง